0 Views

เที่ยงวัน ณ สนามฝึกซ้อมของสาขาศาสตร์แห่งความตาย

หานซั่วทำความสะอาดอย่างเหม่อลอยเพราะกำลังทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์จีนสอนในห้องเรียนเมื่อเช้าอยู่ในหัว คิ้วขมวดเล็กน้อยขณะใช้ความคิด

ร่างอ้วน ๆ ร่างหนึ่งวิ่งพุ่งผ่านประตูและมาหยุดตรงหน้าหานซั่ว แจ็คหอบหายใจอย่างหนัก และพูดอย่างเร่งรีบว่า

“แย่แล้ว ไบรอัน แครี่กับบอร์กกำลังจะมาแก้แค้นเจ้า!”

หานซั่วไม่พอใจเล็กน้อยที่ความคิดถูกขัดจังหวะ เขาหน้านิ่วเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของแจ็คและถามว่า

“เกิดอะไรขึ้น? ข้าเล่นงานเจ้าโง่สองตัวนั่นไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พวกมันต้องการอะไรอีก?”

“ข้าไม่รู้ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ข้าแค่ได้ยินว่าพวกนั้นกำลังทรมานเพราะกินอะไรบางอย่างเข้าไปเมื่อเช้า พวกนั้นหน้าเขียวไปหมดเลย! เอาแต่ตะโกนว่าจะแก้แค้นเจ้า แม้แต่ลิซ่าเองก็กำลังตามหาตัวเจ้าอยู่เหมือนกัน!”

หานซั่วยังรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสแผลที่หลัง แต่ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก แก่นมนตราสามารถห่อหุ้มออร่าสีเขียวเข้มในสันหลังของเขาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว และดูเหมือนจะค่อย ๆ จางลงไปเรื่อย ๆ หานซั่วจึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

“อย่ามาโทษข้าก็แล้วกันในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายเอง!”

หานซั่วพ่นลมเชิงดูถูก เขาบีบด้ามไม้กวาดในมือขณะมองออกไปทางประตู

แจ็คยังคงมีสีหน้าวิตกกังวลและกำมือตัวเองแน่น

“ไบรอัน ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมนะ แครี่กับบอร์กพาคนอื่นมาช่วยด้วย ดูเหมือนจะไม่ใช่เด็กรับใช้ที่ในสาขาศาสตร์แห่งความตาย พวกนั้นทั้งสูงทั้งแข็งแรงเลย จริง ๆ นะ! รีบหนีเถอะ!”

“ไบรอัน ไอ้บัดซบ เจ้ากล้าดียังไงมาหาเรื่องให้พวกข้า! วันนี้เจ้าต้องชดใช้!”

เสียงของแครี่ตะโกนดังมาไกลจากข้างนอก ในขณะที่แจ็คกำลังเร่งโน้มน้าวหานซั่วให้รีบหนี แต่เมื่อพูดจบ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกันประตูทางออกของสนามฝึกซ้อมไว้เรียบร้อยแล้ว
แครี่และบอร์กหน้าเขียวจริง ๆ บอร์กเรอเสียงดังทันทีที่เดินผ่านประตูเข้ามา เขาเอามือกุมท้องแน่น ร่างกายกระตุกอยู่พักหนึ่ง และก็อาเจียนออกมาเป็นของเหลวข้นเหนียวสีดำ ลมหายใจส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวทันที

แครี่ซึ่งหน้าเขียวอยู่แล้วก็ยิ่งดูแย่หนักกว่าเดิมเมื่อเห็นบอร์กพ่นอะไรออกมา ท้องของเขาดูเหมือนจะปวดมากเช่นกันเมื่อเขาพยายามไอใส่มือ แต่กลับไม่สามารถอาเจียนอะไรออกมาได้แม้จะต้องการเพียงใดก็ตาม

“ไบรอัน เจ้าบอกให้ลิซ่าทำยาอะไรขึ้นมา?! เธอเอามาให้พวกข้ากินจนกลายเป็นแบบนี้! วันนี้ ไม่เจ้าก็ข้า ต้องตายกันไปข้างนึง!”

เขากุมท้องด้วยมือข้างนึง อีกข้างชี้นิ้วไปที่หานซั่วอย่างมุ่งร้าย และพูดอย่างขมขื่น บอร์กรู้สึกอ่อนแอลงกว่าเดิมเมื่อเพิ่งอาเจียนออกไป เขายืนพิงประตูเพื่อประคองตัวเองให้ยืนขึ้น

หานซั่วแอบยิ้มในใจและรู้สึกสงสาร เขาสร้างเรื่องโดยสุ่มของน่าขยะแขยงขึ้นมาสองสามอย่างเพื่อหลอกลิซ่าตอนที่เธอถามเขาว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้ว่องไวและแข็งแกร่งขึ้น ใครจะไปรู้ล่ะว่าเธอจะคิดจริงจังจนไปทำน้ำยาน่ารังเกียจนั่นขึ้นมาจริง ๆ จนเอาไปทดสอบกับบอร์กและแครี่ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงดูอาการหนักยิ่งกว่าตายซะอีก

“เปล่านะ ข้าไม่ได้ทำ!”

หานซั่วส่ายหัวด้วยท่าทีไม่รู้เรื่องรู้ราว ท่าทีของเขาดูซื่อบริสุทธิ์

“ลิซ่าบอกเราหมดแล้ว กล้าดียังไงมาบอกว่าเปล่า! ข้าจะไม่ไปไหนจนกว่าข้าจะได้สั่งสอนเจ้า!”

แครี่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว และส่งสัญญาณให้พวกที่เขาพามาด้วย เด็กรับใช้ทั้ง 6 คน รวมทั้งบอร์ก ถกแขนเสื้อขึ้นและเดินตรงไปหาหานซั่วอย่างข่มขวัญ

นอกจากแครี่และบอร์ก เด็กรับใช้ที่เหลือมาจากสาขาเวทมนตร์สายธาตุมืด แต่ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่แจ็คบอกเรื่องความสูงกับความแข็งแรงเท่าไรนัก คนที่สูงน่ะใช่ แต่ก็สูงแบบไม้เสียบผี ส่วนคนที่ดูแข็งแรง ก็ไม่ได้สูงเท่าหานซั่วด้วยซ้ำ สรุปก็คือ คนที่สูงก็ไม่ได้ดูแข็งแรง ส่วนคนที่ดูแข็งแรงก็ไม่ได้สูง ความสามารถในการต่อสู้ของคนพวกนี้ก็คงไม่ได้มากมายเท่าไหร่

เขายืดมือออก สีหน้าแข็งทื่อ ความปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้เริ่มพุ่งพล่านขึ้นในใจ และดูเหมือนว่าทางเดียวที่จะทำให้มันสงบได้ก็คืออัดเจ้าพวกนี้จนกว่าจะลงไปนอนกองกับพื้น

ความปรารถนานี้พุ่งพล่านอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง มันเติมเต็มเข้ามาในหัวหานซั่วด้วยความเร็วชั่วพริบตาราวกับร่ายเวทย์ให้เขาทำตามคำสั่ง บุคลิกของหานซั่วเป็นคนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด น้อยมากที่จะไปมีเรื่องกับใคร ไม่กล้าพอที่จะทำให้ตัวเองต้องเจอปัญหาเพราะความอวดดี แต่ด้วยพละกำลังและความเร็วที่เขามีตอนนี้ หากสู้กันล่ะก็ ผลที่ออกมาคงร้ายแรงแน่นอน หานซั่วไม่ต้องการให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้เหตุผลควบคุมร่างกายและจิตใจในตอนนี้ไม่ได้เอาเสียเลย

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับลิซ่าในสนามฝึกซ้อมเมื่อครั้งนั้น หานซั่วละทิ้งเหตุผลทุกอย่าง และทำตามความปรารถนาที่อยู่ในหัวใจ ในขณะที่ออร่าต่อสู้ของคล็อดถูกแก่นมนตราทำให้สลายไป

สถานการณ์นั้นเหมือนกับวันนี้ แก่นมนตรากำลังห่อหุ้มออร่าต่อสู้ของเอริค และความปรารถนาในหัวใจนั้นก็แรงกล้าอย่างเหลือเชื่อ

เขาหันไปหาแจ็คซึ่งกำลังสั่นและตื่นกลัว สีหน้าของหานซั่วไร้ซึ่งร่องรอยของความซื่อบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว สายตาทั้งคู่ของเขาคมกริบราวกับมีด และท่าทีเหมือนนักพนันผู้เปี่ยมความมั่นใจอย่างเหลือล้น เขาส่งไม้กวาดให้แจ็คและพูดอย่างเย็นชาว่า

“ถือนี่ไว้ ถ้าใครกล้าทำอะไรเจ้าก็ทิ่มมันเลย!”

เขาหยุดครู่หนึ่ง ชี้ไปที่ปลายแหลมของด้ามไม้กวาดโลหะ และพูดเบา ๆ ว่า

“ใช้ด้านแหลมนี่นะ”

แจ็คหวาดกลัวกับความคิดของหานซั่วในตอนนี้ และจ้องมองเขาด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นระรัว ท่าทีของหานซั่วในตอนนี้แลดูสงบ เยือกเย็น และแน่วแน่ ไร้ซึ่งความขลาดอายของไบรอันโดยสิ้นเชิง

หานซั่วยัดด้ามไม้กวาดใส่มือแจ็ค และหันกลับไปด้วยสีหน้าซื่อ ๆ โง่ ๆ ตามเดิม แล้วก็พลันตื่นกลัวและส่งเสียงคร่ำครวญ

“อย่านะ อย่าตีข้าเลย!”

“ก็กำลังจะทำอยู่นี่ไง!”

คน 6 คน กรูเข้ามาพร้อมกัน หมายจะทั้งต่อยทั้งเตะหานซั่วจนน่วมไปทั้งร่าง

หานซั่วยกมือขึ้นกุมหัวอย่างหวาดกลัวในทีแรก แต่แล้วเขาก็ถอยหลังสามก้าวไปอยู่ข้างตัวแจ็ค ทันใดนั้นเอง เขาเห่าหอนออกมาราวกับคนเสียสติ และพุ่งตัวเข้าหาคน 6 คนอย่างรวดเร็วราวกับกระทิงคลั่ง

แครี่อยู่หน้าสุด เขาชะงักเท้าขวาที่ยกค้างไว้ชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบทันทีที่นึกออกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครั้งสุดท้ายที่หานซั่วเกิดคลั่งขึ้นมา

แต่แค่เพราะว่าแครี่ไม่ได้เตะเขา ก็ไม่ได้แปลว่าหานซั่วจะปล่อยเขาไปอย่างง่ายดายขนาดนั้น หานซั่วรู้สึกถึงแก่นมนตราที่ปั่นป่วนอย่างรวดเร็วขณะวิ่ง ราวกับว่าเหตุการณ์เดิมเมื่อครั้งก่อนกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อแก่นมนตราเริ่มย่อยสลายออร่าต่อสู้สีเขียวเข้มที่เอริคทิ้งร่องรอยไว้

ในตอนนั้นเอง หานซั่วมีเพียงความคิดที่ควบคุมไม่ได้เพียงอย่างเดียว คือจัดการทุกคนตรงหน้าเขาให้ลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความเมตตา โดยไม่สนว่าพวกนั้นจะยังหายใจอยู่หรือไม่ก็ตาม!

เขากางมือทั้งสองข้างออกและจับเท้าที่ยกค้างไว้ของแครี่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ยกมันขึ้น และพลิกแครี่ให้ตีลังกาล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ ฟันของเขากระแทกพื้นจนมีเลือดซึมออกมาจากตรงมุมปาก

อีก 4 คนที่ตามมาช่วยแครี่และบอร์กต่างตกตะลึงในสีหน้าของหานซั่ว ราวกับว่าสายตาของพวกเขาที่จ้องมองอยู่ถูกแช่แข็งพร้อมด้วยท่าทางประหลาด

“อย่าไปกลัว! มันมีแค่คนเดียว ฝั่งพวกเรามีกันตั้ง 6 คนก็เล่นงานมันจนตายได้สบาย ๆ ต่อให้รุมยำมันมั่ว ๆ ก็เหอะ!”

บอร์กเงยหน้าและพูดขึ้นทันทีพร้อมกับหยิบม้านั่งทำด้วยไม้มาจากไหนไม่รู้ เขาตะโกนเสียงดังและพุ่งเข้าใส่หานซั่วอย่างรวดเร็ว

ทั้ง 4 คนเริ่มมั่นใจขึ้นมาเมื่อได้ยินบอร์กพูด ท่าทีเปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง พวกเขาค่อย ๆ หยิบท่อนไม้สั้นที่อยู่ข้างหลังออกมา และตามบอร์กที่พุ่งนำหน้าไปหาหานซั่ว

เตรียมอาวุธกันมาด้วยรึนี่! หานซั่วหรี่ตาลง และกระโดดหลบไปด้านข้างทันทีที่เขาเห็นม้านั่งไม้ของบอร์กกำลังจะฟาดมาที่เขา

โครม!

ม้านั่งไม้ฟาดลงบนพื้นหิน ขาของม้านั่งแตกออกจากแรงกระแทกจนดูไม่แข็งแรงอีกต่อไป บอร์กอุทานเบา ๆ พร้อมกับสีหน้าตกใจ

“เอ๋?”

เขาไม่คิดว่าหานซั่วจะหลบทันจนทำให้เขาฟาดได้เพียงอากาศ

พลั่ก!

หมัดพุ่งเข้าใส่ดั้งจมูกของบอร์กอย่างรวดเร็วจนเลือดสาดกระจาย เขาเซถอยหลังไปเพราะความมึน และเจ็บจนม้านั่งหลุดออกจากมือ

หานซั่วก้มหน้าหัวเราะเสียงต่ำ เขาเก็บม้านั่งที่บอร์กทิ้งลงขึ้นมา ขณะที่เด็กชายอ้วนเตี้ยผมสีแดงกำลังจะฉวยโอกาสนี้ทำร้ายเขา ท่อนไม้สั้นฟาดลงมาจนเกิดเป็นเสียงหวีดผ่านอากาศ และม้านั่งก็ถูกยกขึ้นมารับท่อนไม้นั้นไว้ได้ก่อนที่จะทันฟาดลงบนหัวของหานซั่วพอดี

แต่ละมือของเขาจับขาม้านั่งเอาไว้ หานซั่วรู้สึกว่าแก่นมนตราในสันหลังของเขาปั่นป่วนเร็วขึ้นอีก และรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าออร่าต่อสู้ใกล้จะหมดลงเต็มที ส่งผลให้ความแข็งแกร่งไร้ซึ่งขอบเขตพุ่งมารวมตัวกันที่มือ เขาจับขาของม้านั่งไว้แน่น ก่อนที่จะดึงม้านั่งให้แตกออกจากกันอย่างรวดเร็ว

ม้านั่งหักครึ่ง หานซั่วถีบเด็กหนุ่มคนนั้นออกไปด้วยเท้าขวาขณะที่ถือครึ่งของม้านั่งไว้ในมือแต่ละข้าง และฟาดเข้าที่ท้องน้อยของเขาอย่างแรง เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดและร่วงลงไปนั่งบนพื้น

แต่หานซั่วไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แค่นั้น – ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ต้องการสนุกกับความรู้สึกกระหายเลือด และระบายมันออกมาเท่านั้น มือทั้งสองข้างของเขาฟาดครึ่งของม้านั่งทั้งสองลงบนหน้าผากของเด็กหนุ่มผมแดงนั่น เลือดพุ่งออกมาตามหน้าผากและย้อมซีกนึงของม้านั่งจนเต็มไปด้วยเลือด

“รีบหยุดมันไว้เร็ว! เจ้าเด็กบ้านั่นกำลังจะฆ่าอัลวา!”

บอร์กร้องด้วยความกลัวขณะที่เลือดไหลออกมาจากจมูกราวกับตัวหนอนสองตัว เพราะโดนหมัดของหานซั่วเมื่อครู่

แครี่ยันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ทั้ง ๆ ที่กำลังตื่นและสั่นกลัว เขายกท่อนไม้ในมือขึ้นสูงและพุ่งเข้าหาหานซั่วพร้อมกับคนอื่น ๆ

โครม!

เกิดเป็นเสียงประสานงากันอย่างรุนแรง แจ็คซึ่งมองจากด้านข้างด้วยขาที่สั่นระรัวเพราะความกลัว เขาจ้องหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตา สิ่งที่เขาเห็นคือหานซั่วชูครึ่งของม้านั่งขึ้นสูงและฟาดลงไปบนจมูกของพวกนั้น เลือดไหลออกมาจากหัวจนอาบใบหน้าด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา

ในตอนนั้นเอง แจ็คได้แต่ตะลึงมอง และงุงงงเป็นที่สุดในวิธีการโหดร้ายเย็นชาของหานซั่ว เขาไม่เคยคิดฝันว่าไบรอันคนขี้อายธรรมดา ๆ ที่เขาเคยรู้จัก อยู่ ๆ ก็สามารถเผยด้านที่โหดร้ายและป่าเถื่อนของตัวเองออกมาได้ขนาดนี้

ขณะที่แจ็คกำลังยืนงงตัวแข็งอยู่นั้น ออร่าต่อสู้ของเอริคก็ถูกแก่นมนตราย่อยสลายและกำจัดไปจนหมดสิ้นระหว่างการต่อสู้ ที่หานซั่วปลดปล่อยทุกอย่างตามความคิดจนหยดสุดท้าย ตอนนั้นเองที่หานซั่วคืนสติกลับมาเป็นตัวเองและเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขาจึงอดไม่ได้ที่จะกลัว

“นั่นเสียงต่อสู้กันนี่ เกิดอะไรขึ้น? รีบไปดูที่สนามฝึกซ้อมดีกว่า!”

หานซั่วได้ยินเสียงแฟนนี่จากที่ไกล ๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามา

เขาหันกลับไปมองแครี่ บอร์ก และคนอื่น ๆ ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัวและขวัญหนีดีฝ่อ ทุกคนถือท่อนไม้ในมือ แต่ไม่มีใครสักคนกล้าขยับเข้ามาใกล้แม้เพียงก้าวเดียว

หานซั่วรู้ว่านี่ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ในหัวฟุ้งซ่านไปด้วยความคิดต่าง ๆ นานา แต่แล้วความคิดหนึ่งก็หยุดเขาไว้ และรีบออกวิ่งไปที่ประตูสนามฝึกซ้อมทันที เขาละเลงเลือดที่เปื้อนม้านั่งลงบนหัวและหน้าขณะวิ่ง ก่อนโยนม้านั่งโชกเลือดทั้งสองซีกทิ้งไป เขาจับที่หลังตัวเอง ที่ ๆ โดนดาบของเอริคฟันเข้า และส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสไปตามทาง แผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดทั้งหมดปริออกทันที เลือดสด ๆ ย้อมหลังเขาจนเป็นสีแดง

ที่ประตู หานซั่วเปลี่ยนจากวิ่งด้วยความเร็วเป็นการหยุดนิ่ง ก่อนจะร่วงลงไปบนพื้น และ คลานไปที่ประตู “อย่างยากลำบาก” เขายื่นมือทั้งสองข้างชุ่มเลือดออกไปเมื่อเห็นแฟนนี่และคนอื่น ๆ ปรากฏตัว พร้อมกับพูดด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวและเต็มไปด้วยเลือดว่า

“พวกนั้นรุมทำร้ายข้า!”