0 Views

“นี่เจ้าคนรับใช้ของสาขาศาสตร์แห่งความตายไม่ใช่รึ?”

คล็อดนิ่วหน้าถามขณะเดินตรงมายืนข้าง ๆ หานซั่ว

“ข้า ไบรอัน คนรับใช้สาขาศาสตร์แห่งความตาย… ไมคิดว่าเราจะได้บังเอิญมาเจอกันในที่แบบนี่นะครับเนี่ย?”

หานซั่วพยักหน้า เขากลืนไวน์เพอร์เพิล เลย์แลน เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะยิ้มตอบ

“ดูเหมือนจะไม่มีโต๊ะว่างเลยนะ คล็อด ทำไมเราไม่เปลี่ยนไปทานอาหารเย็นที่อื่นแทนล่ะ?”

ไอรีนกวาดตามองดูหานซั่วด้วยสายตาดูถูก

“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เวลาแบบนี้ ทุกโรงแรมในเมืองดรอลคงคราคร่ำไปด้วยผู้คน แล้วโต๊ะนี้ก็มีไบรอันนั่งอยู่แค่คนเดียว ไหน ๆ พวกเราก็เป็นคนของวิทยาลัยเหมือนกัน ข้ามั่นใจว่าไบรอันคงไม่ว่าอะไรถ้าเรานั่งร่วมโต๊ะกับเขาหรอกครับ จริงมั้ย ไบรอัน?”

คล็อดพูดกับไอรีนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมามองหานซั่วด้วยสีหน้าร่าเริง

“ไม่ว่าแน่นอนครับ! ถ้าไม่รู้สึกว่าการนั่งร่วมโต๊ะกับคนรับใช้อย่างข้าจะทำให้พวกท่านเสื่อมเสียเกียรติล่ะก็นะ ข้ายินดีแบ่งโต๊ะกับพวกท่านครับ”

ก่อนหน้านั้น คล็อดเคยทำให้เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กบาดเจ็บเพื่อเอาใจไอรีน บางที คล็อดอาจจะลืมเรื่องนั้นไปนานแล้ว แต่หานซั่วยังคงจำได้ขึ้นใจ …ยิ่งเขาทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ หานซั่วก็จะยิ่งสูญเสียสติยับยั้งชั่งใจมากขึ้นเท่านั้น ใครจะรู้ว่า…เขาจะเป็นฝ่ายเข้ามาเคาะประตูถึงหน้าบ้านของหานซั่วด้วยตัวเอง แต่หานซั่วก็ต้องปล่อยผ่านโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปก่อน แม้จะไม่ชอบใจเลยก็ตาม

“ข้าเกลียดทุกคนที่มาจากสาขาศาสตร์แห่งความตาย แม้จะเป็นแค่ทาสรับใช้ข้าก็ไม่เว้นหรอกนะ!”

ไอรีนนิ่วหน้า ก่อนจะหันขวับไปมองค้อนคล็อดและพูดอย่างเย็นชา

คล็อดสะดุ้ง แต่จากนั้นก็ส่งสายตาเปี่ยมความหมายให้ไอรีน และหันมายิ้มให้หานซั่ว

“ไบรอัน เจ้าไม่ได้มากับคนจากศาสตร์แห่งความตายคนอื่น ๆ หรอกรึ? ทำไมเราถึงไม่เห็นวี่แววพวกเขาแถวนี้เลย แล้วนี่เจ้ามาคนเดียวเหรอ? โอ้ จริงสิ คนรับใช้อย่างเจ้า ดูจะสุขสำราญกับอาหารและไวน์ชั้นดีเลยนี่นา น่าประหลาดใจจริง”

ไอรีนก็หันมามองหานซั่วด้วยความประหลาดใจเช่นกันเมื่อได้ยินที่คล็อดพูด ดูเหมือนเธอเองก็สนใจในคำถามของคล็อดไม่น้อยและไม่มีทีท่าจะรีบจากไปไหนอีก เมื่อคล็อดเห็นว่าไอรีนมีท่าทีสนใจ เขาก็รีบปัดฝุ่นบนเก้าอี้ตรงหน้าเธอเพื่อเป็นการเชื้อเชิญ ซึ่งเธอก็ค่อย ๆ นั่งลงอย่างไม่รีบร้อน

หานซั่วกัดชิ้นเนื้อย่างในมือ เคี้ยวกร้วม ๆ และกลืนมันลงท้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาปล่อยเสียงเรอออกมาอย่างพึงพอใจ ตามด้วยไวน์อีกอึกใหญ่ เขาลูบท้องด้วยความสุขใจเกินจะเอ่ย ก่อนจะยิ้มและตอบกลับไป

“อีกไม่นานอาจารย์แฟนนี่และคนอื่น ๆ คงจะกลับมาแล้วล่ะครับ พวกเขากลัวว่าข้าจะไปเป็นภาระ ก็เลยให้เงินเหรียญทองข้ามานิดหน่อย และสั่งให้ข้ารออยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรเหรอครับ?”

“เปล่า เปล่าเลย อย่างนี้นี่เอง จริงสิ… ไบรอัน ผลตอบแทนรอบนี้เป็นไงบ้าง ได้ล่าพวกสัตว์วิเศษระดับสูง ๆ บ้างรึเปล่า?”

คล็อดกระพริบตาส่งสัญญาณให้ไอรีน และถามหานซั่วด้วยรอยยิ้ม

ไอรีนแสดงท่าทีสนใจอย่างชัดเจนเมื่อเธอจ้องหานซั่วอย่างตั้งใจฟัง ราวกับว่าเธออยากรู้มากพอควรเกี่ยวกับผลตอบแทนที่ได้จากการเดินทางฝึกฝนของสาขาศาสตร์แห่งความตายครั้งนี้

หานซั่วส่ายหัว

“ไม่ทราบครับ ข้ากลับมาตอนเพิ่งไปได้แค่ครึ่งทาง ข้าเลยไม่รู้ว่าพวกเขาได้อะไรเด็ด ๆ กลับมาบ้างรึเปล่า แต่ข้าว่าผลตอบแทนครั้งนี้คงไม่ใช่น้อย ๆ หรอกครับ”

“หึ! อย่างเจ้าพวกนั้นน่ะนะ? จะได้ของดีสักเท่าไหร่กันเชียว? อย่างดีก็คงล่าได้แค่สัตว์วิเศษระดับ 5 นั่นแหละ เจอระดับ 4 เข้าไปคงได้หืดขึ้นคอกันพอดี”

ไอรีนมองหานซั่วด้วยสีหน้าเย้ยหยัน และพ่นลมดูถูก

หานซั่วทำได้เพียงหันไปมองไอรีนที่กำลังถากถางพวกเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในตอนนั้นเอง คล็อดก็หันไปเรียกบริกรและใช้เงิน 1 เหรียญทองสั่งไวน์และอาหารจานเนื้อมาเพิ่ม

ในตอนนั้นเอง หานซั่วก็แอบคิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่าจะหาทางแก้แค้นคล็อดอย่างไรดี ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มประหลาดก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา เขาค่อย ๆ หยิบอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับเปลือกกล้วยจากจานที่อยู่ตรงหน้า และแอบโยนมันลงไปไว้ที่เท้า เมื่อบริกรถือจานอาหารเดินตรงมาอย่างรวดเร็ว หานซั่วก็ใช้นิ้วหัวแม่โป้งเท้าขวาส่งเปลือกผลไม้ชิ้นนั้นออกไปจากใต้โต๊ะ

เมื่อบริกรที่เดินมาด้วยความเร่งรีบพร้อมจานอาหารหลายจานในมือเหยียบลงบนเปลือกผลไม้ เขาก็ร้องอุทานด้วยความตกใจและล้มตัวไปข้างหน้า จานอาหารในมือลอยพุ่งออกไปยังด้านหลังของคล็อดและไอรีน

คล็อดและไอรีนสะดุ้งจากเสียงที่ได้ยินและรีบหันไปดูทันควัน มือขวาของคล็อดรีบพุ่งออกไปคว้าจานอาหารที่กำลังจะกระแทกตัวพวกเขาไว้อย่างแม่นยำ  และชั่วพริบตานั้นเอง มือซ้ายของหานซั่วก็ยื่นออกไปด้วยความเร็วราวสายฟ้า เขาสะบัดปลายนิ้วเล็กน้อย และผงกระตุ้นกำหนัดสีเทาอ่อน ๆ ก็ถูกโปรยลงในแก้วไวน์ของคล็อดอย่างเงียบเชียบ

 

“เดินระวัง ๆ หน่อยสิ”

คล็อดขมวดคิ้วในขณะที่มือขวายื่นจานอาหารที่เขารับไว้ได้คืนให้บริกรที่เพิ่งลุกขึ้นมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ขอบคุณขอรับ ท่านอัศวิน คราวหน้าข้าจะระวังให้มากกว่านี้!”

บริกรรับจานอาหารคืนมาด้วยท่าทีหวาดกลัว เขาโค้งคำนับและรีบเดินจากไป

หานซั่วมีท่าทีสงบและนิ่งเงียบ เขาก้มหน้าจิบไวน์ราวกับไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ หรือไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่

หลังจากนั้น คล็อดและไอรีนก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับหานซั่วอีก คล็อดพยายามคุยเอาอกเอาใจไอรีน พลางดื่มไวน์เพอร์เพิล เลย์แลนผสมยากระตุ้นกำหนัดเข้าไปแก้วแล้วแก้วเล่า …ส่วนไอรีนที่มีท่าทีเรียบเฉย สนใจคล็อดเป็นพัก ๆ และดูเหมือนว่าเธอยังไม่ตอบรับรักของคล็อด

“เชิญพวกท่านตามสบายเลยนะครับ ข้ามีเรื่องต้องทำนิดหน่อย ขอตัวกลับก่อนล่ะ”

หานซั่วมั่นใจว่าผงยากระตุ้นกำหนัดที่แอบใส่ลงไปจะได้ผลกับคล็อดอย่างแน่นอนหลังจากที่เขาดื่มไวน์เพอร์เพิล เลย์แลนเข้าไปหลายแก้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นยืนและกล่าวลา

ทั้งคล็อดและไอรีนซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับหานซั่วตั้งแต่แรก จึงไม่ได้สนใจอะไร และใจจริงก็อยากให้หานซั่วรีบไปซะตั้งนานแล้ว ราวกับเป็นอะไรบางอย่างที่ระคายสายตา พวกเขาโบกมือเป็นเชิงไล่ทันทีหลังจากหานซั่วพูดจบ พลางคิดว่าให้รีบไปให้พ้น ๆ เสียที และหลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของพวกเขาก็ไม่แฝงความรังเกียจอยู่อีกต่อไป

หานซั่วเดินออกมาจากโรงแรมพร้อมรอยยิ้มกว้าง และยืนหลบอยู่ตรงหัวมุมถนนลับตาคนแห่งหนึ่ง ไม่นานนัก คล็อดที่หน้าแดงก่ำและไอรีนที่แก้มเป็นสีชมพูจาง ๆ ก็เดินเคียงข้างกันออกมา ก่อนจะตรงไปยังทางเหนือของเมืองดรอล

ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว และช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองประจำวันของเมืองดรอลก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เหล่านักผจญภัยต่างจับกลุ่มกัน 3-5 คน เดินโซซัดโซเซไปมาอย่างเมามาย พลางส่งเสียงโวยวายเสียงดังไปตลอดทาง ในขณะที่หานซั่วแอบย่องตามสองคนนั้นไปอย่างเงียบ ๆ และยืนอยู่ริมถนนเพื่อรอดูอะไรเด็ด ๆ หลังจากเห็นทั้งคู่เข้าไปยังโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง

จากที่หานซั่วสังเกตมาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าคล็อดยังเอาชนะใจไอรีนไม่ได้ แต่หลังจากนี้ เมื่อยากระตุ้นกำหนัดออกฤทธิ์ และคล็อดเผลอทำอะไรเกินเลยลงไปล่ะก็ คงต้องโดนไอรีนเล่นงานจนน่วมแน่ ๆ

หานซั่วยืนกินผลไม้ในมืออย่างสบายอารมณ์พลางคิดอะไรแผลง ๆ ไปเรื่อย แต่ก็ไม่มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโรงแรมเลยมาพักใหญ่แล้ว และตอนที่หานซั่วเริ่มหมดความอดทนนั้นเอง คล็อดที่หน้าแดงก่ำก็เดินจ้ำอ้าวออกมาจากโรงแรม และเดินไปตามถนนด้วยความเร่งรีบ

หานซั่วผงะไปทันที ไม่คิดว่าสติยั้งคิดของคล็อดจะแข็งแกร่งขนาดนี้ จนป่านนี้ก็ยังควบคุมตัวเองไหว แต่ดูจากสภาพแล้ว หานซั่วคิดว่าเขาคงทนต่อไปอีกได้ไม่นาน จึงรีบตามคล็อดไปทันที และเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ

และก็เป็นจริงตามนั้น คล็อดเดินต่อไปได้อีกประมาณ 10 เมตรก็สูญเสียการควบคุมตัวเองโดยสิ้นเชิง เมื่อเห็นผู้หญิงแต่งหน้าจัดในชุดขาด ๆ คนหนึ่งโบกมือให้ เขาหอบหายใจอย่างหนักขณะกำลังเดินเข้าไปในตรอก ราวกับว่าเขาต้องรีบปลดปล่อยความต้องการของร่างกายกับสิ่งที่หาได้ใกล้ตัวที่สุด

“เอ๋? นั่นคล็อดไม่ใช่เหรอ?”

เสียงอุทานหนึ่งร้องดังขึ้นจากถนนข้างเคียง หานซั่วหมุนตัวกลับไปดู พร้อมหัวใจที่พองโตขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาร้องอุทานในใจ… ขนาดสวรรค์ยังเข้าข้างข้าเลยแฮะ!

บีชเชอร์ อาจารย์ประจำสาขาเวทมนตร์ธาตุแสง และนักเรียนธาตุแสงจำนวนหนึ่งเดินผ่านมา  และนักเรียนหญิงสายตาเฉียบคมคนหนึ่งก็สังเกตเห็นคล็อด กำลังเดินเข้าไปในตรอกกับผู้หญิงอย่างว่าเข้าพอดี เธออุทานด้วยความประหลาดใจ

“เป็นไปไม่ได้ คล็อดจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไงกัน? เขาเป็นถึงอัศวินผู้สูงศักดิ์ ไม่มีทางทำอะไรต่ำ ๆ ในที่แบบนี้แน่ อีกอย่าง คล็อดก็สนใจไอรีนอยู่ด้วย ไม่มีทางที่เขาจะทำแบบนั้นหรอก”

บีชเชอร์นิ่วหน้า พลางงพูดด้วยความสับสันและไม่มั่นใจ

“แต่เป็นเขาจริง ๆ นะคะ ข้ามั่นใจว่าไมได้ตาฝาด ถ้าท่านไม่เชื่อ พวกเราเข้าไปตรวจดูข้างในกันก็ได้ค่ะ”

นักเรียนหญิงผู้เห็นเหตุการณ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ

“มาเถอะ เคธี่ ไม่ใช่ธุระ เจ้าอย่าสอดรู้อะไรที่ไม่ใช่เรื่องของเจ้าเลย”

บีชเชอร์เงียบไปชั่วขณะ และรีบเร่งพวกนักเรียนให้เดินจากไป

เคธี่จ้องมองตรอกนั้น พลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห

“จะไปยอมได้ยังไงกัน!? คอยดูนะ ข้าจะฟ้องไอรีน ถ้าตอนนี้คล็อดไม่อยู่ที่ห้อง แสดงว่าเมื่อกี้ต้องเป็นเขาแน่ ข้าไม่ยอมให้คล็อดมาทำร้ายความรู้สึกของไอรีนเด็ดขาด”

ทันทีที่พูดจบ เคธี่ก็รีบวิ่งจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว และตรงไปยังโรงแรมที่ไอรีนพักอยู่ทันที ส่วนพวกนักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงคนอื่น ๆ ก็ทำตัวไม่ถูก นอกจากมองหน้ากันไปมาเมื่อเห็นเธอจากไป

หานซั่วแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เพราะไม่นึกฝันว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นแบบนี้ ทีแรก หานซั่ววางแผนว่าจะลงมือทำด้วยตัวเองเพื่อหลอกล่อให้ไอรีนมาที่นี่ ใครจะไปคิดว่าคล็อดจะโชคร้ายถึงเพียงนี้ ราวกับว่าเขาไม่มีทางหลบเลี่ยงความซวยวันนี้ได้แน่นอน ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม

ไม่นานนัก ไอรีนในสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ และเคธี่ที่โกรธเกรี้ยวก็เดินคู่กันมาด้วยความรวดเร็ว

“คล็อดไม่อยู่ในห้องแน่ ๆ และข้าก็มั่นใจว่ามองไม่ผิด เมื่อกี้ต้องเป็นเขาจริง ๆ นะ ไอรีน ข้าว่าเรารีบไปกันดีกว่า เอาให้จับได้คาหนังคาเขาไปเลย เป็นถึงอัศวินสูงศักดิ์ กล้ามาทำอะไรต่ำทรามแบบนี้ได้ยังไง คล็อดนี่น่ารังเกียจจริง ๆ”

เคธี่จ้องมองตรอกนั้นอย่างเดือดดาลทันทีที่เธอมาถึง

ไอรีนผงกหัวพร้อมสีหน้าเย็นชา และไม่เสียเวลาคุยต่ออีกแม้เพียงวินาทีเดียว ขณะจูงมือเคธี่เดินเข้าไปในตรอกด้วยความรีบเร่ง บีชเชอร์และนักเรียนคนอื่น ๆ เกรงว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นจึงรีบตามมาหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อพวกนั้นเข้าไปกันหมดแล้ว หานซั่วก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปในตรอกอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับสีหน้าเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
…………………………………

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย

อัพเดท : 30/6/60 บล็อก@ตอนที่ 53 กลุ่มลับ@ตอนที่ 68