0 Views

 

หานซั่วสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในห้องนั้นอย่างชัดเจนผ่านรอยแยกที่ทั้งแคบและยาวบนหลังคาที่อยู่เหนือขึ้นไป

 

แมลงบินได้จำนวนมากหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศของโรงแรมเพื่อมารวมตัวกันข้าง ๆ เบลินดา

 

เถาไม้เลื้อยของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ แผ่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างบ้าคลั่ง ด้วยพลังจากคทาเวทมนตร์ในมือของแคสเปี้ยนที่ปลดปล่อยสัมผัสแห่งชีวิตออกมาอย่างชัดเจน

 

“ทำไมเจ้าไม่เห็นทำอะไรซะทีล่ะ?”

 

เบลินดาพ่นลมเบาๆ เชิงดูถูก

 

ในขณะที่เฟรีก้าและเหล่าน้องชายเข้าจู่โจมแคสเปี้ยน ทั้ง 3 คนเคลื่อนไหวแทบจะพร้อม ๆ กันทันทีที่ได้รับคำสั่งจากเบลินดา ทันใดนั้นเอง ปลายดาบยาวของเฟรีก้าก็เกิดเสียงดังราวฟ้าผ่า ในขณะที่ดาบยาวของน้องชายคนหนึ่งส่งเสียงราวกระแสลมแรงที่พุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ส่วนของอีกคนมีเปลวไฟร้อนระอุขณะฟาดฟันเข้าใส่แคสเปี้ยน

 

หานซั่วประหลาดใจอย่างมากเมื่อเห็นว่าทั้ง 3 คนพุ่งเข้าโจมตีพร้อม ๆ กัน เขาบอกได้ทันทีจากดาบยาวของเฟรีก้าและน้องชายทั้งสองว่าพวกเขาเป็นนักดาบผู้ใช้เวทย์ เฟรีก้าดูเหมือนจะเชี่ยวชาญเวทย์ธาตุสายฟ้า ส่วนน้องชายทั้ง 2 คน ก็เชี่ยวชาญเวทย์ธาตุลมและธาตุไฟตามลำดับ

 

ดาบยาวทั้ง 3 เล่มนั้นดูเหมือนว่าจะได้รับการเสริมแกร่งด้วยวิธีพิเศษบางอย่าง ซึ่งพวกเขาสามารถถ่ายเทพลังเวทมนตร์ธาตุต่าง ๆ ให้ซึมซับสู่ดาบยาวเพื่อการโจมตี ทั้งเพิ่มพลังและความเร็วในการโจมตี ดูน่าสะพรึงกลัวมิใช่น้อย

 

“นักดาบผู้ใช้เวทย์งั้นรึ? เหอะ! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเจ้าถึงจองหองกันนัก!”

 

แคสเปี้ยนพ่นลมดูถูกอย่างเยือกเย็นเมื่อพวกนั้นพุ่งเข้าโจมตี เขาโบกคทาเวทมนตร์ในมือขณะพูด

 

กิ่งไม้และเถาไม้จำนวนมากเลื้อยไปมาอย่างบ้าคลั่งภายในห้องนั้นราวกับงู ในขณะที่กิ่งไม้อันยืดหยุ่นเหล่านั้นเริ่มหวดไปยังสามพี่น้องราวกับแส้ ในเวลาเดียวกัน แคสเปี้ยนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับอุ้มแองเจลิก้าที่ยังหมดสติขึ้นมา และกระโดดออกไปทางหน้าต่างเพื่อไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่ข้าง ๆ

 

 

บรรดากิ่งไม้ที่ม้วนพันกันไปมานั้นเคลื่อนไหวอย่างว่องไวจนน่าตกตะลึงภายใต้การควบคุมของแคสเปี้ยน ราวกับว่าพวกมันเองก็รู้วิธีการต่อสู้เมื่อพวกมันหลบการโจมตีของดาบเวทมนตร์ทั้ง 3 เล่มได้อย่างแม่นยำ เหนือขึ้นไปบนต้นไม้ แคสเปี้ยนกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะชูคทาเวทมนตร์ที่รูปร่างเหมือนกิ่งไม้นั้นขึ้นสูง และร่ายคาถาบางอย่างด้วยเสียงแผ่วเบา

 

แล้วต้นไม้ต้นที่เขายืนอยู่ก็พลันมีชีวิตขึ้นมาราวกับปลาหมึกยักษ์ กิ่งก้านสาขาที่เต็มไปด้วยใบไม้นับไม่ถ้วนราวกับหนวดรยางค์ของปลาหมึกเลื้อยไปทั่วทั้งห้องด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับหมุนวนอย่างรุนแรงเข้าหาทุกคนที่อยู่ด้านใน

 

“จงลุกขึ้น!”

 

แคสเปี้ยนคำราม

 

เสียงครืนดังกึกก้องไปทั่วเมื่อห้องทั้งห้องที่เบลินดาและทุก ๆ คนอยู่ข้างในอยู่ดี ๆ ก็ยกตัวสูงขึ้น ก่อนที่หลังคาจะพังทลายตามลงมาในที่สุด

 

สายตาของหานซั่วจับจ้องไปที่เอมิลี่ที่อยู่ภายในบ้าน เขารีบเคลื่อนตัวลงไปช่วยเธอ ในขณะที่เขาตระหนักว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ สิ่งที่เขาเห็นนั้นจับใจเขาเป็นอย่างมาก เพราะกิ่งไม้ทุกกิ่งที่เลื้อยคืบคลานเข้ามาจากทุกสารทิศภายห้องนั้นกำลังปกป้องทุกคนที่กำลังสลบไสลอยู่ ยกเว้นเบลินดาและพวก

 

ก่อนที่ห้องนั้นทำท่าจะพังลงมา บรรดากิ่งและเถาไม้ยืดหยุ่นเหล่านั้นก็ดึงเอาผู้คนที่ถูกเบลินดาทำให้หมดสติออกไปนอกห้องทันที

 

“สหายบนหลังคา ถึงเวลาที่เจ้าน่าจะลงมาได้แล้วนะ ว่างั้นมั้ย?”

 

เมื่อหานซั่วกำลังจะจากไปเพราะเห็นว่าเอมิลี่ถูกกิ่งไม้ดึงออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว สายตาเฉียบคมของแคสเปี้ยนก็จับจ้องไปที่หานซั่วพร้อมกับถามด้วยรอยยิ้ม

 

เมื่อรู้ว่าความเคลื่อนไหวของตนเองถูกเปิดเผย หานซั่วก็เลิกที่จะหลบซ่อน และกระโดดลงมาจากต้นไม้และลงมายืนอยู่บริเวณสนามหญ้า และค่อย ๆ เดินอย่างสบายอารมณ์ไปยังต้นไม้ที่แคสเปี้ยนอยู่และหยุดยืนข้าง ๆ แคนดิซและเอมิลี่

 

“ท่านจัดการเรื่องของท่านต่อเถอะ ข้าจะช่วยดูแลคนพวกนี้ให้เอง ข้าจะไม่ยอมให้ทุกคนที่อยู่ใต้ต้นไม้นี้ได้รับอันตรายเด็ดขาด”

 

หานซั่วเงยหน้าขึ้นพูดกับแคสเปี้ยนและยิ้มให้เขา

 

แคสเปี้ยนสะดุ้งตกใจทันทีที่หานซั่วเอ่ยปากพูด และหันมามองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ

 

“พวกเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า? ทำไมน้ำเสียงของเจ้าถึงคุ้นหูข้านัก?”

 

“ฮ่า ๆ ๆ รีบจัดการคนพวกนี้ก่อนเถอะ”

 

เบลินดาและคนอื่น ๆ กำลังรีบหนีเอาตัวรอดจากบ้านที่กำลังจะถล่ม พวกนั้นจ้องมาทางแคสเปี้ยนด้วยสายตาโกรธแค้น และโจมตีมายังทิศทางนั้นทันที

 

“ตกลง ข้าว่าข้าต้องรู้จักเจ้ามาก่อนแน่ ๆ”

 

แคสเปี้ยนตอบพลางโบกคทาของเขา พร้อมจ้องมองไปยังเฟรีก้าและน้องชายทั้ง 2 ด้วยสีหน้าจริงจัง

 

กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่มีใบดกหนาด้านบนของเขายังคงเกี่ยวกระหวัดกันดูแข็งแรงในรูปร่างแสนพิสดาร ในขณะที่บรรดาต้นไม้ต้นอื่น ๆ ภายในสวนที่ได้รับพลังแห่งธรรมชาติก็เริ่มโบกสะบัดกิ่งก้านของมันเอง และเคลื่อนตัวมารวมอยู่เคียงข้างแคสเปี้ยน ซึ่งหานซั่วรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นอย่างมาก

 

หลังจากที่เขาประเมินสถานการณ์และตระหนักได้ว่าแคสเปี้ยนน่าจะรับมือกับคนเหล่านั้นไหว เขาก็รีบหันมาสนใจเอมิลี่ที่กำลังหมดสติอยู่ทันที

 

หานซั่วสุดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่ง และวางฝ่ามือลงไปบนหลังของเธอ ในขณะที่แก่นมนตราโคจรคล้ายกระแสน้ำวนเล็ก ๆ ในมือซ้ายของเขา

 

ด้วยอาศัยความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ หานซั่วเพ่งสมาธิและใช้พลังของแก่นมนตราในการขจัดฤทธิ์ของน้ำหอมที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายของเธอให้หมดไป

 

ขนตางอนยาวของเธอเริ่มกระพริบเบา ๆ ทำให้หานซั่วรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้า

 

แล้วหานซั่วก็ได้ยินเสียงครืนกึกก้องดังลั่นขึ้นอีกครั้ง เขารีบเงยหน้าขึ้นด้วยตกใจ และพบกับสัตว์ประหลาดสูงประมาณ 4-5 เมตร มีตา 3 ตา และเขา 8 เขาบนหัวพร้อมกับหางปลายแหลมตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นภายในสวนแห่งนั้น

 

หานซั่วจำสัตว์ประหลาดตนนั้นได้ทันทีหลังจากกวาดตามองเพียงครั้งเดียว มันคือภาพของเทพอสูรสามตาแอนซีดีสที่ครั้งหนึ่งจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายคลาเรนดอนเคยพยายามจะอัญเชิญมา อสูรสามตาตนนี้สวมชุดเกราะสีเทาเป็นประกายเงางาม และร่างกายใหญ่โตของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนัก

 

“โกเลมที่ก่อร่างจากรูปลักษณ์ของเทพอสูร? เจ้ามาจากศาสนจักรแห่งความหายนะงั้นรึ?”

 

สีหน้าของแคสเปี้ยนเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นโกเลมปรากฏตัวขึ้น ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

 

“เจ้าเดาถูกแล้วล่ะ!”

 

เบลินดาพูดอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสั่งการโกเลม

 

“ฆ่ามัน”

 

โกเลมที่มีความสูงประมาณ 4-5 เมตรในชุดเกราะสีเทาพุ่งตรงเข้าหาแคสเปี้ยนทันทีที่มันได้รับคำสั่ง ในขณะที่ต้นไม้สูงตระหง่านต้นหนึ่งก็ส่งกิ่งไม้ที่เลื้อยไปมาอย่างบ้าคลั่งพุ่งตรงไปทางโกเลมตนนั้น

 

ก่อนที่กิ่งไม้เลื้อยนั้นจะสามารถเกี่ยวกระหวัดพันรอบข้อเท้าของโกเลมไว้ได้อย่างแน่นหนา โกเลมที่ดูดุร้ายตนนั้นก็ทุบกำปั้นลงดินอย่างกับสายฟ้าฟาดจนพื้นทั่วบริเวณสั่นสะเทือน ราวกับว่ากำลังจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น

 

ต้นไม้อีกต้นหนึ่งใช้กิ่งก้านสาขาเกี่ยวพันกันไปมาจนมีขนาดหนากว่าเอวของคน 2 คนรวมกัน และใช้มันฟาดเข้าใส่โกเลมทันที เมื่อโกเลมรู้ตัวว่าตนเองกำลังจะถูกโจมตี มันก็ยกหางอันแหลมคมของตนเองขึ้นมา ก่อนจะหวดเป็นแนวโค้งและฟาดลงไปบนกิ่งไม้หนากิ่งนั้น

 

กิ่งไม้หนาที่พยายามเลื้อยไปทางโกเลมก็หยุดชะงักทันทีจากการโจมตีของหางหุ้มเกราะของโกเลม หางของมันฝังลงไปในเนื้อของกิ่งไม้และเริ่มสะบัดหางอย่างแรงทันทีจนกิ่งไม้แตกหักกระจุยกระจาย

 

คาถาอันลึกซึ้งถูกร่ายยาวเป็นสายจากปากของเอมิลี่ ในขณะที่เวทมนตร์ธาตุมืดจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีโกเลมทันที อย่างไรก็ตาม เวทมนตร์ที่ปกติแล้วจะมีพลังทำลายล้างอย่างน่าอัศจรรย์ต่อทั้งคนและสัตว์ กลับไม่มีผลใด ๆ กับโกเลมตนนั้นเลย

 

“นักเล่นแร่แปรธาตุของศาสนจักรแห่งความหายนะสร้างโกเลมนี่ให้มีรูปร่างของเทพอสูร และสามารถต้านทานเวทมนตร์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อทีเดียว เจ้าอย่าเปลืองแรงเปล่าเลย”

 

แคสเปี้ยนก้มลงมาพูดเตือนเอมิลี่

 

“งั้นพวกเราควรทำยังไงกันดีล่ะคะ?”

 

เอมิลี่เงยหน้าขึ้นและถามอย่างกังวลใจ

 

“พาคนบริสุทธิ์พวกนี้ไปให้ไกลจากนี่ก่อน ข้าจะลองคิดหาทางถ่วงเวลาพวกนี้ดู”

 

แคสเปี้ยนเองก็กังวลใจไม่แพ้กัน ขณะชำเลืองมองลงมาเบื้องล่าง

 

“โกเลมนี่ได้รับคำสั่งจากมนุษย์ ปัญหาน่าจะจบนะถ้าเราควบคุมเธอได้”

 

หานซั่วพูดอย่างเย็นชา

 

“เรื่องนั้นมันก็จริง แต่เธอมีนักดาบผู้ใช้เวทย์คอยปกป้องอยู่ถึง 3 คน แถมยังส่งโกเลมมาคอยโจมตีเราอีก คงจะยากเกินไปหน่อยนะถ้าเราจะพยายามควบคุมเธอให้ได้แบบที่เจ้าว่า”

 

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ โกเลมเทพอสูรสามตาก็มาถึงยังจุดที่พวกเขาอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แคสเปี้ยนโบกคทาอีกครั้งเพื่อสั่งให้กิ่งก้านและรากที่อยู่เบื้องล่างคอยสกัดกั้นโกเลมตนนั้นเอาไว้

 

“เอมิลี่ เจ้าปกป้องพวกที่ยังสลบอยู่ใต้ต้นไม้นะ แคสเปี้ยน ท่านถ่วงโกเลมให้ช้าลงที ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!”

 

หานซั่วคำรามอย่างเยือกเย็นขณะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวสายฟ้า พลางจับจ้องไปที่เบลินดาที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางนักดาบผู้ใช้เวทย์ทั้งสาม

 

 

************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย