0 Views

ณ วิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน สาขาเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย

หลังจากผ่านความท้าทายต่าง ๆ ในป่าทมิฬกันมา และสาขาเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายก็ได้รับผลตอบแทนอย่างงดงาม ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์อันตรายของเหล่านักเรียนต่างก็เพิ่มมากขึ้น และเมื่อแฟนนี่เข้าไปพบฝ่ายบริหารวิทยาลัย และแสดงผลึกมนตราของสัตว์วิเศษที่นักเรียนศาสตร์แห่งความตายล่ามาได้ให้พวกเขาดู จึงได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้นจาก เอ็มม่า อาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยทันที

เอ็มม่า เป็นหญิงชราอายุราว 70 ปี เธอเชี่ยวชาญในเวทมนตร์ห้วงมิติ อีกทั้งยังบรรลุระดับพลังจ้าวแห่งเวทมนตร์ และสร้างผลงานมากมายแก่จักรวรรดิจนมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว แม้แต่องค์กษัตริย์ยังให้ความสำคัญกับเธอไม่น้อย

ภายในสนามฝึกซ้อมของสาขาศาสตร์แห่งความตาย เอ็มม่าในชุดคลุมเข้ารูปสีดำ กำลังจ้องมองเหล่านักเรียนและอาจารย์สาขาศาสตร์แห่งความตายอย่างมีเมตตา พร้อมยิ้มรอยยิ้ม

“สาขาศาสตร์แห่งความตายประสบความสำเร็จในการเรียนรู้นอกสถานที่ในป่าทมิฬเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ได้ยินว่าพวกเจ้าได้ช่วยเหลืออาณาจักรโดยการกวาดล้างหน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คไปมากมาย อาจารย์แฟนนี่ ข้าหวังว่าท่านจะนำพาสาขาศาสตร์แห่งความตายให้ก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นเช่นนี้เรื่อยไป จนสามารถนำเกียรติยศและความรุ่งโรจน์เฉกเช่นในอดีตกาลให้หวนอีกครั้ง และแน่นอน…ข้ายอมรับข้อตกลงของท่านในทุกกรณี และพวกเด็ก ๆ เองก็ต้องพยายามเข้าล่ะ”

“ขอบคุณในความกรุณาของท่านค่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่เอ็มม่า ข้าคิดว่าหลังจากการเรียนรู้นอกสถานที่ในครั้งนี้ สาขาศาสตร์แห่งความตายของเราคงให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของพลังมากยิ่งขึ้น และต่อไปในวันข้างหน้า พวกนักเรียนคงจะเรียนรู้เวทมนตร์อย่างขยันขันแข็ง เพื่อเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจและอุทิศตนเพื่อจักรวรรดิให้ได้ในเร็ววันค่ะ”

แฟนนี่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมให้คำมั่นสัญญากับเอ็มม่าอย่างหนักแน่น

“จริงสิ อาจารย์แฟนนี่ ทำไมเด็กหนุ่มที่ท่านชื่นชมไม่หยุดปากนั่นถึงไม่อยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะ ข้าอยากพบพ่อหนุ่มมหัศจรรย์คนนี้เสียจริง ๆ!”

เอ็มม่ามองแฟนนี่พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“ไบรอันอยู่ระหว่างเดินทางไปทำธุระบางอย่าง ข้ามั่นใจว่าในไม่ช้า ท่านอาจารย์ใหญ่ต้องมีโอกาสได้พบเขาแน่นอนค่ะ เขาเป็นนักเวทย์ที่มีศักยภาพสูงมาก ข้าสามารถการันตีได้เลยว่า…ไบรอันจะต้องกลายเป็นนักเวทย์ที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่งในสาขาศาสตร์แห่งความตายได้ในเวลาไม่นานค่ะ”

เอ็มม่าพยักหน้ารับและยิ้มอย่างพอใจ

“งั้นข้าก็จะเฝ้ารอดูการเติบโตของเขา และหวังว่าท่านจะนำสาขาศาสตร์แห่งความตายไปสู่เกียรติยศเช่นเดียวกับในอดีตได้อีกครั้งนะ”

ทันทีที่เธอพูดจบ ร่างของเอ็มม่าก็บิดเบี้ยวราวภาพเงาสะท้อนบนผิวน้ำที่กระเพื่อมด้วยแรงคลื่น จนทุกคนต่างรู้สึกถึงสัมผัสอันเหนือจริงบางอย่าง  แสงสีขาวสว่างขึ้นวาบหนึ่ง และร่างของเอ็มม่าก็หายวับไปในชั่วพริบตา

“ในฐานะจอมขมังเวทย์ห้วงมิติ ท่านอาจารย์ใหญ่เอ็มม่าเป็นผู้ที่เข้าถึงความหมายของเวทมนตร์ห้วงมิติอย่างแท้จริง และสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังสถานที่ใดก็ตามในระยะเวลาสั้น  ๆ ได้น่ะ ทุกคนไม่ต้องตกใจกันขนาดนั้นหรอก!”

จีนรีบอธิบายเมื่อเห็นนักเรียนต่างตกใจและสะดุ้งเฮือกทันทีที่จู่ ๆ ก็เห็นเอ็มม่าหายตัวไป

“เป็นเวทมนตร์ที่มหัศจรรย์จริง ๆ นะครับ!”

เสียงของหานซั่วดังมาจากด้านนอกสนามฝึกซ้อม ก่อนจะปรากฏตัวให้เห็นหลังจากพูดจบเพียงครู่หนึ่ง

“อ้าว ไบรอัน เมื่อกี้ท่านอาจารย์ใหญ่อยากพบเจ้าอยู่เลย… ทำไมไม่กลับมาให้เร็วกว่านี้ล่ะ?”

ลิซ่าบ่นขึ้นทันทีด้วยเสียงนุ่มนวล เมื่อเห็นหานซั่วปรากฏตัว

“หลังจากนี้ยังมีโอกาสอีกมากน่า ข้าเอาของที่ได้มาจากพวกหน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คขายไปหมดแล้ว ได้มาทั้งหมด 4,000 เหรียญทอง ข้าขอแค่ 1,000 เหรียญทอง แล้วที่เหลือพวกท่านก็เอาไปแบ่งกันนะ ใครมีตราสารคริสตัลบ้าง?”

หานซั่วไม่เสียเวลาคุยแม้แต่วินาทีเดียว และรีบพูดเรื่องสำคัญทันทีที่กลับมาถึง

“4,000 เหรียญทอง คุณพระช่วย ของพวกนั้นได้ราคาสูงมากเลย! ถ้ารู้ว่ามันมีค่ามากขนาดนั้น ข้าไม่น่าไปไล่ตามพวกออร์คที่กำลังหนีนั่นเลย!”

บาคร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ พลางตำหนิตัวเองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

แม้แต่จีนและแฟนนี่เองก็ช็อกไม่ต่างกับบาค เพราะพวกเขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าของที่พวกเขาได้มาจะมีราคาค่างวดถึงเพียงนี้ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้านักเรียนทุกคนเมื่อได้ยินเรื่องเหรียญทองที่จะได้รับ และโลดเต้นด้วยความดีใจ

“ข้ามีตราสารคริสตัลจ้ะ นี่ไง เอาไปสิ”

แฟนนี่ยื่นตราสารคริสตัลให้หานซั่วหลังจากหายจากอาการประหลาดใจแล้ว

ตราสารคริสตัล สามารถทำธุรกรรมได้ผ่านตราจิตที่อยู่ด้านบน ซึ่งมีช่องว่างพิเศษอยู่ช่องหนึ่ง ซึ่งทำให้สะดวกมากมายเลยทีเดียว เมื่อหานซั่วรับตราสารของแฟนนี่มา เขาก็เห็นว่าแฟนนี่อนุมัติการดำเนินการมาให้แล้ว เขาจึงโอนย้ายเงินจำนวน 3,000 เหรียญทองจากตราสารของเขา เข้าสู่ตราสารของแฟนนี่

เมื่อหานซั่วคืนตราสารคริสตัลให้แฟนนี่ เธอก็หยิบบัตรออกมาใบหนึ่งและยื่นให้เขา

“นี่เป็นบัตรประจำตัวนักเรียนของเจ้า จากนี้ไป เจ้าไม่ใช่ทั้งทาสและเด็กรับใช้อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นนักเวทย์ฝึกหัดของวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลัง สาขาเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายอย่างเต็มตัว ด้วยบัตรประจำตัวนักเรียนนี้ เจ้าสามารถยืมหนังสือจากห้องสมุด และเข้าใช้สนามฝึกซ้อม รวมทั้งเข้าร่วมชั้นเรียนวิชาเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายได้อย่างเป็นทางการจ้ะ”

ส่วนเงิน 50 เหรียญทองสำหรับค่าเล่าเรียนของปีการศึกษานี้ ข้าจ่ายให้เจ้าไปแล้วล่ะ ต่อไปนี้ เจ้าสามารถใช้ทรัพยากรทุกอย่างในสาขาของเราได้เต็มที่ แล้วข้าก็จัดแจงเรื่องที่พักให้แล้วด้วย ไบรอัน ข้าหวังว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับโอกาสครั้งนี้อย่างเต็มที่ จงเพิ่มพูนศักยภาพของตัวเองและเรียนรู้เวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายให้มากยิ่งขึ้นนะจ๊ะ”

หัวใจของหานซั่วพองโตและล้นปรี่ไปด้วยความปลื้มปิติยินดีขณะที่รับบัตรประจำตัวนักเรียนมาจากมือของแฟนนี่

“จะขอบคุณท่านกี่ครั้งก็คงไม่พอ อาจารย์แฟนนี่ ข้าจะพยายามให้มากขึ้นครับ แต่ข้าขอยืมหนังสือจากห้องสมุดและขอเวลาออกไปพักสักหน่อย ฝากจัดการเรื่องแบ่งเงินที่เหลือให้ทุก ๆ คนด้วยนะครับ”

เมื่อออกไปจากสนามฝึกซ้อมแล้ว หานซั่วก็นำบัตรประจำตัวนักเรียนไปที่ห้องสมุดทันที ตอนนั้นเอง แจ็คอ้วนตัวน้อยกำลังจัดเรียงหนังสืออยู่ในห้องสมุด และร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นหานซั่ว

“โอ้ ไบรอัน ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้าแทบจำเจ้าไม่ได้แน่ะ เจ้าทั้งสูงขึ้น แล้วก็ดูแข็งแรงขึ้นกว่าตอนก่อนที่เจ้าจะออกเดินทางเยอะเลย แถมดูเหมือนจะหล่อขึ้นด้วยนะเนี่ย”

“หึหึหึ หวัดดี แจ็ค เจ้าบอร์กกับคนอื่น ๆ มารังแกเจ้าอีกมั้ยตอนที่ข้าไม่อยู่?”

หานซั่วเองก็ดีใจที่ได้เจอแจ็คอ้วนตัวน้อยเหมือนกัน เขาลากแจ็คมาที่มุมห้องและเริ่มถามทันที

“ไม่เลย อาจเป็นเพราะที่เจ้าสั่งสอนพวกมันไปคราวนั้น เดี๋ยวนี้เจ้าพวกนั้นทำตัวดีขึ้นเยอะเลยล่ะ”

แจ็คหัวเราะร่วน แต่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาดูลาดเลา และถามหานซั่วด้วยเสียงแผ่วเบา

“ไบรอัน เจ้าฝากลิซ่าให้เอาเงินมาให้ข้า 3 เหรียญทองจริงเหรอ?”

หานซั่วพยักหน้า พลางตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ก็ใช่น่ะสิ และนับจากวันนี้ไป ข้าก็เป็นนักเรียนสาขาเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายแล้วด้วย แต่ก่อนหน้านี้เจ้าไม่เชื่อข้านี่นะ ที่ข้าเคยบอกว่าจะลองเรียนรู้เรื่องเวทมนตร์ดู ฮ่า ๆ ๆ นี่ไง บัตรประจำตัวนักเรียน ทีนี้เชื่อข้ารึยัง?”

“โหหห !!! สุดยอดไปเลย เจ้าทำได้ยังไงน่ะ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

แจ็คถือบัตรนักเรียนของหานซั่วไว้และจ้องมองมันอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะอุทานด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง

“เอาน่า เอาน่า เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าอีก 50 เหรียญทอง เจ้าไม่ต้องอยู่ทำงานเป็นเด็กรับใช้ที่นี่อีกต่อไปแล้วล่ะ แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มาก และอย่าให้ใครรู้เข้าล่ะว่าเจ้ามีเงินติดตัวมากมายขนาดนี้ ไม่อย่างนั้น เจ้าคงเจอปัญหาใหญ่แน่ เหรียญทองพวกนี้ช่วยให้เจ้ามีชีวิตสุขสบายได้ก็จริง แต่มันก็อาจทำให้เจ้าเจอปัญหาเข้าในสักวัน ถ้าอนาคตเจ้าเจอปัญหาอะไร ก็มาหาข้าที่สาขาศาสตร์แห่งความตายได้ทุกเมื่อนะ แล้วข้าจะจัดการทุกอย่างให้เจ้าเอง”

หานซั่วเอาเงิน 50 เหรียญทองออกมาจากแหวนมิติ และยัดเหรียญทั้งหมดลงไปในกระเป๋าของแจ็ค พลางพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

“ห…ห้าสิบเหรียญทอง ห ห้าสิบ…เหรียญทอง…”

แจ็คถึงกับสติหลุดไปชั่วขณะ พลางฟังเสียงกระทบกันของเหรียญทองในกระเป๋า เขายืนแน่นิ่งด้วยความงุนงงพลางพึมพำกับตัวเองไม่หยุด ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าหานซั่วเคยอยู่ตรงนั้น

เงิน 50 เหรียญทอง เป็นจำนวนที่ยิ่งกว่าคำว่ามหาศาลสำหรับแจ็ค ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันถึง หานซั่วจึงเข้าใจปฏิกิริยาของเขาเป็นอย่างดี

เขาจึงไม่กวนแจ็คอีก ก่อนจะยิ้มและทิ้งแจ็คไว้อย่างนั้น เพื่อเดินไปยังชั้นวางตำราศาสตร์แห่งความตาย และหยิบหนังสือ “เวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายสำหรับผู้เริ่มต้น” ออกมา จากนั้นจึงลงทะเบียนยืมตำราที่ประตู และเดินจากไป

หลังจากเดินออกมาจากห้องสมุด หานซั่วก็กลับไปยังโรงเก็บของ ก่อนจะออกมาอีกครั้งหลังจากเก็บตำราทั้ง 2 เล่มที่เคยยืมมาเมื่อนานมาแล้วไว้ในแหวนมิติ หานซั่ววางแผนไว้ว่าจะใช้มิติเวทมนตร์ที่อยู่ในแหวนมิติเพื่อตรงไปยังสุสานแห่งความตายเพื่อฝึกฝนเวทมนตร์ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเก็บของ หรือหอนอนที่แฟนนี่จัดเตรียมให้เขา อาจมีใครสักคนรู้เข้า และไม่ปลอดภัยหากจะตั้งมิติเวทมนตร์เคลื่อนย้ายไว้ในสองที่นี้

หลังจากนิ่วหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง หานซั่วก็ตรงไปยังภูเขาด้านหลังวิทยาลัย เพื่อไปยังสุสาน ไม่เพียงแต่สถานที่นั้นจะเงียบสงบ แต่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ต่างไม่กล้าย่างกรายเข้ามาที่นี่นัก และหลุมศพบางแห่งก็แยกตัวออกมาอย่างสันโดษ เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ หากจะตั้งมิติเวทมนตร์เคลื่อนย้ายไว้ที่นั่น

เมื่อเขาสุ่มเดินมายังหลุมศพบนภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ณ เขตแดนด้านหลังสุดของวิทยาลัย หานซั่วก็พบหลุมศพที่แยกตัวโดดเดี่ยวที่สุด ก่อนจะยกหินก้อนใหญ่มาไว้ที่ทางเข้าหลุมศพ และเลื่อนมันปิดทางเข้าไว้เพื่อไม่ให้ใครเห็นหลังจากที่เขาเข้าไปด้านใน


เมื่อปิดผนึกทางเข้าเสร็จ หานซั่วก็หยิบเทียนออกมาจากแหวนมิติและจุดไฟให้ความสว่าง แล้วเขาก็พบว่า นอกจากความอับชื้นแล้ว หลุมศพแห่งนี้ก็สะอาดดีทีเดียว มีเพียงเศษซากกระดูกแตกหักหลายชิ้นกองอยู่บนพื้น ซึ่งเขาก็ชินชากับมันเสียแล้วตั้งแต่เริ่มฝึกฝนเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นเสียมากกว่า

หลังจากจัดระเบียบพื้นที่ด้านในไปบ้างคร่าว ๆ หานซั่วก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง และอัญเชิญเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กพร้อมกริชกระดูกคู่ใจออกมา จากนั้นจึงจัดพื้นที่ใหม่อีกครั้ง ตรงจุดอับสายตาภายในหลุมศพ  ซึ่งเป็นเพียงช่องแคบ ๆ ที่หานซั่วต้องหันข้างลำตัวเพื่อเดินเข้าไป แต่พื้นที่ในช่องด้านในสุดจะกว้างกว่าอยู่สักหน่อย ขนาดพอ ๆ กับตู้เสื้อผ้าของห้องนอนทั่วไป พอให้หานซั่วยืนอยู่ได้สบาย ๆ เพียงคนเดียว

เมื่อสังเกตสิ่งรอบข้างอย่างดีแล้ว หานซั่วก็หยิบแท่งเงินวิเศษออกมาเมื่อแน่ใจแล้วว่าสถานที่นี้ปลอดภัยมากพอ เขาเรียงมันให้เป็นรูปดาวหกแฉก และเข้าไปยืนตรงกลางสัญลักษณ์พิเศษนั้น ก่อนจะรวบรวมพลังจิตเพื่อเปิดใช้งานเมื่อทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นทันที และเมื่อหานซั่วลืมตา เขาก็พบว่าตนเองกลับมายังป่าทมิฬ ด้านในมิติเวทมนตร์ขนาดใหญ่ใจกลางห้องโถงอันน่าพิศวงของสุสานแห่งความตายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ต่อไปนี้ สุสานแห่งความตายนี่จะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”

หานซั่วเพ่งมองไปรอบ ๆ และพึมพำกับตัวเองด้วยความพอใจ


ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย