0 Views

 

“ข…ข้าเปล่านะ ไบรอันตะหาก!”

 

ฟิทช์ขวัญเสียและรีบพูดปกป้องความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วยเสียงอันดัง

 

เพียะ! เพียะ!

 

เสียงตบอีกสองครั้งดังขึ้น แก้มของฟิทช์เริ่มบวมตุ่ย แฟนนี่จ้องมองฟิทช์อย่างกราดเกรี้ยวขณะกัดฟันพูด

 

“ยังจะกล้าแก้ตัวอีกรึ? ไบรอันน่ะเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ เขาจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ได้ยังไง เจ้านั่นแหละ!”

 

ไบรอันพูดอะไรไม่ออกแต่ก็รู้สึกพอใจอยู่ภายใน เขาจึงรีบสร้างภาพใสซื่อบริสุทธิ์บนใบหน้าเมื่อมองไปที่ฟิทช์และแฟนนี่ ก่อนจะยิ้มทื่อ ๆ และพูดว่า

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

 

“อาจารย์แฟนนี่ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ นะครับ!”

 

ฟิทช์กลายเป็นคนผิดที่สุดในโลกทันที เขาพูดแก้ตัวเสียงดังพลางเอามือถูแก้ม

 

“เลิกโกหกซะที ออกไป! เดี๋ยวนี้เลย!”

 

แฟนนี่ฉุนเฉียวเมื่อเหล็กธรรมดาไม่มีวันกลายเป็นเหล็กกล้า** และตอบกลับไปอย่างเดือดดาล

 

**สำนวนจีน แปลว่า ความรู้สึกที่อยากให้ใครบางคนปรับปรุงตัวหรือพัฒนาขึ้น

 

ฟิทช์มีสีหน้าเจ็บปวด เมื่อเห็นว่าแฟนนี่พร้อมที่จะระเบิดความโกรธได้ทุกเมื่อ เขาก็รู้ว่าอธิบายไปเท่าไหร่ก็เปล่าประโยชน์ และกลัวจับใจว่าถ้าเขาสร้างกำแพงป้องกันตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง แฟนนี่ก็จะทำลายมันอีก เขาจึงยิ้มอย่างขมขื่นและพยักหน้ารับ และเดินออกไปจากสนามฝึกซ้อมด้วยสีหน้าผิดหวัง

 

เมื่อเขาเดินผ่านหานซั่ว ฟิทช์หยุดและจ้องมองเขาอย่างดุร้ายอยู่ครู่หนึ่ง กัดฟันกรอดและพูดเบา ๆ

 

“สารเลว”

 

หานซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวกับความเกลียดชังของฟิทช์และยิ้มอย่างจริงใจให้เขาด้วยท่าทีเป็นมิตร

 

“เอ๋? ทำไมอยู่ดี ๆ เจ้าถึงอ้วนขึ้นได้ล่ะ?”

 

ฟิทช์โกรธและหันหน้ากลับไปอย่างไม่พอใจ เมื่อหันมาจ้องหน้าหานซั่วเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็รีบอ้อมสิ่งกีดขวางตามทางและหายตัวไปหลังประตูในชั่วพริบตา

 

“ไบรอัน เจ้ามาทำอะไรที่นี่เหรอ?”

ความโกรธอาจารย์แฟนนี่สิ้นสุดลงทันทีที่ฟิทช์จากไป จึงหันมาถามหานซั่ว

 

“ทำความสะอาดครับ”

 

หานซั่วเดินไปทำธุระของตัวเองที่มุมสนามฝึกซ้อม เขาหยิบไม้กวาดขึ้นมาและทำเความสะอาดพื้นที่เพื่อเตรียมรับนักเรียนศาสตร์แห่งความตายคนต่อไปที่จะเข้ามาใช้สนาม

 

“ออ เข้าใจล่ะ จริงสิ หลังของเจ้าเป็นยังไงบ้าง? ถ้าหลังของเจ้าหายดีแล้ว ข้าอยากตรวจดูเจ้าให้ชัด ๆ สักหน่อย มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะที่คำสาปกรีดวิญญาณทำให้เจ้ามีพลังจิตขึ้นมาได้น่ะ”

 

แฟนนี่ค่อนข้างอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าหานซั่ว เธอพูดคุยกับเขาอย่างสงบเรียบร้อยและช่วยเขาจัดการสิ่งกีดขวางบนพื้นโดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“ดีขึ้นมาก ๆ เลยล่ะครับ จริงสิครับ อาจารย์แฟนนี่ อาจารย์อย่าบอกฝ่ายบริหารวิทยาลัยเรื่องเมื่อคืนได้มั้ยครับ?”

 

หานซั่วกวาดเศษกระดูกหักและฝุ่นอย่างเหม่อลอย พลางดมมือขวาของตัวเองที่จับก้นแฟนนี่เมื่อมีโอกาส

 

กลิ่นหอมเย้ายวนอ่อน ๆ ลอยออกมาจากนิ้วมือขวาของเขา ทำให้หัวใจของเขาวูบวาบอย่างเปรมปรี สายตาของเขาจับจ้องไปที่ก้นงามงอนของแฟนนี่ที่อยู่ไม่ไกลนัก แฟนนี่ค่อย ๆ ก้มตัวลงเพื่อเก็บสิ่งกีดขวาง ยิ่งทำให้ก้นงอน ๆ ของเธอดูน่าหลงใหลราวกับถูกมนต์สะกดมากขึ้นไปอีก

 

แฟนนี่สะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของหานซั่ว และตั้งลำตัวอ่อนช้อยให้ตรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอหันมาหาหานซั่วและถามอย่างประหลาดใจ

 

“ทำไมล่ะ? หืมมม … ไบรอัน เจ้าไม่มีสมาธิเลยนี่นา เจ้าเหยียบไม้กวาดอยู่นะ”

 

เขาไม่ทันตั้งตัวที่อยู่ดี ๆ แฟนนี่ก็หันมา หานซั่วรู้สึกผิดและรีบขยับเท้าออกจากไม้กวาด และยิ้มอย่างซื่อ ๆ

 

“จริง ๆ แล้ว แครี่กับบอร์กเป็นคนดีครับ ถ้าอาจารย์บอกฝ่ายบริหารโรงเรียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะถูกไล่ออก ชีวิตคงลำบากถ้าครอบครัวของพวกเขาไม่มีเงินที่พวกเขาเคยหามาได้”

 

แฟนนี่มองหานซั่วอย่างตกตะลึง คิ้วโก่งงอนของเธอขมวดเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า

 

“ไบรอัน เจ้าใจดีเสมอเลยนะ เจ้าพูดแทนพวกเขาทั้ง ๆ ที่ตัวเองถูกพวกนั้นรังแก ตกลง ข้าจะลืมมันซะ ในเมื่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างเจ้าเป็นคนขอร้องด้วยตัวเอง ข้าจะไม่ทำให้พวกนั้นตกที่นั่งลำบาก เจ้าเป็นกุญแจสำคัญในการทดลองของข้า อย่าลืมมาบอกข้าล่ะถ้าหลังจากนี้มีใครรังแกเจ้าอีก”

 

ใจดีรึ? หานซั่วพูดอะไรไม่ออก แน่ล่ะ ที่ทำอยู่นี่ก็ถือว่า “ใจดี” จริง ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสข่มขู่แครี่กับบอร์กให้ทำงานแทนได้แบบนี้หรอก และถ้าสองคนนั้นออกไป งานทุกอย่างก็จะตกเป็นภาระของเขาและแจ็ค แล้วใครจะมาสนล่ะว่าเจ้าสองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง?

 

ขณะที่หานซั่วกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ แฟนนี่ก็มองหานซั่วอย่างสงสัยและพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ไบรอัน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเสียสติสักเท่าไหร่เลยนะ ถ้าไม่อย่างนั้น เจ้าจะพูดเรื่องที่เพิ่งพูดเมื่อกี้ออกมาได้ยังไง?”

 

เขาตะลึงงันไปชั่วขณะ หัวใจของหานซั่วหล่นวูบ เขารีบเกาหัวอย่างเร็วและตอบกลับไปอย่างอาย ๆ ว่า

 

“เอ่อ บางที ข้าก็รู้สึกในหัวมันมืดมัวไปหมด ข้าไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นข้าทำอะไรลงไปบ้าง”

 

“เข้าใจล่ะ ดูเหมือนผลกระทบด้านลบจากคำสาปกรีดวิญญาณยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายสินะ อืมมม… อย่าห่วงไปเลย ข้าจะตรวจเจ้าอย่างดีเมื่อหลังของเจ้าหายสนิทแล้ว อาการเจ็บป่วยทุกอย่างข้าจะรักษาให้เอง นี่ก็เกือบได้เวลาที่ข้าต้องพานักเรียนไปทำการทดลองรอบต่อไปแล้ว ข้าจะกลับไปเตรียมตัวล่ะนะ เจ้าก็ทำความสะอาดต่อเถอะ!”

 

แฟนนี่ร่ายเวทย์หลังจากพูดกับหานซั่วจบ และส่งนักรบผีดิบที่อยู่ในสนามฝึกซ้อมกลับไปยังมิติอื่น และจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ทันทีที่แฟนนี่ออกไป หานซั่วก็ทิ้งความเละเทะในสนามฝึกซ้อมไว้ตามเดิมและออกไปหาแครี่และบอร์กเช่นกัน เขาพูดอย่างอวดดีว่า

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเรื่องของพวกเจ้าให้เรียบร้อย พวกเจ้าสองคนไปทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมต่อได้แล้ว!”

 

แครี่และบอร์กดีใจระคนแปลกใจ จนวิ่งจากไปอย่างเต็มใจพร้อมไม้ถูพื้นและไม้กวาดในมือ และกวาดถูพื้นแทนหานซั่วด้วยความสุขอย่างเหลือล้นเพื่อตอบแทนน้ำใจที่เขาเป็นธุระให้

 

เมื่อออกจากสนามฝึกซ้อม หานซั่วก็ไม่มีอะไรให้ต้องทำอีก เขากลับมาสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในกล่องหยกอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน และอยากรู้จริง ๆ ว่าลูกกลมนั้นคืออะไร ไม่มีทางที่เขาจะไปถามใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แน่ เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ห้องสมุดหลักของเวทมนตร์สายธาตุมืด เผื่อว่าจะมีบันทึกอะไรเกี่ยวกับลูกแก้วนั่นอยู่บ้าง

 

ภายในวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน เวทมนตร์แต่ละสาขามีห้องสมุดเป็นของตัวเอง ขอบเขตหัวข้อความรู้ในตำราของห้องสมุดแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไป และบรรจุซึ่งสติปัญญาและคำอธิบายเกี่ยวกับคลังความรู้ที่แต่ละสาขารวบรวมสะสมเอาไว้ แต่ห้องสมุดไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ และมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมากมาย ซึ่งจำกัดสิทธิ์เฉพาะนักเรียนในสาขาเท่านั้น

 

หานซั่วใช้เรื่องหน้าที่ทำความสะอาดห้องสมุดของแจ็คเป็นข้ออ้าง จึงเดินอาด ๆ เข้ามาในห้องสมุดเวทมนตร์ธาตุมืดได้พร้อมกับแปรงทำความสะอาดในมือ

 

“ไบรอัน เจ้ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย? เวลานี้เจ้าต้องทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมอยู่ไม่ใช่รึ?”

 

แจ็คอ้วนตัวน้อยสะดุ้งและวางกองหนังสือลง และถามหานซั่วเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมกับแปรง

 

“ฮี่ฮี่ เพราะเจ้าโง่แครี่กับบอร์กน่ะ ต่อไปนี้พวกนั้นจะเป็นคนทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมแล้วล่ะ วันนี้ข้าก็เลยมาที่นี่เพราะมีธุระสำคัญต้องทำ”

 

หานซั่วยิ้มและสุ่มหยิบหนังสือขึ้นมาดูด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขามองมันและวางกลับไปที่เดิมเมื่อพบว่ามันคือตำราเวทมนตร์ธาตุมืดขั้นพื้นฐาน

 

“แครี่กับบอร์กทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมแทนเจ้า…เป็นไปได้ยังไง? เอ… หรือเป็นเพราะพวกนั้นกลัวเจ้าหลังจากที่โดนเล่นงานไปเมื่อวานกันนะ?”

 

แจ็คตกใจ แต่ก็นึกขึ้นได้ถึงท่าทีของหานซั่วเมื่อวานและมองหน้าเขาด้วยความเกรงกลัวเล็กน้อย

 

“จริงสิ ไบรอัน เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าน่ะ? เจ้าดูเหมือนเป็นอีกคนไปเลย ถึงเราจะสนิทกันมากก็เถอะ แต่เมื่อวานข้ากลัวเจ้ามากจริง ๆ นะ!”

 

หานซั่วหัวเราะเบา ๆ และวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของแจ็ค
“มันขึ้นอยู่กับว่าเป็นใครน่ะ ถ้าใครจะมาทำให้ชีวิตข้าลำบากขึ้นล่ะก็ ข้าก็จะไม่ทำให้ชีวิตมันง่ายเหมือนกัน ฮี่ฮี่ ส่วนความสัมพันธ์ของพวกเรา ไม่มีทางที่ข้าจะเล่นงานเจ้าอยู่แล้ว จริงสิ แจ็ค ตำราที่เกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์ในห้องสมุดเวทมนตร์ธาตุมืดนี่อยู่ตรงไหนเหรอ?”

 

“อืมม… ชั้นหนังสือแถวที่สองด้านหลังนู่นแน่ะ เจ้าถามทำไมเหรอ?”

 

แจ็คชี้ไปที่ด้านหลังของหานซั่ว และถามเขาด้วยความสงสัย

 

“ไม่มีอะไรมากหรอก ช่วยเจ้าทำความสะอาดมั้ง?”

 

หานซั่วยิ้มและเดินตรงไปยังชั้นหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์

 

“แต่ไบรอัน ชั้นหนังสือนั่นข้าเพิ่งปัดฝุ่นไปเองนะ!”

 

“งั้นข้าก็จะได้ปัดฝุ่นให้เจ้าอีกรอบนึงไง!”

 

เมื่อหานซั่วเดินไปถึงชั้นหนังสือที่ว่า เขาเริ่มหาจากแถวสุดท้ายและพลิกอ่านไปเรื่อย ๆ พร้อมกับโยนแปรงทิ้งไปแบบส่ง ๆ

 

ตอนที่หานซั่วเฝ้าตรวจสอบกล่องหยกเมื่อคืน พลังจิตของเขาหลั่งไหลเข้าไปในลูกกลมอย่างน่าพิศวง ทำให้เขาสามารถสัมผัสถึงกระแสมนตราบางอย่างที่อยู่ภายใน  และหานซั่วก็ไม่ถือว่าเป็นมือใหม่อีกแล้วเมื่อเขาเริ่มศึกษาความรู้ด้านเวทมนตร์ต่าง ๆ และจุดนี้เองที่ทำให้เขาเข้าใจว่า การที่มีกระแสมนตราอยู่ภายในลูกแก้ว แปลว่ามันคือวัตถุเวทมนตร์บางอย่าง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงพยายามตามหาที่มาของลูกแก้วนั่นในห้องสมุดแห่งนี้

 

โชคไม่ดี หลังจากรื้อค้นหนังสือไปหลายเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่บอกรายละเอียดธรรมดาสามัญเกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์อย่างคทา ชุดคลุม และเครื่องประดับต่าง ๆ ซึ่งล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

 

เขาทำความสะอาดชั้นหนังสือด้วยความท้อแท้และยอมจำนน หมดหวังที่จะค้นหาคำตอบจากที่นี่ เขาจึงย้ายไปยังชั้นหนังสือของศาสตร์แห่งความตาย

 

ในเมื่ออุตส่าห์ถ่อมาถึงห้องสมุดแล้ว เค้าก็ไม่อยากกลับไปมือเปล่า อย่างน้อยต้องเอาตำรากลับไปสักเล่มนึงเพื่อจะได้ศึกษาต่อ หานซั่วคิดใคร่ครวญไปเรื่อย ๆ ขณะรื้อค้นหนังสือชั้นบนสุดซึ่งเป็นเวทมนตร์ระดับสูงขึ้น เขาคงอ่านไม่เข้าใจอยู่ดีต่อให้เอามันกลับไป ดังนั้น เขาจึงหันมาสนใจระดับที่อยู่ล่างลงมา

 

สายตาของเขาไปตกอยู่ที่ “ตำราอสูรมิติมืด” เขาเปิดอ่านไปไม่กี่หน้าและพบว่ามันบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการอัญเชิญอสูรมิติมืดเอาไว้

 

หานซั่วดีใจ เขารีบกลับไปหาแจ็คและโบก “ตำราอสูรมิติมืด” ในมือให้แจ็คดูทันที พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

 

“แจ็ค ข้าเอาตำราเล่มนี้กลับไปอ่านเล่นนะ ช่วยปิดให้ข้าด้วย อย่าให้ใครรู้เข้าล่ะ”

 

ไม่ทันรอให้แจ็คตอบ เขาก็เก็บตำราใส่ไว้ข้างในเสื้ออย่างมีความสุข หยิบแปรงที่เคยทิ้งไปก่อนหน้านี้ขึ้นมา และเดินออกไปจากห้องสมุด

 

…………………………………

จะทะยอยลงเรื่อย ๆ นะคะ อ่านตอนต่อไปล่วงหน้าพลาง ๆ ที่นี่ค่ะ >>> FacebookLouktan Translate นิยายแปลไทย