0 Views

 

 

 

นอกเขตนครวาเลน หานซั่ววางลิซ่าลงเมื่อเขามาถึงยังบริเวณที่เต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่น้อยมากมายเรียงรายอยู่ในป่า

 

 

 

 

ทันใดนั้นเอง เมื่อลิซ่าลงมายืนบนพื้นเรียบร้อยแล้ว เธอก็โผเข้ากอดหานซั่วจากทางข้างหลังอย่างแรง หน้าอกที่โตขึ้นมากของเธอแนบชิดบดเบียดกับแผ่นหลังของเขาจนสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นและกระชับแน่นของหน้าอกคู่นั้นได้อย่างชัดเจน

 

ก่อนหน้านี้ หานซั่วอุ้มเธอไว้บนหลังมาตลอดทาง แต่เพราะต้องต่อสู้ในสถานการณ์ที่แสนอันตราย และมัววุ่นอยู่กับการหลบหลีกการโจมตี เขาจึงไม่ได้พุ่งความสนใจไปที่สิ่งอื่นเลย  และในเมื่อตอนนี้ทั้งคู่รอดพ้นอันตรายแล้ว ลิซ่าจึงกอดเขาไว้แน่น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นในหัวใจของเธอ

 

“เจ้าชอบรึเปล่า?”

 

ริมฝีปากของลิซากระซิบที่บริเวณใบหูของหานซั่วขณะที่หน้าอกกลมกลึงของเธอยังแนบสนิทกับหลังของเขา เธอพูดอย่างเอียงอายจนลมหายใจอุ่น ๆ ลอยมากระทบเขา

 

หานซั่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่ง เขาหันหลังมาและมองหน้าลิซ่า โดยผละออกมาจากเธอด้วยแรงเพียงเล็กน้อย เขายิ้ม

 

“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว และออกมาจากนครวาเลนแล้วด้วย ถ้าพวกกองกำลังกริฟฟอนพยายามจะไล่ตามเราล่ะก็ คงยากยิ่งกว่าพยายามไปให้ถึงสวรรค์ซะอีก เจ้าวางใจได้แล้วล่ะ”

 

แล้วลิซ่าก็โผเข้ากอดหานซั่วอีกครั้ง สองแขนของเธอบีบรัดรอบเอวของเขาอย่างสุดแรง

 

“ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว ญาติทุกคนของข้าตายหมด ข้าจะทำยังไงต่อไปดี?”

 

หานซั่วตบไหล่ของลิซ่าเบา ๆ พลางปลอบเธอ

 

“อย่าห่วงไปเลย ลอว์เรนซ์จะคอยดูแลเจ้าเอง เขาน่ะ รีบเดินทางมาจากเมืองหลวงทันทีเมื่อได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าเลยนะ เขารักเจ้าจะตายไป”

 

“ตอนเด็ก ๆ ข้าเคยเล่นกับพี่ลอว์เรนซ์ด้วยกันบ่อย ๆ เขาก็เอ็นดูข้าจริง ๆ นั่นแหละ ฮะ ๆ ๆ เขาเป็นเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของข้าตลอดหลายปีมานี่ ข้ารู้สึกขอบคุณเขามากเลย”

 

ลิซ่าพูดอย่างภูมิใจเมื่อเธอได้ยินหานซั่วพูดถึงลอว์เรนซ์ แต่จู่ ๆ เธอก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ และพูดอย่างร้อนรน

 

“โอ ไม่นะ เขาไม่ได้หนีมาพร้อมกับเรานี่ เขาตกอยู่ในอันตรายรึเปล่า?”

 

“อย่าห่วงเลย พี่ชายลอว์เรนซ์ของเจ้าน่ะไม่ใช่คนธรรมดาหรอกนะ ถ้าอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ยังรับมือไม่ได้ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาก็เสียเปล่าแย่สิ”

 

ในฐานะเจ้าชายองค์ที่ 3 ลอว์เรนซ์ได้รับการอบรมสั่งสอนโดยมารดาผู้ทะเยอทะยานมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นคนโปรดขององค์จักรพรรดิ และมีนักฆ่าฝีมือฉกาจอยู่ข้างกาย ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาเลยถ้าเขาจะหนีออกมาจากที่นั่นอย่างไร้รอยขีดข่วน

 

“จริงสิ เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย ทำไมเจ้าถึงบินได้ด้วยล่ะ”

 

การปลอบโยนของหานซั่วมีผลต่อลิซ่าเป็นอย่างมาก เธอถอนหานใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตากลมโตสวยงามของเธอจึงจับจ้องมาที่หานซั่ว

 

“เอ่อ อธิบายยากจังแฮะ ข้าบอกได้แค่ว่า ข้าใช้เวทย์เหินหาวบางอย่างที่ไม่ได้จำกัดที่ระดับของจอมเวทย์ ส่วนเหตุผลที่ข้าบินได้ ก็คงเป็นเพราะเคล็ดลับที่อาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อบางอย่างล่ะมั้ง”

 

เรื่องของ “ศาสตร์เทพอสูร” กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันทีเมื่อต้องอธิบายให้เอมิลี่หรือลิซ่าฟัง เพราะไม่สามารถเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างง่าย ๆ ได้ เขาจึงพยายามตอบส่ง ๆ ไปแบบไม่ใส่ใจนัก

 

ไกลออกไป กลุ่มคนกว่าสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้น และกำลังเดินทางตรงไปยังนครวาเลน หานซั่วมองเห็นคนกลุ่มนั้นแต่ก็ไม่ใส่ใจเมื่อเห็นว่าพวกนั้นไม่ได้ใส่ชุดเครื่องแบบของกองกำลังกริฟฟอน จึงยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อคุยกับลิซ่าต่อ

 

ตอนนั้นเอง เนินก้อนหินที่หานซั่วและลิซ่ายืนอยู่ก็บังเอิญเป็นจุดที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินทางผ่านมาพอดี เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจก็ดังขึ้น

 

“เอ๋? ไบรอัน เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ?”

 

หานซั่วสะดุ้งตกใจและเพ่งมองไปยังที่มาของเสียงทันที แล้วก็ได้พบใบหน้าที่คุ้นเคยท่ามกลางคนกลุ่มนั้น – แคนดิซนั่นเอง ร่างของหญิงสาวที่มีหุ่นกระชับแน่นปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดาบใหญ่ที่พาดอยู่บนหลัง แคนดิซสวมใส่ชุดของนักดาบแบบบางและรัดรูป  ดูราวกับไม่เกรงกลัวภยันตรายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อเธอเห็นหานซั่ว เธอก็ส่งสัญญาณให้เหล่าทหารรับจ้างที่อยู่ด้านหลังและรีบเดินตรงเข้ามาหาหานซั่วทันที พลางนิ่วหน้าและกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“เจ้านี่พาเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มาทำมิดีมิร้ายบนเนินหินท่ามกลางอากาศหนาว ๆ แบบนี้เลยรึ?

 

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้าสักหน่อย!”

 

ลิซ่าส่งสายตาไม่พอใจให้แคนดิซทันที ราวกับว่าไม่ชอบใจในน้ำเสียงของเธอจึงแสดงออกอย่างไม่เป็นมิตรนัก

 

หานซั่วกระอักกระอ่วนเล็กน้อยและในที่สุดก็ผละออกมาจากวงแขนของลิซ่า เขามองไปยัง กลุ่มทหารรับจ้างเพลิงสงคราม  และสังเกตว่าพวกเขามีด้วยกันทั้งหมด 6 คน ซึ่ง 5 คนในนั้นยืนรายล้อมเด็กสาวรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งที่สวมผ้าคลุมหน้าบาง ๆ ราวกับว่ากำลังคุ้มกันเธอ

 

หานซั่วมองหน้าแคนดิซ และเข้าใจทันทีว่าเธอน่าจะได้รับภารกิจในการคุ้มกันเด็กสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าบาง ๆ ที่อยู่ข้างหลังเธอ และพูดปนหัวเราะเล็กน้อย

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะ แคนดิซ เจ้ารับภารกิจและกำลังพาเธอไปส่งที่หมายอยู่เหรอ?”

 

แคนดิซพยักหน้า และตอบอย่างทันทีทันใด พลางหัวเราะอย่างขบขัน

 

“ก็ใช่น่ะสิ ชีวิตข้าลำบากจะตาย ใครจะไปมีอิสรเสรีเท่าเจ้ากันล่ะ ถึงกับพาเด็กสาว ๆ มาพลอดรักกันกลางวันหนาว ๆ แบบนี้อีก”

 

“อย่าคิดอะไรไร้สาระน่า! พวกเรามาที่นี่เพราะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นต่างหาก”

 

หานซั่วยิ้มเจื่อน ๆ

 

“พวกเรามาด้วยกัน แล้วก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้าด้วย!”

 

ลิซ่าเม้มปากอย่างไม่พอใจ ดูเหมือนเธอจะได้ตัวตนคุณหนูผู้ขี้โมโหและเอาแต่ใจเมื่อครั้งอยู่ที่วิทยาลับกลับคืนมาแล้ว เธอจ้องหน้าแคนดิซราวกับลูกเจี๊ยบตัวเล็ก ๆ ที่พร้อมจะจิกคู่ต่อสู้

 

“เอาล่ะ เอาล่ะ เจ้าจะวางท่าไปทำไมเนี่ย?”

 

หานซั่วรู้สึกแปลกเล็กน้อยพลางยิ้มและลูบหัวลิซ่า พยายามจะสื่อให้เธอพูดให้น้อยลง

 

“เด็กคนนี้น่าสนใจดีนี่นา ฮ่า ๆ ๆ จริงสิ ไบรอัน เรื่องระหว่างเจ้ากับฟีบี้เป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ?”

 

แคนดิซมองลิซ่าอย่างขบขัน ก่อนจะหันมามองหน้าหานซั่วเป็นเชิงถาม

 

“ก็เหมือนเดิม ข้าเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเธอ แต่ตอนนี้เธอเป็นหัวหน้าสมาคมแล้ว ช่วงนี้ก็เลยยุ่งมาก ๆ เลยน่ะ”

 

หานซั่วตอบอย่างไม่ใส่ใจและถามแคนดิซกลับ

 

“เจ้ากำลังจะไปที่นครวาเลนเหรอ?”

 

แคนดิซพยักหน้า

 

“ใช่แล้วล่ะ เราได้รับภารกิจให้คุ้มครองท่านเบลินดาไปยังนครวาเลน แล้วก็จะพาเธอเดินทางกลับอย่างปลอดภัยเมื่อเธอเสร็จธุระที่เมื่องนี้แล้ว”

 

เพราะหานซั่วและแคนดิซเคยผ่านประสบการณ์ความเป็นความตายร่วมกันกับหานซั่วมาก่อน แดนดิซจึงยอมรับเขาอย่างสุดหัวใจ จึงยอมเปิดเผยภารกิจในครั้งนี้ให้เขารู้ด้วย

 

หานซั่วใคร่ครวญด้วยความรวดเร็ว เมื่อคิดว่ารอบคอบดีแล้วจึงเตือนเธอ

 

“นครวาเลนในช่วงนี้กำลังวุ่นวายมากทีเดียวล่ะ ลูกชายคนหนึ่งของบ็อบ อัชเชอร์ หัวหน้ากองกำลังกริฟฟอนหายตัวไปหลายเดือนก่อน ส่วนคลาร์กลูกชายคนโตก็เพิ่งถูกฆ่าไปเมื่อสองวันก่อนนี้เอง หัวหน้ากำลังโกรธจัดจนพลิกนครวาเลนให้มีแต่ความสับสนอลหม่านไปหมด ข้าแนะนำว่าผู้ว่าจ้างของเจ้ายังไม่ควรเดินทางเข้าไปในนครวาเลนตอนนี้นะ ถ้าไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไรมากขนาดนั้น”

 

“ขอบคุณนะ ข้าจะเอาแนะนำของเจ้าไปบอกเธอ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะยอมฟังข้ารึเปล่า”

 

แคนดิซดูตกตะลึกกับข่าวนี้มากพอสมควร บอกได้อย่างชัดเจนผ่านคิ้วที่ขมวดแน่นว่าเธอให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากแค่ไหน

 

แต่เพราะเธอเป็นทหารรับจ้าง เมื่อยอมรับภารกิจจากผู้ว่าจ้างมาแล้ว เธอก็ต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จตามข้อตกลง เธอไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลข้อสัญญาใด ๆ แม้จะมีอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างทาง มิเช่นนั้นแล้ว เธอจะต้องเป็นฝ่ายจ่ายในส่วนต่างผลตอบแทนที่เหลือ เธอจึงตอบได้เพียงเท่านั้น

 

หานซั่วพยักหน้า ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อไป คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันทันทีและรีบหันไปยังทิศทางที่พวกของแคนดิซเดินทางมา เขาลังเลและถามแคนดิซ

 

“ระหว่างทางจนมาถึงนี่ เจ้าเจออันตรายอะไรบ้างหรือเปล่า?”

 

แคนดิซสะดุ้งตกใจ พลันนึกขึ้นได้ถึงประสาทสัมผัสอันน่าเหลือเชื่อของหานซั่ว เรือนร่างอันสวยงามของเธอยังคงสงบเยือกเย็น และตอบไปอย่างรวดเร็ว

 

“ก็เจออันตรายมาตลอดทางนั่นแหละ แต่เราก็รับมือได้ไม่ยาก ทำไมเจ้าถึงพูดแบบนี้ล่ะ? เจ้าพบอะไรเข้าเหรอ?”

 

“ตั้งแต่ที่เจ้าปรากฏตัว ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางตามหลังเจ้ามา ทีแรกข้านึกว่าพวกนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าและเป็นแค่กลุ่มคนอีกกลุ่มที่กำลังจะเดินทางไปที่นครวาเลน แต่จากกระแสลมที่พัดมาวูบใหญ่เมื่อกี้ ข้าบังเอิญได้ยินพวกนั้นเอ่ยถึงชื่อ “เบลินดา” ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด คนกลุ่มนี้พยายามรักษาระยะห่างจากกลุ่มของเจ้า และต้องมีอะไรบางอย่างกับ “เบลินดา” นายจ้างของเจ้าแน่ ๆ”

 

หานซั่วนิ่วหน้าตอบ

 

หากเป็นคนอื่นที่พูดคำเหล่านี้ออกมา แคนดิซจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังไม่สามารถตรวจจับสิ่งผิดปกติใด ๆ จากในระยะไกลได้เลย ไม่เพียงแต่หานซั่วสามารถตรวจจับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งได้ แต่เขาสามารถใช้ประโยชน์จากกระแสลมในการจับข้อความในสิ่งที่พวกเขาพูดกันได้อีก นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

และปกติจะมีเพียงจอมเวทย์ธาตุลมเท่านั้นที่มีความสามารถในการได้ยินอันน่ามหัศจรรย์เช่นนี้ และสามารถจับใจความในสิ่งที่ผู้คนคุยกันได้ในระยะไกล เห็นได้ชัดว่าหานซั่วยังไม่บรรลุถึงระดับนั้น

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับหานซั่วเมื่อครั้งที่แล้ว แคนดิซก็เข้าใจถึงความสามารถอันน่ามหัศจรรย์ของเขาเป็นอย่างดี เธอจึงเชื่อใจเขาโดยปราศจากความสงสัย ขนตางอนยาวของเธอกระพริบอย่างรวดเร็วพร้อมกับนิ่วหน้า และพูดกับหานซั่ว

 

“พวกเขากำลังมาจากทิศทางไหน? จำนวนเท่าไหร่ และแข็งแกร่งรึเปล่า?”

 

 

************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย