0 Views

หลายวันต่อมา หานซั่วยังคงอยู่ในสุสานแห่งความตาย เพื่อศึกษาตำรา “เวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายชั้นพื้นฐาน” ในมือ ขณะคอยเฝ้ามอง “โพรงปีศาจปฐมภูมิ” อยู่เรื่อย ๆ

ด้วยประโยชน์จากลูกแก้วสีเขียวที่น่าจะถูกสร้างขึ้นในสุสานแห่งความตายแห่งนี้เอง หานซั่วสามารถเพิ่มพลังจิตของตนเองให้เพิ่มมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อ โดยแลกกับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในหัวของเขา

เว้นเพียงแต่ว่า ยิ่งเขาใช้ลูกแก้วบ่อยครั้งขึ้นมากเท่าไหร่ หานซั่วก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังจิตของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเท่าเมื่อครั้งก่อน ๆ ดูเหมือนว่าลูกแก้วสีเขียวปริศนานี้จะไม่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งเขาใช้มันหลายครั้งเข้า ผลพลอยได้ที่ได้รับก็ยิ่งลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ

วันหนึ่ง หลังจากที่หานซั่วเข้าฌาน รวมทั้งหยดเลือดและถ่ายเทแก่นมนตราลงสู่ “โพรงปีศาจปฐมภูมิ” แล้ว เขาก็ออกจากสุสานแห่งความตาย

เมื่อสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณที่เขาพบกับพวกคนแคระเมื่อคราวก่อน หานซั่วพบร่องรอยของคนแคระคน เขาจึงตามรอยนั้นไปพร้อมกับตั้งสติระแวดระวังภัยอย่างดี หลังจากเดินไปได้พักหนึ่งเขาก็พบว่าร่องรอยของคนแคระคนนั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าปากทางเข้าถ้ำที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดแห่งหนึ่ง

พุ่มไม้เขียวขจีอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ  และสภาพแวดล้อมก็ถูกจัดแต่งอย่างดี หากไม่ใช่เพราะคนแคระผู้นั้นดันใบไม้แผงใหญ่ออกไป หานซั่วก็คงไม่สังเกตว่ามีถ้ำอยู่ตรงนั้น

หานซั่วสำรวจปากทางเข้าถ้ำอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เห็นว่ามีคนแคระจำนวนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นใกล้ ๆ พวกเขาต่างถือพลั่วและค้อนเหล็กขณะที่เดินเท้าเข้าไปในถ้ำ ไม่นานนัก เบนเน็ตต์ คนแคระผู้ให้ถุงหนังใส่เบียร์แก่หานซั่วเมื่อครั้งก่อน ก็ถูกคนแคระสองคนแบกออกมาจากถ้ำ ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ

เสียงเบา ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล ประสาทหูที่เฉียบคมของหานซั่วบอกได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของสัตว์วิเศษตัวหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา เขาปีนขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งและเฝ้ารอ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เห็นว่าหมาป่าคมวายุ 2 ตัวกำลังใกล้เข้ามาทุกที

ความคิดของหานซั่วโลดแล่นอย่างรวดเร็วทันที หานซั่วหักกิ่งไม้แห้งของต้นไม้ใหญ่ออกมากิ่งหนึ่ง และโยนไปที่พุ่มไม้เตี้ยที่อยู่ถัดไปจากปากทางเข้าถ้ำ เสียงกิ่งไม้แห้งร่วงหล่นบนพื้นดึงดูดความสนใจของพวกหมาป่าคมวายุทันที พวกมันเคลื่อนตัวไปตามเสียงในขณะที่ย่องเดินด้วยอุ้งเท้าที่แผ่วเบา แต่แล้วก็เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว และตรงไปยังปากทางเข้าถ้ำของพวกคนแคระ

เมื่อเบนเน็ตต์และพวกอีก 2 คนหันไปมองรอบ ๆ เพราะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว หมาป่าคมวายุทั้ง 2 ตัวก็ปรากฏตัวในระยะมองเห็นแล้ว

“โอ ตายล่ะ พวกหมาป่าคมวายุนี่ รีบกลับเข้าไปในถ้ำเร็วเข้า!”

เบนเน็ตต์ที่บาดเจ็บร้องออกมาอย่างไม่ตั้งใจเมื่อเห็นหมาป่าคมวายุ 2 ตัวนั้น และตัดสินใจกลับเข้าไปในถ้ำ

“แต่เบนเน็ตต์ ข้างในถ้ำตอนนี้มีคนอยู่เยอะเกินไป ถ้าเจ้าสองตัวนี้ตามพวกเราเข้าไปล่ะก็ คนที่อยู่ข้างในก็จะได้รับอันตรายไปด้วยนะ”

หนึ่งในคนแคระแกว่งค้อนในมือไปมาเมื่อได้ยินที่เบนเน็ตต์พูด

เบนเน็ตต์คิดอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม งั้นพวกเราก็ฆ่าเจ้าพวกหมาป่าบัดซบนี่ให้ตายคาทางเข้าไปเลยก็แล้วกัน”

“เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราแค่ 3 คนไม่ไหวแน่ ข้าว่าพวกเราไปเรียกพวกข้างในให้หยุดขุดเหมืองกันก่อน แล้วมาช่วยกันจัดการเจ้าหมาป่าคมวายุสองตัวนี่ดีกว่า”

ทันใดนั้นเอง หานซั่วก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ และเมื่อถึงพื้น เขาก็พุ่งตัวออกไปราวสายฟ้า เปิดเผยตัวตนออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไป และตรงเข้าใส่หมาป่าคมวายุทั้งสองตัวทันที …มีดสั้นในมือแทงออกไปอย่างรวดเร็วใส่หมาป่าคมวายุตัวหนึ่งอย่างแรง และรีบตามหมาป่าคมวายุอีกตัวไปอย่างว่องไวราวเสือชีตาห์ เผชิญหน้ากับมันด้วยมือเปล่า

ชั่วขณะที่หมาป่าคมวายุทั้งสองตัวกำลังจับจ้องไปที่คนแคระทั้ง 3 คนอย่างกราดเกรี้ยว และหันหลังให้หานซั่ว หมาป่าตัวหนึ่งถูกมีดสั้นของหานซั่วโจมตีเข้าที่หลังอย่างรุนแรง ส่วนหมาป่าคมวายุอีกตัวก็หันมาปล่อยพลังกระแสลมที่คมกริบราวใบมีดใส่เขาทันที หานซั่วซึ่งกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงก็พลันเปลี่ยนทิศทางและหลบการโจมตีของกระแสลมคมกริบนั้นได้อย่างน่ามหัศจรรย์ จนในที่สุดก็มาถึงตรงหน้าหมาป่าคมวายุตัวนั้น

หมาป่าคมวายุไม่แสดงท่าทีอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าศัตรูเข้ามาในระยะประชิด มันก็ชูกรงเล็บขึ้นสูงเพื่อเตรียมกระโจนเข้าใส่หานซั่ว ทันใดนั้นเอง ลูกดอกจากหน้าไม้จิ๋วในแขนเสื้อซ้ายก็ยิงไปที่กรงเล็บของหมาป่าทันที ในขณะที่หานซั่วใช้หมัดที่เปี่ยมไปด้วยไอเยือกแข็งจาก “เวทย์อัคคีเหมันต์” ต่อยลงไปบนหัวของมันอย่างรุนแรง

หมาป่าคมวายุตัวนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นโดยมีไอเย็นค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่าง

อีกด้านหนึ่ง คนแคระเขวี้ยงขวานคมกริบออกไปใส่หมาป่าคมวายุอีกตัว อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของคนแคระทั้งสองตนไม่สามารถเทียบกับหานซั่วได้เลย ขวานที่เขวี้ยงออกไปไม่เร็วนัก จนหมาป่าคมวายุที่บาดเจ็บเพราะมีดสั้นของหานซั่วในทีแรกก็ยังสามารถหลบได้ทัน

แม้ว่ามันจะหลบขวานของคนแคระทั้งสองได้ แต่ก็หลบไม่พ้นลูกดอกหน้าไม้ของหานซั่วอยู่ดี ในที่สุด มันก็ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ชีวิต

“โอ สหายผู้กล้าหาญ ท่านช่วยเบนเน็ตต์ไว้อีกครั้งแล้ว! ข้าจะตอบแทนท่านยังไงดี?”

เบนเน็ตต์ร้องออกมาเสียงดังอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นหานซั่วจัดการหมาป่าคมวายุทั้งสองตัวเรียบร้อยแล้ว

หลังจากควักเอาผลึกมนตราและค่อย ๆ เลาะหนังของมันออกอย่างชำนาญ หานซั่วก็ยิ้มและโบกมือให้

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกครับ หมาป่าคมวายุสองตัวนี้เป็นเหยื่อของข้าแต่แรกแล้ว ข้าไม่ได้ช่วยท่าน แต่สหายทั้งสองของท่านต่างหาก ที่เขวี้ยงขวานมาช่วยข้าจัดการกับพวกมันน่ะครับ!!!”

“ท่านจะสุภาพเกินไปแล้ว เอ๋? ท่านไม่เอาซากของมันไปด้วยรึ?”

คนแคระผู้หนึ่งร้องถามอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นหานซั่วเอาไปเพียงผลึกมนตราและหนัง และไม่สนใจศพของพวกมันโดยสิ้นเชิง

“ใช่ครับ ข้าต้องการแค่ผลึกมนตรากับหนังของพวกหมาป่าคมวายุเท่านั้นแหละ เพราะพวกมันเอาไปขายได้ราคาดีทีเดียว”

“งั้น สหายรัก พวกเราขอรับซากมันไปได้รึเปล่า?”

“ได้แน่นอนครับ ว่าแต่พวกท่านจะเอามันไปทำอะไรเหรอ? มันไม่ได้มีค่าอะไรเท่าไหร่เลยนี่นา”

“เนื้อของหมาป่าคมวายุเอาไปทำอาหารได้น่ะ”

เบนเน็ตต์มองหานซั่วด้วยความแปลกใจ และอธิบาย

“สำหรับพวกเราแล้ว เนื้อของหมาป่าคมวายุเป็นเนื้อรสเลิศที่ละเอียดอ่อนละมุนลิ้นมากเลยล่ะ!”

หานซั่วเคยกินเนื้อของหมาป่าคมวายุมาก่อน แต่ก็พบว่ามันทั้งแห้งเหนียวและเคี้ยวยาก ดูไม่น่าจะเป็นเนื้อรสชาติดีได้เลย… ใครจะไปคิดว่าพวกคนแคระจะปลาบปลื้มกับเนื้อชนิดนี้ หานซั่วคิดว่าสิ่งที่เบนเน็ตต์พูดมาออกจะแปลกอยู่สักหน่อย แต่ยังไงซะ…คนแคระก็เป็นคนละเผ่าพันธ์กับมนุษย์ บางทีนิสัยการกินของพวกเขาอาจจะต่างกับพวกมนุษย์ก็เป็นได้

“จริงสิ พวกท่านมาทำอะไรกันที่นี่ล่ะครับ?”

หานซั่วถาม

“ที่นี่คือเหมืองแร่ที่เราเพิ่งค้นพบน่ะ ข้างในเต็มไปแร่ทองแดงและแร่เหล็ก แต่มันมักจะพังทลายจนหินก้อนใหญ่ร่วงลงมาจากด้านบนอยู่เรื่อย การทำเหมืองที่นี่จึงทั้งยากและอันตรายเป็นอย่างมาก พวกคนของเผ่าข้าบาดเจ็บกันไปนักต่อนักแล้ว เมื่อวานก็เพิ่งถูกหินทับตายไปคนนึง แม้แต่ข้าเองก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุมาเมื่อครู่นี้เองถึงได้ต้องรีบออกมา”


ดูเหมือนเบนเน็ตต์จะพึงใจหานซั่วเป็นพิเศษจนพรั่งพรูความลับที่เหล่าคนแคระพยายามซ่อนเร้นเอาไว้อย่างไม่ลังเล

คนแคระอีกสองคนพยายามจะห้ามเบนเน็ตต์ แต่เบนเน็ตต์ก็พูดทุกอย่างออกมาจนหมดก่อนที่พวกเขาจะทันได้อ้าปากพูด จึงทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จนเคราปลิวเพราะแรงลมหายใจ และจ้องเบนเน็ตต์ตาเขม็ง ราวกับอยากสั่งสอนปากที่พูดอย่างไม่ยั้งคิดของเขาสักหน่อย

“อย่างงี้นี้เอง ถ้าท่านไม่รังเกียจ ข้าช่วยพวกท่านทำเหมืองด้วยดีมั้ยครับ? ถ้าได้ข้าช่วยล่ะก็ คงลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับพวกท่านได้เยอะเลย”

หานซั่ววิเคราะห์อย่างรวดเร็วและยื่นข้อเสนอพร้อมรอยยิ้ม

“อย่าเลย ข้างในอันตรายเกินไป ถ้าท่านเข้าไปล่ะก็ คงถูกหินหล่นทับเสียเปล่า ๆ และหากท่านเจอเหตุการณ์เพดานถ้ำถล่มเป็นบริเวณกว้างอีก ท่านไม่มีวันได้ออกมา และติดอยู่ในนั้นจนตายแน่ ๆ”

เบนเน็ตต์เตือนด้วยความหวังดี

“อย่ากังวลไปเลยครับ ข้าไม่ได้ทำด้วยตัวเองหรอก ข้าเป็นนักเวทย์ผู้ใช้ความตาย ก็เลยจะอัญเชิญอสูรมิติมืดให้เข้าไปช่วยพวกท่านทำเหมืองข้างในเท่านั้นเองครับ”

หานซั่วตอบพร้อมกับยิ้ม

“เข้าใจล่ะ ถ้าอย่างนั้น ขอเข้าไปหารือกับพวกของข้าข้างในก่อนก็แล้วกันนะ”

เบนเน็ตต์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำโดยมีคนแคระอีกสองคนช่วยกันพยุง

หลังจากนั้นไม่นาน คนแคระคนหนึ่งก็เดินออกมาบอกหานซั่วอย่างสุภาพ

“สหายข้า พวกเรายินดีแบ่งปันความลับของถ้ำแห่งนี้ร่วมกันกับท่าน ได้โปรดตามเข้ามาเถอะ”

หานซั่วหัวใจพองโตทันที และพูดตอบกลับไปอย่างนอบน้อม

“ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจของพวกท่านครับ ข้ายินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกท่าน”

เมื่อพูดจบ คนแคระผู้นั้นก็ลากซากของหมาป่าคมวายุทั้งสองตัวเข้าไปภายในถ้ำพร้อมกับหานซั่ว ก่อนจะปิดบังทางเข้าด้วยพุ่มใบไม้หนาของต้นไม้ และตามหลังหานซั่วเข้าไปทันที


ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย