0 Views

ณ อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของป่าทมิฬทางตอนใต้ ใกล้กับสุสานแห่งความตาย

กระแสน้ำของน้ำตกแห่งหนึ่งไหลบ่าอย่างรุนแรงก่อนจะตกลงมาอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตาสู่สระน้ำลึกเบื้องล่างจนสระน้ำเต็มไปด้วยคลื่นฟองอากาศแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง  ซึ่งสายน้ำไหลแตกแขนงออกไปเป็นลำห้วย 3 ทิศทาง  รอบสระน้ำแห่งนั้นอุดมไปด้วยต้นไม้สูงตระหง่านสีเขียวขจีและก้อนหินรูปทรงประหลาดตั้งอยู่กลาดเกลื่อน  น้ำก็ใสสะอาดจนมองเห็นปลาที่แหวกว่ายไปมาได้อย่างชัดเจน

ประกายแสงสีเงินของผิวน้ำช่างวิจิตรงดงามราวกับแสงพราววาวระยิบระยับของทางช้างเผือก ทว่าทั้งรุนแรง รวดเร็ว ดุจแม่น้ำที่ไหลบ่าอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะตกลงมาสู่สระน้ำเบื้องล่างจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระแทกก้อนหินน้อยใหญ่ที่ตั้งเรียงรายจนน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทางอย่างสวยงาม

ตรงมุมหนึ่ง ใกล้กันกับจุดที่น้ำตกลงมา ชายในร่างเปลือยเปล่ากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินทรงกลมก้อนใหญ่ ร่างกายของเขากำยำล่ำสันและเปี่ยมไปด้วยพลัง และกำลังฝึกร่างกายให้ทนต่อความโหดร้ายดุดันของมวลน้ำที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย

มวลกระแสน้ำที่กระทบผิวจนเกิดเสียงดัง ทำให้ร่างกายโยกเอนไปมาเล็กน้อย สีหน้าของเขาสงบเยือกเย็น เส้นชีพจรในร่างกายของทั้งปูดนูนและกระตุกสั่นเป็นจังหวะ ในขณะที่ผิวกายและเนื้อหนังเปล่งประกายเป็นมวลแสงสีดำจาง ๆ

ทันทีที่เดินทางมาถึงสุสานแห่งความตาย สิ่งแรกที่หานซั่วทำก็คือการย่อยสลายออร่าต่อสู้ที่นักฆ่า “ปีศาจเงา” ทิ้งไว้ในร่างกายของเขา

หลังจากที่หานซั่วบรรลุอาณาจักรพลัง “รูปธรรม” และเข้าสู่อาณาจักรพลัง “เบิกทาง” ร่างกายของเขาก็ทำการเสริมสร้างตัวเองอีกครั้ง แม้แต่ออร่าต่อสู้ในร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ เมื่อโดนออร่าต่อสู้ยิงใส่ร่าง มันก็ถูกแก่นมนตราห่อหุ้มไว้ทันที ซึ่งเขาก็คิดว่าแก่นมนตราคงจะทำหน้าที่ของมันอย่างที่เคยเป็นมาตลอด โดยจะค่อย ๆ ซึมซับออร่าต่อสู้อย่างช้า ๆ ในขณะที่หานซั่วก็ยังสามารถทำธุระของตัวเองได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงบางอย่างก็ทำให้หานซั่วรู้ว่าเขาคิดผิด ออร่าต่อสู้ไม่ได้ถูกย่อยสลายหรือถูกซึมซับพลังโดยแก่นมนตราอย่างที่เขาเคยสงสัย ในทางตรงกันข้าม แก่นมนตราจะค่อย ๆ คลายออร่าต่อสู้ที่ถูกห่อหุ้มอยู่ และปลดปล่อยออร่าให้เข้าสู่เส้นชีพจรของหานซั่ว ซึ่งสร้างความเจ็บปวดในเส้นชีพจรของเขาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ทำให้กระดูกถึงกับแตกหักไปบางชิ้นภายใต้แรงกดดันนั้น

ตามหลักแล้ว ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมักจะสาหัสและรุนแรงมากทีเดียว แต่หานซั่วก็ค้นพบด้วยความประหลาดใจว่า ทั้งเส้นชีพจรและกระดูกต่าง ๆ ที่ถูกทำให้เสียหายโดยออร่าต่อสู้ ต่างมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เส้นชีพจรที่ได้รับการเสริมสร้างกลับยืดหยุ่นและขยายตัวมากกว่าแต่ก่อน และแก่นมนตราก็หมุนวนด้วยความเร็วที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับบริเวณอื่นในร่างกาย แม้แต่กระดูกก็เหมือนจะแข็งแรงทนทานมากขึ้นด้วย

เมื่อเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หานซั่วก็ตื่นเต้นยินดี เพราะคิดว่าหากเขาฝึกฝนเช่นนี้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตามหลักของเวทย์ปีศาจนับตั้งแต่วันที่บรรลุ ความเร็วในการฝึกฝนอาณาจักรพลัง “เบิกทาง” ก็จะรวดเร็วกว่าการฝึกฝนแบบปกติ

เมื่อตระหนักดีว่าการฝึกฝนเวทมนตร์ประเภทนี้ คือหนทางแห่งการเป็นมาโซคิสม์และความตายอย่างแท้จริง หานซั่วจึงมานั่งอยู่ใต้น้ำตก ตามหลักของการเสริมสร้างร่างกายไปพร้อม ๆ กับการฝึกฝนเวทมนตร์ โดยอาศัยประโยชน์จากแรงน้ำโถมกระหน่ำของน้ำตก ซึ่งข้อเท็จจริงนี้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่หานซั่วคิดนี้ถูกต้องอย่างสมบูรณ์

ช่วงเวลาที่หานซั่วกำลังใช้ร่างกายทนรับความรุนแรงหนักหน่วงของกระแสน้ำ ในขณะเดียวกัน เขาก็กำลังเจ็บปวดทรมานกับออร่าต่อสู้ที่กำลังสร้างความเสียหายภายในเส้นชีพจรและบริเวณใกล้เคียง ทำให้การฝึกเวทมนตร์ของเขามีพัฒนาการที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง เส้นชีพจรที่เคยถูกออร่าต่อสู้ทำลายจนเสียหาย ล้วนแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

แรงของน้ำตกตรงจุดศูนย์กลางถือว่ารุนแรงที่สุด หานซั่วเคยลองทนอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกปั่นป่วนในหัว เพียง 3 วินาทีก็เกือบทำให้เขาถึงกับหมดสติ เมื่อยอมจำนน เขาจึงหลบมาอยู่บริเวณด้านริมที่น้ำไม่รุนแรงจนเกินไป โดยหวังว่าเมื่อร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เขาจะต้องยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของน้ำที่ตกลงมาอย่างรุนแรงที่สุด และบ้าคลั่งที่สุดนั่นให้ได้

เมื่อเริ่มหิว เขาก็จับปลามาย่างไฟกิน ส่วนเวลาที่เหลือล้วนหมดไปกับการฝึกฝนเวทมนตร์แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด อยู่ ๆ หานซั่วก็รู้สึกว่าความเร็วในการฝึกฝนอาณาจักรพลัง “เบิกทาง” เริ่มช้าลง หลังจากที่ออร่าต่อสู้ที่นักฆ่าทิ้งไว้ในร่างกายจองเขาสลายไปจนหมดสิ้น

“ดูเหมือนข้าต้องหาวิธีอื่นเพื่อบรรลุอาณาจักรพลังเบิกทางนี่ซะแล้วสิ ถ้าฝึกแบบธรรมดาไปเรื่อย ๆ แต่เห็นผลช้าคงไม่ดีเท่าไหร่”

หานซั่วพึมพำกับตัวเองขณะที่ร่างกายพริ้วไหวราวกับปลา กำลังแหวกว่ายอยู่ในสระน้ำเบื้องล่างน้ำตก

