0 Views

 

องครักษ์ชุดดำนั้นมีศูนย์บัญชาการอยู่ทั่วทุกเมืองในอาณาจักรแลนซล็อต และแม้แต่นครวาเลนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

หานซั่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องลับที่แกะสลักจากหินหนา ค่อย ๆ ซึมซับความทรงจำจากวิญญาณของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตาย

 

หานซั่วไม่ได้ก้าวท้าวออกไปจากห้องลับนั้นเลยเป็นเวลาถึง 4 วันเต็ม ขณะกำลังท่องไปในช่วงเวลานับทศวรรษในความทรงจำ ของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายผู้นี้มีชื่อว่า คลาเรนดอน  อายุ 52 ปี และเต็มไปด้วยประสบการณ์มากมายตลอดหลายปีให้หานซั่ววิเคราะห์อย่างละเอียด

 

หานซั่วได้ซึมซับทั้งเทคนิคการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน ความรู้จากการที่เขาพร่ำศึกษาศาสตร์แห่งความตายมาทั้งชีวิต รวมทั้งความลับเกี่ยวกับตัวตนของเขาตลอดระยะเวลา 4 วัน ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่หานซั่วเกียจคร้านเกินกว่าที่จะจดจำได้ทั้งหมด

 

หลังจากที่เขาได้ซึมซับประสบการณ์ทั้งหมดของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายมาแล้ว เขาก็พบว่าคลาเรนดอนนั้นรับใช้องค์กรหนึ่งที่มีชื่อว่า “ศาสนจักรแห่งความหายนะ”  ด้วยเหตุนี้เอง การกระทำทุกอย่างของเขา รวมถึงภารกิจในการสังหารคลาร์ก ก็เป็นคำสั่งมาจากสมาชิกระดับสูงของศาสนจักร ซึ่งแม้แต่จอมเวทย์ผู้นี้เองก็ไม่รู้เหตุผลในการสังหารคลาร์กเช่นกัน

 

นอกเหนือจากเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวตนของคลาเรนดอนแล้ว สุดยอดเหนือสิ่งอื่นใดที่หานซั่วได้รับมาก็คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเส้นทางตั้งแต่ระดับนักเวทย์ฝึกหัดไปจนถึงจอมเวทย์ของผู้ใช้ความตายคนนี้ ตลอดจนประสบการณ์ในทุกการต่อสู้และผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

 

หากจะมีวิธีที่เขาจะสามารถเข้าไปใกล้จุดสูงสุดได้การก้าวกระโดดเพียงครั้งเดียว หานซั่วก็กำลังมาถูกทางแล้ว  ด้วยความรู้ทางทฤษฎีและประสบการณ์การต่อสู้จากจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายผู้นี้  เส้นทางสู่การเป็นจอมเวทย์ของหานซั่วนั้นชัดเจนราวผลึกคริสตัล เขาจะสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ขั้นสูงได้อย่างรวดเร็วตราบเท่าที่เขามีพลังจิตที่มากพอ

 

ประสบการณ์การต่อสู้หลายสิบครั้งของคลาเรนดอน ทำให้มุมมองต่อโลกของหานซั่วแผ่ขยายกว้างขึ้น และจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการต่อสู้ในอนาคตของเขา  หานซั่วได้จดจำเรื่องราวบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุนี้  การได้รับประสบการณ์ในทางปฏิบัติก็สามารถเทียบเท่าได้กับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความตายอยู่แล้ว

 

4 วันผ่านไป หานซั่วได้รับการถ่ายทอดความทรงจำที่มีคุณค่าจากความทรงจำของคลาเรนดอน แต่เขาก็ยังไม่ได้ออกไปจากห้องลับที่แยกตัวออกมานี้ในทันที  เขาใช้เวลาต่ออีก 2 วันเต็มเพื่อที่จะได้เข้าใจเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายอื่น ๆ ที่นักเวทย์ระดับกลางควรจะรู้

 

เมื่อหานซั่วก้าวออกมาจากห้องลับ  เขารู้สึกสดชื่นไปถึงจิตวิญญาณ  อีกทั้งยังรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในภารกิจของพวกเขาในเวลานี้เป็นอย่างมาก

 

“ในที่สุดท่านก็ออกมา ท่านหญิงเอมิลี่สั่งให้ข้าพาท่านไปพบเธอทันทีที่ท่านเสร็จธุระแล้วขอรับ”

 

เชสเตอร์ที่ยืนเฝ้ายามอยู่ที่ประตูพูดกับหานซั่วด้วยความเคารพเมื่อเห็นหานซั่วออกมาจากห้อง

 

“เชสเตอร์! ทำไมเจ้าถึงดูเคร่งเครียดแบบนั้นล่ะ ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเจ้าไม่ได้เป็นแบบนี้นี่ ครั้งแรกที่ข้าพบเจ้าน่ะ!”

 

เชสเตอร์เคยพูดคุยด้วยท่าทีสบาย ๆ และดูผ่อนคลายเวลาพูดคุยกับหานซั่ว   แต่ตอนนี้เชสเตอร์ดูสงวนท่าทีมากขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับหานซั่วและพูดกับเขาพูดเหมือนพูดกับหัวหน้า ทำให้หานซั่วค่อนข้างสับสนพอสมควร

 

“ไบรอัน ท่านจะกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ข้าก็แค่ตัวให้ชินเอาไว้ก่อนเท่านั้นเองขอรับ”

 

หานซั่วส่ายหน้าและพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ

 

“ต่อให้ข้าจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ  ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ไม่ห่างเหินขนาดนั้นหรอกน่า”

 

เขาตบไหล่เชสเตอร์และหัวเราะอย่างสบายใจ

 

“ถ้าเป็นคู่หูกันจริงก็ต้องผ่อนคลายเข้าไว้สิ ข้าไม่สบายใจหรอกนะ ที่เห็นเจ้าทำตัวเคร่งเครียดแบบนี้”

 

“ก็ได้ ก็ได้ ข้ารู้แล้วว่าต้องทำยังไง ไบรอัน รีบไปหาท่านหญิงเอมิลี่เถอะ เธอบอกให้ข้ารีบพาท่านไปให้เร็วที่สุดเมื่อท่านออกมาน่ะ”

 

เชสเตอร์หัวเราะเบา ๆ และดูผ่อนคลายขึ้นหลังจากที่หานซั่วตบไหล่เขา ก่อนจะนำหานซั่วเดินไปตามโถงทางเดินที่สว่างไสว

 

พวกเขาออกมาจากห้องลับได้เพียงชั่วครู่และในที่สุดก็มาถึงยังห้องที่เอมิลี่พักอยู่ เชสเตอร์หลิ่วตาให้หานซั่วพร้อมถอยหลังออกไปพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก และทิ้งระยะห่างออกมาเพื่อยืนเฝ้าระวังให้พวกเขา

 

แม้ว่าหานซั่วและเอมิลี่ตั้งใจจะปกปิดความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่พิรุธเกี่ยวกับสถานะที่แท้จริงนั้นกลับหลุดรอดออกมาผ่านการพูดคุยและท่าทางของพวกเขา  และในฐานะโจร  เชสเตอร์จึงเป็นคนที่มีไหวพริบดีมาก เขาพบพิรุธเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังจากใช้เวลาด้วยกันเพียงสองสามวัน อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์เป็นคนฉลาด และเขาก็รู้ดีว่าโอกาสเดียวที่จะยกฐานะในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับหานซั่ว  ดังนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาก็แสร้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้ไม่เห็นอะไร

 

หานซั่วเองก็เข้าใจในข้อนี้ดี เขาจึงไม่เป็นห่วงแม้เพียงสักนิดว่าเชสเตอร์จะนำความลับไปเปิดเผย  เขายิ้มอย่างสบายใจเมื่อเชสเตอร์ขยิบตาให้ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องของเอมิลี่โดยไม่สนใจสิ่งใดในโลก  และไม่คิดจะสงวนท่าทีใด ๆ เลยสักนิด

 

“ใครน่ะ!?”

 

เอมิลี่ตกใจอย่างมากและร้องถามออกมาจากห้องน้ำ ประสาทหูที่ไวของหานซั่วได้ยินเสียงน้ำกำลังหยดลงพื้น

 

เขาหรี่ตา และรู้ว่าในเวลานั้นเอเมลี่กำลังอาบน้ำอยู่ หลังจากผ่านช่วงเวลา 6 วันแห่งการบ่มเพาะในห้องที่ปิดตาย เขาจำเป็นต้องเก็บกดอะไรหลาย ๆ อย่างไว้ชั่วคราว เขาหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะปิดประตูห้องและเดินตรงไปยังห้องน้ำของเอมิลี่

 

แม้เอมิลี่จะตกใจในทีแรก แต่เธอรู้ทันทีว่าใครเข้ามาเมื่อเธอได้ยินเสียงหัวเราะชั่วร้ายของหานซั่ว เธอรู้สึกเขินอายขึ้นมาทันทีและรีบหลบกลับลงไปในอ่างอาบน้ำ

 

“จอมโจรพรากสวาทมาแล้วคร้าบบ!”

 

ด้วยรอยยิ้มขี้เล่นที่ปรากฏบนใบหน้า หานซั่วโคจรแก่นมนตรา ฉีกเสื้อออกเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่แข็งแกร่งและโดดเด่นของเขา ก่อนจะกระโดดลงไปในอ่างอาบน้ำจนทำให้น้ำกระเด็นออกไปทั่วทุกแห่ง

 

“เจ้านี่มันชั่วร้ายจริง ๆ ขี้โกงที่สุดเลย!”

 

เอมิลี่กระหน่ำสาดน้ำใส่เขาอย่างขี้เล่น ราวกับพยายามป้องกันตัวจากการรุกรานของหานซั่ว แล้วเสียงสาปแช่งของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจภายในชั่วระยะเวลาไม่กี่อึดใจ

 

 

 

 

ร่างกายที่กระเพื่อมไปมาของเอมิลี่ส่งเสียงร้องครางอยู่ครู่ใหญ่ แล้วระลอกน้ำที่สาดกระเซ็นก็สงบลงในที่สุด

 

“สุดยอดจริง ๆ…”

 

เอมิลี่ถอนหายใจเบา ๆ วางมือบนหน้าอกกว้างและกระชับแน่นของหานซั่ว เธอพูดอย่างพอใจ

 

“เจ้าคนร้ายกาจ ข้าเกลียดเจ้า แล้วก็รักเจ้าที่สุดเลย!”

 

หานซั่วยืดเหยียดอย่างเกียจคร้านอยู่ข้าง ๆ และพูดอย่างสบายอารมณ์

 

“สิ่งที่ทำให้มีความสุขที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่งก็คือการที่ได้แช่น้ำอุ่นในวันหนาว ๆ ของฤดูหนาวแบบนี้เองสินะ โอ้ จริงสิ! เจ้าต้องการพบข้าด่วนเรื่องอะไรกันเหรอ?”

 

“ก็จะถามเจ้าน่ะสิ ว่าได้อะไรเพิ่มเติมบ้างหลังจากผ่านไปตั้งหลายวัน”

 

มือที่เรียวเล็กของเอมิลี่ค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของหานซั่วในขณะที่ถามเขา

 

หานซั่วหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่เขาได้รับมาตลอดช่วงระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาให้เอมิลี่ฟัง เอมิลี่ตกใจถึงขีดสุด แต่ก็มองไปที่หานซั่วด้วยความปิติยินดีเหลือล้น

 

“เจ้าได้รับความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ของเขา และยังได้รับประสบการณ์การต่อสู้ในชีวิตจริงของเขาอีก!?  นี่ก็หมายความว่า ตราบใดที่เจ้ามีพลังจิตที่มากพอ  เจ้าก็จะสามารถเข้าใจเวทมนตร์ในระดับจอมเวทย์ที่เขารู้ได้อย่างรวดเร็วอย่างนั้นเหรอ?”

 

“ถ้าว่ากันตามหลักเหตุผลแล้ว ก็น่าจะอย่างนั้นแหละ  ข้าเริ่มฝึกฝนเวทมนต์ในของนักเวทย์ระดับกลางบทอื่นมาบ้าง  และก็พบว่าข้าสามารถควบคุมมันได้อย่างรวดเร็วผ่านความรู้ความเข้าใจของจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายนั่น โดยที่ข้าไม่ต้องฝึกฝนแบบลองผิดลองถูกมากมายเหมือนแต่ก่อน”

 

หานซั่วพูดพลางพยักหน้า

 

“โอ คุณพระช่วย เหลือเชื่อจริง ๆ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”

 

ความปิติยินดีของเอมิลี่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่หานซั่วพูด เธอเฝ้าทวนประโยคเหล่านั้นและรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าหานซั่วเองเสียอีก

 

“จอมเวทย์ผู้ใช้ความตายนั่นได้เอกสารไปจากห้องลับที่อยู่ภายในสำนักค้าทาส เป็นบันทึกเกี่ยวกับธุรกิจของบ็อบ อัชเชอร์ และทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้อง”

 

หานซั่วยื่นเอกสารที่จอมเวทย์ผู้ใช้ความตายได้ไปจากห้องลับให้เอมิลี่  หลังจากที่เขาอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง

 

แม้ว่าจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายนามคลาเรนดอนจะร่ายเวทย์คุ้มกันไว้ที่แหวนมิติของเขา  แต่หานซั่วก็สามารถทำลายมันได้อย่างง่ายดาย เขายังได้หนังสือเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความตายมาอีกจำนวนหนึ่ง น้ำยาที่ช่วยเพิ่มพลังจิต และเสื้อคลุมเวทมนตร์ที่ช่วงเพิ่มพลังเวทย์

 

และแน่นอนว่า สิ่งที่หานซั่วพึงพอใจมากที่สุด คือ คทากระดูกของคลาเรนดอน  คทากระดูกสีขาวนั้นถูกหล่อหลอมขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนักเวทย์ผู้ใช้ความตาย  การใช้คทานี้ร่ายเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย จะช่วยเพิ่มพลังเวทย์ให้กับหานซั่วได้

 

ตามปกติแล้ว หานซั่วสามารถร่ายเวทย์คมหอกกระดูกและสร้างหอกกระดูกออกมาได้เพียง 1 เล่ม แต่เมื่อใช้คทากระดูกสีขาวโพลนนี้ เขาสามารถเรียกหอกกระดูกออกมาได้คราวละ 2 เล่ม และแม้แต่จำนวนของการอัญเชิญอสูรมิติมืดเองก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

เอมิลี่ที่กำลังตื่นเต้นดีใจกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาตอนที่เธอถือเอกสารที่หานซั่วส่งให้ แต่แล้วก็คิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจ้องมองไปที่หานซั่วและถามเขาอย่างรวดเร็ว

 

“เจ้าว่าจอมเวทย์คนนั้นมาจากองค์กรอะไรนะ?”

 

“ศาสนจักรแห่งความหายนะ”

 

หานซั่วสะดุ้งและตอบกลับไป

 

สีหน้าของเอมิลี่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด  สีหน้าของเธอซีดเผือดขณะพูดกับหานซั่ว

 

“อย่าบอกใครเด็ดขาดว่าเจ้าฆ่าคลาเรนดอน  ข้าต้องรายงานเรื่องนี้กับพี่ชายของข้าโดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันกับศาสนจักรแห่งความหายนะ อ้อ ลอเรนซ์มาหาเจ้าน่ะ เขาอยากให้เจ้าแวะไปถ้ามีเวลา ถ้าเจ้าเป็นห่วง ไปหาเขาซะสิ”

 

เอมิลี่ยังคงเตือนเขาอีกหลายครั้ง ว่าไม่ให้เขาบอกใครเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเข้าไปพัวพันกับศาสนจักรแห่งความหายนะ แล้วเธอก็รีบรุดไปยังห้องลับที่มีกระจกเวทมนตร์อยู่ ที่ซึ่งเธอจะใช้เป็นสื่อในการพูดคุยกับสมาชิกระดับสูงขององครักษ์ชุดดำ

 

 

********************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย