0 Views

ตอนที่ 11 หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด

“แผนที่ยุทธศาสตร์อยู่ที่ใด?”

ชีชีตวาดกลับอย่างสุดจะทน “จะให้ข้าต้องย้ำอีกกี่คราว่าข้าหาใช่หน่วยสอดแนมไม่ เจ้างั่ง!”

“ยังจะกล้าปฏิเสธอีกรึ! ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เราควรใช้บทลงทัณฑ์ขั้นสูงสุดแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ!”

ผู้ถูกเรียกว่าท่านอ๋องขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะขยับฝ่าเท้าก้าวเข้ามา  พร้อมกันนั้นหญิงสาวได้ยินเสียงท่านอ๋องหนุ่มผ่านลงมาจากด้านบนเหนือศีรษะ

“เราเพิ่งเสียแผนที่ยุทธศาสตร์ทางการทหาร ส่วนเจ้ากลับหายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกัน อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าค่ายทหารคือสถานที่ซึ่งเจ้าสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ!”

“ถูกแล้ว! ข้ามิได้ต้องการอยู่ที่นี่ ถูกโบยเสียก้นบาน ซ้ำยังถูกใช้แรงงานดั่งทาส คนเยี่ยงข้า เว่ยชีชี ต้องมาตรากตรำทนทุกข์ถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน!”

“เจ้าจึงเลือกออกจากค่ายไปในยามค่ำคืนกระนั้นรึ?”

“แล้วอย่างไร? ข้าจะไป ต้องรายงานท่านด้วยรึ?”

ยิ่งฟังผู้เป็นอ๋องก็ยิ่งเกรี้ยวกราด คิ้วคมเข้มทั้งสองจิกเข้าหากันจนเป็นร่อง ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกพลางเดินไปหน้าโต๊ะหนังสือ เสียงตะคอกเหี้ยมเกรียมตวาดลั่น “โบย! โบยจนกว่ามันจะยอมพูด!”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

ทหารสองนายแบกไม้โบยขนาดใหญ่เดินตรงเข้ามา ความหวาดกลัวทำให้หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายทั่วร่างเว่ยชีชี หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอดมิใช่รึ?

“พูดแล้วๆ พูดก็ได้ ข้าเอาแผนที่เน่าๆ ที่เจ้าพูดถึงไปเอง….”

ทัณฑ์โบยทำให้เธอต้องยอมจำนน เมื่อเว่ยชีชีได้รับความซาบซึ้งใจกับบทเรียนโบยบุปผาบานมาแล้วคราหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดเธอรู้แค่เพียงเธอไม่อาจทนรับเจ้าไม้ตีมหากาฬนั่นได้อีกต่อไปแล้ว

“เจ้าคือหน่วยสอดแนมของซุยงหนูใช่หรือไม่?” ท่านอ๋องสามทุบโต๊ะลั่น น้ำเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็งดั่งที่ทุกคนไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อน หนุ่มน้อยหน้าอัปลักษณ์ผู้นี้สามารถอำพรางตัวตนที่แท้จริง กระทั่งท่านอ๋องเยี่ยงเขาก็ยังถูกรูปร่างที่ผ่ายผอมท่าทางที่อ่อนแอไร้กำลังวังชา หลอกให้หลงเชื่อเสียสนิทใจ

“ข้าหาใช่กองสอดแนมของซุยงหนูไม่! เพียงเอาแผนที่ไปเท่านั้น ทว่าข้ามิใช่หน่วยสอดแนม!” เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถสลัดตนให้พ้นจากการถูกยัดเยียดให้เป็นกองสอดแนมได้เสียที

รองผู้บัญชาการหลิวคว้าเชือกที่มัดหนุ่มหน้าอัปลักษณ์ขึ้นถามซักไซ้ “แผนที่อยู่ที่ใด? อยู่กับเจ้าใช่หรือไม่?” กล่าวจบมือของเขาก็ตรงเข้าเตรียมค้นตัวอีกฝ่าย

มีหรือที่ชีชีจะยอมให้มือของบุรุษล่วงเกินคลำโน่นคลำนี่บนเนื้อตัวเธอ หญิงสาวตวาดลั่น “เขวี้ยงทิ้งไปแล้ว!”

“ทิ้งไปแล้ว? ทิ้งที่ใด?” ท่านรองหลิวยื่นหน้าเข้ามาถาม

“ที่ไอ้พวกหมาป่านั้น ข้าเอามันปาหัวหมา!”

“ทหาร! ไปค้นให้ทั่วเดี๋ยวนี้ จับเว่ยชีชีไปมัดไว้ที่หลักไม้!” เสียงสั่งการของท่านอ๋องสามเฉียบขาดดุดัน

เธอเงยหน้าจ้องเขาตาเขียวปั้ด เห็นเขาเพียงนั่งเช็ดคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอยู่บนปลายดาบอย่างไม่ยี่หระ ประหนึ่งจะย้ำเตือนว่าเว่ยชีชีผู้นี้หาได้มีความสำคัญสำหรับเขาไม่ เขาหาได้ใส่ใจความเป็นไปของเธอ ความอยู่หรือความตายของเธอขึ้นอยู่กับการปริปากของคนผู้นี้เพียงคำเดียว

ท่านอ๋องหนุ่มเคลื่อนนัยน์ตาออกจากปลายดาบจึงปะทะเข้ากับสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของชีชี เขาหรี่ตามองเขม็งจ้องเธอ และนั่นทำให้หญิงสาวหวนนึกถึงแววตาดุร้ายของพวกหมาป่าที่ทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่น

ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหน่วยสอดแนมจากซุยงหนูถูกลากตัวไปมัดไว้กับหลักไม้กลางค่ายทหาร เธอรู้ดีว่าทหารพวกนั้นไม่มีทางหาแผนที่เจอ เมื่อพวกเขาเหล่านั้นแบกพาข้อกังขากลับมาคาดคั้นอีกครา เธอจะจัดการเช่นไร? หากไม่ตอบตามตรง เจ้าอ๋องจิตวิปริตผู้นี้คงได้ตัดคอเธอกระเด็นเหมือนเฉือนหัวหมาป่าพวกนั้นเป็นแน่

***จบตอน หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด***