0 Views

อสูรกินคนส่งเสียงประหลาดขณะกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา พวกมันเริ่มวิ่งอย่างรวดเร็วเข้ามาหาคณะเดินทางเมื่ออสูรกินคนตัวที่สูงที่สุดและดูแข็งแกร่งที่สุดใช้กระบองชี้มายังพวกเขา

เสียงร่ายเวทย์ดังระงมขึ้นก่อนที่เหล่าอสูรจะทันได้เข้าถึงตัว ศรกระดูกจำนวนมากลอยพุ่งเข้าใส่พวกมัน รวมทั้ง คมหอกกระดูก

เวทย์คมหอกกระดูก  เป็นเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายเช่นเดียวกันกับเวทย์ศรกระดูก ผู้ร่ายต้องเป็นนักเวทย์ระดับเริ่มต้นขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ ซึ่งพลังของเวทมนตร์นี้จะแข็งแกร่งกว่าเวทย์ศรกระดูกเล็กน้อย ทั้งศรกระดูกและคมหอกกระดูกพุ่งลอยแหวกอากาศไปอย่างพร้อมเพรียงกัน ตรงเข้าสู่อสูรกินคนทั้ง 8 ตน

แม้จะรู้ว่าต้องหลบการโจมตีไปด้วยขณะที่วิ่ง แต่พวกมันก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่คล่องแคล่วว่องไวขนาดนั้น บางตัวจึงถูกศรกระดูกและคมหอกกระดูกโจมตีเข้าอย่างจัง

แต่ทว่า ร่างกายของพวกมันถึกหนาอย่างเหลือเชื่อ ศรกระดูกแค่ทำให้พวกมันร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและชะลอความเร็วได้เพียงชั่วคราว แต่กลับไม่ระแคะระคายผิวหนังของพวกมันเลยแม้แต่น้อย มีเพียงคมหอกกระดูกเท่านั้นพอจะสร้างรอยแผลลึก จนเลือดสีเขียวของพวกมันไหลออกมาเป็นทาง

อสูรทั้ง 8 ตนเริ่มบาดเจ็บมากขึ้นขณะที่พยายามเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ แต่ไม่มีตัวไหนเลยที่เจ็บจนสู้ต่อไม่ไหว พวกมันพุ่งเข้าชนแนวป้องกันชั้นนอก และพยายามโจมตีเข้ามาด้านใน

หานซั่วอยู่ในแนวป้องกันชั้นในด้วยท่าทีสงบนิ่ง สีหน้าของเขาเรียบเฉยขณะจ้องมองอสูรกินคนที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยสายตาเยือกเย็น พร้อมกับพยายามประเมินพลังต่อสู้ของพวกมันไปด้วย

“สั่งให้อสูรมิติมืดโจมตีได้!”

แฟนนี่ตะโกนดังลั่น ใบหน้าสวยงามของเธอเริ่มตึงเครียดเมื่อเห็นอสูรกินคนเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาอีก

ทุกคนสั่งการอสูรมิติมืดในแนวป้องกันรอบนอกให้โจมตีตามคำสั่งของแฟนนี่ ทั้งผีกูล นักรบโครงกระดูก นักรบผีดิบ และนักรบแห่งความเกลียดชังที่อัญเชิญมาล้วนประจำตำแหน่งที่มั่นของตนเอง และฟาดฟันใส่เฉพาะอสูรกินคนที่เข้ามาประชิดตัว

แต่ร่างกายอสูรกินคนทั้งสูงและถึกหนา กล้ามเนื้อของมันเป็นเกราะป้องกันชั้นดี มีเพียงนักรบแห่งความเกลียดชัง ที่สามารถสร้างความเสียหายได้บ้างโดยใช้กระบองเหล็กกล้า ในขณะที่การโจมตีของอสูรมิติมืดตัวอื่น ๆ ค่อนข้างมีข้อจำกัด

โดยเฉพาะผีกูลและนักรบโครงกระดูกที่แทบทำอะไรไม่ได้เลย เพียงไม่ทันไร พวกมันก็ถูกจัดการด้วยกระบองใหญ่ที่ทุบลงมาเพียงครั้งเดียว นักรบโครงกระดูกแตกกระจาย ในขณะที่ผีกูลกลายเป็นกองเลือดและเศษซากชิ้นเนื้อที่เละไม่มีชิ้นดี ส่วนนักรบผีดิบซึ่งถึกกว่า แม้จะสามารถรับการโจมตีจากกระบองใหญ่ได้หลายครั้ง แต่พวกมันก็เริ่มเซไปเซมาอย่างไร้ทิศทาง

“เจ้าพวกอสูรเวรนี่รับมือยากจริง ๆ!”

จีนเริ่มวิตกกังวลเมื่อเห็นอสูรมิติมืดในแนวป้องกันรอบนอกเริ่มร่วงลงไปทีละตัว ๆ ในขณะที่เหล่าอสูรกินคนยังยืนไหว แม้จะเลือดอาบจากบาดแผลหลายแห่งที่โดนเวทมนตร์โจมตี

“ยึดไว้ให้มั่น! อย่าให้พวกมันเข้ามาได้เด็ดขาด ถ้าโดนพวกมันโจมตีในระยะประชิดล่ะก็ พวกเราไม่รอดแน่!”

คมหอกกระดูกจำนวนมากก่อร่างขึ้นเมื่อเธอร่ายเวทย์ และเจาะจงพุ่งเข้าใส่อสูรกินคนตัวหนึ่ง คมหอกเสียบเข้าที่ตา ก่อนจะพุ่งทะลุกะโหลกออกไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันโซเซไปมา ก่อนที่ร่างไร้ชีวิตจะร่วงลงไปกองบนพื้น

อสูรกินคนอีก 7 ตนที่เหลือดูงุนงงไปชั่วขณะเมื่อเห็นสหายถูกฆ่าตาย ในขณะที่อสูรถือหอก 2 ตนคำรามลั่นด้วยเสียงแปลกประหลาด และอยู่ ๆ ก็เขวี้ยงหอกออกไป หอกนั้นลอยตัวออกไปเป็นแนวโค้งกลางอากาศ และพุ่งตัวลงมาพร้อมเสียงลมหวีดหวิวบาดหู ก่อนจะปักเข้าใส่นักรบแห่งความเกลียดชังทั้ง 2 ตัวอย่างแม่นยำ

นักรบแห่งความเกลียดชังทั้ง 2 ตัว เป็นเกราะก้อนเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในแนวป้องกันด้านนอก แม้ไม่ได้ทำให้พวกมันขยับไม่ได้ในทันที แต่ก็เคลื่อนไหวได้ช้าลงเมื่อมีหอกเสียบทะลุร่าง แต่มันก็ทำราวกับว่าไม่ได้รับความกระทบกระเทือนใด ๆ แม้อสูรกินคน 2 ตนจะพยายามดิ้นให้หลุดจากการโอบรัดของพวกมันทุกวิถีทาง

ในตอนนั้น เหลือเพียงนักรบแห่งความเกลียดชัง 2 ตัว และนักรบผีดิบ 6 ตัวในแนวป้องกันด้านนอก นักรบผีดิบนั้นด้อยกว่านักรบแห่งความเกลียดชังในทุกด้าน ในขณะที่พวกนักเรียนที่อยู่ด้านในเริ่มรู้สึกกดดันมากขึ้นตั้งแต่นักรบแห่งความเกลียดชังถูกหอกแทง และนักรบผีดิบอีก 2 ตัวก็ลงไปกองเป็นเศษเนื้ออยู่บนพื้น

“ทำยังไงดี ทำยังไงดี? พวกอสูรกินคนนี่จะกินเรามั้ย?”

“ให้ตายสิ ทำไมร่างกายของพวกมันถึงได้ถึกนัก ศรกระดูกทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย!”

“ตายแน่ พวกเราต้องตายกันหมดแน่ ๆ น่าจะกลับกันไปตั้งแต่เมื่อวาน ฮืออออ…”

เสียงบ่นอย่างเศร้าสลดและเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะความหวาดกลัวเริ่มดังออกมาจากปากของพวกนักเรียน จนมีผลต่อเวทมนตร์ของพวกเขาไปชั่วขณะ

“อาจารย์จีน ใช้ เวทย์ระเบิดศพ  เถอะค่ะ เร็วเข้า!”

แฟนนี่ร้องบอกทันใด ใบหน้าของเธอเป็นกังวลเมื่อเห็นทุกคนเริ่มสิ้นหวัง

“โอ ดวงวิญญาณที่ดับสูญ ข้าขอบัญชาให้เจ้าละทิ้งซึ่งร่างกาย และจงระเบิดทุกอย่างให้กลายเป็นผุยผง… เวทย์ระเบิดศพ!

แฟนนี่และจีนร่ายขึ้นพร้อมกัน แฟนนี่ชี้มือไปที่ซากอสูรกินคนที่เธอจัดการไปก่อนหน้านี้ ส่วนจีนชี้ไปที่ซากนักรบผีดิบอีกตัวหนึ่ง

ซากอสูรกินคนและซากนักรบผีดิบนั้นระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง อสูรกินคนที่บาดเจ็บ 4 ตน และนักรบผีดิบ 2 ตัวที่กำลังต่อสู้กันอยู่ใกล้ ๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดและกระเด็นลอยสูงขึ้นไปในอากาศ

ร่างของอสูรกินคนฉีกขาดออกเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับร่างของนักรบผีดิบ พวกมันร่วงลงมานอนแน่นิ่ง และสิ้นฤทธิ์อย่างเห็นได้ชัด

หานซั่วจ้องมองแฟนนี่ด้วยแววตาเป็นประกาย เขาตกตะลึงในพลังทำลายล้างของเวทย์ระเบิดศพเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่าซากของอสูรกินคนมีแสงวาบขึ้นก่อนจะระเบิดออกอย่างรุนแรงทันทีที่แฟนนี่ร่ายเวทย์จบ อสูรกินคนทั้ง 4 ตัวถูกระเบิดจนร่างกายฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ และ 3 ตัวในนั้นตายด้วยฝีมือเวทมนตร์ของแฟนนี่

หานซั่วเคยได้ยินเกี่ยวกับเวทย์ระเบิดศพมาเพียงเล็กน้อย เขารู้แค่เพียงว่าต้องเป็นนักเวทย์ระดับสูงเท่านั้นถึงจะร่ายเวทย์นี้ได้  และแรงระเบิดก็จะแตกต่างกันไปตามพลังจิตของผู้ร่าย ซึ่งเวทย์ระเบิดศพของแฟนนี่ทรงพลังกว่าของจีนอย่างเห็นได้ชัด นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟนนี่เลือกใช้ซากของอสูรกินคนเป็นตัวจุดระเบิด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเวทย์ระเบิดศพจะทำให้ผู้ร่ายสูญเสียพลังจิตไปในปริมาณมาก เพราะทั้งแฟนนี่และจีนเริ่มหน้าซีดและหอบหายใจอย่างแรงทันทีที่ร่ายเวทย์จบ

จนกระทั่งตอนนี้ จากฝูงอสูรกินคนจำนวน 8 ตน แฟนนี่ฆ่าด้วยเวทย์คมหอกกระดูกไป 1 ตน และอีก 4 ตนด้วยเวทย์ระเบิดศพ แม้ว่านักรบแห่งความเกลียดชังทั้งสองตัวจะถูกแทงด้วยหอก แต่พวกมันก็ยังสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและรวบเอาอสูรกินคนจำนวน 2 ตัวไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

มีเพียงอสูรกินคนที่ตัวสูงที่สุดและดูแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่ยังเหลือรอด มันพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับกระบองในมืออย่างบ้าคลั่ง พลางส่งเสียงประหลาด และคำรามลั่นราวกับแปลได้ว่า

“ข้า… ข้า จะ… ฆ่า…เจ้า…!”

“พวกข้าเพิ่งร่ายเวทย์ระเบิดศพไปและสูญเสียพลังจิตไปมาก คงใช้เวทมนตร์ระดับสูงต่อไปไม่ได้อีกสักพัก ทุกคน วิ่ง!”

จีนรีบตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

แฟนนี่รีบกวาดตามองไปรอบ ๆ พร้อมเร่งเร้า

“ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า! อย่าให้พวกมันจับได้!”

แต่ทว่า ทุกคนกลับตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิมเพราะคำพูดของแฟนนี่และจีน ข้าวของทุกอย่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อพวกเขาพยายามหนีให้พ้นจากอสูรกินคนที่วิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระบองใหญ่ในมือ

แม้อสูรกินคนจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวนัก แต่มันก็ยังวิ่งได้เร็วกว่า นักเรียนบางคนที่ตื่นตกใจสะดุดซากนักรบโครงกระดูกจนล้มลุกคลุกคลาน ส่งผลให้ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับความเร็วของอสูรกินคน

แฟนนี่ซึ่งมัวแต่เป็นห่วงและเร่งเร้าพวกนักเรียนจนตัวเองอยู่รั้งท้าย อสูรกินคนร่างสูงจำได้ว่าแฟนนี่เป็นคนระเบิดสหาย 3 ตนของมันจนร่างขาดกระจุยเป็นชิ้น ๆ มันจึงไล่ตามเธอทันทีเมื่อเห็นว่าเธออยู่ใกล้ที่สุด กระบองใหญ่ของมันยกขึ้นสูงและกำลังฟาดลงมาใส่แฟนนี่

“อาจารย์แฟนนี่คะ ระวัง!”

“แฟนนี่ ระวัง ข้างหลังเจ้า!”

ลิซ่า จีน และคนอื่น ๆ ร้องออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นกระบองกำลังจะฟาดใส่แฟนนี่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

แฟนนี่หันกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกน และเห็นว่ากระบองกำลังฟาดลงมา หนามแหลมคมของกระบองส่องประกาย พร้อมกับเสียงวัตถุแทรกผ่านอากาศดังลั่น บ่งบอกให้รู้ว่ากระบองฟาดลงมาด้วยพละกำลังที่รุนแรงเพียงใด

ใบหน้าชวนหลงใหลของเธอซีดเผือด ขาเรียวงามไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกสิ้นหวังและเศร้าโศกเสียใจฉาบขึ้นในดวงตา เมื่อภาพกระบองที่ตาเห็นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

แคร๊ง…

ประกายไฟกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง

ดวงตาสวยงามของแฟนนี่เบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปยังเบื้องหน้าของเธอ กระบองใหญ่สองอันปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อกระบองทั้งสองฟาดปะทะกัน ส่วนที่แหลมคมของกระบองใหญ่ที่ฟาดลงมาตรงจุดปะทะก็ยุบลงไปทันที จนเกิดเป็นประกายไฟจากการกระทบกันของเหล็กกล้า

แฟนนี่มองลงไปยังเบื้องล่างของกระบองที่ป้องกันเธอเอาไว้ และก็พบว่าเป็นหานซั่วเองที่ปรากฏตัวอยู่ทางด้านซ้ายของเธอ มือทั้งคู่ของเขากำกระบองใหญ่ไว้แน่น ซึ่งดูไม่สมส่วนกับร่างกายเพรียวบางของเขาเลยแม้แต่น้อย เส้นเลือดเริ่มปูดนูนตามหน้าผากและแขน ใบหน้าบิดเบี้ยวนั้นจ้องเขม็งไปยังอสูรกินคนอย่างไม่ละสายตา

…………………………………

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย