0 Views

 

“อ่า… ตอนนี้ข้ามีเรื่องที่ต้องทำเยอะแยะเต็มไปหมด ข้าคงไปอยู่กับเจ้าไม่ได้หรอก”

 

หานซั่วนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบลิซ่าออกไป

 

สำหรับลิซ่าแล้ว หานซั่วอาจจะไม่ค่อยชอบเธอนักในตอนแรก แต่เมื่อเขาได้ใช้เวลาร่วมกับเธอ เขาก็รู้ว่าลิซ่าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เธอเพียงแค่ไร้เดียงสาไปหน่อยเท่านั้นเอง โดยเฉพาะพักหลัง ๆ ลิซ่าเองก็ออกตัวปกป้องเขาในหลาย ๆ เรื่อง จึงยากที่หานซั่วจะคิดแก้แค้นเธอเหมือนที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เกลียดเธอ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเธอ เช่นนั้นแล้ว เมื่อลิซ่าเอ่ยปากชวน หานซั่วจึงทำได้แค่หาข้ออ้างตอบไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

เมื่อหานซั่วให้คำตอบมาแล้ว ลิซ่าก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และพยักหน้ารับ

 

“ก็ได้ ข้าจะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้ว หวังว่าครั้งหน้าที่เราเจอกัน เจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอีกนะ”

 

ลิซ่าดูเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดขณะที่เธอตอบเขากลับไป แต่เธอก็ยิ้มให้และเดินกลับไปยังหอพักหญิงลำพังด้วยอาการหนาวสั่นเล็กน้อย

 

หานซั่วส่ายหัวและถอนหายใจเบา ๆ เขากลับไปยังห้องพักของตัวเองเมื่อเห็นว่าลิซ่าเดินหายลับตาไปแล้ว

 

เมื่อเขามาถึงด้านหน้าของหอพัก หานซั่วผลักประตูให้เปิดออก แต่ทว่าตอนนั้นเอง ดาบยาวเล่มหนึ่งก็พุ่งแทงเข้ามาที่หน้าอกของเขา สีหน้าของหานซั่วเปลี่ยนไปในทันที พร้อมกับพยายามถอยออกมาจากประตูอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต

 

อย่างไรก็ตาม ความเร็วของดาบยาวนั้นดุจสายฟ้าฟาด ทันทีที่ดาบนั้นปรากฏและส่องประกายแสงสีเงิน มันก็อยู่ตรงหน้าอกของเขาแล้ว ในขณะที่หานซั่วถอยอย่างฉับพลัน และเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านข้าง

 

ส่วบ!!!

 

ดาบยาวนั้นแทงผ่านซี่โครงทะลุลึกเข้าไปในร่างของหานซั่ว ทำให้เขาบาดเจ็บในทันที และผู้ที่ซุ่มโจมตีก็ชักดาบกลับไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

 

แม้ความเจ็บปวดจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย หานซั่วก็ไม่ได้ปริปากส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย แล้วคมมีดพิชิตมารก็บินออกมาจากแขนเสื้อของเขาอย่างทันทีทันใด มันพุ่งผ่านประตูไปและแทงตรงเข้าไปยังผู้ซุ่มโจมตีอย่างรุนแรงเช่นกัน

 

ออร่าต่อสู้สีเขียวเข้มพลันปรากฏขึ้นทันทีที่ประตูแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วเงาร่างหนึ่งซึ่งปกปิดใบหน้าเอาไว้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหานซั่วทันทีที่เสียงปะทะกันของโลหะดังลั่นขึ้น

 

ด้วยพลังความสามารถในการมองเห็นของหานซั่ว ทำให้การปกปิดใบหน้านั้นไร้ประโยชน์ตราบใดที่เขาเคยเห็นใบหน้านั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง หานซั่วไม่คิดว่าคลาร์กจะเป็นสุนัขขี้ขลาดถึงเพียงนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาล่าถอยกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อไม่พบอะไร แต่กลับมาดักรอในคืนนี้เพื่อจัดการกับหานซั่ว

 

 

 

 

เป็นเพราะหานซั่วกำลังรู้สึกผิดกับลิซ่า เขาจึงไม่ได้ระมัดระวังตัวมากนักในเวลากลางดึกขนาดนี้ และเขาก็ไม่ได้เตรียมป้องกันตัวอะไรเลยเพราะไม่คิดว่าคลาร์กจะกลับมาดักซุ่มโจมตีเขาจริง ๆ  ทำให้หานซั่วได้รับบาดเจ็บทันทีที่การซุ่มโจมตีเปิดฉากขึ้น

 

ในฐานะอัศวินปฐพี แสงออร่าต่อสู้ของคลาร์กควรจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าหานซั่วนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่จะจัดการได้ง่ายดายนักหลังจากที่ล้มเหลวไปเมื่อคืนก่อน ทำให้คราวนี้เขาเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น

 

ความคิดเหล่านี้ฉายวาบเข้ามาในจิตใจของหานซั่วอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ก่อนที่คลาร์กซึ่งแอบซ่อนกายอยู่จะโจมตีเข้ามาอีกครั้ง หานซั่วจับตามองคลาร์กไว้อย่างดี ในขณะที่ขาทั้งสองข้างก็ถีบส่งร่างของเขาให้ถอยหนีไปทางด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง พลางร้องตะโกนลั่น

 

“มีนักฆ่าลอบเข้ามา !!”

 

พลั่ก!

 

หลังของหานซั่วกระแทกกับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบเข้าอย่างจัง เมื่อหันหลังกลับไปดูก็พบเพียงอากาศที่ว่างเปล่า หัวใจของเขาบีบแน่นขึ้นพร้อมกับรู้ทันทีว่าคลาร์กได้เตรียมการมาอย่างดีทีเดียว

 

หานซั่วรวบรวมสมาธิจนถึงขีดสุดทันทีที่คลาร์กปรากกฏตัวขึ้น และเขายังสัมผัสได้อีกว่าไม่มีใครสักคนอยู่บริเวณนั้นเลย  ในฐานะอัศวินปฐพี การที่คลาร์กสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำในการสร้างกำแพงน้ำแข็งให้เกิดขึ้นโดยรอบ แปลว่าเขาได้ใช้ ม้วนคาถามนตรา  ราคาแพงที่ทำให้คนสามารถใช้เวทมนตร์ใด ๆ ก็ตามที่ม้วนคาถากำหนดไว้ได้โดยที่คน ๆ นั้นไม่จำเป็นต้องมีเวทมนตร์หรือพลังจิตแต่อย่างใด และกำแพงน้ำแข็งที่รายล้อมนั้นก็ได้ปิดทางหนีของหานซั่วไว้อย่างสิ้นเชิง

 

ขณะเดียวกัน กำแพงน้ำแข็งนั้นก็ไม่ได้แตกออกเมื่อหลังหานซั่วชนเข้า หานซั่วเห็นสายตาเย้ยหยันฉายวาบขึ้นในดวงตาของคลาร์ก ใบหน้าของเขาถูกปิดจนมิดชิดและมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ปรากฏออกมา แล้วมวลแสงออร่าต่อสู้สีเขียวเข้มก็เปล่งประกายขึ้นพร้อมกับเคลื่อนตัวและหมุนวนเข้ามาหาหานซั่วอย่างรวดเร็วราวกับเกลียวคลื่น

 

จิตใจของเขาพุ่งพล่าน  เมื่อคมมีดพิชิตมารบินกลับมาอยู่ในมือ จู่ ๆ มันก็ส่งเสียงราวกับกำลังโหยหวนเมื่อแก่นมนตราถูกถ่ายเทเข้าไปผสานรวมกันกับมัน แล้วคมมีดพิชิตมารก็เปล่งประกายราวเปลวไฟร้อนระอุเพื่อตอบโต้คลื่นออร่าต่อสู้ของคลาร์ก

 

ตอนนั้นเอง ขณะที่คลาร์กโจมตีเข้าไปได้ครึ่งทาง เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังประหลาดบางอย่างทันทีที่หานซั่วผสานพลังของแก่นมนตรากับคมมีดพิชิตมาร หานซั่วสังเกตจากแววตาก็เห็นได้ชัดว่าคลาร์กตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างกะทันหัน และพบว่าออร่าต่อสู้ที่หมุนวนเคลื่อนตัวเข้ามานั้นเป็นสีเขียวเข้มที่ด้านหน้า และเป็นสีขาวบริสุทธิ์ที่ด้านหลัง

 

เขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าคลาร์กนั้นกลัวที่จะล้มเหลวเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังแปลกประหลาดที่เขาไม่รู้จัก เขาจึงปลดปล่อยความแข็งแกร่งแท้จริงที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้ และแสดงถึงพลังอันโหดร้ายแท้จริงของอัศวินปฐพีออกมาให้เห็นในที่สุด

 

แม้ว่าแก่นมนตราของเขามีพลังไร้ขีดจำกัด แต่หานซั่วก็เพิ่งจะฝึกฝนได้เพียงไม่กี่เดือน เขาจึงรู้ดีกว่ามันยากเกินไปที่จะป้องกันการโจมตีได้ทั้งหมด เขาชั่งใจและพยายามคิดหาทางในหัวอย่างเร็วที่สุด และเสี้ยววินาทีนั้น ปีศาจปฐมภูมิทั้ง 3 ตนก็ถูกปลดปล่อยออกมา พวกมันพุ่งตรงเข้าไปยังร่างของคลาร์ก ก่อนจะสิงสู่และกัดกินพลังชีวิตภายในร่างนั้นอย่างโหดเหี้ยม

 

“อ้ากกกกก!!!”

 

แล้วคลาร์กที่เงียบมาตลอดก็กรีดร้องขึ้นทันทีด้วยความทุกข์ทรมาน เมื่อปีศาจปฐมภูมิเริ่มกัดกินพลังชีวิตภายในร่างกายเขา ออร่าต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์ที่เขาเพิ่งปล่อยออกมาถูกดึงกลับเข้าไปในร่างกายหวังจะทำลายปีศาจปฐมภูมิที่กำลังอาละวาดอยู่ภายในร่างทั้ง 3 ตน

 

เปรี้ยง!!!

 

เสียงแก่นมนตราของหานซั่วและออร่าต่อสู้ของคลาร์กปะทะกันในที่สุด หานซั่วเซถอยหลังไปพร้อมกับรู้สึกหน้ามืด

 

ทันใดนั้น ความเจ็บปวด 3 ระลอกได้สะท้อนกลับเข้ามายังทุกโสตประสาทของตัวเขา และจิตใจที่ขุ่นมัวก็ค่อย ๆ ปลอดโปร่งขึ้น เขารู้ความหมายนั้นทันทีว่าปีศาจปฐมภูมิทั้ง 3 ตนได้ถูกทำลายลงภายในร่างของคลาร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาพยายามตั้งสติและมองไปที่คลาร์ก และเห็นได้ชัดว่าคลาร์กกำลังจ้องมองร่างกายของตัวเองด้วยความตื่นกลัวในขณะที่มีเลือดจำนวนหนึ่งค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขา

 

เพราะปีศาจปฐมภูมิทั้ง 3 ตนได้เข้าไปกัดกินพลังชีวิตในร่างกายของคลาร์ก ทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บเช่นกัน มิเช่นนั้นแล้ว เขาก็คงจะไม่มองร่างกายของตัวเองด้วยสายตาอันสยดสยอง เพราะไม่ว่าอย่างไร หากคนบนโลกนี้จะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เข้าไปในร่ายกายและกัดกินพลังงานชีวิตของตนเอง ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกที่ยากจะลืมเลือนและต้องจดจำไปชั่วชีวิต

 

คมมีดพิชิตมารถูกหลอมรวมกับพลังของแก่นมนตราอีกครั้ง และถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงอันเจิดจรัสในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของกำแพงน้ำแข็งพร้อมกับเสียงหวีดหวิวเผื่อผ่านอากาศ เมื่อเสียงกำแพงแตกกระจายก็ดังลั่นขึ้น หานซั่วก็พุ่งตัวออกไปยังโถงทางเดินด้วยความดีใจ

 

ในขณะที่หานซั่วพุ่งตัวออกไปและกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ คลาร์กก็กระโดดออกไปทางหน้าต่างห้องของหานซั่วและหลบหนีไปอย่างรวดเร็วทันทีที่รู้ว่าเขตแดนถูกทำลายลง เขามีท่าทีผิดหวังเล็กน้อย เพราะเมื่อเขตแดนพังทลายลง ก็แปลว่าแผนการลอบฆ่าหานซั่วก็ล้มเหลวเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจล่าถอยไปในทันที

 

หานซั่วกำลังจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะเมื่อคลาร์กหนีไปแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือใด ๆ อีก

 

และเป็นเพราะผลของการปิดกั้นเสียง แม้ว่าจะมีการต่อสู้อย่างหนักหน่วงเกิดขึ้นในห้องพักของหานซั่วและบริเวณโถงทางเดิน ก็ไม่ได้ทำให้มีนักเรียนคนไหนถูกปลุกให้ตื่น ในใจของเขายังคงถูกบีบรัดไปด้วยความตกใจในขณะที่เขามองไปยังประตูที่แตกเป็นเสี่ยง แล้วเข้าก็เดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบ ๆ

 

ปีศาจปฐมภูมิที่หานซั่วเฝ้าหล่อหลอมขึ้นมาทั้ง 3 ตนถูกทำลายโดยออร่าต่อสู้ภายในร่างกายของคลาร์ก อย่างไรก็ตาม เพราะพลังของปีศาจปฐมภูมิทั้ง 3 ตนนี้เองที่ได้ช่วยชีวิตของหานซั่วไว้ แม้พวกมันจะถูกทำลายไป แต่ร่างกายของคลาร์กเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกพวกมันกัดกินพลังชีวิตในร่างกาย ทำให้เขาต้องรักษาตัวในทันที และยากที่จะเตรียมตัวสำหรับการโจมตีในครั้งต่อไป

 

“ไม่เป็นไร ของใหม่จะมาแทนที่ของเก่าได้เสมอ ดูเหมือนว่าข้าคงต้องเริ่มหล่อหลอมปีศาจธาตุหยินเสียที และเมื่อเข้าสู่อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริงแล้ว หากข้าหล่อหลอมผีดิบธาตุไม้ชั้นยอดและปีศาจหยินตนใหม่ได้เมื่อไหร่ วันนั้นแหละจะเป็นวันตายของเจ้า… คลาร์ก”

 

หานซั่วพึมพำกับตัวเอง

 

เช้าวันต่อมา

 

ลอเรนซ์มาตามหาหานซั่วตามที่นัดกันไว้ แล้วทั้งคนก็เข้ามานั่งคุยกันในห้องของหานซั่ว

 

“เมื่อคืน คลาร์กมาที่นี่ ข้าเกือบจะไม่รอดมาพบเจ้าซะแล้ว”

 

ประตูยังคงแตกเป็นเสี่ยง และยังหลงเหลือร่องรอยของการต่อสู้อยู่ในบริเวณรอบ ๆ หานซั่วไม่ได้พยายามปกปิดอะไร เขาพูดกับลอเรนซ์อย่างตรงไปตรงมา

 

ลอว์เรนซ์ตกใจอย่างมากทันที และรีบร้องถามออกไปด้วยความสงสัย

 

“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

 

หานซั่วพยักหน้าและพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ใช่ ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นหรอก แต่ยังไงซะ คลาร์กเองก็ได้รับบาดเจ็บกลับไปเหมือนกัน ข้าคิดว่าเขาคงลงมือทำอะไรไม่ได้อีกไปพักใหญ่เลยล่ะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

 

“เจ้า… เจ้าทำร้ายคลาร์กได้ด้วยเหรอ?”

 

ลอเรนซ์มองหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขณะที่เขาถามด้วยความประหลาดใจ

 

“ใช่ แต่ถ้าเจ้าคิดว่าเป็นเพราะข้าแข็งแกร่งกว่าคลาร์กละก็ เจ้าคิดผิดถนัดเลยล่ะ ข้าทำร้ายเขาได้ก็เพราะโชคช่วยหรอก และถ้าไม่ใช่เพราะข้าหลบได้ทันก็คงถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว เจ้านี่รับมือยากน่าดูเลยล่ะ”

 

หานซั่วมีสีหน้าเคร่งขรึมขณะที่เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

 

แม้จะไม่มีคำเตือนจากหานซั่ว  ลอเรนซ์ก็รู้ว่าคลาร์กนั้นมีพิษสงขนาดไหน และเขาก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของคลาร์กเป็นอย่างดี แม้ว่าหานซั่วจะไม่ได้พูดถึงการต่อสู้ในคืนที่ผ่านมา ลอเรนซ์ก็พอจะบอกได้จากสภาพที่เห็นว่าการต่อสู้นั้นดุเดือดรุนแรงมากแค่ไหน และไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน การที่หานซั่วสามารถทำให้คลาร์กบาดเจ็บได้ นั่นหมายความว่าหานซั่วเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะรับมือได้ง่าย ๆ เช่นกัน เมื่อได้ยินสิ่งที่หานซั่วพูด ลอเรนซ์ก็ประเมินค่าหานซั่วสูงขึ้นไปอีกหลายระดับ

 

“ตามที่ข้ารู้เกี่ยวกับคลาร์ก  ถ้าเขาบาดเจ็บอยู่ล่ะก็ เราคงหาตัวเขายากแล้วล่ะ เพราะเขาต้องหลบไปหาที่ปลอดภัยเพื่อพักรักษาตัว แผนการของพวกเราที่จะกำจัดเขาก็คงต้องเลื่อนไปก่อน”

 

ลอเรนซ์คิดใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ

 

“ไม่เป็นไร ข้าเองก็บังเอิญมีเรื่องที่จะต้องจัดการอยู่พอดี วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน แล้วอีกสัก 10 วันข้าจะมาหาเจ้าอีก แล้วเราค่อยคุยกัน”

 

ลอเรนซ์พยักหน้าตกลงเมื่อได้ยินหานซั่วพูด พร้อมกับมองลึกเข้าไปในตาเขาก่อนที่จะจากไป ส่วนหานซั่วก็มุ่งหน้าไปยังภูเขาด้านหลังวิทยาลัยอย่างระมัดระวัง เขาวางแผนจะเริ่มหล่อหลอมผีดิบธาตุดินชั้นยอดที่สุสานแห่งความตายให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงไปจัดการธุระกับพวกโทรลล์ป่าให้เสร็จสิ้นในภายหลัง

 

 

****************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย