0 Views

ตอนที่ 21 รองผู้บัญชาการฝ่ายขวา! ข้างั้นสิ!

เมื่อทั้งหลิวจ่งเทียน และแม่ทัพชือต่างเริ่มเห็นท่าทีคล้ายรองผู้บัญชาการหลิวกำลังจะเสียทีเพลี่ยงพล้ำ ทั้งคู่ต่างตื่นตกใจ

“เจ้าหนูนั่นใช้วิชากังฟูใดกัน ท่วงท่าเคลื่อนไหวจึงคล่องแคล่วรวดเร็วถึงเพียงนี้?” แม่ทัพชือเอ่ยขึ้นด้วยนึกฉงน

หลิวจ่งเทียนจ้องเว่ยชีชีอย่างนิ่งสงบ ข้อกังขาภายในใจคุกรุ่นซ่านอยู่ในหัวอย่างไม่หยุดยั้งกระทั่งเว่ยชีชีจัดการท่านรองหลิวผู้นั้นจนหมอบราบอยู่กลางลานฝึก ก่อนจะกระโดดกระเด้งอย่างสุขใจราวนกกระจอกแตกรังด้วยความสนุกสะใจอย่างเหลือล้น

หนุ่มน้อยหน้าอัปลักษณ์ยื่นมือช่วยดึงร่างรองผู้บัญชาการขึ้น “เป็นอย่างไรเล่า? ต่อไปอย่าได้คิดดูเบาคนร่างบางเช่นข้าอีก ตัวข้ายังมีความสามารถอีกล้นหลามจะบอกให้!”

“ข้าไม่กล่าวเช่นนั้นแล้ว!” รองผู้บัญชาการหลิวยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามตัวพลางยกมือขึ้นหมายจะตบไหล่อีกฝ่าย หากทว่าเว่ยชีชีกลับรวดเร็วปานลิงลม หนุ่มน้อยอัปลักษณ์กระเด้งโหยงหลบฝ่ามือกว้างมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาพอดี

“อย่ามาทำตีสนิทกับข้า มาจับโน่นจับนี่ข้าไม่คุ้นชิน ไม่ชอบ!”

“ดูเจ้าสิ! พวกเราล้วนบุรุษด้วยกันทั้งสิ้น แต่เอาเถิด! เป็นเยี่ยงนี้ดีไหม เดินทัพคราหน้าข้าจะให้เจ้านำหน่วยแสดงความสามารถให้ประจักษ์กันเสียหน่อย!”

“OK ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!”

“OK? มันหมายความเยี่ยงไรกัน?” รองผู้บัญชาการหลิวเกาหัวแกรก

“ก็หมายถึง ดี ได้เลย อย่างไรเล่า!”

“อ้อ! เจ้านี่มันชอบพูดจาแปลกหูอยู่เรื่อย!” รองผู้บัญชาการหัวเราะร่วน

เว่ยชีชีกระโดดตีลังกาด้วยความสุขใจอย่างสวยงามทิ้งให้รองผู้บัญชาการตะลึงค้างด้วยความอัศจรรย์ ร่างกายของเจ้าหนุ่มนี่คล่องตัวยืดหยุ่นสียจริง

แม่ทัพชือผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับยั้งใจไว้มิได้อีกต่อไป “กระม่อมขอเข้าไปดูเสียหน่อยพ่ะย่ะค่ะ เจ้าหนูนั่นเก่งกาจไม่เบาเลยทีเดียว เบื้องหน้าต่อไป หนุ่มน้อยผู้นี้อาจเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราอย่างมาก!”

“ไม่ต้องเร่งร้อน รอดูไปก่อน!” หลิวจ่งเทียนรั้งแม่ทัพใหญ่ไว้ ทว่าแน่นอน ภายในใจท่านอ๋องหนุ่มกลับประหลาดใจยิ่งกว่าแม่ทัพชือผู้นี้ ศึกทัพซุยงหนูคราหน้าเห็นทีจะไม่อาจดูเบาเว่ยชีชีผู้นี้ได้อย่างแท้จริง

หนุ่มน้อยหน้าอัปลักษณ์กระโดดตีลังกาอย่างเริงร่าไปอีกหลายตลบ ท่ามกลางเสียงปรบมือ และแรงเชียร์จากกลุ่มทหารที่ห้อมล้อม ยามนี้ชีชีเริ่มรู้สึกตื่นเต้นดีใจขึ้นมาแล้ว การเป็นทหารยังดีเสียกว่ายอมไปเป็นขี้ข้าให้ท่านอ๋องขี้เต๊ะผู้นั้น เพียงคิด เสียงหัวเราะร่วนของเธอก็ก้องดังออกมาอย่างลืมตัว

ศึกกลางทะเลทรายกำลังจะเริ่มขึ้น เว่ยชีชีนำหน่วยทัพน้อยๆ ของตนออกเดินทาง เธอติดตามไล่ล่าข้าศึกอย่างไม่ลดละ เพียงอีกฝ่ายได้ข่าวการเคลื่อนทัพน้อยของเธอ พวกมันก็หวาดกลัวจนแทบเสียสติไปแล้ว ผู้ใดเล่าจะเคยประสบพบเจอนายทัพผู้บ้าระห่ำไร้ความหวาดกลัวเยี่ยงนี้

แน่นอนว่าคนเยี่ยงเว่ยชีชีหรือจะมีอุดมการณ์นักรบใด เธอก็เพียงอยากเสือกไสตนไปยังกองหน้าเพื่อหมายหาหนทางเชื่อมเวลาเดินทางทะลุมิติกลับคืนสู่โลกยุคปัจจุบัน ทว่ากลับต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อศึกคราแรกสิ้นสุดลง เธอคือผู้นำหน่วยซึ่งกลับคืนฐานพร้อมชัยชนะโดยไม่สูญเสียกำลังนายทหารในสังกัดแม้เพียงสักคน และเธอ……ยังคงติดแหงกอยู่ในค่ายทัพฮั่นอันเกรียงไกร

เว่ยชีชีกลับมายืนอยู่กลางลานฝึกอีกครา เธอยืนมองเหล่านายทหารทั้งหลายที่กำลังส่งเสียงแซ่ซ้องยินดีในชัยชนะหากแต่เธอกลับไม่รู้สึกยินดีแต่อย่างใด เหตุใดเล่า? เหตุใดสวรรค์จึงเล่นตลกกับเธอเช่นนี้? เหตุใดไม่ยอมส่งสัญญาณใดออกมาบ้าง? ทั่วท้องนภาสว่างไสว แสงอาทิตย์เจิดจ้าร้อนแรง ไม่มีสัญญาณแห่งสายฟ้าหรือพายุแต่ประการใดเลย

แม่ทัพชือไม่อาจทนอดใจได้อีกต่อไป เขาอยากมาดูเจ้าหนุ่มอัปลักษณ์ผู้นี้จะแย่อยู่แล้ว เจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้ไม่เพียงจะมีศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เชาว์ปัญญาของมันยังหลักแหลม หากไม่ดึงความสามารถของเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้ออกมาใช้ให้เต็มที่ย่อมนับว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

เว่ยชีชีถูกเรียกเข้าไปยังกระโจมท่านแม่ทัพ เธอแหงนมองดูแม่ทัพอาวุโสผู้คล้ายจะอยู่ในวัยราว 50 ปี หากเป็นยุคสมัยปัจจุบัน คนผู้นี้ย่อมต้องได้รับตำแหน่งจอมพล

ทว่าสายตาที่เขาจับจ้องราวจะดูดกลืนเธอเข้าไปได้ทำให้ชีชีรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก

“เจ้าคือเว่ยชีชีกระนั้นรึ! ไยจึงผ่ายผอมเยี่ยงนี้!”

“เรียนท่านแม่ทัพ ข้ากินน้อย ทั้งก็ยังเยาวว์วัยอยู่ เช่นนั้นร่างกายจึงยังเล็ก! ทว่าข้าแข็งแกร่งมากนักนะท่าน!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” แม้เจ้าหนุ่มเว่ยชีชีผู้นี้ยังเยาวว์วัย หากแต่ความขวัญกล้ากลับน่ายกย่องยิ่งนัก

“หลิวอวิ๋นคือรองผู้บัญชาการฝ่ายซ้าย เช่นนั้นข้าจะขอเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการฝ่ายขวาก็แล้วกัน!”

“รองผู้บัญชาการฝ่ายขวา?” ชีชีแหงนหน้ามองแม่ทัพชือด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ “นี่ท่านพูดจริงกระนั้นรึ? ให้ข้าเป็นผู้บัญชาการฝ่ายขวา เช่นนั้นย่อมหมายความว่าข้าย่อมมีศักดิ์ และสิทธิ์เทียบเท่ากับรองผู้บัญชาการหลิวล่ะสิ!”

“การทัพไม่มีพูดเล่น! แม้นเจ้ายังเยาว์วัย ทว่ากลับเฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง ทั้งวิชาการต่อสู้นับว่าไม่ธรรมดา คราหน้าพวกเราจะเข้าพบท่านอ๋องเพื่อพูดคุยถึงกลศึกต่อไปในการจัดการกับพวกซุยงหนู”

ในครานี้ เว่ยชีชีหาได้ต้องเข้าไปอยู่ในกระโจมหลิวจ่งเทียนในฐานะนายทหารชั้นผู้น้อยไม่ ส่วนท่านอ๋องหนุ่มนั้นเพียงชายตาเหลือบมองเว่ยชีชี ครั้นแล้วก็ยิ่งให้รู้สึกว่า เพียงออกไปสู้ลมสู้แดดคราเดียวเจ้าหนุ่มน้อยผู้แสนบอบบางก็เนื้อหนังไหม้เกรียมไม่ชวนมองเสียยิ่งกว่าเก่าก่อน คงมีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ยังคงให้ความรู้สึกยั่วยวนชวนมองเท่านั้น

แม่ทัพชือลุกขึ้นกล่าวคำอย่างนอบน้อม “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้พวกเราต้องสู้ศึกท่ามกลางทะเลทราย ย่อมอยู่ในฐานะเสียเปรียบ พวกซุยงหนูมีความชำนาญบนสมรภูมิรบกลางทะเลทรายอย่างยิ่ง หน่วยสืบของเรารายงานว่า พวกซุยงหนูคิดซุ่มโจมตีครั้งใหญ่ หากพวกมันบุกทลายทัพที่มั่นของเราจริง เห็นทีพวกเราอาจปราชัยได้พ่ะย่ะค่ะ!”

“หากบนหลังม้า ประฝีมือดาบ เจ้าพวกเถื่อนซุยงหนูย่อมไม่อาจรับมือชาวฮั่นได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ท่านแม่ทัพชือกล่าวมาล้วนเป็นเช่นนั้น ทะเลทรายนับเป็นจุดตายของพวกเรา!” สีหน้าของหลิวจ่งเทียนเคร่งเครียดอย่างหนัก “พวกเราต้องรับมือทั้งกับองค์ฮ่องเต้ และต้าชันอวี่แห่งซุยงหนู เช่นนั้นยิ่งต้องรอบคอบให้มาก”

“ความหมายของท่านอ๋องก็คือ…..”

***จบตอน รองผู้บัญชาการฝ่ายขวา! ข้างั้นสิ!***