มือทั้งสองข้างของเขาพุ่งไปข้างหน้าราวสายฟ้า ก่อนจะคว้าเอาปลาแปลก ๆ 2 ตัวมาได้และว่ายขึ้นฝั่ง หานซั่วใส่เสื้อผ้าอีกครั้ง และหยิบอุปกรณ์ก่อไฟออกมาเพื่อย่างปลา หลังจากที่กินจนอิ่ม เขาก็ตั้งใจจะกลับไปที่สุสานแห่งความตายทันที… ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น

ในตอนนี้ ประสาทสัมผัสของหานซั่วแผ่กว้างและแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ เขารวมรวมสมาธิเพื่อเพ่งไปยังที่มาของเสียง เพราะในป่าทมิฬเต็มไปด้วยอันตรายทุกซอกทุกมุม

ไม่เพียงแต่มีเหล่าสัตว์วิเศษระดับสูง แต่รวมถึงเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ และนักผจญภัยจำนวนมากที่กำลังเดินทางออกสำรวจ หานซั่วเคยเห็นมังกรสีเงินตัวหนึ่งกำลังบินอยู่ในบริเวณที่ลึกเข้าไปทางตอนใต้ของป่าทมิฬ

มังกรถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก ตำนานเล่าว่า ร่างกายของมันแข็งแกร่งดังเหล็กกล้า เต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ และเวทมนตร์ที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อในฐานะสัตว์วิเศษชั้นสูงที่แข็งแกร่งเหนือกว่าสัตว์วิเศษทั้งปวง มังกรทุกตัวจะมีพลังอำนาจที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ ซึ่งการปรากฏตัวของมังกรตัวหนึ่ง ๆ มักแปลได้ว่ามีขุมสมบัติอยู่ใกล้ ๆ และนักรบผู้ใดก็ตามที่สามารถล่ามังกรได้ ก็จะได้รับการชื่นชมและถือเป็นเกียรติยศอันรุ่งโรจน์ของคนผู้นั้นไปตลอดกาล

และแน่นอน ด้วยความแข็งแกร่งของหานซั่วในตอนนี้ เขาก็ไม่โง่พอที่จะทำตัวเป็นนักล่ามังกร แต่การปรากฏตัวของมังกรสีเงินตัวยาวนั้น ก็ทำให้หานซั่วตระหนักได้ว่า ลึกเข้าไปทางตอนใต้ของป่าทมิฬยังเต็มไปด้วยเขตแดนน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากนั้นไม่นาน หานซั่วก็พบที่มาของเสียง เมื่อเขามองไปรอบ ๆ เขาก็ยิ้มออกมาโดยไม่ตั้งใจ โดยไม่นึกฝันว่าจะได้มาพบกับใบหน้าที่คุ้นเคย ณ ที่แห่งนี้

คนแคระผิวสีเข้ม พร้อมเครายาวผูกเป็นเปีย และมีความสูงเพียง 1 เมตร จำนวน 10 คน พวกเขาถือค้อนเหล็ก พลั่ว และเสียมสำหรับขุดแร่ กำลังต่อสู้อยู่กับโทรลล์ป่าราว ๆ 30 ตน คนแคระ 2 คนถูกหอกยาวแทงนอนตายอยู่บนพื้น หน้าของคนแคระทุกคนล้วนแดงก่ำ แม้จะรู้ว่าไม่มีทางสู้ศัตรูไหว แต่ก็ไม่มีสักคนที่หันหลังหนี พวกเขายังยืนตั้งมั่นอยู่ที่เดิม และพยายามต่อสู้กับเหล่าโทรลล์ป่าอย่างสุดชีวิต

จากที่เคยไม่สนใจใยดีต่อสิ่งใด หานซั่วในตอนนี้นั้น มีความรู้เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์วิเศษในอาณาจักรแห่งความลึกล้ำเป็นอย่างดี เผ่าคนแคระมีความสามารถในการบ่มเบียร์รสเลิศ และเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการหลอมและสร้างสรรค์อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ มีลักษณะนิสัยเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และให้ความสำคัญกับเบียร์พอ ๆ กับความสำคัญของชีวิตตัวเอง แม้จะอารมณ์ร้าย หัวแข็ง และขี้โมโห แต่ผู้ใดก็ตามที่เหล่าคนแคระมอบมิตรภาพให้ จะพบว่าความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพวกเขานั้นไร้ที่สิ้นสุด

เมื่อเห็นว่าเหล่าคนแคระยังคงชูค้อนเหล็กและพลั่วขึ้นสูง พร้อมร้องตะโกนอย่างกล้าหาญและไม่เกรงกลัวความตายทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางเอาชนะพวกโทรลล์ป่าได้เลย หานซั่วจึงค่อนข้างเห็นใจคนแคระพวกนี้

หานซั่วรู้ถึงจุดเด่นทั้ง 2 อย่างของเหล่าคนแคระและคิดว่าอาจมีประโยชน์กับเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หลังครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เขาก็รีบพุ่งตัวออกไปพร้อมกับมีดสั้นในมือ แล้วอยู่ดี ๆ ก็ทำให้โทรลล์ป่าล้มลงไปตัวหนึ่ง

เมื่อหานซั่วยืนอยู่ตรงกลางระหว่างโทรลล์ป่าและเหล่าคนแคระ และเคียงข้างด้วยเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กที่เขาเพิ่งร่ายเวทย์อัญเชิญมาเมื่อครู่ ใบหน้าสีเขียวของหัวหน้าโทรลล์ป่าก็บิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์ยิ่งกว่าเดิมทันที ก่อนจะร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว

“เจ้ามนุษย์ปีศาจนั่นเรียกอสูรของมันมาอีกแล้ว ถอยทัพ! ถอยทัพเดี๋ยวนี้!”

เหล่าโทรลล์ป่าหวาดกลัวเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กที่มีเดือยกระดูก 7 เดือยบนหลังอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เห็นกริชกระดูกที่คุ้นเคย พวกมันก็แตกฮือทันทีที่หัวหน้าโทรลป่าให้สัญญาณ

“ท่านนักรบผู้กล้า ข้าชื่อเบนเน็ตต์ ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้”

หลังจากที่พวกโทรลล์ป่าหนีไปกันหมด คนแคระผู้ถือค้อนเหล็กและดูแข็งแกร่งที่สุดก็ออกปากแสดงความขอบคุณที่หานซั่วช่วยไว้

“ไม่มีปัญหาครับ ข้าเองก็ชื่นชมในจิตวิญญาณนักสู้ของพวกท่านมาก ว่าแต่ ทำไมพวกโทรลล์ป่านี่ถึงมารุมโจมตีพวกท่านล่ะครับ?”

หานซั่วผายมือออก พร้อมพูดอย่างถ่อมตนและสุภาพนอบน้อม

“เหอะ เจ้าพวกชั่วจอมละโมบนี่เป็นหัวขโมยน่ะ พวกมันไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเอง วัน ๆ ดีแต่จะคิดปล้นเอาของ ๆ คนอื่น พวกมันต้องการให้เราทำอาวุธให้พวกมันฟรี ๆ จะได้ออกปล้นกันสะดวกขึ้น พอเราปฏิเสธไป พวกหัวขโมยนี่ก็ตามจองเวรพวกเราไม่เลิก แล้วก็ฆ่าคนของเราไปมากมาย”

เบนเน็ตต์พ่นลมอย่างโกรธแค้น

หานซั่วพยักหน้า

“อย่างงี้นี้เอง พวกมันก็เคยพยายามปล้นขบวนคาราวานพ่อค้าของข้ามาครั้งนึง พวกมันทั้งชั่วร้ายทั้งโลภมากจริง ๆ นั่นล่ะครับ”

“ท่านนักรบ ท่านช่วยชีวิตพวกเราไว้ พวกเราขอมอบเบียร์ที่ดีที่สุดของเราให้เพื่อแสดงความขอบคุณ ได้โปรดตามพวกเรากลับไปที่หมู่บ้านด้วยกันเถอะ”

เบนเน็ตต์มองหานซั่ว และเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร


ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย