0 Views

 

 

 

 

หานซั่วสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นลิซ่าปรากฏตัวขึ้นในกรง สายตาที่สอดส่ายไปทั่วในตอนแรกของเขากลายเป็นเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที

 

แม้ว่าหานซั่วจะเคยนึกไม่ชอบหน้าลิซ่ามาก่อน แต่เมื่อทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน เขาก็พบว่าเธอไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิด  และที่ผ่านมาลิซ่าเองก็คอยออกหน้าปกป้องเขาในทุกเรื่อง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนทัศนคติและความประทับใจที่เขามีต่อลิซ่าอย่างช้า ๆ

 

ดวงตาของลิซ่าเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาในขณะที่เธอกำลังถูกขังอยู่ในกรง ดวงตากลมโตที่เคยสดใสและเป็นประกาย บัดนี้กลับหม่นหมอง ระทมทุกข์ และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ภาพที่ปรากฏบีบหัวใจของหานซั่วจนรู้สึกเจ็บ

 

“ตระกูลแอดดิสันกับบ็อบ อัชเชอร์เคยบาดหมางอะไรกันมาก่อนรึเปล่า? ทำไมอยู่ดี ๆ ตระกูลแอดดิสันถึงถูกโค่นลงและถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏแบบนี้ได้ล่ะ?”

 

หานซั่วมองไปรอบ ๆ ด้วยความเยือกเย็น และหันไปถามเอมิลี่

 

เอมิลี่มองออกทันทีว่าท่าทีของหานซั่วเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ตอนที่ลิซ่าปรากฏตัวขึ้น จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปเมื่อได้ยินที่เขาพูด

 

“ดูเหมือนเจ้าจะเป็นห่วงเป็นใยแม่สาวลิซ่านี่เหลือเกินนะ?”

 

หานซั่วพยักหน้า พร้อมกับอธิบาย

 

“ลิซ่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของข้าในสาขาศาสตร์แห่งความตายที่วิทยาลัย พวกเราเป็นเพื่อนกัน และเธอก็เคยช่วยข้าในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าเธอตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้ ข้าก็ไม่มีทางนิ่งเฉยอยู่ได้หรอก”

 

เอมิลี่สะดุ้งตกใจทันทีที่ได้ยิน เธอจึงรีบตอบ

 

“ตระกูลแอดดิสันกับบ็อบ อัชเชอร์ไม่ถูกกันมานานแล้วล่ะ ตั้งแต่ก่อนที่บ็อบจะเริ่มคิดการกบฏเสียอีก แต่เป็นเพราะตระกูลแอดดิสันมีฐานะและมีหน้ามีตาทางสังคมในนครวาเลนแห่งนี้ ตอนนั้น บ็อบ อัชเชอร์จึงยังไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไร”

 

“แต่ตอนนี้ ในเมื่อบ็อบ อัชเชอร์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะควบคุมนครวาเลนนี้ไว้ในกำมือของตัวเอง ตระกูลใดก็ตามที่ไม่เชื่อฟังหรือเป็นปฏิปักษ์จึงถูกกวาดล้างไปจนหมด ซึ่งตระกูลแอดดิสันเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลผู้โชคร้ายเหล่านั้นด้วยเหมือนกัน จากข้อมูลที่องครักษ์ชุดดำเฟ้นหาและรวบรวมมาได้ทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา บ็อบ อัชเชอร์ดำเนินการทุกสิ่งอย่างโดยอาศัยข้ออ้างมากมายเต็มไปหมดเลยล่ะ”

 

“เรือนร่างของแม่สาวน้อยลิซ่าผู้นี้ยั่วยวนใจจนน่าตกตะลึงเลยใช่มั้ยล่ะครับ? แต่ข้าคงต้องขอเตือนพวกท่านไว้ก่อน สาวน้อยคนนี้เป็นนักเวทย์ผู้ใช้ความตาย เพราะฉะนั้น กุญแจมือผนึกมนตราที่ข้อมือของเธอห้ามถอดออกเด็ดขาดเลยนะครับ”

 

พิธีกรผู้จัดงานที่ยืนอยู่บนเวทียังคงอธิบายสรรพคุณของลิซ่าต่อไป

 

เหล่าผู้ประมูลทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างเวทีดูจะสนใจในตัวลิซ่าเป็นอย่างมาก ราคาของเธอจึงค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมเริ่มต้นที่ 300 เหรียญทอง เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัวเป็น 600 เหรียญทองในเวลาอันรวดเร็ว

 

ในขณะที่ไบรอันถูกขายให้กับวิทยาลัยด้วยราคาเพียง 5 เหรียญทอง เมื่อเทียบกับลิซ่าซึ่งมีราคาสูงมากกว่าคนธรรมดาอย่างไบรอันกว่า 100 เท่าตัว แสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้สนใจในตัวลิซ่าผู้โด่งดังมากจนน่าตกใจ

 

ผู้ประมูลด้านล่างเวทีต่างพร้อมใจกันเสนอราคา ในขณะที่ราคาประมูลถูกร้องประกาศไปตั้งแต่ห้องพิเศษชั้นบนไปจนถึงแถวที่นั่งด้านล่าง แล้วราคาของลิซ่าก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจาก 600 เหรียญทอง ไต่ขึ้นไปที่ 700 เหรียญทองหลังจากผ่านไปไม่นานนัก

 

หานซั่วเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดด้วยสายตาเย็นชา ในที่สุด เขาก็เริ่มเคลื่อนไหว หานซั่วใช้กล่องเครื่องมือวิเศษที่อยู่ในห้อง บันทึกตัวเลข 1,000 เหรียญทองลงไป แล้วตัวเลขจำนวนนั้นก็ออกไปปรากฏอีกด้านหนึ่งของห้องพร้อมกับเสียงดังกระหึ่ม ทำให้ห้องโถงที่เคยดังอึกทึกไปด้วยเสียงผู้คนตะโกนเสนอราคานั้นเงียบเสียงลงทันที แม้จะมองไม่เห็น แต่สายตาของทุกคนต่างหันมาจับจ้องที่เป็นห้องพิเศษของหานซั่วด้วยความประหลาดใจ

 

“แค่ทาสผู้หญิงคนเดียวไม่เคยมีใครเสนอราคาสูงถึง 1,000 เหรียญทอง เสนอราคาไปแบบนี้เจ้าทำให้เรากลายเป็นจุดสนใจแล้วนะรู้มั้ย?”

 

เห็นได้ชัดว่าเอมิลี่ไม่เข้าใจการกระทำของหานซั่วจึงหันไปถามเขา

 

“ข้าต้องช่วยเด็กผู้หญิงคนนี้ให้ได้ ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งรอเวลาสู้ราคาไปมากับเจ้าพวกบ้านั่นหรอก แค่เสนอราคาสูง ๆ ไปครั้งเดียวก็ทำให้พวกมันหุบปากกันได้แล้ว”

 

หานซั่วพูดขณะจ้องมองลิซ่าที่อยู่ในกรง เธอกำลังนอนแน่นิ่งราวกับไร้ชีวิต

 

และก็เป็นจริงตามนั้น เหล่านักประมูลที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากประมูลให้ชนะในตอนแรก ล้วนวางมือลงด้วยท่าทีผิดหวัง

 

สำหรับทาสผู้หญิง ไม่ว่าจะนำมาใช้งานเพื่อปรนนิบัติให้สาสมความใคร่เพียงใด ก็ไม่มีใครมองว่าคู่ควรกับเงินที่มากถึง 1,000 เหรียญทอง แม้ฐานะของลิซ่าในนครวาเลนแห่งนี้จะสูงส่งจนน่าล่อตาล่อใจเพียงใด แต่เงิน 1,000 เหรียญทองก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ทาสคนอื่น ๆ ที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดากลับมีค่าเพียง 50 เหรียญทองเท่านั้น

 

และเมื่อราคาประมูล 1,000 เหรียญทองของหานซั่วถูกเสนอออกไป พิธีกรผู้จัดงานประมูลก็ใช้ค้อนไม้เคาะราคาด้วยท่าทีดีอกดีใจหลังจากร้องเรียกหาผู้สู้ราคาถึงสามครั้ง

 

“ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ประมูลหมายเลข 83 ด้วยนะครับ! ที่เหลือท่านก็แค่รูดตราสารคริสตัลกับกล่องที่อยู่ด้านข้างเพื่อจ่ายเงินในราคา 1,000 เหรียญทองให้กับบัญชีสำนักซื้อขายของเรา สาวน้อยลิซ่าผู้นี้ก็จะเป็นของท่านทันที”

 

หานซั่วในตอนนี้นั้น เงิน 1,000 เหรียญทองไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะผลพลอยได้จากการล่าในป่าทมิฬช่วงที่ผ่านมารวมกันก็สูงถึง 10,000 เหรียญทอง เช่นนั้นแล้ว เขาจึงแทบไม่ต้องเปลืองสมองเพื่อคิดคำนวณใด ๆ แต่กลับหยิบตราสารคริสตัลออกมาเตรียมจ่ายเงินที่กล่องข้าง ๆ ทันที

 

ทันใดนั้นเอง เอมิลี่ก็ยื่นมืออกไปห้ามเขาไว้และปัดมือที่ถือตราสารคริสตัลของเขาออกไปทางด้านข้าง

 

“ให้ข้าจัดการเถอะ ถ้าเจ้าใช้ตราสารของเจ้าล่ะก็ ชื่อของเจ้าจะถูกบันทึกอยู่ในสำนักซื้อขายแห่งนี้ ต่อให้พวกนั้นบอกว่าจะเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับก็เถอะ แต่สำหรับบ็อบ อัชเชอร์แล้ว ก็ไม่ยากนักหรอกถ้าเขาจะสืบหาตัวเจ้า”

 

หานซั่วได้ฟังก็คิดว่าคำพูดของเธอสมเหตุสมผลจริง ๆ จึงตอบกลับไป

 

“ตกลง งั้นข้าจะโอนเงิน 1,000 เหรียญทองให้ในตราสารคริสตัลของเจ้าแทน เจ้าก็ใช้ตราสารที่ปลอดภัยจ่ายให้ไปก่อนก็แล้วกัน”

 

แม้ว่าเอมิลี่จะไม่อยากให้หานซั่วคืนเงินให้ เพราะเงิน 1,000 เหรียญทองเองก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่เลยสำหรับเธอ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่เอมิลี่กำลังจะจ่ายเงินให้หานซั่ว เธอก็สังเกตเห็นสายตาของเชสเตอร์ที่แอบมองอยู่จากทางด้านข้าง เธอจึงพยักหน้าตกปากรับคำหานซั่วทันที และรับเงินจำนวน 1,000 เหรียญทองจากตราสารของเขา ก่อนที่จะหันไปจ่ายค่าตัวลิซ่า

 

ทาสเอลฟ์หญิงและมนุษย์จิ้งจอกเพศหญิงถูกนำออกมาประมูลเป็นรายต่อไป รวมทั้งนักสู้ผู้คลั่งสงครามผู้ดุดันอีกคนหนึ่ง กลุ่มของหานซั่วไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ อีก หากแต่เฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายด้วยสายตาแสนเย็นชา

 

“ครั้งนี้ พวกเราค่อยกลับมาสำรวจสถานที่นี้กันตอนกลางคืน พวกเราไม่ควรเดินไปไหนมาไหนอย่างโจ่งแจ้งนักหรอก หลังจากที่เจ้าร่วมการประมูลในวันนี้ไปแล้วน่ะ”

 

เอมิลี่อธิบายทุกอย่างให้หานซั่วฟังอย่างละเอียดเกี่ยวกับสำนักซื้อขายแห่งนี้ รวมถึงเรื่องที่ต้องระวังหลังการประมูลสิ้นสุดลง

 

หานซั่วพยักหน้าเห็นด้วย พลางเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเอมิลี่และเชสเตอร์ ทันใดนั้นเอง สายตาเฉียบคมของเขาก็สังเกตเห็นใครบางคนเดินผ่านประตูทางเข้ามา

 

ร่างของหานซั่วหยุดชะงักทันที ก่อนจะบอกเอมิลี่ด้วยเสียงแผ่วเขา

 

“เจ้ากับเชสเตอร์ไปจัดการเรื่องลิซ่ากันก่อน ข้ามีเรื่องอื่นต้องทำนิดหน่อย”

 

ทันทีที่พูดจบ หานซั่วก็พุ่งออกไปทันทีพร้อมกับแทรกตัวผ่านฝูงชน ในที่สุด เขาก็ไปถึงเบื้องหน้าประตูพร้อมกับตรงเข้าไปหาลอว์เรนซ์ทันที แต่อย่างไรก็ตาม อยู่ ๆ ก็มีคนสองคนปรากฏตัวขนาบข้างลอว์เรนซ์ก่อนที่หานซั่วจะเข้าถึงตัวเขาอีกเพียงก้าวเดียว พลางจ้องมองหานซั่วอย่างระมัดระวัง

 

เมื่อลอว์เรนซ์สังเกตเห็นหานซั่วเขาก็ทำสีหน้าประหลาดใจทันที และหันไปสั่งอย่างเด็ดขาดกับชายทั้ง 2 คน ก่อนจะโบกมือทักทายหานซั่ว

 

ลอว์เรนซ์ถามเขาด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุดเมื่อหานซั่วเดินเข้าไปใกล้

 

“ไบรอัน เจ้ามาทำอะไรที่นครวาเลนน่ะ?”

 

“ข้ามีธุระบางอย่างแถวนี้พอดี แล้วเจ้าล่ะ มาทำอะไรที่นี่?”

 

หานซั่วถามกลับ

 

สีหน้าของเขาเย็นชาและแข็งกระด้างขึ้นมาทันที และพูดตอบกลับมาอย่างเยือกเย็น

 

“มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับตระกูลแอดดิสันที่เป็นญาติของข้า ตอนนี้ลิซ่ากำลังตกเป็นเหยื่อและถูกจัดฉากให้กลายเป็นทาส ข้าได้ยินข่าวว่าจะมีการประมูลเกิดขึ้นทีนี่ ก็เลยรีบมาเพื่อช่วยเธอออกไป”

 

ตระกูลของลิซ่าและลอว์เรนซ์มีเชื้อสายที่เป็นเครือญาติกัน และดูเหมือนว่าลอว์เรนซ์จะรู้ทุกอย่างเป็นอย่างดีกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ลอว์เรนซ์ตั้งใจเดินทางออกมาจากเมืองหลวงเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำให้หานซั่วมีทัศนคติต่อลอว์เรนซ์ดีขึ้น เพราะทุกอย่างบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าลอว์เรนซ์เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว

 

ตามหลักแล้ว ไม่ว่า “ญาติ” จะมีความเกี่ยวพันที่ใกล้ชิดกันอย่างไรก็ย่อมมีข้อจำกัด หากแม้แต่บ็อบ อัชเชอร์จะตราหน้าตระกูลแอดดิสันว่าเป็นผู้ทรยศ อาชญากรรมเพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะให้สายสัมพันธ์ระหว่างเครือญาตินั้นพังทลายลงทันที มิเช่นนั้นแล้ว ตระกูลอื่น ๆ ของพวกเขาจะต้องถูกดึงไปเกี่ยวพันกับเรื่องเดือดร้อนนั่นด้วยกันทั้งหมด ในเมื่อลอว์เรนซ์เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ ก็เพียงพอให้หานซั่วรู้สึกว่าต้องมองลอว์เรนซ์ใหม่เสียแล้ว

 

“เจ้ามาช้าเกินไป ลิซ่าถูกซื้อไปแล้วด้วยเงิน 1,000 เหรียญทอง”

 

หานซั่วมองหานซั่วพร้อมกับยิ้ม

 

“ต้องเป็นเจ้าหมาแก่คาลเวิร์ตนั่นแน่ ๆ ตระกูลของลิซ่ากับตระกูลของเขาไม่ถูกกันมานานแล้ว และเขานี่แหละที่น่าจะเป็นตัวการผู้อยู่เบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของลิซ่าในครั้งนี้ เขาต้องยินดีทุ่มเงินสุดตัวเพื่อซื้อเธอกลับไปทรมานที่บ้านแน่ ๆ”

 

สีหน้าของลอว์เรนซ์เข้มขึ้นด้วยความโกรธขณะพูดกับชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

“ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเราต้องทำภารกิจลักขโมยและวางเพลิงกันซะแล้วล่ะ”

 

ชายหนุ่มสองคนด้านหลังไม่แสดงสีหน้าใด ๆ และกลับเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาสวมเสื้อผ้าหลวมโพรกราวกับไม่ใช่ชุดเสื้อผ้าของพวกเขาเองที่ใส่กันตามปกติ แต่หานซั่วรู้ว่าคนหนึ่งเป็นนักดาบ ส่วนอีกคนเป็นนักเวทย์ โดยรู้ได้หลังจากลองพินิจพิจารณาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม หานซั่วยังไม่สามารถประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชายสองคนนี้ได้

 

“ข้าจะปล่อยให้ลิซ่าถูกคนอื่นซื้อไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันล่ะ? อย่างห่วงเลย ข้าได้ตัวลิซ่ามาแล้ว”

 

เมื่อหานซั่วแน่ใจว่าลอว์เรนซ์มาเพราะเป็นห่วงลิซ่าจริง ๆ เขาจึงบอกไปพร้อมกับยิ้ม

 

ลอว์เรนซ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันทีที่ได้ยิน เขาจึงพูดกับหานซั่วอย่างซาบซึ้งใจสุดขีด

 

“ไบรอัน ข้าเป็นหนี้เจ้าจริง ๆ!”

 

*****************************

 

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย