0 Views

 

“เจ้าไม่ได้ติดค้างอะไรข้าหรอก ลิซ่ากับข้าเป็นเพื่อนกันที่วิทยาลัยอยู่แล้ว ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ข้าควรทำเท่านั้นเอง”

 

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ หานซั่วก็เห็นเอมิลี่และเชสเตอร์เดินออกไปพร้อมลิซ่าที่ถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำ

 

“รีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ”

 

ลอว์เรนซ์สังเกตเห็นเอมิลี่และเชสเตอร์จากสายตาของหานซั่วที่มองไป เขาเบิกตาขึ้นขณะที่พูดอย่างนุ่มนวลและหันหลังเดินออกไปด้านนอก

 

มีขั้นตอนมากมายที่จะต้องผ่านก่อนเข้าสู่สำนักซื้อขาย แต่ก็ไม่เข้มงวดมากนักตอนขากลับ หานซั่วและลอว์เรนซ์ไม่พบความอุปสรรคใด ๆ ขณะที่พวกเขาเดินตามหลังเอมิลี่และเชสเตอร์ออกไป เอมิลี่ได้รับการคุ้มกันโดยเจ้าหน้าที่สองคนจากสำนักซื้อขาย และพวกเขาก็มีท่าทีเคารพนอบน้อมจนกระทั่งเอมิลี่ไล่พวกเขาไปเมื่อมาถึงที่ประตู

 

เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นลอว์เรนซ์อยู่ในรถม้า ในขณะที่หานซั่วยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งและกำลังพูดกับลอว์เรนซ์

 

“ข้ารู้จักกับท่านเอมิลี่ที่คฤหาสน์ของเจ้าคราวที่แล้ว และเธอว่าจ้างให้ข้าจัดการเรื่องบางอย่างในนครวาเลนนี้น่ะ”

 

ดูเหมือนว่าลอว์เรนซ์จะเข้าใจในประเด็นบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขายิ้มอย่างเป็นมิตรให้หานซั่ว

 

“นั่นเป็นเรื่องของพวกเจ้า 2 ทั้งคู่ เจ้าไม่ต้องบอกอะไรข้าหรอก ข้าว่าเราไปดูกันดีกว่า ว่าตอนนี้ญาติของข้าเป็นยังไงบ้าง”

 

เขายกม่านในรถม้าขึ้นและทั้งคู่ก็เดินเข้าไป และตอนนั้นเองที่ลิซ่าร้องไห้โฮโผตัวเข้าสู้อ้อมแขนของหานซั่วด้วยอาการสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ

 

“ไบรอัน พวกนั้นฆ่าครอบครัวของข้า ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ ทุกคนตายหมดเลย!”

 

หัวใจของลิซ่าแตกสลายและเปราะบางอย่างที่สุด หานซั่วตบไหล่เธอเบาๆ และพูดปลอบอย่างอ่อนโยน

 

“ตอนนี้เจ้าปลอดภัยแล้วนะ คนพวกนั้นจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันทำแน่นอน”

 

เธอกอดหานซั่วแน่นมากด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ราวกับว่าจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง เธอเอานิ้วก้อยน้อย ๆ ของเธอเข้าไปในปากและกัด ก่อนจะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

 

“ข้าไม่ได้ฝันไปจริง ๆ ด้วย! ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าอยากแก้แค้น ข้าจะฆ่าพวกสารเลวนั้นให้หมด!”

 

แม้ลิซ่าจะเป็นจอมวายร้ายตัวเล็ก ๆ เมื่อเธออยู่ที่วิทยาลัย แต่เธอดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่ต้องประสบกับโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดในชีวิต ความไร้เดียงสาบนใบหน้าของเธอถูกแทนที่โดยความเกลียดชัง และดูเหมือนว่ามันคือพลังเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เธอปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ในขณะนี้

 

“ลิซ่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง? เจ้าต้องเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังนะ ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง”

 

ประกายตาแห่งความเยือกเย็นฉายวาบอยู่ในดวงตาของลอว์เรนซ์ในขณะที่เขาถามลิซ่าที่กำลังร้องไห้คร่ำคราญอยู่ด้วยเสียงอันแผ่วเบา

 

ดูเหมือนว่าลิซ่าจะเพิ่งรู้ตัวในที่สุดว่าในรถม้านั้นมีคนอื่นอยู่ด้วยนอกจากหานซั่ว  เธอเช็ดน้ำตาขณะมองไปที่ลอว์เรนซ์ และสะอึกสะอื้นอีกครั้งทันที

 

“พี่ลอว์เรนซ์ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านพ่อบอกแค่ว่า ท่านแม่กำลังป่วย อยากให้ข้ากลับบ้านมาดูแล”

 

“พอข้ากลับถึงบ้าน ข้าก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น  ท่านแม่ไม่ได้ป่วย และจริง ๆ แล้วท่านพ่อก็ไม่ได้บอกให้ข้ากลับบ้าน แล้ววันต่อมา คาลเวิร์ต ไอ้สุนัขรับใช้ของกองกำลังกริฟฟอนนั่นก็พาคนบุกเข้ามาที่บ้าน พวกมันฆ่าแล้วก็จับคนไป ทุกคนตายหมดยกเว้นข้า ตายหมดเลย!!!”

 

“ไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะต้องแก้แค้นให้เจ้าแน่ๆ”

 

ลอว์เรนซ์ให้สัญญากับลิซ่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 

“ฆ่าคาลเวิร์ตที… ท่านต้องฆ่าเจ้าคาลเวิร์ตนั่นให้ข้านะ!”

 

ลิซ่ารำพึงอย่างไร้ความหวังโดยที่มองไปยังลอว์เรนซ์ก่อนจะหันไปมองหานซั่ว

 

ครอบครัวของเธอและญาติถูกกำจัดในเวลาเพียงชั่วอึดใจ เรื่องเลวร้ายนี้ส่งผลกระทบรุนแรงเกินกว่าที่ลิซ่าจะรับได้ไหว และทำให้ลิซ่าที่ปกติจะชอบแกล้งคนอื่น ได้เผยด้านที่อ่อนแอออกมาและทำให้ไม่ว่าใครก็ตามอยากจะปกป้องเธอ

 

“ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

 

หานซั่วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งขณะที่ลิซ่ากำลังจ้องมองเขา แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้าและให้สัญญากับเธอ

 

“พวกเราควรจะวางแผนให้รอบคอบก่อนนะ ถ้าพวกเจ้าต้องการฆ่าคาลเวิร์ตจริง ๆ”

 

เอมิลี่พูดขึ้นเบา ๆ จากภายนอกรถม้า ก่อนที่จะยื่นศีรษะเข้ามาเพื่อพูดกับหานซั่วและลอว์เรนซ์

 

“แต่อย่างน้อยก็ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนเถอะ”

 

“ลิซ่า มากับข้า”

 

ลอว์เรนซ์ลงมาจากรถม้า และพยักหน้าให้ชาย 2 คนที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยท่าทีเยือกเย็น  นักดาบทั้งคู่จากไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับรถม้าอีกคัน ลอว์เรนซ์ประคองลิซ่าขึ้นไปกับเขา แล้วรถม้าคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้า ๆ ทันทีที่คนขับลงแส้

 

“ตามเขาไป”

 

หานซั่วบอกเชสเตอร์ที่อยู่ด้านนอกและหันกลับมามองเอมิลี่อย่างสำนึกผิด

 

“นี่คงทำให้แผนการของเจ้าวุ่นวายอยู่สักหน่อย แต่ข้าจำเป็นต้องทำจริง ๆ”

 

“ข้าเข้าใจดี  อีกอย่าง การฆ่าคาลเวิร์ตก็เป็นแผนเดิมของเราอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้แผนเดิมของเราเปลี่ยนไปหรอก และเราก็ได้ตัวช่วยมาเพิ่มอีกคนไงล่ะ จริงมั้ย?”

 

เอมิลี่ยิ้มน้อย ๆ และพูดอย่างหนักแน่น

 

“ยังไงก็แล้วแต่ แม้ว่าลอว์เรนซ์จะเป็นบุตรชายของรัฐมนตรีการคลัง ผู้ติดตาม 2 คนนั้นของเขาก็ดูจะแข็งแกร่งมากทีเดียว แต่ลอว์เรนซ์เองก็มีท่าทีแปลก ๆ พอสมควร เจ้าไปรู้จักกับเขาได้ยังไงน่ะ? แล้วรู้ภูมิหลังของเขาบ้างรึเปล่า?”

 

หานซั่วส่ายหน้า และลังเลก่อนจะตอบออกไป

 

“ท่านคานไดด์เคยบอกข้าก่อนหน้านี้ว่าตัวตนของลอว์เรนซ์นั้นค่อนซับซ้อน และเขาก็บอกอีกว่าข้าอาจจะเจอปัญหาก็ได้ถ้าใกล้ชิดกับเขามากเกินไป แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็รู้จักกับเขามาสักระยะแล้ว และก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ใช้ได้ทีเดียวเลยแหละ”

 

“ตาจิ้งจอกเฒ่าคานไดด์!  ถ้าเขารู้ตัวตนจริง ๆ ของลอว์เรนซ์แล้วไม่บอกเจ้า นั่นก็หมายความว่าตัวตนของลอเลนซ์ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ล่ะ ดูเหมือนว่าข้าต้องไปถามพี่ชายของข้าซะหน่อยแล้ว”

 

เอมีลี่พูดพลางขมวดคิ้วและรู้สึกสงสัย

 

จู่ ๆ รถม้าของลอว์เรนซ์หยุดลง เขาโผล่หัวออกมาและพูดกับหานซั่วเมื่อรถม้าของเขาและเอมิลี่มาจอดเทียบข้าง ๆ

 

“ไบรอัน ข้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเอมิลี่ ถ้าเจ้าเห็นแก่เธอ เจ้าต้องแน่ใจว่าจะไม่ดึงเธอเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้นะ”

 

หานซั่วนิ่งอึ้งไปชั่วขณะและหันกลับมามองที่เอมิลี่ที่อยู่ในรถม้า เอมิลี่ขมวดคิ้วและคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับหานซั่ว

 

“ไปกับพวกเขาเถอะ ดูว่าจะเตรียมพร้อมอะไรได้บ้าง แล้วค่อยกลับมาหาข้าที่จุดนัดพบหลังจากนั้น ส่วนข้าเองก็จะได้โอกาสกลับไปตรวจดูประวัติของลอว์เรนซ์เสียหน่อยเหมือนกัน”

 

เขาพยักหน้ารับกับเอมิลี่ หานซั่วลงจากรถม้าของเธอ และเดินไปหาลอว์เรนซ์ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“การตัดสินใจของเจ้ารอบคอบมาก  เราไม่ควรทำให้ท่านเอมิลี่เข้ามาพัวพันกับเรื่องแบบนี้ด้วยจริง ๆ นั่นแหละ”

 

“ข้าต้องขออภัยอย่างสูงเลยจริง ๆ ท่านเอมิลี่ แต่ท่านคงรู้ว่าข้าทำแบบนี้ก็เพื่อตัวท่านนะครับ พวกอัชเชอร์ไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลผู้ใดในนครวาเลน และมีบางเรื่องที่ท่านไม่ควรเข้ามาพัวพัน โดยเฉพาะสถานะอย่างท่านแล้ว”

 

ลอว์เรนซ์พูดอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับคนของเขา

 

“ไปกันเถอะ!”

 

เมื่อหานซั่วเข้ามาในรถม้า เขาก็สังเกตว่าลิซ่าเริ่มดูสงบลงแล้วเมื่อได้รับการปลอบประโลมจากลอว์เรนซ์ ซึ่งลอว์เรนซ์เองก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขากำลังใคร่ครวญเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  ในขณะที่หานซั่วไม่รู้ว่าจะปลอบลิซ่ายังไงดี จึงได้แต่นิ่งเงียบไปตลอดทาง

 

รถม้ามาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง และลอว์เรนซ์ก็หันไปพูดกับลิซ่าอย่างอ่อนโยน

 

“เจ้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ ข้ากับไบรอันจะออกไปทำธุระบางอย่างแล้วจะรีบกลับมา ไม่ต้องเป็นห่วง อยู่ในบ้านหลังนั้นเจ้าจะปลอดภัยมากเลยล่ะ”

 

หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโศกนาฏกรรมอันแสนเจ็บปวด ลิซ่าก็ว่าง่ายมากกว่าปกติ เธอพยักหน้าและลงจากรถม้าโดยมีลอว์เรนซ์คอยช่วย  เมื่อลอว์เรนซ์เคาะประตู ก็มีคนเดินออกมารับ คนผู้นั้นซ่อนอยู่ในเงามืด และหานซั่วก็จำได้ในทันทีว่าเป็นคน ๆ เดียวกับที่สะกดรอยตามคลาร์กเมื่อครั้งก่อน

 

“พาเธอเข้าไป แล้วบอกพวกที่อยู่ข้างในให้คอยคุ้มครองเธอด้วย ส่วนท่านมากับข้า”

 

หลังจากออกคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ลอว์เรนซ์ก็หันหลังกลับและเดินมาขึ้นรถม้า ชายคนนั้นเดินตามออกมาหลังจากที่ลิซ่าเข้าไปข้างใน  เขานั่งลงตรงหน้าหานซั่วและลอว์เรนซ์โดยไม่พูดอะไรสักคำ

 

หานซั่วพินิจพิเคราะห์ชายคนนั้นในขณะที่เขานั่งหันหน้าเข้าหากัน  และพบว่าเขาก็ดูเหมือนชายธรรมดาทั่วไปและไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เขาถึงได้สามารถสะกดรอยตามคลาร์กซึ่งเป็นถึงอัศวินปฐพีได้โดยที่คลาร์กไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

 

“เขาชื่อ ลัคกี้  เป็นนักฆ่า ส่วนอีก 2 คนที่อยู่กับคนขับรถม้าด้านนอกเป็นนักดาบระดับสูง ดิแวค และนักเวทย์ธาตุดินระดับสูง อะเดล่า  เราจะไปฆ่าเจ้าคาลเวิร์ตนั่นกันเดี๋ยวนี้เลย”

 

ลอว์เรนซ์แนะนำคนของเขากับหานซั่วพร้อมกับประกาศว่าพวกเขากำลังจะไปฆ่าคาลเวิร์ต

 

“เจ้ามีแผนอะไรงั้นเหรอ?”

 

หานซั่วนิ่งเงียบไปในทีแรกก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“คาลเวิร์ตเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของหัวหน้ากองกำลังกริฟฟอน และรับผิดชอบการแจกจ่ายเสบียงภายในนครวาเลน ซึ่งเขาเองก็เป็นทหารที่อยู่ในกองกำลัง อายุประมาณ 30-40 ปี เขามีลูกชาย 1 คนชื่อ ซีร์นานด์ ซึ่งเจ้านั่นเคยพยายามจะขืนใจลิซ่า แต่ลิซ่าดันไปตัดจ้าวโลกของหมอนั่นแทน เพราะแบบนี้ ทั้ง 2 ตระกูลถึงได้บาดหมางกัน และในฐานะอัศวินระดับสูง ที่บ้านของเขาจึงมีคนรับใช้มากมาย และมีหลายคนที่เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังกริฟฟอนด้วย แต่ก็ไม่ได้รับมือยากนักหรอก”

 

ลอว์เรนซ์อธิบายเรื่องทั้งหมดอย่างช้า ๆ  แสดงให้เห็นว่าเขาสืบทุกอย่างมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

 

“ข้าบังเอิญได้ข่าวมาว่าคลาร์กกลับมายังนครวาเลนแล้ว และดูเหมือนว่าตอนนี้จะอยู่ที่บ้านของคาลเวิร์ต เพื่อส่งมอบคำสั่งการอะไรบางอย่างจากพ่อของเขาน่ะ”

 

ลัคกี้ที่นั่งเงียบมาโดยตลอด จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา

 

ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนสีหน้าของลอว์เรนซ์อย่างชัดเจน คิ้วของเขาขมวดเป็นปม แม้แต่หัวใจของหานซั่วเองก็โลดเต้นอย่างตื่นตัว พร้อมกับจิตสังหารที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

 

ท่าทีลังเลของลอว์เรนซ์แสดงให้เห็นว่าการปรากฏตัวของคลาร์กทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจ  อย่างไรก็ตาม การที่หานซั่วบรรลุสู่อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริง บวกกับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กและเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย หานซั่วสามารถสู้กับคลาร์กได้อย่างสูสี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถโค่นอัศวินปฐพีลงได้จริง เขาจึงยังนิ่งเงียบอยู่

 

“ลุงลัคกี้ ท่านมั่นใจแค่ไหนว่าจะฆ่าคลาร์กได้หากท่านลงมือ?”

 

ลอว์เรนซ์เอ่ยปากถามนักฆ่าลัคกี้หลังจากเงียบไปพักใหญ่ และรอคอยคำตอบ

 

“ก็น่าจะ 50%”

 

ลัคกี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจ แล้วลอว์เรนซ์ก็พยักหน้ารับ

 

“ตกลง ถ้างั้นท่านก็เปิดฉากโจมตีก่อน ข้าเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของท่าน ท่านจะสามารล่าถอยออกมาได้อย่างปลอดภัยแม้ว่าจะฆ่าเขาไม่สำเร็จ แล้วเราค่อยมาตัดสินกันอีกทีจากสภาพของคลาร์ก ว่าจะจัดการกับเขายังไงต่อไป”

 

“อืม หากข้าหนีจริง ๆ เมื่อไหร่ ก็ไม่คิดว่าเขาจะมีทางหาข้าพบหรอก”

 

ลัคกี้ตอบ

 

“ข้าคิดว่าถ้าข้าร่วมมือกับท่านลัคกี้ ข้าน่าจะเพิ่มความเป็นไปได้อีกสัก 30% นะ”

 

หานซั่วมองไปยังลัคกี้ก่อนจะตอบ

 

“ไบรอัน เจ้าแน่ใจเหรอ ว่าจะไม่ถูกเจอตัวและกระทบกับการเคลื่อนไหวของลุงลัคกี้เขาน่ะ?”

 

ลอว์เรนซ์มีสีหน้าเอาจริงเอาจังและมองมาที่หานซั่ว

 

“ข้าเชื่อว่าข้าสามารถช่วยเขาได้ ถ้าเจ้าเชื่อมั่นใจตัวข้า ข้าก็อยากจะลงมือพร้อมกับเขา”

 

หานซั่วพูดอย่างจริงจังและจ้องกลับมายังลอว์เรนซ์

 

“ตกลง ลุงลัคกี้ พาเขาไปกับท่านด้วย แล้วรีบถอยออกมาก่อนหากมีอะไรไม่เข้าท่าเกิดขึ้น เราหาโอกาสอื่นอีกได้เสมอล่ะ”

 

ลอว์เรนซ์คิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งและพูดกับนักฆ่า

 

“ตกลง”

 

ลัคกี้ตอบและมองหน้าหานซั่ว

 

“เราจะไปกันเดี๋ยวนี้เลย ถ้าบ้านของคาลเวิร์ตเกิดไฟไหม้ขึ้นเมื่อไหร่ นั่นเป็นสัญญาณว่าภารกิจของเราได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่านบุกเข้าไปได้เลย แต่ถ้าไม่เห็นสัญญาณที่ว่า ก็อย่าเข้ามาใกล้พวกเรา”

 

“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าต้องทำยังไง ระวังตัวด้วย”

 

ลอว์เรนซ์พยักหน้า

 

“ไปกันเถอะ”

 

ลัคกี้มองหานซั่วและกระโดดลงจากรถม้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปยังหลังคาที่สูงราว 3 เมตรโดยไม่มีเสียงใด ๆ ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

หานซั่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่ง และรวบรวมสมาธิไปยังแก่นมนตราของเขาเพื่อใช้ศาสตร์เทพอสูรในการกระโจนขึ้นไป ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาก็ลอยสูงขึ้นไปในอากาศด้วยความสูงที่เหนือกว่าลัคกี้ และร่อนลงมาอย่างไร้สุ้มเสียงข้าง ๆ นักฆ่าผู้นั้น

 

“เอ๋!”

 

ลัคกี้มองหานซั่วด้วยความประหลาดใจ มุมหนึ่งของใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกนั้นกระตุกขึ้น และพูดอย่างแผ่วเบา

 

“ไม่เลวเลยนี่ บางทีเจ้าอาจจะช่วยข้าได้จริง ๆ สินะ”

 

แล้วนักฆ่าสูงวัยผู้นั้นก็ไม่ได้หันกลับมามองหานซั่วอีกเลย เขากระโจนไปตามหลังคาอย่างคล่องแคล่วว่องไว ราวกับแล่นผ่านพวกมันไปราวภูตผีที่บ้าคลั่ง ทำให้หานซั่วชื่นชมในความว่องไวของเขาเป็นอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริง ความคล่องแคล่วว่องไวของหานซั่วเองก็ก้ามข้ามขีดจำกัดของคนธรรมดาทั่วไปเช่นกัน เขาใช้ประโยชน์จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่ยอดเยี่ยมเหนือธรรมชาติ ทำให้เขาสามารถไล่ตามลัคกี้ไปโดยไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแม้แต่น้อย

 

 

 

 

****************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย