0 Views

 

หานซั่วเรียนรู้ทักษะจากนักฆ่าลัคกี้เพียงในระหว่างทางที่ทั้งคู่มุ่งตรงไปยังบ้านของคาลเวิร์ต นักฆ่าที่เยี่ยมยอดนั้นจะเฝ้ารออยู่ในตำแหน่งเดิมโดยไม่เคลื่อนไหวใด ๆ หากแต่จะยอมให้เป้าหมายมองเห็นการปรากฏตัวของเขาก็เพียงเสี้ยววินาทีขณะทำการจู่โจมเท่านั้น

 

ซึ่งลัคกี้ค่อนข้างที่จะเชี่ยวชาญในการนี้มากเลยทีเดียว เมื่อมาถึงบ้านของคาลเวิร์ต เขาก็ค่อย ๆ คืบคลานไปบนหลังคาอย่างช้า ๆ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์รอบตัวบ้าน ก่อนจะชี้ตำแหน่งห้องแต่ละห้องให้หานซั่วดูพร้อมกับอธิบายอย่างละเอียด ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่ และห้องอาบน้ำ

 

ดูเหมือนว่าลัคกี้จะค่อนจะรู้ลึกเกี่ยวกับโครงสร้างการก่อสร้างอาคารมากทีเดียว และน่าจะทำการศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี มิเช่นนั้นแล้ว เขาคงไม่สามารถอธิบายรายละเอียดทุกอย่างได้อย่างชัดเจนแม่นยำด้วยการมองเพียงปราดเดียวหลังจากมาถึงที่นี่ได้เพียงไม่นาน

 

ลัคกี้เปลี่ยนชุดคลุมของเขาเป็นสีเทาให้เข้ากันกับสีของกำแพง หากเขาเดินลัดเลาะไปตามกำแพง ก็จะไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ ได้เลย แม้ว่าจะมีแสงจันทร์สุกสว่างสาดส่องลงมาก็ตาม

 

แล้วหานซั่วก็หยิบเสื้อคลุมในลักษณะที่คล้ายคลึงกันออกมาสวมขณะที่ลัคกี้หันมามองเขาอยู่ ก่อนจะตามหลังลัคกี้ไปติด ๆ เพื่อไปยังบริเวณหลังคาเหนือห้องนั่งเล่นที่มีแสงไฟส่องสว่าง

 

หานซั่วควบคุมจังหวะลมหายใจจนสม่ำเสมอและมั่นคงขณะที่กำลังเข้าใกล้ห้องนั่งเล่นมากขึ้นเรื่อย ๆ หัวของเขาเต้นช้าลงสอดรับกับจังหวะการหายใจ แม้แต่ความอบอุ่นของร่างกายก็ค่อย ๆ เย็นลง เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ได้มากพอ ซึ่งหากไม่ขยับเขยื้อนร่างกายใด ๆ ผู้ที่พบเห็นอาจเข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระเบื้องมุงหลังคาเท่านั้น

 

ลัคกี้ไม่สามารถปิดบังร่างกายได้ดีเท่าหานซั่ว เมื่อเขาไปถึงยอดหลังคาในที่สุด ลัคกี้ก็มองหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะทึ่งในความสามารถในการเคลื่อนไหวและการควบคุมร่างกายของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมของหานซั่ว

 

ตั้งแต่ที่หานซั่วบรรลุสู่อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริง หานซั่วก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขานั้นคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนและลื่นไหลไปตามสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้การเคลื่อนไหวโดยปิดบังตัวตนไม่ให้ใครเห็นนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย

 

และเพราะคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่คลาร์กจะอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นด้วย ทั้งคู่จึงยังไม่กล้าที่จะยกแผ่นกระเบื้องออกเพื่อแอบมองเข้าไปข้างใน พวกเขาเอาหูแนบกับหลังคาเพื่อฟังบทสนทนาภายในห้อง

 

“เอาล่ะ อย่างนี้ก็แล้วกัน ช่วงนี้ท่านก็ระวังตัวเองให้ดี ดูเหมือนว่าลอว์เรนซ์กำลังคอยจับตาดูสถานการณ์ในนครวาเลนแห่งนี้ไว้อยู่ เขาอาจจะสร้างปัญหาให้ท่านก็ได้”

 

เสียงของคลาร์กดังขึ้นขณะที่เขาเตือนคาลเวิร์ตให้คอยระวัง

 

“ลอว์เรนซ์เป็นแค่ลูกชายของรัฐมนตรีการคลัง การที่เขามาตามหาตัวข้าในนครวาเลนแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าเขารนหาที่ตายเองหรอกรึ?”

 

คาลเวิร์ตดูจะไม่ใส่ใจใยดีในคำเตือนนั้นเลย ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นจนเสียงก้องไปทั่วทั้งห้อง

 

“ท่านลุงคาลเวิร์ต ตัวตนที่แท้จริงของลอว์เรนซ์ไม่ใช่คนธรรมดา ๆ อย่างที่ท่านคิดหรอกนะ แต่เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงท่านก็ต้องคอยระวังตัวไว้ตลอดเวลา พ่อของข้าจะส่งคนมาช่วยคุ้มกันท่านภายใน 2 วันหลังจากนี้”

 

คลาร์กย้ำเตือนคาลเวิร์ตอีกครั้ง

 

“ข้าทำให้ท่านหัวหน้าต้องเป็นห่วงอีกแล้วสิ เฮ้อ นี่มันก็ดึกมากแล้ว ทำไมเจ้าไม่พักที่นี่ไปซะเลยล่ะ? ข้าเตรียมของบันเทิงเริงใจไว้ให้เจ้าเป็นพิเศษเลยนะ”

 

คาลเวิร์ตหัวเราะอย่างมีเลศนัย

 

“ไม่เป็นไรหรอกท่านลุง ขอบคุณครับ ยังไงซะ ในนครวาเลนก็มีเรื่องประหลาด ๆ เกิดขึ้นบ่อย ๆ และข้าเองก็มีหลายอย่างที่ต้องทำ คืนนี้ข้าคงพักที่นี่ไม่ได้หรอก”

 

คลาร์กกล่าวอ้างและทำทีราวกับว่าเขาพร้อมที่จะกลับแล้ว

 

ทั้งคู่เลิกเอาหูแนบหลังคาเพื่อแอบฟัง หานซั่วลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหน้าไปมองลัคกี้ แล้วทั้งคู่ก็ออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไร้สุ้มเสียง

 

ลัคกี้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันทีเมื่อเห็นว่าคลาร์กกำลังจะจากไป และวางแผนจะกำจัดเขาขณะที่เขากำลังเดินทางแทน ซึ่งคลาร์กจำเป็นต้องเดินทางผ่านถนนหลายต่อหลายเส้นหลังจากที่ออกจากบ้านของคาลเวิร์ตไปแล้ว ในถนนเหล่านั้นมีตึกรามบ้านช่อง และต้นไม้เป็นพุ่มหนามากมายขึ้นเรียงรายอย่างหนาแน่น ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ ๆ เหมาะกับการจู่โจมมากเลยทีเดียว ไม่ว่าคลาร์กจะมาจากทางไหนก็ตาม

 

“เจ้าซ่อนตัวและรอคอยอยู่บนต้นไม้สักต้นหนึ่ง สบโอกาสเมื่อไหร่เจ้าค่อยเริ่มเคลื่อนไหวหลังจากที่ข้าเปิดการจู่โจมใส่คลาร์กก็แล้วกัน”

 

ลัคกี้นัดแนะกับหานซั่วก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนกำแพงราวกับสัตว์เลื้อยคลานที่แนบเนียนจนกลืนกินไปกับความมืดของรัตติกาล

 

แต่แม้แต่ลัคกี้เองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อไหร่คือโอกาสเหมาะที่สุดที่จะเคลื่อนไหว เขาจึงสามารถบอกหานซั่วให้คอยจับตาดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นเบื้องหน้าเท่านั้น

 

ไม่นานนัก รถม้าคันหนึ่งก็แล่นออกจากบ้านของคาลเวิร์ตไป เสียงกุบกับของเกือกม้าดังก้องไปทั่ว คนขับรถม้าเป็นทหารคุ้มกันรูปร่างกำยำกำลังหวดแส้ในมือเพื่อให้ม้าเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อรถม้าคันนั้นแล่นผ่านตำแหน่งที่ลัคกี้แอบซ่อนตัวอยู่พอดี  ร่างของเขาพุ่งออกจากหัวมุมที่ซ่อนนั้นด้วยความเร็วชั่วพริบตาราวกับเบาหวิวจนไร้น้ำหนัก และร่อนลงที่ด้านท้ายของรถม้านั้นทันที

 

หานซั่วมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านการเฝ้ามองในระยะไกล เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อเห็นว่ารถม้ากำลังเข้ามาใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่เขาซ่อนตัวอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ หานซั่วกำคมมีดพิชิตมารไว้แน่นในมือพร้อม ๆ กันกับที่มองสำรวจไปรอบ ๆ

 

ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดก็ดังลั่นขึ้นจากรถม้าคันนั้น ทั้งเศษไม้ ทราย และฝุ่นควันคละคลุ้งกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ในขณะที่ออร่าต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์พุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูงกว่า 2 เมตร เหนือรถม้าที่ถูกทำลายคันนั้น พลังระเบิดของออร่าต่อสู้ไม่ต่างอะไรกับเม่นที่ระเบิดตัวเองได้ และเป็นลัคกี้เองที่มีร่างกายเปรียบเมืองเม่นที่มีหนามแหลมคมเป็นออร่าต่อสู้

 

แล้วหานซั่วก็พบว่าลัคกี้เป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งในระดับจอมดาบ ออร่าต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์เหล่านั้นอยู่ดี ๆ ก็สว่างวาบขึ้นและจางหายไปในเวลาอันรวดเร็วราวกับว่าไม่เคยปรากฏมาก่อน รถม้าที่พังทลายและเศษซากของมันก็กระจายเกลื่อนพื้น คน ๆ หนึ่งที่นั่งอยู่ในรถม้านั้นมีร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดที่ไหล่บ่าออกมาจากรูใหญ่กลางอก เขาตายคาที่ในทันที ในขณะที่คนขับรถม้ากำลังพยายามหนีเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

หานซั่วรู้สึกประหลาดใจอยู่พอสมควร แต่อาจเป็นเพราะลัคกี้ที่จู่โจมเข้ามาในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ในรถม้านั้นไม่คุ้นตาสำหรับเขาเลยเมื่อพยายามมองไปที่ศพของคน ๆ นั้น …แต่ศพนั่นไม่ใช่คลาร์ก  และตอนนั้นเองที่อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นและกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาจากทุกทิศทุกทาง หานซั่วจึงรู้ทันทีว่าสถานการณ์ความรุนแรงขณะนั้นกำลังบานปลาย

 

“พวกเราถูกหลอก ถอยก่อน!”

 

หานซั่วรีบร้องบอกขณะอยู่บนต้นไม้ ก่อนจะกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ที่มีใบไม้หนาแน่น

 

ท่าทีของลัคกี้ยังสงบและเรียบเฉยขณะกวาดตามองไปยังบริเวณโดยรอบ และร้องตอบหานซั่วด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“เราจะแยกกันหนี เจ้าใช้เส้นทางลัดเลาะผ่านไปตามบ้านหลังต่าง ๆ นะ”

 

หานซั่วพยักหน้าตอบรับและไม่ได้พูดอะไรอีก เขากระโดดขึ้นไปในอากาศและร่อนลงบนหลังคาของบ้านหลังหนึ่ง เมื่อหันกลับมาก็เห็นว่าลัคกี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

 

หัวใจของหานซั่วสงบลงมากกว่าทุกที ขณะมองไปรอบ ๆ อย่างใจเย็นและสังเกตเห็นว่ามีทหารกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนถนนจากทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ชายเหล่านั้นกำลังควบมาบนหลังม้า และจำนวนหนึ่งในนั้นกำลังยิงธนูมาทางหานซั่ว

 

ตอนนั้นเอง ที่คลาร์กเดินออกมาจากทิศทางบ้านของคาลเวิร์ตด้วยท่าทีผ่อนคลาย พร้อมกับอัศวินวัยกลางคนรูปร่างแข็งแรงกำยำอีกคนหนึ่ง สายตาของพวกเขาจับจ้องมายังหานซั่ว ก่อนจะรีบไปขึ้นม้าศึกที่อยู่ด้านหลังและขี่พวกมันตรงมายังทิศทางเดียวกันทันที

 

บริเวณโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยบ้านเรือนจำนวนหลายหลัง แต่เมื่อหานซั่วลองเพ่งสมาธิและตั้งใจฟัง เขาก็สังเกตว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านเหล่านั้นเลยแม้สักหลังเดียว เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นย้ายออกไปแล้ว พลางนึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้ประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยมของเขาสำรวจสิ่งรอบข้างให้รอบคอบกว่านี้เสียก่อน เพราะเขาพุ่งความสนใจไปกับการฆ่าคลาร์กมากเกินไป โดยไม่สนใจรายละเอียดอื่น ๆ ดีพอ

 

เมื่อลูกธนูพุ่งเข้ามา หานซั่วก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วหานซั่วก็เห็นว่าทหารที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเขาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ใคร่ครวญอย่างดี เขาก็ตัดสินใจใช้ “ศาสตร์เทพอสูร” และส่งตัวเองพุ่งขึ้นไปในอากาศราวกับเหยี่ยว

 

ลูกธนูจำนวนมากส่งเสียงหวีดหวิวขณะแทรกตัวผ่านอากาศ ในขณะที่คมมีดพิชิตมารคอยปัดป้องออกไปจนพวกมันหล่นกระจายไปทั่ว เขาบินวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบินไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป

 

แม้หานซั่วจะยังใช้ศาสตร์นี้ได้อย่างไม่ทะลุปรุโปร่งดีนัก แต่เขาก็ไม่ประสบปัญหาใด ๆ ขณะบินไปในอากาศ และเป็นเพราะศาสตร์นี้เอง ที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากการไล่ตามของพวกทหาร

 

นอกจากนี้ หานซั่วยังพบอีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกันกับเวทย์เหินหาวของนักเวทย์ระดับจอมเวทย์แล้ว “ศาสตร์เทพอสูร” นั้นมีความสลับซับซ้อนยิ่งกว่ามาก เรียกได้ไม่มีเวทย์เหินหาวใด ๆ เลยที่จอมเวทย์จะสามารถร่ายได้เร็วเท่าเขา

 

หานซั่วสูดหายใจลึก ๆ ครั้งหนึ่งและสังเกตสิ่งรอบข้าง เขาพบว่าคลาร์กพร้อมด้วยกำลังพลประมาณ 100 คน กำลังใช้วิธีปูพรมหาเป้าหมายโดยการค้นตามแต่ละห้องในบ้านต่าง ๆ เพื่อตามหาลัคกี้ เพราะเมื่อเห็นว่าหานซั่วบินหนีไปแล้ว พวกนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังการค้นหาตัวลัคกี้ที่น่าจะยังหนีไปได้ไม่ไกลทันที

 

 

 

 

ขณะที่หานซั่วเริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ของลัคกี้ ก็มีร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเวทย์เหินหาว ร่างนั้นลอยตัวเคลื่อนที่เข้ามาจากในระยะไกล พร้อมกันกับที่กลุ่มหมอกทะมึนเคลื่อนมาบดบังแสงจันทร์ ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ฟ้าทั้งฟ้าก็มืดมิดลง เมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้ มันก็หยิบคทาเวทมนตร์ที่ทำด้วยกระดูกสีขาวโพลนออกมาจากในแขนเสื้อและเริ่มร่ายเวทย์ด้วยเสียงแผ่วเบา

 

ทันใดนั้นเอง ทั้งนักรบโครงกระดูก ผีดิบ ผีกูล ตลอดจนการ์กอยล์ และนักรบแห่งความเกลียดชังจำนวนมากก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะกรูกันเข้าไปโจมตีเหล่าทหารด้วยความรวดเร็ว

 

เสียงร่ายเวทย์อีกครั้งหนึ่งร้องดังขึ้น แล้วศรกระดูกจำนวนมากก็พุ่งลงมาจากฟ้าก่อนจะโจมตีใส่กลุ่มทหารอย่างบ้าคลั่งราวห่าฝน จนพวกนั้นต้องร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

 

“โอ คุณพระช่วย นั่นมันผู้ใช้ความตายระดับจอมเวทย์นี่นา!”

 

คาลเวิร์ตอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงสุดขีด

 

แม้แต่หานซั่วเองก็ประหลาดใจอย่างที่สุดไม่แพ้กัน ขณะจ้องมองจอมเวทย์ผู้ใช้ความตายที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศคนนั้นอย่างไม่วางตา และอึ้งไปจนพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าพลังทำลายของเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายนั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

 

 

 

****************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย