0 Views

 

เมื่อสิ้นเสียงของเฟลิกซ์ ทั้งนักรบ และนักเวทย์ที่กำลังพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองจากหน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คก็เสียขวัญทันที ผู้คนค่อย ๆ ผละจากแนวป้องกันและเริ่มหาทางหนี

 

 

ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ แนวป้องกันที่เคยแน่นหนาก็พังทลายลง ในขณะที่เหล่านักรบในแนวหน้ายังพยายามต่อสู้ไปด้วยขณะถอยหนี  เหล่านักเวทย์และนักธนูที่ตื่นตระหนก ต่างก็หนีเอาตัวรอดกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง

หานซั่วซึ่งจับมือแฟนนี่และลิซ่าไว้แน่น กำลังพาพวกเธอวิ่งไปยังคอกม้าด้วยความเร็วสูง ส่วนเบื้องหลังของหานซั่ว จีนก็นำนักเรียนคนอื่น ๆ ของสาขาศาสตร์แห่งความตายวิ่งตามมาติด ๆ

หลังผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาหลายครั้ง หานซั่วก็ไร้ความเกรงกลัวหรือความตื่นตระหนกตกใจใด ๆ ยามเผชิญหน้ากับอันตราย— เขาแค่คิดว่าควรทำอย่างไรต่อไปพร้อม ๆ กับที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยสีหน้าสงบ

ขณะที่หานซั่วและคนอื่น ๆ กำลังหนีไปข้างหน้าราวกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไม่มีวันหยุดไหล ทั้งนักเวทย์และนักธนูที่ยืนขวางทางต่างถูกกระแทกให้หลบไปด้านข้าง

แม้นักธนูและนักเวทย์ที่กำลังกดดันต่างพยายามเร่งความเร็วในความโกลาหลของฝูงชนที่แตกตื่น  แต่ด้วยหานซั่วที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเลดั่งโล่มนุษย์พวกเขาทั้งหมดก็สามารถวิ่งฝ่าไปได้อย่างง่ายดาย

สิบห้านาทีให้หลัง ในที่สุด หานซั่วก็พาแฟนนี่และลิซ่ามาถึงคอกม้า ในขณะที่จีนและคนอื่น ๆ ยังคงวิ่งตามมาอยู่ไกล ๆ เจ้าของคอกม้าไม่อยู่ที่นั่น เพราะไปดูเชิงสถานการณ์ที่ถนนทางตอนใต้ เหลือเพียงคนรับใช้เพียงคนเดียวที่คอยเฝ้าม้าอยู่ด้านใน  หานซั่วรีบพังประตูเข้าไปทันที และลากทั้งแฟนนี่และลิซ่าตรงไปยังคอกม้าด้านหลัง

“อะไรกัน? ทำบ้าอะไรของพวกเจ้าน่ะ?”

คนรับใช้แก่ชราตกใจและรีบลุกยืนขึ้นเมื่อเห็นหานซั่วพังประตูเข้ามาและเดินไปยังคอกม้าด้านใน พร้อมตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

“หน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คพังเมืองเข้ามาแล้ว  อย่างท่านคงไม่รอดหรอกถ้าคิดจะอยู่ต่อ เราแค่กลับมาเอาม้าของเราที่ฝากไว้ ถ้าท่านไม่อยากตาย เลือกม้าสักตัวแล้วก็หนีไปซะ”

หานซั่วอธิบายด้วยท่าทีสงบขณะกำลังเดินเข้าไปในคอกม้า

ทันใดนั้น คนรับใช้แก่ชราก็ได้ยินเสียงชุลมุนวุ่นวายดังมาจากข้างนอก เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบวิ่งตามมายังคอกม้าทันที ราวกับเชื่อฟังคำแนะนำของหานซั่ว

ในที่สุด หานซั่วก็ปล่อยมือเล็ก ๆ ของแฟนนี่และลิซ่า เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ตอนนั้นเอง สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ม้าสง่างามตัวหนึ่งและขึ้นขี่มันทันที ก่อนจะใช้มีดสั้นฟันฉับลงไปบนเชือกที่ผูกม้าอยู่จนขาด

เขาหันกลับไป พบว่าจีนและพวกนักเรียนวิ่งมาถึงคอกม้าแล้ว ทุกคนต่างหอบหายใจอย่างหนักเมื่อมาสมทบกับลิซ่า และพยายามมองหาม้าของตัวเองที่นำมาฝากไว้ครั้งที่แล้ว

“พวกท่านปัญญาอ่อนกันรึยังไง !? หน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คอาจบุกมาถึงนี่ได้ทุกวินาที จะมัวมามองหาอะไรกันอยู่? ไม่ต้องเลือกเฉพาะม้าของพวกเราที่เคยฝากไว้หรอก พวกนั้นมีแต่ม้าง่อย ๆ ทั้งนั้น แถมมีอยู่แค่ 6 ตัว… อยากตายกันนักรึไง !?”

ในที่สุด หานซั่วก็สงบสติอารมณ์ต่อไปอีกไม่ไหว เขาระเบิดเสียงตะโกนดังลั่นเมื่อเห็นว่าทั้งอาจารย์และนักเรียนเอาแต่หันรีหันขวางมองหาม้าของตัวเอง

เสียงคำรามอย่างดุร้ายของหานซั่วดังก้องไปทั่วคอกม้าแล้วทุกคนที่โดนต่อว่าก็อึ้งจนนิ่งไม่ไหวติงไปชั่วขณะ — นี่เขากล้าด่าพวกเราว่าปัญญาอ่อนเลยเชียวรึ?  ซึ่งกระทบกระเทือนจิตใจจนยากเกินยอมรับ

“แล้วจะให้พวกเราทำยังไงล่ะ?”

ลิซ่าถึงกับผงะไปเช่นกันแต่เธอก็มองหน้าเขาและถามขึ้นมา

“เลือกม้าที่ดีที่สุด แข็งแรงที่สุดมากันคนละตัว คนอื่นจะเป็นจะตายยังไงเราไม่ต้องไปสน  แต่ถ้าอยากตายกันนัก ก็เชิญมองหาม้าง่อย ๆ ตัวเดิมของพวกท่านต่อไปเถอะ!”

หานซั่วตอบอย่างเด็ดขาดด้วยสีหน้าน่ากลัว

แม้นี่จะเป็นตรรกะที่เข้าใจได้ง่าย  แต่น่าเสียดาย ที่เหล่าอาจารย์และนักเรียนอยู่ในสภาพที่แวดล้อมไปด้วยกฎระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติมากมายในสาขาศาสตร์แห่งความตายจนเคยชิน สำหรับพวกเขาที่ยึดการปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด จึงทำตัวไม่ถูกเมื่อคิดว่ากฎต่าง ๆ สามารถฝ่าฝืนได้หากเกิดภาวะวิกฤติ

ใบหน้าของทุกคนที่นิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินหานซั่วด่าว่า “ปัญญาอ่อน” ก็พลันเปลี่ยนเป็นนิ่วหน้าและบูดบึ้งทันทีเมื่อหานซั่วพูดอย่างไร้ซึ่งความห่วงใยต่อชีวิตผู้อื่น ทำให้ทั้งอาจารย์และนักเรียนผู้ยึดมั่นในกฏต่างรู้สึกไม่พอใจ

แต่ทว่า เสียงความสับสนวุ่นวายด้านนอกก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทุกที พวกเขาจึงต้องตัดสินใจอย่างเร็วในวิกฤติเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเช่นนี้  ซึ่งในที่สุดก็เลิกลังเล และวิ่งไปหาม้าตัวที่ดูดุดันที่สุด และดูดีที่สุดเป็นทางออกสุดท้าย

เมื่อทั้งอาจารย์และนักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายทุกคนขึ้นขี่ม้าที่ดีที่สุดในคอกกันครบตามคำเร่งเร้าของหานซั่ว พวกเขาก็เร่งควบออกไปทันที และตอนนั้นเองที่เหล่านักเรียนเวทมนตร์ธาตุแสงจากวิทยาลัย รวมทั้งนักเวทย์และนักธนูอีกจำนวนหนึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงคอกม้า

“แย่แล้ว พวกนั้นเอาม้าของพวกเราไป”

สายตาเฉียบคมของไอรีนมองเห็นทันที เมื่อม้าสง่างามตัวที่หานซั่วกำลังขี่อยู่ คือม้าที่เธอเคยขี่เมื่อหลายวันก่อน เธอร้องขึ้นดังลั่นอย่างไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อหานซั่วและคนอื่น ๆ ต่างก็กำลังขี่ม้าตัวที่ดีที่สุดในคอกและควบออกไปด้วยความเร่งรีบ โดยไม่สนใจคำสาปแช่งของไอรีนและคนอื่น ๆ ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจนกลายเป็นเพียงเงาเมื่อพวกเขาควบห่างออกไปทุกที

“ไบรอัน พวกเราจะไปที่ไหนกันดี?”

แฟนนี่ถามหานซั่วทันทีที่ออกมาจากคอกม้าและกำลังจะเข้าสู่ถนนที่เต็มไปด้วยสับสนวุ่นวาย

เหล่านักรบต่างถอยทัพมาจนถึงใจกลางเมืองดรอลแล้ว ในขณะที่หน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คต่างกรูกันเข้ามา — พวกพ่อค้าที่ไร้ทางสู้กลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายกลุ่มแรกเมื่อเหล่าออร์คใช้ดาบยาวในมือฟาดฟันศีรษะของพวกเขาจนขาดสะบั้น

เพราะพวกออร์คเหล่านี้ขี่อยู่บนหลังหมาป่าตัวใหญ่  จึงไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งไล่ตามเหล่านักรบและนักเวทย์มนุษย์ที่กำลังถอยหนี  พวกมันควบไปตามถนนและเริ่มปล้นเอาทรัพย์สินจากร้านค้าแรกที่เจอ ไม่นานนัก กระเป๋าใบใหญ่หลายใบที่แขวนอยู่ข้างตัวหมาป่าก็มีวัตถุดิบและของมีค่าจากร้านค้าต่าง ๆ บรรจุอยู่จนเต็มล้นทุกใบ

“ตราบใดที่ไม่ใช่เส้นทางตรงไปยังเมืองซาโจสกี้ล่ะก็ ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเราจะหนีไปที่ไหน!”

หานซั่วกวาดตาสำรวจสิ่งรอบข้าง จนสังเกตว่าที่ถนนทางทิศตะวันออก มีคนจำนวนไม่มากนักกำลังมุ่งหน้าไปทางถนนทางตอนเหนือ เขารีบร้องบอกทันทีหลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ

“ตามข้ามา พวกเราจะไปทางทิศเหนือ!”

เมื่อเมืองดรอลกำลังจะล่มสลาย เมืองซาโจสกี้ ในฐานะนครแห่งป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดทางตอนใต้ของจักรวรรดิจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในใจของผู้ลี้ภัยที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนทุกคน หานซั่วสังเกตว่าจำนวนประชาชนเมืองดรอลกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ต่างกำลังลี้ภัยในเส้นทางที่ตรงไปยังเมืองซาโจสกี้

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก 70 เปอร์เซ็นต์ที่ว่าแล้ว มีเพียงราว 10 คน เท่านั้นที่อยู่บนหลังม้า และเมื่อใดก็ตามที่หน่วยรบหมาป่าเสร็จสิ้นการปล้นสะดม เป้าหมายกลุ่มแรกของพวกมันจึงต้องเป็นคนกลุ่มใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะมีหมาป่าตัวใหญ่เป็นพาหนะ หน่วยรบหมาป่าจึงทำความเร็วได้ดีกว่าพวกออร์คที่เดินเท้า พวกมันจึงสามารถควบตามไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนที่กำลังลี้ภัยไปยังเมืองซาโจสกี้นี้เองที่กำลังจะต้องตายเป็นลำดับต่อไป

ทันทีที่เขาเริ่มคิดอย่างสงบรอบคอบ ราวกับว่าหานซั่วคาดการณ์สถานการณ์ได้อย่างชัดเจน หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ควบม้านำแฟนนี่และคนอื่น ๆ ตรงไปยังถนนทางตอนเหนือทันที

เพราะม้าเหล่านี้เอง หานซั่วและคนอื่น ๆ จึงสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง หานซั่วเจอเข้ากับหน่วยรบหมาป่า 2 ตนที่กำลังปล้นสิ่งของจากร้านค้าระหว่างทางในถนนทางตอนเหนือ กระเป๋าใบใหญ่โตหลายใบแขวนอยู่ข้างตัวหมาป่าตัวใหญ่ ในขณะที่พวกมันไม่สนใจทั้งหานซั่วและคนอื่น ๆ แต่กลับพุ่งตัวเข้าไปในร้านข้าง ๆ เพื่อค้นหาของมีค่าที่พอจะปล้นได้ต่อ

หานซั่วพ่มลมอย่างดูถูก ก่อนจะดึงบังเหียนให้ม้าเปลี่ยนทิศทาง และพุ่งเข้าใส่หน่วยรบหมาป่าทั้ง 2 ตนที่ยังคงกำดาบยาวไว้แน่นไม่วางมือ

หน่วยรบหมาป่าสะดุ้งตกใจ ดูเหมือนพวกมันจะไม่คิดว่าจะมีมนุษย์หน้าไหนกล้าท้าทายและรุกเข้าโจมตีพวกมันก่อน พวกมันชูดาบยาวที่ตั้งใจเอาไว้ใช้ห้ำหั่นเหล่าพ่อค้าขึ้นมา ก่อนจะแยกตัวห่างออกจากกัน และกวัดแกว่งดาบยาวในมือหวังจะฟาดเข้าใส่หานซั่วที่กำลังใกล้เข้ามา

“ไบรอัน เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? หนีเร็วเข้า!”

ห่างออกไป ลิซ่าเห็นว่าม้าของหานซั่วเปลี่ยนทิศทางและกำลังพุ่งเข้าใส่หน่วยรบหมาป่า เธอกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกจนอาจารย์และนักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายต่างหันขวับมามองไปทางไบรอันเป็นตาเดียว

หานซั่วถือมีดสั้นไว้ในมือขณะที่ม้ากำลังควบตรงเข้าใส่ เขาร่ายเวทย์ด้วยเสียงแผ่วเบา ทันใดนั้นเอง ศรกระดูกก็ก่อร่างขึ้น และพุ่งแหวกอากาศพร้อมเสียงหวีดหวิวก่อนจะโจมตีหน่วยรบหมาป่าตนหนึ่ง และตอนที่มันกำลังรีบยกดาบยาวขึ้นมาป้องกันตัวเอง มีดสั้นในมือของหานซั่วก็พุ่งเข้าใส่หน่วยรบหมาป่าอีกตนทันที

มีดสั้นสะท้อนแสงเป็นประกายสีเงินขณะที่มันลอยไปในอากาศก่อนจะพุ่งเข้าเสียบลึกไปถึงกระดูก มีดเล่มนั้นทะลุผ่านการป้องกันของดาบยาวก่อนจะแทงเข้าไปที่หน้าอกของหน่วยรบหมาป่าตัวนั้นจนมิดด้าม และในตอนนั้นเอง ม้าของหานซั่วกำลังควบมาด้วยความเร็ว เขารั้งบังเหียนเอาไว้จนมันพยายามหยุดพร้อมส่งเสียงร้องลั่นด้วยความตกใจ

ขณะนั้นเอง แขนซ้ายของหานซั่วก็เอื้อมออกไป กระชากเอาดาบยาวของออร์คที่เพิ่งตายไปออกมาและแทงเข้าไปที่หัวของหมาป่าตัวใหญ่ที่กำลังสับสนทันทีจนเลือดสาดกระจาย ร่างที่ร่วงลงพื้นของมันดิ้นพราดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแน่นิ่งไปราวตุ๊กตา

และด้วยการกระตุกดาบเพียงครั้งเดียว กระเป๋าใบใหญ่ที่เคยแขวนไว้ข้างตัวหมาป่าก็ย้ายมาอยู่บนหลังม้าของหานซั่วทันที ไม่นานนัก ม้าก็เปลี่ยนทิศทางและหานซั่วก็พุ่งเข้าใส่หน่วยรบหมาป่าอีกตนหนึ่งที่บาดเจ็บเพราะเวทย์ศรกระดูกเมื่อครู่ด้วยสีหน้าที่โหดเหี้ยมและเย็นชา

“คุณพระช่วย  นี่ข้าตาฝาดไปรึเปล่า? เมื่อกี้ไบรอันร่ายเวทย์ศรกระดูกใช่มั้ย? นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”

จีนกำบังเหียนไว้แน่นขณะร้องออกมาด้วยความตกตะลึงสุดขีด ในขณะที่นักเรียนคนอื่น ๆ ต่างช็อคไปตาม ๆ กัน และเหม่อมองหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตา ราวกับคน ๆ นั้นไม่ใช่คนที่พวกเขาเคยรู้จัก

“บ้าจริง ไบรอันทำอะไรของเขากันนะ?”

แฟนนี่รู้อยู่แล้วว่าหานซั่วสามารถใช้เวทย์ศรกระดูกได้ จึงไม่รู้สึกประหลาดใจมากนัก แต่กำลังประหลาดใจกับการกระทำของเขาในตอนนั้นมากกว่า ที่อยู่ดี ๆ เขาก็พุ่งเข้าไปโจมตี และขโมยของจากหน่วยรบหมาป่าของพวกออร์คที่พวกมันเองก็เพิ่งไปขโมยมา…
…………………………………………………………………………………………