0 Views

 

เมื่อลอว์เรนซ์พูดประโยคนั้นออกมา สีหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดอย่างมาก สัมผัสได้ถึงความคุ้มคลั่งและตื่นกลัวราวกับว่าเห็นโลกทั้งใบพังไปต่อหน้า

 

“ไบรอัน ช่วงนี้ข้าคงยังอยู่ในนครวาเลนไปก่อน เจ้ามาพบข้าได้ที่บ้านที่เราพาลิซ่าไปส่งก่อนหน้านี้  ว่าแต่ถ้าเกิดฉุกเฉินขึ้นมา ข้าจะไปหาตัวเจ้าได้ที่ไหนล่ะ?”

 

ลอว์เรนซ์ที่กำลังเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายหันมาถามหานซั่ว

 

หานซั่วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกตำแหน่งโรงแรมที่เอมิลี่กำลังพักอยู่ และรีบจากไปทันทีโดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่ใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนั้น

 

โรงแรมที่เอมิลี่กำลังพักอยู่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององครักษ์ชุดดำ หานซั่วจึงไม่กลัวว่าลอว์เรนซ์จะสืบพบอะไรเกี่ยวกับตัวเขาที่นั่น ระหว่างที่หานซั่วกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังศูนย์บัญชาการองครักษ์ชุดดำในนครวาเลน เสียงเกือกม้าโลหะจำนวนมากดังมาจากทุกสารทิศอย่างไร้ที่สิ้นสุดขณะควบตะบึงไปทางบ้านของคาลเวิร์ต ดูเหมือนว่าการตายของคลาร์กจะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับทั่วทั้งนครวาเลนจริง ๆ

 

หานซั่วไม่ได้เสียเวลาอยู่ในบริเวณนั้นอีกไป และไม่สนใจว่าลัคกี้จะจัดการคาลเวิร์ตได้สำเร็จหรือไม่ เขาจึงมุ่งหน้ากลับไปยังศูนย์บัญชาการองครักษ์ชุดดำด้วยความรวดเร็ว

 

เมื่อไปถึง เขาก็ได้พบกับเอมิลี่ในศูนย์บัญชาการทันที เมื่อเธอเห็นเขาเข้ามา ก็โบกมือเป็นสัญญาณให้เชสเตอร์ออกไปก่อน สีหน้าของเธอหนักแน่นจริงจังขึ้นมาทันที

 

“ข้ารู้ตัวตนที่แท้จริงของลอว์เรนซ์แล้ว”

 

เอมิลี่เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงในองค์กรองครักษ์ชุดดำ หานซั่วมองหน้าเอมิลี่อย่างดีอกดีใจพร้อมกับถามอย่างกระตือรือร้น

 

“วิเศษไปเลย! สรุปแล้วเจ้าหมอนั่นเป็นใครกันล่ะ? ดูเหมือนจะมีฐานะสูงส่งพอสมควรเลย!”

 

“เจ้านี่จริง ๆ เลย! ทีหน้าทีหลังเวลาเจ้าพูดอะไรกับเขาก็ใช้น้ำเสียงกับภาษาการพูดการจาให้มันระวัง ๆ หน่อยก็แล้วกัน คน ๆ นี้จะส่งผลกระทบกับเจ้ามากจนคาดไม่ถึงเลยล่ะ”

 

เอมิลี่จ้องมองเขาอย่างฉุนเฉียว จากนั้นจึงร่ายเวทย์บทหนึ่งขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา เขตแดนเวทมนตร์ที่มองไม่เห็นถูกกางขึ้นครอบคลุมห้องทั้งห้องที่มีเพียงเอมิลี่และหานซั่วเอาไว้

 

“พวกสมาชิกข้างนอกจะไม่มีวันได้ยินสิ่งที่ข้าพูดขณะอยู่ในเขตแดนแห่งนี้น่ะ”

 

เอมิลี่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

 

หานซั่วรู้สึกแปลกใจที่เห็นเอมิลี่รอบคอบมากถึงขนาดนี้ และถามต่อไปด้วยท่าทีกังวลใจเล็กน้อย

 

“เข้าใจแล้ว เจ้าบอกข้ามาซะทีเถอะ ว่าจริง ๆ แล้วลอว์เรนซ์เป็นใคร?”

 

เอมิลี่สูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะถอนหานใจและพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“…เขาเป็นเจ้าชายองค์ที่ 3”

 

 

 

 

หานซั่วจ้องมองเอมิลี่ด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เธอพูด

 

“เจ้าล้อข้าเล่นแน่ ๆ! องค์จักรพรรดิมีพระโอรสแค่ 2 พระองค์ ประชาชนทุกคนในจักรวรรดิแลนซล็อตรู้เรื่องนี้ดี อีกอย่าง ทุกคนก็รู้นี่ว่าลอว์เรนซ์เป็นลูกชายของรัฐมนตรีการคลัง แล้วเขาจะเป็นเจ้าชายองค์ที่ 3 ไปได้ยังไง!?”

 

“ข้าพูดจริงนะ!”

 

เอมิลี่ยื่นมือออกไปหยิกหานซั่วทันทีเมื่อเห็นว่าเขาไม่เชื่อเธอ และอธิบายต่อ

 

“มีเรื่องน่าอับอายบางอย่างเกิดขึ้นในราชวงศ์ แล้วประเด็นก็คือรัฐมนตรีการคลัง ท่านอีฟวี่ กับ อลิซ  ภรรยาคนสวยของเขาน่ะ  เขาทำได้เพียงแต่มองเธอเท่านั้น เพราะระหว่างอีฟวี่และจักรพรรดิมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก่อนหน้านี้จักรพรรดิบังเอิญได้มาเจออลิซในงานเลี้ยงส่วนตัวของอีฟวี่ และสิโรราบในความงดงามของเธอ จักรพรรดิพาเธอไปโดยที่อีฟวี่ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่สามารถขัดความต้องการขององค์จักรพรรดิได้”

 

“สุดท้ายแล้วอลิซก็ท้อง ในขณะที่จักรพรรดิเองก็ออกตัวอธิบายทุกอย่างให้อีฟวี่ฟัง ซึ่งในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว จักรพรรดิก็คือจักรพรรดิวันยังค่ำแหละ และอีฟวี่ก็รู้ดีว่าเขาโทษอลิซไม่ได้ จึงได้แต่ยอมรับเรื่องนี้ไว้คนเดียวเงียบ ๆ”

 

“แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบร้ายแรง ทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เหล่าผู้มีอำนาจและอิทธิพลในเมืองหลวงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงไม่มีใครกล้าพูดออกมาอย่างเปิดเผยว่าลอว์เรนซ์คือพระโอรสขององค์จักรพรรดิและอลิซ ลอว์เรนซ์จึงโตมาภายใต้การดูแลของมารดาผู้มีความใฝ่ฝันและทะเยอทะยาน คอยอบรมสั่งสอนเขาในเรื่องของการปกครองและองค์ความรู้มากมายในการปกครองอาณาจักร”

 

“ลอว์เรนซ์จึงรู้เรื่องสถานะของตัวเองตั้งแต่เด็ก และศักยภาพในหลาย ๆ ด้านของเขาก็ไม่ธรรมดาเลย ความสัมพันธ์ทางสังคมของเขาก็สวยงามไร้ที่ติ แม้แต่กับพ่อเลี้ยงของเขาก็ยังเป็นไปได้ด้วยดี จักรพรรดิเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้จึงปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเช่นกัน พระองค์ถึงกับนัดพบกับลอว์เรนซ์เป็นการส่วนตัวเพื่อแสดงความรักความห่วงใยในตัวลูกชาย และข่าวลือที่ได้ยินมาก็บอกว่าองค์จักรพรรดิประทับใจในตัวเขามากทีเดียว”

 

“ในขณะที่เจ้าชายทั้ง 2 พระองค์ คนหนึ่งก็โหดร้ายทารุณและฝักใฝ่วัตถุนิยม ในขณะที่อีกคนก็เจ้าเล่ห์เพทุบายและตัดสินใจไม่เด็ดขาด ดูเหมือนว่าไม่มีสักคนเลยที่มีคุณสมบัติดีพอที่จะปกครองอาณาจักร และเพราะสุขภาพขององค์จักรพรรดิเองก็เริ่มย่ำแย่เต็มที พระองค์คงรู้ตัวว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ถึงได้เข้าหาลอว์เรนซ์บ่อยครั้งขึ้นในช่วงนี้ ว่ากันว่าองค์จักรพรรดิตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนของลอว์เรนซ์ และแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์”

 

“แต่อย่างไรก็ตาม พระมารดาของเจ้าชายทั้ง 2 คนเองก็ถือครองอำนาจมากมายในจักรวรรดิ หากองค์จักรพรรดิหุนหันพลันแล่นเกินไป พระองค์จะสูญเสียอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ทันทีโดยที่พระองค์ยังไม่ทันได้เคลื่อนไหวใด ๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะเหตุผลที่พระองค์กำลังทรงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ พายุแห่งความโกลาหลจึงกำลังจะก่อตัวขึ้นในจักรวรรดิ ที่ตาจิ้งจอกเฒ่าคานไดด์ไม่อยากให้เจ้าใกล้ชิดกับลอว์เรนซ์มากเกินไป ก็น่าจะเพราะเป็นห่วงว่าตัวตนที่แท้จริงของลอว์เรนซ์จะส่งผลกระทบกับเส้นทางของเจ้าในอนาคตน่ะ”

 

ทุกคำที่เอมิลี่เล่ามาสะเทือนใจหานซั่วอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลอว์เรนซ์จะมีตัวตนที่สูงส่งมากถึงขนาดนั้น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เขาอาจเป็นผู้ที่จะเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ผู้มีอำนาจปกครองดินแดนแห่งอาณาจักรแลนซล็อตทั้งหมดไว้ในมือ และมีแม้กระทั่งอำนาจในการตัดสินชะตากรรมของประชาชนทุกคน

 

เอมิลี่รู้ดีว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อหานซั่วเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าเขาถึงกับตกตะลึงจนสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ลูกตาของเขากำลังกลอกไปมาขณะกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เธอจึงไม่คิดขัดจังหวะรบกวนเขา และเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่เคียงข้างและเฝ้ามองเขาคิดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในใจ

 

ไม่นานนัก หานซั่วก็พยักหน้าและยิ้มให้เอมิลี่

 

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างทั้งหมดแล้ว อย่าห่วงไปเลย ข้ารู้ดีว่าต้องคงความสัมพันธ์กับลอว์เรนซ์ต่อไปยังไง”

 

“องค์กรองครักษ์ชุดดำของเราไม่เคยเข้าไปแทรกแซงความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในราชวงศ์ พวกเราเพียงแค่รับคำสั่งจากองค์จักพรรดิโดยตรง หรือไม่อย่างนั้น เราก็จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะถูกสะสาง หรือจนกว่าจักรพรรดิจะมีคำสั่งเด็ดขาดลงมาเท่านั้น ซึ่งการที่ตาจิ้งจอกเฒ่าคานไดด์ยอมแง้มให้เจ้ารู้เบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงหลังจากมอบภารกิจแรกให้เจ้า ก็แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับเจ้ามาก ๆ เลยนะ”

 

“และเขาเองก็ปรารถนาในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าจริง ๆ เพราะยิ่งเจ้ารู้เรื่องพวกนี้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อตัวเจ้ามากขึ้นเท่านั้น แต่เพราะข้าเข้าใจเจ้า และรู้ถึงความแข็งแกร่งและความทะเยอทะยานของเจ้าดี ข้าถึงยอมบอกความลับสุดยอดเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง แต่เรื่องที่ว่าจะเข้าใจและจัดการกับสถานการณ์ต่อไปยังไง ข้าให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจเองก็แล้วกัน”

 

เอมิลี่มองหน้าหานซั่วขณะที่เธอกำลังอธิบาย

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดี ฮะ ๆ ๆ แต่ข้ารู้ว่าจะทำยังไงต่อไป อ้อ เกือบลืมบอกเจ้าไป คลาร์กตายแล้ว ข้าฆ่าเขาเอง ป่านนี้ทั้งนครวาเลนคงกำลังวุ่นวายอยู่ไม่น้อยล่ะ”

 

หานซั่วยิ้มเล็กน้อยและบอกเธอ

 

คราวนี้เป็นเอมิลี่เองที่มีความตกตะลึงสุดขีดปรากฏบนสีหน้าเมื่อได้ยินสิ่งที่หานซั่วพูด พลางถามออกไปอย่างตระหนกตกใจไม่แพ้กัน

 

“อะไรนะ? เจ้าหมายความว่าไง? เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเจ้าฆ่าคลาร์กเหรอ?”

 

หานซั่วพยักหน้าและตอบไปด้วยความหนักแน่น

 

“ใช่ ข้าฆ่าคลาร์ก แต่ก็มีคนช่วยข้าอยู่ และที่สำเร็จก็เพราะข้าซุ่มโจมตีหรอก อย่าตกใจอะไรขนาดนั้นสิ”

 

เอมิลี่ถอนใจเบา ๆ แต่สีหน้ายังคงตกตะลึงอยู่ พลางส่ายหัวและพูดต่อ

 

“เราตรวจสอบตัวตนของคลาร์กแล้ว และรู้ว่าเขาเป็นถึงอัศวินปฐพี ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อย ความสามารถของเขาไม่ธรรมดาเลย พอรู้ว่าอยู่ดี ๆ เขาก็มาตายไปง่าย ๆ เพราะการซุ่มโจมตีของเจ้า ข้าก็ต้องตกใจอยู่แล้วสิ ดูเหมือนเจ้ายังแอบซ่อนอะไรไว้และยังบอกข้าไม่หมดเลยนะ”

 

“เปล่าเลย ข้าไม่ได้ปิดบังอะไรเจ้าแล้วจริง ๆ แค่อยู่ดี ๆ ก็มีจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายปรากฏตัวขึ้นระหว่างทาง แล้วสหายของข้าก็ช่วยกันจัดการคลาร์ก ซึ่งเขาก็ช่วยได้มากเลยจริง ๆ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงทำไม่สำเร็จหรอก”

 

หานซั่วยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะรีบสรุปให้เอมิลี่ฟังอีกครั้ง

 

ท่าทีของเอมิลี่จริงจังขึ้นทันที พลางพึมพำอย่างแผ่วเบา

 

“แค่นักเวทย์ผู้ใช้ความตายธรรมดาก็หายากมากพออยู่แล้ว ยิ่งเป็นถึงระดับจอมเวทย์ก็หายากยิ่งกว่าขนนกฟีนิกซ์หรือเกล็ดมังกรเสียอีก สงสัยจริงว่าผู้ใช้ความตายคนนั้นอยู่ในสังกัดไหนกันนะ?”

 

“ข้าก็อยากให้เจ้าช่วยสืบเรื่องนั้นให้ข้าหน่อยเหมือนกัน”

 

หานซั่วยิ้ม

 

“ไปกับข้าเถอะ พวกเราต้องไปค้นหาอะไรบางอย่าง”

 

เอมิลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อขนสัตว์ที่อยู่ข้าง ๆ มาคลุมตัวไว้

 

“พวกเราจะทำอะไรต่อไปเหรอ?”

 

หานซั่วเดินไปหาเอมิลี่ และค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเสื้อผ้าบนเรือนร่างของเธออย่างอ่อนโยน

 

เอมิลี่หันมายิ้มให้หานซั่วอย่างเอียงอาย ก่อนจะหัวเราะคิกคักราวเด็กสาวที่กำลังคิดวางแผนการชั่วร้ายอะไรบางอย่าง

 

“คลาร์กเพิ่งตายไป ทั่วทั้งนครวาเลนกำลังลุกฮือด้วยความโกลาหล กองกำลังกริฟฟอนจะต้องตื่นตระหนกและกำลังพลิกทั้งเมืองตามหาตัวพวกเจ้า 2 คนอยู่แน่ ที่เราต้องทำก็คือกวนน้ำให้ขุ่น สร้างความสับสนวุ่นวายให้พวกนั้นมากขึ้นกว่าเดิมไงล่ะ”

 

“หึหึหึ เยี่ยมไปเลย ท่าทางข้าจะติดใจทำเรื่องชั่วร้ายอะไรแบบนี้ซะแล้ว บางทีชาติที่แล้วข้าอาจจะเกิดเป็นนักฆ่าหรือไม่ก็พวกนักลอบวางเพลิงมาก่อนก็ได้นะ”

 

หานซั่วยิ้ม

 

“แค่ชาตินี้เจ้าก็ร้ายกาจจะแย่แล้ว”

 

เอมิลี่กลอกตามองหานซั่ว ก่อนจะยกเลิกเขตแดนเวทมนตร์ที่สร้างขึ้น และเดินออกไปนอกห้องพร้อมกัน

 

 

************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย