0 Views

 

“มีคน 3 คน ห่างไปราว 500 เมตร แต่เพราะพวกนั้นยังอยู่ไกลและสวมเสื้อผ้าปกติ ข้าก็เลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่าพวกมันแข็งแกร่งแค่ไหน”

 

หานซั่วสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งขณะที่เขายืนอยู่บนเนินหินและหรี่ตามอง เขาตอบคำถามของแคนดิซด้วยเสียงแผ่วเบาหลังจากผ่านไปได้สักพัก

 

“ขอบใจนะ ไบรอัน ข้าจะจำความช่วยเหลือครั้งนี้ไว้”

 

แคนดิซตอบเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไรกับหานซั่วอีก เธอหันกลับไปหากลุ่มทหารรับจ้างเพลิงสงครามและพูดเคยกับพวกเขา

 

“เธอเป็นอะไรกับเจ้าเหรอ เจ้าถึงต้องช่วยเธอแบบนี้?”

 

ลิซ่าดึงแขนเสื้อของหานซั่วหลังจากที่แคนดิซเดินห่างออกไปแล้ว

 

“เพื่อนของข้าเอง รู้จักกันมานานพักหนึ่งแล้ว ไปกันเถอะ เราต้องไปอีกทางหนึ่ง พวกเรายังต้องกลับไปที่นครวาเลนอีกสักหน่อย”

 

หานซั่วมองไปยังแคนดิซ และเห็นว่าเธอยังคงถกเถียงอยู่กับนายจ้าง เขาจึงเข้าใจทันทีว่าคำพูดของเขามีผลต่อเธอ

 

แคนดิซเป็นทหารรับจ้าง และเธอก็อาศัยภารกิจรับจ้างเหล่านี้ในการหาเลี้ยงชีวิต หานซั่วจึงเตือนเธอจากใจจริง  ว่าภารกิจของเธอกำลังมีอันตราย  ด้วยเห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่ดี แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเธอ

 

เมื่อได้ยินว่าหานซั่วกำลังจะไป ลิซ่าก็ไม่ได้พูดอีก  เธอเงยหน้าขึ้นอย่างเอียงอายและเดินตามหลังหานซั่ว ยื่นมือออกไปโอบรอบคอและกระโดดขึ้นไปบนหลังของเขา ก่อนจะพูดอย่างร่าเริงอยู่ข้างหูของหานซั่ว

 

“ข้ายังอยากขี่หลังเจ้าอยู่นะ!”

 

หานซั่วพูดไม่ออกและยิ้มอย่างข่มขื่น เขาพูดกับลิซ่าที่อยู่ด้านหลัง

 

“ตอนนั้นข้าไม่มีทางเลือกเพราะมีเหตุฉุกเฉินหรอกนะ ข้าถึงได้ให้เจ้าขี่หลัง ตอนนี้เราพ้นจากอันตรายแล้ว  เจ้าไม่จำเป็นต้องขี่หลังข้าแล้วก็ได้ เพราะเราจะค่อย ๆ เดินไปน่ะ”

 

“ฮิ ๆ ๆ ข้าไม่ลงจากหลังเจ้าหรอก ไม่ว่าเจ้าจะพูดว่ายังไง”

 

มือเล็ก ๆ ของลิซ่าโอบรอบคอของหานซั่วไว้ และสองขาก็เกี่ยวไขว้กันไว้ที่เอวของเขา ดูน่าสบายดีทีเดียว

 

ลิซ่าเป็นเด็กสาวที่อยู่ในวัยแรกแย้ม และเป็นเพราะทฤษฏีมั่ว ๆ ของหานซั่ว หน้าอกแบนราบของเธอตอนนี้กลับกลมกลึงได้รูป  หานซั่วรู้สึกถึงขนาดว่าหน้าอกที่สัมผัสกับหลังเขานั้นไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าขนาดของเอมิลี่เลย  ความนุ่มนวลและความรู้สึกอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้หัวใจของหานซั่วพองโตขึ้นเล็กน้อย

 

ห่างออกไป แคนดิซกำลังพูดคุยกับสหายของเธอและดูเหมือนจะตัดสินใจมุ่งหน้าสู่นครวาเลนดังเดิม โดยไม่สนใจ 3 คนที่ตามมาข้างหลัง เมื่อตัดสินใจแล้ว ทั้งกลุ่มก็ออกเดินทางอีกครั้ง  แคนดิซหันไปมองหานซั่วและบังเอิญเห็นว่าลิซ่ากำลังขี่หลังเขาอยู่ เธอจึงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย

 

หานซั่วรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ ของแคนดิซที่จ้องมองอยู่ จึงหันไปเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าจะอวดอะไรบางอย่างกับแคนดิซ เธอจึงิดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ

 

“เกาะแน่น ๆ นะ พวกเราก็จะไปแล้วเหมือนกัน”

 

หานซั่วไม่ได้บังคับลิซ่าให้ลงจากหลังเขาอีกหลังจากเห็นว่าสภาพจิตใจของเธอเริ่มดีขึ้น เธอเพิ่งสูญเสียพ่อแม่และอยู่ในช่วงที่ต้องทนกับความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เขาไม่อยากจะทำให้เธอไม่มีความสุขในเวลาแบบนี้  เขาเตือนเธอด้วยเสียงแผ่วเบาและเดินไปตามเส้นทางอีกเส้นโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางที่แคนดิซและพวกใช้เดินทางไปยังนครวาเลน

 

เมื่อเวลาล่วงมาถึงตอนเย็น  หานซั่วจดจำเส้นทางไว้และอ้อมไปตามกำแพงเมือง  เขาใช้ศาสตร์เทพอสูรเพื่อบินข้ามกำแพงเมื่อถึงยามค่ำคืน และร่อนลงในพื้นที่ของนครวาเลน

 

พวกเขามาถึงโรงแรมที่เอมิลี่พักก่อนหน้านี้  หานซั่วตรงไปยังห้องพักของเอมิลี่  เชสเตอร์ร้องทักออกมาจากข้างในห้องก่อนที่พวกเขาจะเข้าไป

 

“นั่นใครน่ะ?”

 

 

“ข้าเอง!”

 

หานซั่วตอบและผลักประตูเข้าไป เขามองเชสเตอร์ที่กำลังมีท่าทีประหลาดใจและร้องถาม

 

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ?”

 

เชสเตอร์ลังเลเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลิซ่าอยู่ด้านหลังของหานซั่ว เขาจึงตอบออกไป

 

“ท่านหญิงเอมิลี่คิดว่าที่นี่อาจเป็นที่ที่ท่านนัดพบลอว์เรนซ์ เลยให้ข้ารออยู่ที่นี่เพื่อรับข่าวจากพวกท่านคนใดคนหนึ่งน่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้น… เจ้าได้ข่าวอะไรจากลอว์เรนซ์บ้างมั้ย?”

 

หานซั่วไม่ได้มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งขององครักษ์ชุดดำ เพราะเอมิลี่สั่งให้พวกผู้ชายรออยู่ทีนี่ และเพราะมีลิซ่ามาด้วย นี่จึงเป็นสถานที่เดียวที่เขาบอกลอว์เรนซ์เอาไว้ว่าเขาพักอยู่  เพราะฉะนั้น ลอว์เรนซ์ก็น่าจะมาที่นี่หลังจากที่เขาหนีมาได้

 

เชสเตอร์พยักหน้า

 

“ลอว์เรนซ์ยังไม่ได้มาที่นี่ แต่เขาส่งคนนำสารมา ผู้ชายคนนั้นบอกว่าหากท่านกับลิซ่ากลับมา ให้พาเธอไปที่นี่น่ะ”

 

เชสเตอร์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ขณะที่เขาพูด ที่อยู่ที่ปรากฏบนนั้นไม่ได้อยู่ไกลจากที่นี่นัก

 

“ผู้ชายที่ลอว์เรนซ์ส่งมาหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?”

 

หานซั่วระวังท่าทีและถามเพื่อความแน่ใจ

 

หลังจากที่เชสเตอร์อธิบายลักษณะของคน ๆ นั้นให้ฟัง หานซั่วก็แน่ใจทันทีว่าคนที่มาหาคือนักฆ่ารุ่นใหญ่ลัคกี้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก

 

หานซั่วปล่อยลิซ่าลง เขามองเธอและพูดอย่างจริงจัง

 

“ลิซ่า เรากำลังทำเรื่องบางอย่างที่เสี่ยงอันตรายมาก เจ้าควรจะไปกับเชสเตอร์ในทันที ไปหาญาติของเจ้า ลอว์เรนซ์จะรีบพาเจ้ากลับไปยังอาณาจักรวรรดิ ทำตามที่ข้าบอก เข้าใจมั้ย? พวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อล้างแค้นให้เจ้า”

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์โหดร้ายแสนสาหัสในชีวิต  ลิซ่าก็โตขึ้นกว่าที่หานซั่วเคยจำได้  แม้แววตาจะยังคงแสดงออกถึงความโหยหาของเธอหลังจากที่หานซั่วพูดจบ แต่เธอก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เห็นพ้องกับสิ่งที่หานซั่วจัดแจง

 

“จ้างรถม้าเพื่อใช้เดินทางนะ พาคุณหนูลิซ่าไปตามที่อยู่ที่ลอว์เรนซ์ให้มา และส่งเธอให้ถึงมือลอว์เรนซ์อย่างปลอดภัยด้วยล่ะ”

 

หานซั่วพูดกับเชสเตอร์พร้อมรอยยิ้ม

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุดเลยล่ะ”

 

เชสเตอร์ให้คำสัญญาด้วยความมั่นใจและโค้งให้ลิซ่า เป็นการเชื้อเชิญให้เธอเดินนำเขาไป

 

ลิซ่ามองหานซั่วอย่างลึกซึ่งและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

 

“ระวังตัวนะ อย่าให้อะไรเกิดขึ้นกับเจ้าได้ล่ะ”

 

“อย่าห่วงไปเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับข้าหรอก ใช้ประโยชน์จากตอนกลางคืนนี่ล่ะ จะได้ช่วยพรางและทำให้พวกเจ้าเดินทางได้เร็วขึ้น ไปกับเขาเถอะ”

 

หานซั่วพยักหน้าเป็นเชิงเร่งให้ลิซ่ารีบไป เขายิ้มให้เธอเล็กน้อย

 

ลิซ่าหันกลับไปและตามเชสเตอร์ไปหลังจากพูดจบ  แล้วทั้ง 2 ก็รีบรุดออกไปในทันที องครักษ์ชุดดำนั้นมีอิทธิพลอย่างมากภายในเมืองใหญ่เช่นนี้  และคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรหากหานซั่วต้องการจะส่งลิซ่ากลับอย่างปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตาม เขาเพิ่งจะเข้าร่วมกับองครักษ์ชุดดำได้เพียงไม่นาน  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องดีที่จะใช้ทรัพยากรขององค์กรเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเขาเอง และในฐานะเจ้าชายองค์ที่ 3 แล้ว จึงเป็นการสมควรเพียงพอที่จะจัดการเรื่องนี้และดูแลลิซ่าเพื่อเขา ในการส่งให้เธอได้กลับไปยังจักรวรรดิ

 

หานซั่วหันกลับออกมาหลังจากลิซ่าไปแล้ว เขาเดินไปยังห้องด้านใน และพูดด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ

 

“ออกมาได้แล้วล่ะ”

 

เอมิลี่เดินออกมาจากห้องด้านในพร้อมรอยยิ้ม เธอสวมเสื้อโค้ทหนังนุ่มและกรอกตาใส่หานซั่วขณะที่เดินออกมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขา  ก่อนยื่นมือออกมาหยิกเขาและพูดด้วยความอิจฉา

 

“เจ้าหนีออกไปพร้อมกับน้องสาวของลอว์เรนซ์หลังจากที่ไปเยี่ยมเขา และให้เขาส่งคนมาถามถึงเด็กคนนั้นที่นี่  เจ้านี่มันยังไงกันแน่นะ!”

 

หานซั่วคว้ามือที่เอื้อมมาหยิกนั้นและดึงเอมิลี่เข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะเริ่มลูบไล้ไปทั่วหน้าอกกลมกลึงของเธอ  พลางยิ้มและอธิบาย

 

“ข้าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดสักหน่อย  ข้าแค่พาเธอไปเพราะที่พักของลอว์เรนซ์ถูกบุกรุกต่างหาก”

 

เขาอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เอมิลี่ฟัง และเธอก็เริ่มขมวดคิ้ว

 

“จากคำพูดของลอว์เรนซ์ เขาอาจจะมาที่นี่เพื่อจัดการกับบ็อบ อัชเชอร์ ตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิก็เป็นได้ นี่อาจจะเป็นบททดสอบที่พระองค์ต้องการจะทดสอบลอว์เรนซ์ และจะทรงใช้ผลงานของลอว์เรนซ์ในครั้งนี้เพื่อกำหนดเส้นทางในอนาคตของเขา”

 

หานซั่วสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เอมิลี่พูด  เพราะเขาไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นในตอนแรก  แต่ทุกอย่างดูสมเหตุสมผลตามที่เอมิลี่อธิบาย   เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราอาจจะมีความดีความชอบที่ได้ร่วมมือกับลอว์เรนซ์ก็ได้นะ”

 

“ใช่แล้วล่ะ องครักษ์ชุดดำไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เมื่อเราปฏิบัติภารกิจ ข้าไม่ถือสาอะไรหากจะร่วมมือกับลอว์เรนซ์ในช่วงจังหวะเวลาที่ลงตัวพอดี แต่เรื่องจะช่วยเขายังไง เราต้องวางแผนให้ดีก่อนนะ”

 

คิ้วบาง ๆ ของเอมิลี่ขมวดติดกันแน่นขณะที่เธอพูดอย่างเป็นกังวล

 

เอมิลี่กังวลเพราะตัวตนที่แท้จริงของลอว์เรนซ์คือเจ้าชาย  เธอเกรงว่าคนจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อนที่ทุกอย่างจะพร้อม  หากว่าลอว์เรนซ์ไม่ได้เป็นจักรพรรดิและเจ้าชายองค์อื่นได้ครองบัลลังค์แทน เอมิลี่ หานซั่ว และคนที่ใกล้ชิดกับลอว์เรนซ์อาจดึงดูดหายนะครั้งใหญ่เข้าสู่ตนเอง  เพราะเหตุนี้ เอมิลี่จึงต้องระวังเป็นอย่างมาก

 

“ข้าเข้าใจความหมายของเจ้า อย่าห่วงไปเลย ข้ารู้ตัวดีว่าต้องปฎิบัติตัวกับลอว์เรนซ์ยังไง”

 

หานซั่วพูดอย่างแผ่วเบา เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“จริงสิ เจ้ารีบไปเพื่อที่จะไปบอกพี่ชายของเจ้าเรื่องศาสนจักรแห่งความหายนะ และไม่ให้ข้าบอกกับคนอื่น นี่มันเรื่องอะไรกันงั้นเหรอ?”

 

เรือนร่างที่ทรงเสน่ห์ของเอมิลี่แข็งทื่ออย่างไม่น่าเชื่อเมื่อถ้อยคำเหล่านี้ถูกเปล่งออกมา เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่งก่อนจตอบ

 

“ศาสนจักรแห่งความหายนะเป็นศาสนจักรที่ชั่วร้าย พวกเขาบูชาเทพทุกองค์ที่ชั่วช้าสามานย์และยังมีผู้ชั่วร้ายมากฝีมือมากมายรวมตัวกันอยู่ ข้าได้ข่าวลือมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมายนักหรอก แต่พี่ชายของข้าบอกว่าศาสนจักรแห่งนี้เป็นลัทธิความชั่วร้ายที่ใหญ่ที่สุด พวกเขากระทำการด้วยความเกลียดชังทั้งกับทั้งมนุษย์และพระเจ้าภายใต้เงามืด และเมื่อใดก็ตามที่พวกเขามีแผนการอะไรบางอย่าง มักจะเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ต่ออาณาจักรเสียทุกครั้ง”

 

“กว่าสิบปีก่อน จักรวรรดิหลายแห่งได้ร่วมมือกันเพื่อกำจัดศาสนจักรแห่งความหายนะและกวาดล้างป้อมปราการทั้งหมดของพวกเขา จากนั้นก็ไม่มีใครได้ข่าวของพวกนั้นอีก แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าจริง ๆ แล้วพวกนั้นไม่ได้ถูกกำจัดหรอก พวกนั้นแค่ซ่อนตัวอยู่  และสิ่งที่เจ้าได้มาจากความทรงจำของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายที่เป็นคนของศาสนจักรแห่งความหายนะนั่น  ก็ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงนี้ได้เป็นอย่างดี และในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจมากเลยล่ะ”

 

หานซั่วชะงักไปด้วยความตกใจ เขาจ้องมองเอมิลี่อย่างกระหายใคร่รู้

 

“เจ้ารายงานเรื่องที่ข้าสูบเอาความทรงจำของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายไปด้วยงั้นเหรอ?”

 

“เปล่าซะหน่อย”

 

เอมิลี่ฉุนเฉียวขึ้นมาและกลอกตาใส่หานซั่วราวกับว่าเป็นความผิดของเขาที่ไม่เชื่อเธอ เธอยังคงพูดต่อไปหลังจากที่เขาพร่ำขอโทษขอโพย

 

“ข้าบอกไปแค่ว่าพวกเราช่วยกันฆ่าเขา และได้ข้อมูลทั้งหมดนั่นมาจากแหวนมิติของเขาน่ะ”

 

“เข้าใจแล้ว รู้สึกว่าจอมเวทย์คนนี้จะเป็นปลาตัวใหญ่จริง ๆ นั่นล่ะ”

 

หานซั่วยิ้มและหยิบคทากระดูกสีขาวออกมา เขาเล่นกับมันไปมาขณะที่พวกเขาคุยกัน

 

ทันใดนั้นเอง เสียงแปลกประหลาดบางอย่างก็ดังออกมาจากคทากระดูกสีขาว ราวกับเสียงหึ่งของแมลงที่ไม่รู้จัก ทำให้หานซั่วขนลุกซู่ด้วยความประหลาดใจ

 

“มีใครอยู่ในโรงแรมนี้รึเปล่า?”

 

เสียงที่คุ้นเลยดังออกมาจากด้านนอก และเป็นเสียงของแคนดิซที่กำลังตะโกนเรียกอยู่ด้านนอก

 

คทากระดูกสีขาวยังคงส่งเสียงประหลาดออกมาอย่างต่อเนื่องและสั่นไหวราวกับว่ามันต้องการจะหนีออกไปจากมือของหานซั่ว ทำให้ทั้งหานซั่วและเอมิลี่ประหลาดใจอย่างมาก

 

“เอ๋? ท่านเบลินดา ท่านทำอะไรน่ะ? ท่านจะออกไปคนเดียวไม่ได้นะ!”

 

เสียงตะโกนของแคนดิซแปรเปลี่ยนเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในทันที ดูเหมือนว่านายจ้างของพวกทหารรับจ้างเพลิงสงครามจะออกมานอกการคุ้มกันของพวกเขาเสียแล้ว

 

หานซั่วกำคทากระดูกสีขาวที่สั่นระริกไว้แน่น เขารู้สึกงงงันและส่ายหัวอย่างเร็ว

 

“ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน มันไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ ตอนที่ข้าใช้มันก่อนหน้านี้”

 

เสียงฝีเท้ามุ่งตรงมายังห้องของพวกเขาพร้อมด้วยเสียงตะโกนของแคนดิซ หานซั่วเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เขาเก็บคทากระดูกกลับไปในแหวนมิติ และรีบกระโดดออกไปนอกหน้าต่าง

 

 

*********************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย