0 Views

คลื่นออร่าเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาทันทีที่กล่องหยกเปิดออก อุณหภูมิในโรงเก็บของลดฮวบลงทันที หานซั่วตัวสั่นอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกครั้ง และรีบพุ่งสมาธิไปที่สิ่งที่อยู่ในกล่องหยกสีเขียวนั่น

 

มันคือลูกแก้วทรงกลมสีเขียวลูกหนึ่ง พื้นผิวของมันราวกับมรกตที่มีแสงสีเขียวส่องประกายวูบวาบ ภายในมีจุดสีแดงจุดหนึ่ง คล้ายหยดเลือดที่หมุนวนไปมาภายในลูกแก้วนั้นอย่างไร้ทิศทาง

 

หัวของเขารู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที หานซั่วรู้สึกว่าพลังจิตกำลังถูกสูบออกไปสู่ลูกแก้วนั้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับตอนที่เขาพยายามใช้เวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย ขณะที่พลังจิตของหานซั่วกำลังหลั่งไหลเข้าไป พื้นผิวของลูกกลมนั้นยิ่งส่องแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นอีก และจุดสีแดงดุจเลือดตรงกลาง ก็ส่องแสงสีแดงจาง ๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

เจ็บเหลือเกิน! ราวกับมีมีดแหลมคมกริบหมุนวนอยู่ในหัว เมื่อสูญเสียพลังจิตไป หัวของหานซั่วก็เจ็บปวดทรมานราวกับอยู่ในนรก เป็นความเจ็บปวดที่โหดร้ายทารุณอย่างที่สุดเท่าที่เขาเคยพบตั้งแต่เกิดมา

 

ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้ หานซั่วควรจะหมดสติไปทันที แต่น่าประหลาดใจ หัวของหานซั่วกลับโล่งอย่างที่สุด หานซั่วถึงกับคิดว่าเป็นเพราะหัวของเขาไม่เคยรู้สึกตื่นตัวเท่านี้มาก่อน ถึงได้ทำให้ยิ่งทรุดหนักและรับรู้ความเจ็บปวดที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด

 

มือทั้งคู่ของเขากุมหัวไว้ หานซั่วรู้สึกเหมือนเป็นสัตว์ป่าที่กำลังค่อย ๆ ถูกหั่นออกเป็นพันชิ้นด้วยมีดนับล้านเล่ม เขาคำรามเสียงแหบต่ำราวกับไม่ใช่เสียงมนุษย์ พลังจิตของหานซั่วค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ลูกแก้ว พร้อม ๆ กับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ในตอนนั้นเอง เส้นเอ็นบนหน้าผาก คอ และแขนที่กางออกของหานซั่วก็เริ่มปูดโปน ราวกับมีหนอนหลายตัวกำลังดิ้นไปมาอยู่ในร่าง ราวกับร่างกายถูกบีบอัด กล้ามเนื้อหลายมัดต่างหดเกร็งอย่างแรงคล้ายจะระเบิด

 

ขณะที่หานซั่วรู้สึกว่าพลังจิตกำลังจะถูกสูบออกไปจนหมด แก่นมนตราในร่างกายก็พุ่งจากคอขึ้นไปยังสมอง และเมื่อแก่นมนตราเข้าไปในสมองที่แทบปริแยกออกเพราะความเจ็บปวดอยู่แล้ว ความทรมานที่เผาไหม้ลึกไปถึงจิตวิญญาณนี้ก็ดูเหมือนจะรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกนับสิบเท่า

 

แต่แล้ว พลังจิตที่อันตรธานหายเข้าไปภายในลูกกลมอย่างรวดเร็ว ก็ถาโถมกลับเข้ามาราวกับคลื่นระลอกใหญ่ที่ซัดกระแทกชายฝั่ง และกลืนหานซั่วให้จมลงไปในทันที เมื่อไม่สามารถทนได้อีกแล้ว เขาก็หมดสติไป

 

………………………

 

หานซั่วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าราวกับเดินมานับพันกิโลเมตรเมื่อเขาค่อย ๆ ตื่นขึ้น แต่สมองกลับรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด เมื่อปรับสายตาได้ เขามองไปรอบ ๆ และพบว่ารอยหยาบบนประตูไม้เบื้องหน้าเขากลับชัดเจนกว่าเคย

 

“เอ๋?”

 

เขาอุทานเบา ๆ เมื่อความเปลี่ยนแปลงภายในตัวเขาทำให้ชะงัก ที่ผ่านมาเขาเคยรู้สึกแบบนี้ก็ตอนที่เขาได้รับพลังจิตมาเพราะความบังเอิญหลายอย่าง เขารู้สึกแม้กระทั่งประสาทสัมผัสต่าง ๆ แข็งแกร่งขึ้น จึงรีบรวมรวมพลังจิตทีได้รับกลับคืนมาอีกครั้ง

 

ความเบิกบานใจอย่างที่สุดปรากฏขึ้นบนหน้าของเขา พลางคิดถึงคำที่พูดกันว่า “ความเจ็บที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน” เป็นเรื่องจริง! แม้อันตรายที่มากถึงเพียงนั้นก็ยังไม่มากพอที่จะทำอะไรเขาได้ และตอนนี้กลับได้รับประโยชน์จากหายนะนั่นอย่างประหลาดอีกต่างหาก เขาสัมผัสได้ว่าพลังจิตของเขาตอนนี้เพิ่มขึ้น แถมยังมากกว่าปริมาณพลังจิตที่เขาได้พยายามฝึกอย่างหนักมาตลอดสองเดือนนี้เสียอีก

 

เรื่องน่าพิศวงนี้ล้วนเกิดขึ้นจริงและทำให้หานซั่วตกตะลึงอย่างเหลือเชื่อ เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่ลูกแก้วสีเขียวเข้มนั่นอีกครั้ง ประกายแสงสีเขียวบนผิวของมันดูเหมือนจะอ่อนลงไปแล้ว แต่จุดสีแดงที่อยู่ภายในกลับเจิดจ้ากว่าเดิม

 

เขานิ่วหน้าขณะถอยหลังออกไปไม่กี่นิ้ว และเฝ้ามองลูกกลมสีเขียวอย่างใกล้ชิด เขารู้สึกทันทีว่าลูกกลมนี้ดูคล้ายกับอะไรสักอย่าง ขณะครุ่นคิดได้ไม่นาน เขาก็เริ่มพินิจพิเคราะห์มันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ อีกครั้ง มันเหมือนลูกนัยน์ตา และยิ่งมองมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมากเท่านั้น

 

จุดแดงภายในลูกกลมสีเขียวเป็นเหมือนลูกตาที่จ้องมองหานซั่ว และให้ความรู้สึกสยดสยองเกินบรรยาย เขาตัวสั่นอย่างรุนแรงขณะที่ปิดกล่องหยกสีเขียวพร้อมกับที่ขนตรงคอลุกชัน เสียงกริ๊กดังขึ้นเมื่อกล่องหยกล็อคตัวมันเองอีกครั้ง และกุญแจที่เสียบคาอยู่ในรูกุญแจก็เด้งออกมาทันที

 

หานซั่วสะบัดหัวเพื่อไล่ความเชื่อมโยงระหว่างลูกแก้วกับลูกตาออกไป ยิ่งเขาคิดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับลูกแก้วลูกนี้มากเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะแก่นมนตราโคจรไปที่หัว พลังจิตของเขาจะต้องถูกลูกแก้วสูบไปจนเกลี้ยงแน่ ๆ และความเจ็บปวดเกินมนุษย์จะทนไหวนั่นก็อาจทำให้เขาเสียสติ และกลายเป็นคนปัญญาอ่อนจริง ๆ ไปเลยก็ได้

 

แต่ตอนที่แก่นมนตราโคจรไปที่สมอง พลังจิตที่สูญหายไปหมดแล้วก็โถมกลับเข้ามาราวกับสายน้ำหลาก อีกทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมาก หานซั่วจึงคิดว่าลูกแก้วนี่ช่างประหลาดและสุดจะคาดเดายิ่งนัก ถึงจะยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่เขารู้สึกว่าลูกแก้วลูกนี้ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน มิเช่นนั้น ดุ๊คคงไม่ฆ่าดีแลนอย่างทารุณเพื่อกล่องหยกแค่ใบเดียว

 

ส่วนลูกแก้วที่อยู่ในกล่องหยก หานซั่วยังไม่เข้าใจว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่เพราะลูกแก้วลูกนี้เกือบทำให้เขากลายเป็นคนปัญญาอ่อนขึ้นมาจริง ๆ หัวใจเขาหล่นวูบทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเก็บกล่องหยกกลับไปไว้ใต้เตียงอีกครั้ง พลางวางแผนว่าจะลองทดสอบสิ่งที่อยู่ข้างในก็ต่อเมื่อค้นพบว่ามันคืออะไรกันแน่

 

…………….

 

วันต่อมา

 

หานซั่วตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกว่าสภาพร่างกายดีขึ้นมากกว่าวันที่ผ่านมา ขณะที่กำลังล้างหน้าล้างตา เขาก็จับตามองบอร์กและแครี่จากระยะไกล ทั้งสองคนกำลังทำความสะอาดรูปปั้นตรงทางเดินไปห้องเรียน ดูเหมือนพวกนั้นจะตื่นแต่เช้าตรู่กว่าเดิมมาก แม้จะสายป่านนี้แล้ว พวกนั้นก็ยังหาวตลอดเวลา

 

แครี่และบอร์กยิ้มและทักทายอย่างกระตือรือร้นจากไกล ๆ เมื่อสังเกตเห็นหานซั่ว พร้อมกับเตือนให้ไปคุยกับอาจารย์แฟนนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

 

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จและฟังบรรยายวิชาเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานของอาจารย์จีนขณะที่กวาดโถงทางเดินห้องเรียนศาสตร์แห่งความตายไปด้วย หานซั่วก็เดินตรงไปยังสนามฝึกซ้อม

 

“ไบรอัน ฟิทช์อยู่ที่สนามฝึกซ้อม กำลังถามอาจารย์แฟนนี่เรื่องความรู้ด้านเวทมนตร์แน่ะ รีบไปคุยเถอะ ไม่งั้นพวกเราแย่แน่ ๆ”

 

หานซั่วเจอกับแครี่และบอร์กที่ประตู ทั้งคู่เพิ่งทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมเสร็จ จึงรีบมาขอร้องทันทีที่เห็นเขา

 

หานซั่วพยักหน้ารับและพูดอย่างขี้เกียจว่า

 

“ตกลง ตกลง ข้าจะไปหาอาจารย์แฟนนี่เดี๋ยวนี้แหละ”

 

ฟิทช์ไม่ถูกชะตากับจีน และเพราะฟิทช์เป็นนักเวทย์ระดับกลางแล้วด้วย เขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนวิชาเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานของจีนอีก

 

ฟิทช์มองแฟนนี่อยู่ด้านข้างราวกับต้องมนตร์สะกด ทั้งความรัก ความปรารถนา และความหิวกระหายปะปนกันและสะท้อนอยู่ในแววตา สายตาของเขาเล้าโลมไปทั่วเรือนร่างอันสวยงามของแฟนนี่ เขาไม่ทันสังเกตเห็นแม้กระทั่งหานซั่วที่เพิ่งมาถึง

 

“ฟิทช์ ดูนี่นะ ถึงจะถูกปิดตา แต่ข้าก็ยังสามารถสั่งอสูรมิติมืดให้ค้นหาเป้าหมายที่ถูกต้องได้จากความทรงจำก่อนหน้านี้”

 

ตาของแฟนนี่ถูกปิดไว้ เมื่อผีดิบจำนวนหนึ่งเดินอ้อมสิ่งกีดขวางหลายอย่างไปได้ และใช้กระบองในมือฟาดลงไปบนเป้าไม้ขณะที่เธอพูด

 

ขณะกำลังตั้งใจกับการสอน แฟนนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าฟิทช์ไม่ได้สนใจคำพูดเธอเลย ความสนใจของเขาอยู่ที่เรือนร่างโค้งเว้าสวยงามของเธอเพียงอย่างเดียว

 

เมื่อเห็นว่าฟิทช์เพิกเฉยต่อคำอธิบายของแฟนนี่อย่างสมบูรณ์ และสายตายังคงเล้าโลมไปทั่วร่างกายของเธอ หานซั่วจึงคิดอยู่เงียบ ๆ ว่าไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงสอบไม่ผ่านการเลื่อนขั้นเป็นนักเวทย์ระดับสูงสักทีทั้ง ๆ ที่พยายามมาตั้งหลายครั้ง

 

หากประเมินจากสถานการณ์ตอนนี้ ฟิทช์ต้องพยายามหาข้ออ้างในการติวเสริมเพื่อที่จะได้อยู่กับแฟนนี่ตามลำพัง ส่วนแฟนนี่ที่ปิดตาไว้ก็เพื่อสอนฟิทช์ในการใช้หัวใจสั่งให้อสูรมิติมืดทำการโจมตี

 

หานซั่วสังเกตว่ามีสิ่งกีดขวางหลายอย่างอยู่รอบ ๆ เขาจึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังและหลบเลี่ยงพวกมันขณะตรงเข้าไปหาฟิทช์และแฟนนี่

 

เมื่อเขาเกือบเข้าไปถึงแฟนนี่และฟิทช์ ทันใดนั้นเอง ฟิทช์ก็ค่อย ๆ ตื่นจากภวังค์ปัญญาอ่อนของตัวเองและหันหัวมาช้า ๆ เมื่อเขาเห็นหานซั่ว ความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดปรากฏขึ้นในแววตาของเขาทันที

 

ฟิทช์ขยับคทา และเริ่มร่ายเวทย์ด้วยเสียงแผ่วเบา สิ่งกีดขวางบางอย่างบนพื้นดินดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมากะทันหัน กระดูกเหี่ยวแห้งสีขาวโพลนพุ่งขึ้นมากระแทกก้นของหานซั่ว เชือกที่มัดแน่นอยู่กับกระดูกพยายามพยายามพันธนาการหานซั่วราวกับงู

 

ร่างกายของหานซั่วค่อนข้างอ่อนแอกว่าปกติหลังจากผ่านเหตุการณ์บางอย่างมาเมื่อคืน เขาโลดเต้นอย่างตกใจเพื่อหลบหนีอย่างไร้ทิศทาง ทว่าในที่สุดก็ถูกเชือกรัดไว้จนสะดุดและล้มคะมำลงมาทางฟิทช์และแฟนนี่ทันที

 

ในตอนนั้น แฟนนี่กำลังรวบรวมสมาธิใช้พลังจิตในการสั่งให้อสูรมิติมืดโจมตี โดยไม่ปริปากพูดอะไร แม้หูของเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ไม่สนใจสิ่งใด ๆ อย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อเห็นว่าตัวเขาเองกำลังล้มลงไปทางที่ฟิทช์และแฟนนี่อยู่ มือของหานซั่วยังพยายามยื่นออกไปคว้าอะไรสักอย่างเพื่อประคองตัว แม้หัวใจของเขาจะสงบมากก็ตาม ในตอนนั้นเองที่รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนหน้าของฟิทช์ เขายกคทาขึ้นช้า ๆ และเล็งมาที่หานซั่วซึ่งกำลังล้มลงอย่างมุ่งร้าย

 

หานซั่วตกตะลึง และรีบพลิกตัวอย่างแรงขณะลอยอยู่กลางอากาศ พยายามหลบการโจมตีของฟิทช์ ร่างกายของเขาจึงเริ่มเซไปทางแฟนนี่

 

และความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เป็นผลจากการที่หานซั่วฝึกเวทมนตร์ก็บังเกิดผล เมื่อเขาสามารถเกร็งสะโพกและกล้ามหน้าท้อง เพื่อควบคุมร่างกายให้หยุดล้มลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์

 

แต่หานซั่วไม่สามารถหดแขนขวาที่แกว่งไปมาอย่างไร้การควบคุมให้กลับเข้ามาได้ทันเวลา มือของเขาจึงแปะลงบนก้นกลมกลึงของแฟนนี่เข้าพอดี ความปลาบปลื้มปิติยินดีในสัมผัสอันอ่อนนุ่มที่โค้งงอนเต็มไม้เต็มมือพุ่งพล่านผ่านมือของหานซั่วและแล่นเข้าไปเต็มตื้นในสมองของเขาทันที

 

ในความบังเอิญที่น่าสงสัยนี้เอง หานซั่วค่อย ๆ บรรจงบีบเบา ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็เด้งตัวกลับขึ้นมาอย่างแรง เขาเพิ่งรู้ซึ้งถึงการกระทำวิกลจริตของตัวเองเมื่อครู่นี้ว่าน่ากลัวมากแค่ไหน พลางคิดว่าแฟนนี่ไม่มีวันยกโทษให้เขาแน่ เขาบีบก้นของเธอทำไมกันนะ…ถึงมันจะรู้สึกสุดยอดมากเลยก็เถอะ!

 

ขณะที่กำลังถอยหลังหนีออกไป หานซั่วมองไปที่ฟิทช์ ซึ่งจ้องมองหานซั่วด้วยสายลุกเป็นไฟ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ ราวกับว่าหานซั่วทำอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงอย่างฆาตกรรมครอบครัวของฟิทช์ทั้งตระกูล แฟนนี่เองก็ร้องอุทานอย่างตกใจและรีบดึงผ้าสีดำที่ปิดตาเธออยู่ออกทันที

 

แฟนนี่ไม่มีวันยกโทษให้แน่เลย ตาย ตายแน่ ตายแน่ ๆ หานซั่วคิด

 

เพียะ!  เพียะ!

 

เสียงตบสองครั้งดังขึ้น ฟิทช์กำลังมองหานซั่วอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่อยู่ดี ๆ ก็มีรอยมือแดง ๆ สองรอยปรากฏขึ้นบนหน้า แฟนนี่บันดาลโทสะและจ้องมองฟิทช์ด้วยสายตาราวกับจะฆ่าฟัน หน้าอกที่เด่นเป็นสง่าของเธอเด้งไปมาขณะพูด

 

“ฟิทช์ เจ้าคนเลว กล้าดียังมาฉวยโอกาสทำมิดีมิร้ายกับข้า!”

 

…………………………………

จะทะยอยลงเรื่อย ๆ นะคะ อ่านตอนต่อไปล่วงหน้าพลาง ๆ ที่นี่ค่ะ >>> FacebookLouktan Translate นิยายแปลไทย