0 Views

องก์ที่ 2 สมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์

GDK ตอนที่ 61 ผู้บริสุทธิ์ที่บังเอิญเป็นพยานในที่เกิดเหตุ

สายน้ำไหลเอื่อย ๆ ในภูเขาจำลองที่ตั้งตระหง่านกลางสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ สภาพแวดล้อมภายในเป็นแบบดั้งเดิมดูหรูหรา โถงทางเดินปูพื้นด้วยหินทรงรีไปตลอดจนทั่วทั้งอาคาร ทหารยามหลายคนพร้อมดาบยาวและทวนในมือเดินผ่านมาเป็นระยะ ดูเหมือนมาตรการป้องกันของสมาคมพ่อค้าแห่งนี้ค่อนข้างแน่นหนาพอสมควรเลยทีเดียว

เมื่อตอนที่ยังอยู่ในเมืองบัลธาซาร์ หานซั่วลองสืบข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ดู และพบว่าสมาคมนี้เชี่ยวชาญในการซื้อขายและเปลี่ยนมากทีเดียว กล่าวคือ สมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์เปรียบเสมือนพ่อค้าคนกลาง ที่จะใช้ประโยชน์จากฐานที่มั่นของตนที่แฝงอยู่ในสมาคมพ่อค้าทุกแห่งในจักรวรรดิ ในการกว้านซื้อสินค้าและวัตถุดิบที่มาจากทั่วจักรวรรดิ และนำไปขายให้แก่ตลาดที่ต้องการ โดยเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา

หากส่งต่อของทั้งหมดให้กับสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์แล้วล่ะก็ ทั้งอาวุธและยาจำนวนมากจากเมืองดรอลนี้จะต้องได้รับการจัดการที่เหมาะสมอย่างแน่นอน และนี่เองคือเหตุผลที่หานซั่วมาที่นี่เพื่อตามหาเฟเบียน ซึ่งเขาก็มาหาถูกคนเสียด้วย

 

 

หลังจากผ่านโถงทางเดินไปได้ 3 ช่วง และเดินต่ออีกไม่กี่นาที หานซั่วก็ตระหนักว่าสมาคมแห่งนี้ใหญ่โตมากเลยทีเดียว แล้วนายหญิงน้อยของสมาคมก็เดินมาหยุดตรงหน้าห้อง ๆ หนึ่ง

“ฟาร์มาร์ ไปตามเฟเบียนมาทีสิ กิลส์ เจ้าคอยอารักขาอยู่หน้าประตู อืมม… เจ้าชื่อไบรอันใช่มั้ย? มากับข้าสิ”

ขณะยืนอยู่หน้าประตูห้อง เด็กสาวกวาดตามองไปรอบ ๆ เล็กน้อย และออกคำสั่งทหาร 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ

หานซั่วไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าและเดินตามเด็กสาวเข้าไปข้างใน ผืนพรมที่พื้นนั้นหนานุ่ม ภาพวาดสวยงามประเมินค่าไม่ได้จำนวนมากเรียงรายอยู่ตามผนัง ทั้งห้องตกแต่งอย่างมีระดับดูยิ่งใหญ่ตระการตาในพื้นที่กว้างขวาง ตรงกลางห้องมีโต๊ะกลมพร้อมด้วยเก้าอี้จำนวนหนึ่งตั้งอยู่โดยรอบ

เด็กสาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร ราวกับกำลังใคร่ครวญอะไรบางอย่าง ปอยผมจำนวนหนึ่งปรกลงบนหน้าผากขาวเนียนละเอียด ช่วยบดบังคิ้วที่ขมวดเข้าหากันและพวงแก้มสวยใสของเธอ ท่าทีหยิ่งยโสที่เธอเคยทำก่อนหน้านี้หายไปแล้ว แต่กลับมีความทุกข์ระทมเข้ามาแทนที่

แม้เธอไม่ได้เชิญให้หานซั่วนั่ง และเขาเองก็ไม่เคยมาคิดอะไรเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่ง พลางกวาดตามองสิ่งของต่าง ๆ ที่ประดับประดาอยู่ทั่วห้อง เมื่อดูแล้วว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ จึงค่อย ๆ เหลือบตามองเธอเป็นระยะ

หลังจากนั้นไม่นาน เฟเบียนก็เดินตัวอ้วนเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มประจบสอพลอ ทันทีที่เขาปิดประตู ก็รีบเดินเข้ามาโค้งคำนับทักทายเด็กสาว

“ดีใจจริง ๆ ครับ ที่ท่านฟีบี้เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย!”

“อืม คน ๆ นี้มาหาเจ้า บอกว่าอยากคุยเรื่องธุรกิจกับเจ้าน่ะ และข้าเองก็มีเรื่องต้องคุยกับเจ้าพอดี ข้าก็เลยพาเขามาที่นี่เลย”

ฟีบี้พยักหน้ารับ และพูดกับเฟเบี้ยน

“ฮะ ๆ ๆ ไบรอันนี่เอง เพราะเจ้าแท้ ๆ ข้าถึงรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชของพวกโทรลล์ป่าและหนีออกมาจากป่าทมิฬได้ นึกว่าจะไม่ได้เจอเจ้าแล้วซะอีก ใครจะไปนึกล่ะ ว่าเจ้าจะมาหาหลังจากที่ข้าเพิ่งกลับออกมาจากป่าทมิฬได้ไม่กี่วัน ว่าแต่ ครั้งนี้เจ้ามาเจรจาธุรกิจแบบไหนกับข้างั้นรึ?”

เฟเบี้ยนยิ้มอย่างมืออาชีพ และถามหานซั่วอย่างสงสัยใคร่รู้

“ข้ามีกองสินค้าและอุปกรณ์มากมายซึ่งมีที่มาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ข้าเลยไม่แน่ใจว่าท่านจะยินดีรับซื้อรึเปล่าน่ะครับ?”

เพราะมีฟีบี้นั่งอยู่ด้วย เขาจึงไม่อยากพูดในรายละเอียดอะไรมากในทีแรก แต่เมื่อคิดไปคิดมาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สังเกตว่าท่าทางเฟเบี้ยนก็คอยรับใช้ฟีบี้อยู่เหมือนกัน จึงไม่น่าจำเป็นต้องปกปิดอะไร เขาจึงเล่าอย่างตรงไปตรงมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาเลยล่ะ ไม่ว่าสินค้าในตลาดมืดหรือจะได้มาด้วยวิธีสกปรกแค่ไหน เมื่อผ่านสมาคมของเราแล้ว พวกมันก็จะออกไปอย่างขาวสะอาดเสมอ อย่ากังวลไปเลย!”

เฟเบียนหันไปมองหน้าฟีบี้ที่นั่งไกลออกไป และเมื่อเห็นว่าเธอพยักหน้าให้เป็นเชิงตอบรับ เขาก็ยิ้มกว้างขึ้นทันที

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น หานซั่วก็พร้อมเปิดเผยทุกสิ่ง และเริ่มถ่ายเทพลังจิตไปที่แหวน และนำเอากระเป๋าใบใหญ่ทั้ง 13 ใบออกมาจากแหวนมิติ และพูดขึ้นมาหลังจากที่วางพวกมันลงในห้องจนครบทุกใบ

“ของพวกนี้ล่ะครับ ท่านลองดู แล้วก็เชิญตีราคาได้เลยครับ”

แม้ปกติจะนั่งอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แต่สายตาเฉียบคมของฟีบี้ก็จับจ้องไปยังบรรดาสิ่งของที่หานซั่วนำออกมาทีละชิ้น ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมา

“ของพวกนี้มาจากเมืองดรอลใช่มั้ย? ดูจากกระเป๋าที่ใส่แล้ว น่าจะเป็นของที่หน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คใช้เวลาที่พวกมันออกล่า นี่เจ้าไปรวบเอาของพวกนี้มาจากมือหน่วยรบหมาป่าที่ว่างั้นเหรอ?”

หานซั่วมองฟีบี้ด้วยความประหลาดใจ พลางคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีสายตาเฉียบคมอย่างเหลือเชื่อ เพราะเธอคาดเดาสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องแม้จะกวาดตามองเพียงครั้งเดียว สมกับเป็นนายหญิงน้อยของสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์เสียจริง หานซั่วพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะยิ้มตอบออกไป

“ถูกต้องครับ ข้าเอามาจากหน่วยรบหมาป่าของพวกออร์ค ตามนั้นเลย”

ในทีแรก ฟีบี้ไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรตัวหานซั่วเลยแม้สักนิด แต่ดวงตาของเธอเป็นประกายทันทีที่เขาพูดจบ พร้อมกับมองพินิจพิจารณาเขา และอ้าปากถามด้วยความอัศจรรย์ใจ

“นี่เจ้าจะบอกว่า เจ้าเป็นคนจัดการพวกออร์คนั่นทั้งหมด และชิงของพวกนี้มาจากพวกมันจริง ๆ น่ะเหรอ?”

“นายหญิงน้อย ไบรอันเป็นนักรบจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งมากครับ ด้วยฝีมือของเขาคนเดียวก็ไล่ตะเพิดพวกโทรลล์ป่าหลายตัวที่ล้อมโจมตีข้าในครั้งนั้นครับ”

เฟเบี้ยนรีบอธิบายเมื่อเห็นว่าเธอดูกังขาในความแข็งแกร่งของหานซั่ว

ฟีบี้ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นอีกเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของเฟเบี้ยน สายตาเฉียบคมของเธอกวาดไปทั่วร่างของหานซั่ว ซึ่งทำให้เขารู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูกที่โดนเธอจ้องมองแบบนั้น ราวกับกลัวว่าเธอจะค้นพบความลับอะไรเข้า

หานซั่วกระแอมไอ และหัวเราะแห้ง ๆ

“ก็ไม่ใช่ข้าแค่คนเดียวหรอกครับ ที่จัดการพวกออร์คแล้วชิงเอาของมา ข้าแค่เป็นคนคุมเท่านั้นเอง และข้าก็คิดว่าพวกท่านคงรู้วิธีจัดการกับสินค้าแบบนี้ด้วยราคาที่เหมาะสมอยู่แล้ว แบบนี้ พวกเราจะได้ข้อสรุปที่รวดเร็วด้วยไงล่ะครับ”

“ตกลง เฟเบี้ยน เอาของพวกนี้ไปเก็บสิ”

ฟีบี้พยักหน้าและมองหานซั่วด้วยสายตาแปลก ๆ ดูเหมือนเธอจะไม่คาดคิดว่าหานซั่วจะยอมรับอย่างจริงใจว่าไม่ได้เป็นคนชิงของเหล่านี้มาด้วยตัวเองคนเดียว

ชั่วขณะนั้นเอง เมื่อเนื้อเสียงนุ่มนวลอย่างที่สุดสัมผัสโสตประสาทของหานซั่ว ราวกับเสียงเมื่อยามดึงดาบยาวออกจากฝักอย่างช้า ๆ แม้แผ่วเบา แต่ก็ชัดเจน ทุกอย่างรอบข้างล้วนเงียบสนิท… ในขณะที่หัวใจของหานซั่วกำลังโลดเต้นอยู่นั้นเอง ท่าทีของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังเงามืดด้านบนด้วยสีหน้าเย็นชา

“มีใครอยู่บนฝ้าเพดาน…”

ฟีบี้และเฟเบี้ยนหน้าถอดสีทันที ในขณะที่ลูกดอกของหน้าไม้จำนวน 3 ดอกกำลังพุ่งตรงมายังคน 3 คนที่ไม่ทันระวังพร้อมเสียงแหลมบาดหู

หานซั่วบันดาลโทสะ เพราะคิดว่าเฟเบี้ยนและฟีบี้ต้องการฆ่าเขาเพื่อหวังทรัพย์สิน แต่เมื่อเห็นว่าลูกดอกที่ยิงมา เล็งเป้าหมายเพื่อหวังปลิดชีพพวกเขาทั้ง 3 คน จึงรู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาคิดไม่เป็นความจริง

เสียงวัตถุแทรกผ่านอากาศที่ดังบาดหูนั้นบ่งบอกให้รู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการยิงลูกศรทั้ง 3 ดอกนี้แข็งแกร่งอย่างน่าตกตะลึงเพียงใด ซึ่งต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างไม่ต้องสงสัย …สีหน้าของหานซั่วยังคงสงบเยือกเย็นแม้ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ เขาเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบลูกดอกที่ยิงมาทางเขาอย่างคล่องแคล่วว่องไว ในขณะที่มือขวาก็ไสมีดสั้นเข้าใส่ลูกดอกอีกดอกหนึ่งที่กำลังพุ่งถึงตัวเฟเบี้ยน

ลูกดอกที่เล็งเป้าไปที่เฟเบี้ยนหักเป็นสองส่วนทันที ในขณะที่มือขวาของหานซั่วรู้สึกชาเพราะรับการโจมตีรุนแรงอย่างกะทันหัน จนปวดร้าวไปทั้งแขน หานซั่วรู้ทันทีว่าพลังที่อยู่เบื้องหลังการยิงลูกดอกนั้นทั้งรุนแรงและโหดเหี้ยม ถ้าคนธรรมดาใช้มีดรับการโจมตีแบบนั้นเข้าไปล่ะก็ กระดูกแขนขวาทั้งแขนอาจถึงขั้นแตกละเอียดเป็นชิ้นเล้กชิ้นน้อยเลยทีเดียว

ฟีบี้รีบหนีมาทางหานซั่วทันทีด้วยสีหน้าหวาดกลัวและตระหนกตกใจ เก้าอี้ที่เธอเคยนั่งอยู่ถูกลูกดอกเสียบจนทะลุไปถึงพรม ก่อนจะปักลงบนพื้นหินแข็งแรงทนทานเบื้องล่าง เป็นอันชัดเจนแล้วว่าพลังที่ยิงลูกดอกมาแข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน

“นักฆ่า! มีนักฆ่าบุกเข้ามาในนี้!”

เฟเบี้ยนร้องตะโกนอย่างเสียขวัญ และรีบผลักหานซั่วไปทางฟีบี้

“ไบรอัน เร็วเข้า ปกป้องนายหญิงน้อยด้วย ถ้าเจ้าช่วยนายหญิงน้อยไว้ได้ ข้าเพิ่มเงินจากยอดซื้อเดิมให้อีก 500 เหรียญทองเลย ขอร้องล่ะ!”

ดูเหมือนเฟเบี้ยนจะรู้ดีว่าหานซั่วไม่ใช่คนประเภทที่ชอบทำตัวเป็นพระเอกที่เต็มใจช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังตกที่นั่งลำบาก สิ่งแรกที่เขานึกออก คือการใช้เงินเหรียญทองซื้อหานซั่วในช่วงเวลาวิกฤตินี้แทน

เมื่อสิ้นสุดเสียงของเฟเบี้ยน ก็เกิดเสียงพังทลายของหลังคาด้านบน แล้วร่างในเงาดำ 3 ร่างก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมด้วยดาบยาวที่เปล่งประกายแสงสีเขียวเข้ม และพุ่งลงมาหาฟีบี้และหานซั่ว ความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกบางอย่างทำให้เขารู้สึกแย่ ราวกับถูกคมดาบกรีดจนเนื้อเปิดเป็นทางยาว

ออร่าต่อสู้สีเขียวเข้ม… งั้นก็แปลว่า ผู้บุกรุกเป็นระดับอัศวินชั้นสูงทั้ง 3 คน!

หานซั่วรู้ดีว่าด้วยพลังของเขาในตอนนี้ แค่สู้ตัวต่อตัวกับอัศวินชั้นสูงคนเดียวก็ยากลำบากเต็มที ถ้าต้องสู้กับอัศวินชั้นสูงถึง 3 คนคงถึงตายแน่นอน ดูจากเจตนาของผู้บุกรุกทั้ง 3 คนแล้ว พวกนั้นต้องการฆ่าคนที่อยู่ในห้องให้ตายหมดทุกคน ต่อให้เลิกล้มความพยายามแล้วรีบหนีออกไปเสียตอนนี้ ก็ต้องพึ่งดวงอยู่ดีว่าจะหนีรอดพ้นเงื้อมมือพวกนักฆ่าหรือเปล่า หนทางรอดเดียวที่เหลือก็คือการถ่วงเวลา และรอจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง

แก่นมนตราของเขากำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว… ทันใดนั้นเอง ร่างกายหานซั่วก็ขยับ หานซั่วยื่นมือออกไปหาฟีบี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า จับมือขวาของเธอไว้ และดึงเธอเข้ามากอด เขาโอบร่างของฟีบี้ไว้ก่อนจะทิ้งร่างลงไปบนพื้น เพื่อกลิ้งตัวเข้าไปใต้โต๊ะกลมที่อยู่กลางห้อง

เปรี้ยง !!

เกิดเสียงกระแทกวัตถุดังลั่น เมื่อโต๊ะกลมที่หนาและทนทานแตกออกเป็นสองส่วนตรงเหนือหัวของหานซั่วพอดี ในขณะที่ดาบยาวทั้ง 3 เล่มกำลังแทงเข้าใส่หานซั่วและฟีบี้ทันทีที่ทำลายโต๊ะกำบังไปแล้ว

เสี้ยววินาทีนั้น หานซั่วร่ายเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายเสร็จพอดี และเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กพร้อมกริชกระดูกก็ก่อร่างขึ้นกลางอากาศ และพุ่งตรงเข้าใส่นักฆ่าคนแรกทันที ส่วนหานซั่วก็ยกมือซ้ายขึ้น ก่อนที่จะยิงนักฆ่าอีกคนด้วยหน้าไม้ขนาดจิ๋วที่อยู่ในแขนเสื้อ

———————————————————