0 Views

วันต่อมา

หานซั่วสะลึมสะลือและยังไม่ตื่นเต็มที่เมื่อประตูโรงเก็บของเปิดผางออก แจ็คอ้วนตัวน้อยรีบวิ่งเข้ามาเขย่าตัวหานซั่วให้ตื่น และพูดอย่างตื่นเต้นตกใจว่า

“ไบรอัน! ลุกสิ เจ้าต้องมาดูนี่นะ!”

หานซั่วที่ตายังพร่ามัว เขาเพิ่งฝันว่าสั่งให้โครงกระดูกตัวเล็กไปจัดการลิซ่า แต่ดันตื่นเสียก่อนที่จะฝันจบ เขาบ่นอย่างไม่พอใจ

“เกิดบ้าอะไรขึ้นตอนเช้าตรู่ขนาดนี้ล่ะ?”

ตาสีเหลืองของแจ็คซึ่งมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เขาหัวเราะร่า

“ข้าไม่แน่ใจว่าลิซ่าทำอะไรลงไปหรอก ดูเหมือนเธอจะอัญเชิญโครงกระดูกประหลาดขึ้นมาตัวนึง แต่กลับควบคุมมันไม่ได้ ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น มีเสียงดังโครมครามมาจากในห้องเธอตลอดทั้งเช้าเลย

โครงกระดูกนั่นวิ่งตรงไปที่สาขาเวทมนตร์สายธาตุแสง มีลิซ่าไล่ตามไปติด ๆ โอ สาบานเลย! หลายปีที่ข้าทำงานในสาขาศาสตร์แห่งความตายมานี่ ข้าไม่เคยเห็นโครงกระดูกตัวเล็กที่ไหนวิ่งได้เร็วขนาดนั้นมาก่อน อ้อ จริงสิ! มันมีเดือยกระดูก 7 อันเหมือนปีกด้วยล่ะ!”

หานซั่วกำลังสนุกกับเรื่องเล่าของแจ็คจนกระทั่งตอนนั้นเอง ที่ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเหมือนนึกอะไรออกบางอย่าง เขารีบชะโงกหัวไปดูในถังใบใหญ่ น้ำสีสันน่ากลัวเปลี่ยนเป็นสีน้ำหมึกด้วยเหตุผลบางอย่าง และเดือยกระดูกทั้ง 7 ชิ้นก็หายไปพร้อมกับโครงกระดูก

เป็นไปไม่ได้ ข้าเพิ่งเริ่มสร้างมันเมื่อวานนี้เองนี่นา เมื่อเริ่มนึกอะไรบางอย่างออก ในห้วงความฝันนั้น เขาสั่งโครงกระดูกให้ไปสั่งสอนลิซ่า แต่มันต้องใช้เวลาตั้ง 36 วันในการสร้าง “ขุมทรัพย์ปีศาจ” ให้สำเร็จไม่ใช่รึ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย? หรือเป็นเพราะที่เขาลองสุ่มใช้เดือยกระดูกแทนปีศาจหยิน เลยทำให้แก่นมนตราหมดไปก่อนกำหนดรึไงกัน?

หานซั่วรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างในความคิดนั้น และรีบลุกขึ้นนั่ง เขาไม่สนใจหน้าที่ตอนเช้าอย่างการทำความสะอาดรูปปั้น และรีบบึ่งไปยังสาขาเวทมนตร์สายธาตุแสง ขณะที่แจ็ควิ่งตามไปด้วย

ความคิดของหานซั่วเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ใช่นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตาย และไม่ได้รู้สึกไร้ซึ่งความผูกพันระหว่างตนเองและสิ่งที่ถูกอัญเชิญมาเหมือนที่พวกนักเรียนเป็น เพราะพวกนั้นไม่สนว่าอัญเชิญมาแล้วจะเป็นหรือตาย ที่ผ่านมา โครงกระดูกตัวเล็กตัวนี้คอยช่วยเขาเอาขยะไปทิ้ง และช่วยแบ่งเบาภาระให้เขามากมาย เกิดเป็นความผูกพันกับโครงกระดูกอย่างไม่รู้ตัว และไม่ต้องการให้มีอะไรเกิดขึ้นกับมัน

นอกจากหานซั่วและแจ็คแล้ว นักเรียนศาสตร์แห่งความตายคนอื่น ๆ ก็กำลังวิ่งไปที่สาขาเวทมนตร์ธาตุแสงด้วยเช่นกัน ทุกคนล้วนทำสีหน้าประหลาดใจและถกเถียงกันไม่หยุดไปตลอดทาง

“แปลกจัง โครงกระดูกตัวเล็กนั่นมีสีดำ และมีเดือยกระดูกเหมือนปีก 7 ปีกที่หลัง ลิซ่าอัญเชิญมาได้ยังไงกันนะ?”

เอมี่พูดขณะเดินด้วยความเร็ว

“นั่นสิ แต่ที่แปลกที่สุดน่ะ คือโครงกระดูกตัวเล็กนั่นวิ่งเร็วสุด ๆ เลย โอ ให้ตายเถอะ เพราะพลังจิตของลิซ่ากล้าแข็งกว่าพวกเรารึเปล่า? ถึงได้อัญเชิญนักรบโครงกระดูกที่ต่างกับพวกเราได้แบบนั้น?”

เบลล่า นักเวทย์ระดับเริ่มต้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินอาธีน่าพูด เธอจึงพูดเชิงดูถูกว่า

“ข้าก็เป็นนักเวทย์ระดับเริ่มต้นเหมือนกัน ยังไม่เคยอัญเชิญโครงกระดูกแปลก ๆ ได้เลย ที่พิลึกกว่านั้นคือโครงกระดูกไม่ยอมฟังคำสั่งอะไรเลยต่างหาก ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย!”

…….

หานซั่วและแจ็คแอบฟังการสนทนาระหว่างทางที่วิ่งมา หานซั่วจึงสรุปจากพวกนักเรียนได้ว่าโครงกระดูกที่เขาสร้างนั้นค่อนข้างพิเศษทีเดียว

ด้วยใจที่กังวล หานซั่วจึงพยายามที่จะติดต่อโครงกระดูกด้วยพลังจิต เขาพบว่าเชื่อมต่อกับมันได้ แต่อาจเป็นเพราะมันถูกหลอมขึ้นมาในฐานะ “ขุมทรัพย์ปีศาจ” โครงกระดูกจึงไม่สามารถรับคำสั่ง และทำได้เพียงวิ่งขวักไขว่ไปมา

สาขาเวทมนตร์สายธาตุแสงนั้นไม่ได้มีจำนวนนักเรียนน้อยเหมือนสาขาศาสตร์แห่งความตาย เพราะเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสาขาหนึ่งในวิทยาลัย ที่ผลิตศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมามากมาย นักเรียนสายธาตุแสงมักจะไม่ชอบนักเรียนสายธาตุมืด อาจเป็นเพราะเป็นสองธาตุขั้วตรงข้าม ที่ต่อต้านกันเองอยู่แล้ว และจะเกลียดพวกสาขาศาสตร์แห่งความตายมากที่สุด

เวทมนตร์ธาตุแสงนั้นมีพลังอำนาจในการทำลายล้างสัตว์ประหลาดธาตุมืดที่ผู้ใช้ความตายอัญเชิญมา จึงไม่เกินไปนักหากจะพูดว่าเวทมนตร์ธาตุแสงเป็นศัตรูตลอดกาลของศาสตร์แห่งความตาย หานซั่วซึ่งได้ซึมซับความรู้มาบ้างตั้งแต่ทำงานอยู่ที่สาขาศาสตร์แห่งความตาย และได้รับแก่นความรู้ที่เป็นพื้นฐานสำหรับพวกนักเรียน และยิ่งรู้สิ่งเหล่านี้ หัวใจของเขาก็ยิ่งกลัดกลุ้มมากขึ้นอีก

หานซั่ววิ่งจนแทบจะบินไปตามทางเดินขณะที่ลากแจ็คตามมาด้วย ความเร็วของเขานั้นวิ่งแซงหน้านักเรียนศาสตร์แห่งความตายไปหลายคน นักเรียนคนหนึ่งที่เขาทิ้งห่างไว้ข้างหลัง คิดด้วยความประหลาดใจ ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าบ้านั่นแข็งแรงขนาดนี้หลังจากเสียสติไป?

เมื่อหานซั่วลากแจ็ควิ่งมาด้วยตลอดทางจนถึงสาขาเวทมนตร์สายธาตุแสง แจ็คซึ่งอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ทิ้งก้นลงนั่งกับพื้นและหอบหายใจอย่างหนัก พลางบ่นว่า

“ไบรอัน เจ้าวิ่งเร็วชะมัดเลย ทำเอาข้าเกือบตาย แต่เจ้ากลับเหงื่อไม่ออกสักเม็ด!”

ความสนใจของหานซั่วทั้งหมดพุ่งไปที่โครงกระดูกตัวเล็กที่วิ่งขึ้นลงไปทั่วตึกเรียนของสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง เขาจึงไม่ได้สนใจคำบ่นของแจ็คเลยแม้แต่นิดเดียว

โครงกระดูกตัวเล็ก ซึ่งทั้งตัวเป็นสีดำเหมือนน้ำหมึก เดือยกระดูก 7 อันงอกออกมาจากกระดูกสันหลัง ถือกริชกระดูกที่ส่องประกาย กำลังวิ่งตรงไปยังใจกลางสวน

โครงกระดูกสีดำนั้นเปล่งประกายเบาบางจากการหลอมของหานซั่ว เดือยกระดูกติดอยู่ที่หลัง ยึดแน่นกับกระดูกสันหลังอย่างสมบูรณ์ ราวกับว่าเป็นที่ของพวกมันมาโดยตลอด กระดูกขาทั้งสองข้างเด้งเหมือนสปริง ปีกเดือยกระดูกทั้ง 7 ปีกกระพือไปมาช่วยเสริมแรงเวลาเคลื่อนที่ แม้จะไม่ช่วยให้บินได้ แต่ก็ช่วยเรื่องความเร็วทำให้โครงกระดูกวิ่งได้อย่างว่องไว แม้กระทั่งลิซ่าที่กำลังหัวร้อนวิ่งไล่ตามยังร่ายเวทย์ศาสตร์แห่งความตายพลาดไปหลายครั้ง

ในสวนนั้นเอง มีนักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงจำนวนมาก รวมทั้งเสาหินที่ตกแต่งอย่างประณีตหลายเสาตั้งอยู่ โครงกระดูกตัวเล็กวิ่งไปมาซ้ายทีขวาทีระหว่างกลุ่มนักเรียนและเสาต้นต่าง ๆ ด้วยร่างกายคล่องแคล่ว ทิ้งลิซ่าผู้ทำอะไรไม่ได้เลยไว้ข้างหลัง

แม้แต่หานซั่วเองยังประหลาดใจเมื่อเห็นความเร็วของโครงกระดูกตัวนั้น เขารีบรวบรวมพลังสมาธิเพื่อสั่งให้โครงกระดูกกลับไปยังโรงเก็บของ แต่โชคไม่ดี ดูเหมือนว่าโครงกระดูกจะไม่สามารถรับฟังคำสั่งได้ และยังคงวิ่งไปมา จนนักเรียนสาขาธาตุแสงวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

เกิดเป็นความโกลาหลอย่างที่สุดภายในสวนนั้น

“ลิซ่า นักเรียนศาสตร์แห่งความตายอย่างเจ้าจะอวดดีเกินไปแล้วนะ กล้าดียังไงมาปล่อยสัตว์ประหลาดมิติมืดโสโครกนั่นใจกลางสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงแบบนี้ ยังเคืองที่แพ้ข้าคราวก่อนเลยอยากอวดนักรบโครงกระดูกตัวใหม่ของเจ้ารึไง?”

ไอรีนนักเวทย์ธาตุแสงระดับเริ่มต้น พูดอย่างเยือกเย็น จ้องมองลิซ่าด้วยสายตายั่วโมโห

ไอรีน เป็นเด็กสาวอายุ 17 ปี มีผมบ๊อบสั้นสีฟ้าอ่อนดูยุ่งเล็กน้อย ผมหน้าม้าเป็นแผงสวยรับกับหน้าผาก ดวงตาสีฟ้าราวกับไพลินเม็ดงาม เธอสวยชุดคลุมศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสง มีไพลินทรงเพชรประดับที่ปกเสื้อ และมันส่องประกายแสงสีฟ้าระยิบระยับ ขับให้ดวงตาดูโดดเด่น และทำให้เธอดูงดงามยิ่งขึ้น

เมื่อสาวงามปรากฏกายขึ้นอีกคน หานซั่วจ้องมองไอรีนและเริ่มเปรียบเทียบเธอกับลิซ่าอยู่ในใจ ไอรีนเสมอกับลิซ่าในทุกทาง เพียงแต่หน้าอกเท่านั้น ที่ดูเต็มไม้เต็มมือกว่าของลิซ่า

“ไอรีน เลิกจุ้นจ้านเรื่องของข้าซะที เพียงเพราะเจ้ามาจากตระกูลแคมป์ลิน ก็อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าล่ะ”

ลิซ่าหยุดไล่ตามโครงกระดูกและส่งยิ้มเชิงดูถูกกลับไปให้ไอรีน

“ฮึ! เจ้าสัตว์ประหลาดโสโครกนั่นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะจะทำให้สาขาเวทมนตร์สายธาตุแสงมีมลทินหรอก ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาจัดการกับมันได้ งั้นข้าจะช่วยแล้วกัน”

ไอรีนยกมือขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม และเริ่มร่ายเวทย์

“ลำแสงเอ๋ย จงกลายเป็นดาบชำระล้างเหล่าอสูร กำจัดชีวิตที่น่าเวทนาตัวนี้ให้สิ้น – คมดาบจรัสแสง!”

ดาบยาวที่ส่องแสงสว่างจ้าจนแสบตาปรากฏขึ้นหลังไอรีนร่ายเวทย์จบ มันพุ่งตรงเข้าหาโครงกระดูกตามคำสั่งของเธอ

โครงกระดูกของหานซั่วซึ่งกำลังเล่นซ่อนหาอยู่ ก็หยุดอย่างกะทันหันพร้อมกันกับที่ลิซ่าหยุด มันไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เมื่อดาบแสงของไอรีนพุ่งเข้ามา จนดาบเสียบทะลุซี่โครงของมันเต็ม ๆ

โครงกระดูกสีดำนั่นส่องแสงวาบขึ้นเมื่อดาบยาวปะทะตัว และเมื่อดาบยาวอันตรธานหายไป กลุ่มควันจำนวนหนึ่งลอยขึ้นมาบริเวณอก มันโซเซเล็กน้อยจากแรงโจมตี เมื่อทรงตัวอยู่ มันกำกริชแน่นและมองไปรอบ ๆ ราวกับว่ากำลังหาว่าใครเป็นคนทำ

“โห เจ้าสัตว์ประหลาดมิติมืดนั่นไม่แหลกสลายเป็นชิ้น ๆ ตอนที่โดนลำแสงศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสงโจมตีเข้าด้วยล่ะ!”

“จริงด้วย พิลึกมากเลย เวทมนตร์ธาตุแสงเป็นศัตรูของพวกสัตว์ประหลาดมิติมืดนี่นา โดนลำแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าไปแบบนี้มันควรจะกลายเป็นเถ้าธุลีสิ เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ”

“อา… หรือว่าสาขาศาสตร์แห่งความตายสามารถคิดค้นวิธีทำให้สัตว์ประหลาดมิติมืดสามารถต้านทานลำแสงศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนตร์ธาตุแสงได้ เป็นไปได้ยังไง? ถ้าอย่างงั้น เจ้าสัตว์ประหลาดนี่ต้องแข็งแกร่งมากแน่ ๆ!”

…..

หานซั่วมองไปรอบ ๆ และเห็นสีหน้าหวาดกลัวของนักเรียนเวทมนตร์ธาตุแสง ทุกคนจ้องมองอย่างยากที่จะเชื่อ ขณะที่โครงกระดูกตัวเล็กนั่นกวาดตามองไปทั่ว

สัตว์ประหลาดมิติมืดของศาสตร์แห่งความตายไม่เพียงแต่รับการโจมตีธรรมดาจากเวทย์ธาตุแสงได้ แต่การบาดเจ็บเพิ่มเติมก็จะส่งผลเช่นกัน หากโดนโจมตี สัตว์ประหลาดมิติมืดระดับสูงอาจเน่าเปื่อยไปบ้าง ในขณะที่พวกระดับต่ำอย่างนักรบโครงกระดูกจะกลายเป็นเถ้าธุลีในทันที

แต่โครงกระดูกตัวเล็กที่หานซั่วหลอมขึ้นมา ตามหลักการหลอม “ขุมทรัพย์ปีศาจ” แล้ว ต่างคนละขั้วกับกฎแห่งเวทมนตร์ธรรมดาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพิสูจน์ความเป็นไปไม่ได้ที่น่าเหลือเชื่อให้เห็นแล้วต่อหน้านักเรียนสาขาเวทย์ธาตุแสงและสาขาศาสตร์แห่งความตาย

เสียงร้องอุทานด้วยความตกตะลึง และความฉงนสงสัยครอบคลุมไปทั่วสาขาเวทย์ธาตุแสง แม้แต่ลิซ่าเองก็ได้แต่ยืนนิ่ง ๆ อย่างเสียขวัญเพราะโครงกระดูกที่แข็งแกร่งตัวนี้

ขณะที่ทุกคนยังตกตะลึงอยู่ โครงกระดูกก็พบคนที่โจมตีมันหลังจากมองหาไปได้ครู่หนึ่ง มันพุ่งตรงเข้าหาไอรีนพร้อมกระดูกนิ้วที่กำรอบกริชกระดูกไว้แน่น ปีกเดือยกระดูกของมันกวัดแกว่งไปมาอย่างดุร้าย และทำความเร็วได้เหนือนักรบโครงกระดูกธรรมดาทั้งมวล มันหยุดตรงหน้าไอรีน และใช้กริชกระดูกในมือ แทงอย่างโหดร้ายไปที่ไอรีนซึ่งกำลังขวัญหนีดีฝ่อ

ไอรีนตกใจ และกระโดดหนีไปทางซ้าย เธอรู้ว่าไม่มีเวลาร่ายเวทย์อีกครั้งแล้วเมื่อโครงกระดูกมาถึงตรงหน้า เธอกรีดร้องแหลมสูงด้วยความกลัวสุดหัวใจ

โครงกระดูกตัวเล็กแทงไอรีนไม่สำเร็จ เพราะเธอกระโดดหลบได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มันเฉือนชุดคลุมขาดตั้งแต่ไหล่จนมาถึงหน้าอก เผยให้เห็นผิวสีครีมนุ่มละมุน เศษเสื้อชั้นในสีขาวราวหิมะห้อยติดอยู่ที่ปลายกริช โครงกระดูกนั่นยืนแข็งทื่ออีกครั้งและไม่ได้ทำการโจมตีต่อ

ให้ตายสิ ทำได้ดีมาก! บังอาจมาฟันเจ้าด้วยดาบลำแสงรึ? งั้นก็ฟันเสื้อผ้าเธอให้ขาดทั้งตัวไปเลยสิ! หานซั่วนึกปลื้มในใจ

ทันใดนั้นเอง หานซั่วรู้สึกว่าพลังจิตของเขากล้าแข็งขึ้นมาพร้อมกับความคิดนั้น โครงกระดูกแทงไปตามที่เขาตั้งใจ มันกำกริชแน่นอีกครั้ง และฟาดฟันไปที่ไอรีนซึ่งพยายามปิดมือป้องกันตัวเอง มันทำตามคำสั่งของหานซั่วอย่างน่าประหลาด – หมายจะฟันเสื้อผ้าของเธอให้ขาดทั้งตัว

ฮ่า! ยอมรับคำสั่งแล้วสินะ เจ้าโครงกระดูกจอมหื่น!