0 Views

ตอนที่ 20 แน่จริงก็มาแลกหมัด

“เว่ยชีชี ชีชี!” หลิวจ่งเทียนตะโกนเรียกอยู่พักใหญ่ ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับใด เขาจำต้องหยิบผ้าขึ้นเช็ดตัว เปลี่ยนอาภรณ์ และเดินออกมาหน้าฉากบังตาจึงพบเว่ยชีชีนอนกุมหัวขดตัวกลมอยู่กับพื้นราวกับหวาดกลัวบางสิ่งอย่างยิ่ง

“ชีชี” เขาเอื้อมมือดึงผ้าบนศีรษะเธอออกจึงพบว่าเธอยังหลับตาปี๋ สองแก้มแดงก่ำยิ่งดูตลกขบขันสิ้นดี “เจ้านี่มันแปลกคนจริง!”

หลิวจ่งเทียนจัดแต่งอาภรณ์ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไป “เปิ่นหวางจะออกไปสำรวจด้านนอก อีกชั่วยามจึงจะกลับมา เจ้าจัดเตรียมที่นอนไว้ให้พร้อมด้วย!”

ที่สุดเขาก็ออกไปแล้ว ชีชีกระเด้งตัวขึ้นรีบเดินไปหลังฉากบังตาในทันที ยังพอมีน้ำที่ยังมิได้ใช้เหลืออยู่ ยามนี้ตัวเธอเหม็นเน่าแทบตายอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้อาบน้ำ คงได้เพียงเอาน้ำลูบตัว เมื่อท่านอ๋องสามออกไปนอกกระโจม ครานี้เธอจะได้ขัดตัวให้ชื่นใจเสียที แต่แหม หากได้อ่างอาบน้ำสุดหรูคงสบายกว่านี้แยะ เฮ้อ!

เมื่อชีชีจัดเตรียมที่นอนให้หลิวจ่งเทียนเรียบร้อย ความคิดเรื่อยเปื่อยก็เริ่มทำงาน น่าจะมีหนทางกลับสู่โลกอนาคต เมื่อเธอเดินทางข้ามเวลามา
โผล่ในสมรภูมิรบที่ซุยงหนู เช่นนั้นหากจะกลับไป ย่อมต้องไปยังจุดเดิมที่เดินทางมาถึง

ถูกแล้ว จะอยู่คอยรองมือรองเท้าให้อ๋องตัวร้ายผู้นี้อีกมิได้ วันพรุ่งจะต้องขอไปเข้าร่วมออกทัพกับท่านรองหลิวให้ได้ บางที ความวุ่นวายภายใต้เกือกม้า และธงชัยอาจช่วยส่งเธอกลับไปยังที่ๆ เธอจากมาก็เป็นได้ ความคิดนี้เห็นทีจะไม่เลว! ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี

หนึ่งชั่วยาม*ผ่านไป ท่านอ๋องสามจึงกลับมายังกระโจมหลังใหญ่ ครั้นเมื่อกำลังจะปลดเครื่องแต่งกายลงพักผ่อน ชีชีก็วิ่งทะเล่อทะล่าไม่รู้จักสำรวมเข้ามาเช่นเคย “ท่านอ๋อง นี่ๆ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่าน!”
*หนึ่งชั่วยาม คือ 2 ชั่วโมง

“เรื่องใด? ลองพูดมาสิ” เขาขยับกายขึ้นนั่งมองอีกฝ่าย สีหน้าท่าทางเช่นนี้ เห็นทีไอ้สิ่งที่กำลังจะหลุดปากออกมาท่าจะไม่เข้าหูท่านอ๋องจอมยุ่งผู้นี้เสียแล้ว

“พรุ่งนี้ข้าจะขอไปเป็นทหารใต้บัญชาการท่านรองหลิว ข้าอยากออกร่วมรบด้วย!”

“เจ้านี่นะ?!” เขาจ้องเจ้าหนุ่มน้อยตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ไปกินข้าวให้มากจะได้ร่างใหญ่กำยำ เมื่อนั้นค่อยคิดออกรบ ยามนี้เจ้าควรอยู่ที่นี่ดูแลรับใช้เปิ่นหวางจะดีกว่า การออกร่วมประจันบานข้าศึกมิใช่สิ่งที่เจ้าควรเอ่ยกล่าว!”

“นี่! หลิวจ่งเทียน มันจะไม่มากไปหน่อยหรือ ผู้ใดอยากอยู่รับใช้เจ้ากัน!”

“นี่เจ้ากล้าเรียกชื่อข้ากระนั้นรึ!” เขาจับตัวอีกฝ่ายยกขึ้น ครั้นเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างนั้นโชยระจมูกกลับทำให้ในหัวพลันอื้ออึง เขาคลายมือออก ถ้อยคำติเตียนทั้งหมดจุกค้างอยู่ที่ริมฝีปาก “เจ้ากลับไปพักเถิด ส่วนเรื่องการออกศึกนั้นอย่าได้คิดถึงมันอีก!”

กล่าวจบเขาก็ปลดเสื้อตัวนอกล้มกายลงนอน ภายในใจกลับว้าวุ่นสับสน ไยเพียงได้ยินว่าเจ้าหนุ่มน้อยนั่นจะร่วมออกศึก เขากลับมิอาจยินยอม? น่าขันสิ้นดี นี่เขาคิดจะปกป้องเจ้าหนุ่มนั่น เกรงว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะได้รับบาดเจ็บ เขาเห็นเจ้าหนุ่มนั่นเป็นผู้หญิงของเขาไปแล้วกระนั้นหรือ?

ท่านอ๋องหนุ่มขยับขึ้นมานั่ง อย่าบอกนะว่า เขาเริ่มจะมีใจให้กับทหารหนุ่มชั้นผู้น้อยที่มีวัยเพียง 17 ปี?

หลิวจ่งเทียนลงจากเตียง เดินมาหยุดอยู่กลางกระโจม พลันสายตากลับเคลื่อนไปหาเว่ยชีชีอย่างไม่ทันรู้ตัว หนุ่มน้อยผู้นั้นยังนอนหลับใหลอยู่ในมุมของตน ร่างน้อยๆ ที่แลดูอ่อนแอเปราะบางที่เห็นอยู่นี้ แม้เพียงท่าทางการหลับใหลกลับสามารถสะกดสายตาของเขาให้หวั่นไหว ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบหัวตนเอง ท่านอ๋องสามผู้เลือดเย็นหายไปไหนเสียแล้ว? ต้องเร่งตัดสินใจ วันพรุ่ง ต้องรีบส่งเจ้าหนุ่มน้อยนั่นไปอยู่ใต้บัญชาการของท่านรองหลิวตามคำร้องขอ บางทีไม่ได้พบเจอกันเสียบ้างอาจเป็นการดี

ที่สุดเว่ยชีชีก็ได้ออกจากกระโจมใหญ่ เธอหมายมั่นจะเข้าร่วมการศึกกับซุยงหนู ทั้งในขณะเดียวกันเธอก็พบว่าสิ่งที่เลือกนับว่าถูกต้อง ทว่าท่านอ๋องสามกลับดูจะเย็นชากระทั่งคล้ายเธอไม่อาจจ้องเขาตรงๆ ได้ ทว่าผู้ใดสนเล่า? ขอเพียงได้กลับไปสู่โลกอนาคตก็พอ ยังจะมีสิ่งใดสำคัญยิ่งไปกว่านี้อีก

“เจ้าผอมไป นี่เกราะชุดเล็กที่สุดแล้วกลับยังไม่พอดีตัว!”

“เอาน่าๆ อีกเดี๋ยวกล้ามข้าก็ขึ้นเอง!” เธอยกหอกกวัดแกว่งร่ายรำอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ท่านรองหลิวยืนมองด้วยความชื่นชม “วิทยายุทธของเจ้าแปลกจริง นี่มันท่าต่อสู้ของสตรีมิใช่หรือ?”

เพียงได้ฟังคำอีกฝ่าย ชีชีก็หน้านิ่วไม่สบอารมณ์ “อันใดกัน? อยากจะลองกับข้าสักตั้งไหมเล่า?”

“โธ่! กลัวแต่จะทำแขนขาเจ้าหักเสียเปล่าๆ!” ท่านรองหลิวส่งสายตามองตามท่อนแขนอ่อนบางของอีกฝ่าย ไยจึงมีบุรุษที่ผอมบางมีแต่กระดูกเช่นนี้หนอ?

“นี่เจ้าดูถูกข้างั้นรึ?” เธอทิ้งหอกลงพลางกำหมัดโยกไปมา

“อ้าว ถ้าคิดจะเอาจริงก็อย่าหาว่าข้าโหดแล้วกัน!”

ทั้งคู่เริ่มแลกกันหมัดต่อหมัด

หลิวจ่งเทียนกับท่านแม่ทัพชือยืนห่างออกไปไม่ไกลจากลานจัดกระบวนทัพ ทั้งคู่กำลังชมการฝึกซ้อมของเหล่าทหารทั้งหลาย แม่ทัพชือชี้ไปทางลานจตุรัสพลางส่งเสียงหัวเราะลั่น

“เจ้าทหารตัวกระจ้อยนั่นช่างขวัญกล้ายิ่ง ถึงกับกล้าแลกหมัดกับท่านรองหลิวทีเดียวรึ!”

หลิวจ่งเทียนส่งสายตามองตามนิ้วของอีกฝ่าย ครั้นแล้วคิ้วทั้งสองกลับต้องขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว นั่นเว่ยชีชีมิใช่รึ? สวมใส่ชุดเกราะหลวมโครกเช่นนี้ยิ่งดูตัวผอมแห้งคล้ายเพียงลมกรรโชกก็พร้อมจะปลิวกระเด็นได้แล้ว ไยชีชีจึงมาโผล่ที่ลานจัดทัพ ครานี้เจ้าหนุ่มนี่จะมาก่อเรื่องใดอีกเล่า?

***จบตอน แน่จริงก็มาแลกหมัด***