0 Views

 

“เขาเป็นแค่นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายคนหนึ่งเท่านั้นเอง เด็กนั่นควรค่าให้ท่านสนใจมากขนาดนั้นเชียวรึ”

 

เงามืดนั้นพูดด้วยความประหลาดใจ

 

“หึหึ เขาไม่ธรรมดาหรอกนะ มีเรื่องลึกลับรอบตัวเขาเต็มไปหมด แม้แต่ข้าก็ยังไม่รู้ว่าเขากุมความลับอะไรไว้บ้าง คน ๆ นี้น่ะ น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ”

 

ลอว์เรนซ์พูดด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับยิ้ม

 

“จริง ๆ แล้ว เป้าหมายของคลาร์กที่มาอยู่ในสำนักอัศวินแห่งนี้ควรจะเป็นท่านมากกว่า เพราะทั้งเขาและดุ๊คแห่งจักรวรรดิคาซีต้องการจัดการท่านทั้งคู่ แต่เพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง ภารกิจของเขาดูเหมือนจะถูกระงับไปชั่วคราว เพราะอยู่ดี ๆ ดุ๊คก็ออกจากอาณาจักรไป เรื่องทั้งหมดนี่ถือว่าแปลกมากทีเดียว”

 

ลอว์เรนซ์พยักหน้าเห็นด้วย และเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูด

 

“เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว ยังไงซะ คลาร์กก็บุ่มบ่ามทำอันตรายข้าไม่ได้ง่าย ๆ หรอกตราบใดที่ข้ายังอยู่ในสำนักอัศวิน อืมมม… ดูเหมือนข้าเองต้องเป็นฝ่ายที่ชิงลงมือกำจัดคลาร์กก่อนแล้วสินะ”

 

เงาดำนั้นไม่ได้พูดอะไรมาก เมื่อได้ยินที่คลาร์กพูด เขาก็กระโดดขึ้นไปและแทรกตัวผ่านช่อง ๆ หนึ่งบนเพดานเพื่อขึ้นไปบนหลังคา ก่อนจะหายตัวไปไกลโดยทิ้งลอว์เรนซ์ไว้ในห้อง เขากำลังจิบชาและพินิจพิเคราะห์อะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ

 

เพราะคืนนั้นเป็นคืนฟ้าสว่าง และเงาดำนั้นก็พุ่งตัวไปยังภูเขาด้านหลังวิทยาลัยจนห่างไปเรื่อย ๆ ซึ่งหานซั่วเองก็ไม่สามารถไล่ตามต่อไปได้เพราะแสงในคืนนั้นสว่างเกินไป วันนี้เขาจึงจำต้องล้มเลิกที่จะสืบข้อมูลจากคน ๆ นั้นไปก่อน

 

หานซั่วอาศัยช่วงเวลาก่อนที่เหล่านักเรียนของสำนักอัศวินจะตื่น รีบกลับไปยังสาขาศาสตร์แห่งความตายตอนเช้าตรู่ เขาใช้เวลาเช้าวันนั้นอยู่คนเดียวลำพังในห้อง เพื่อฝึกฝนเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายตามปกติ พลางครุ่นคิดถึงตัวตนของลอว์เรนซ์ และความเกี่ยวพันระหว่างลอว์เรนซ์กับคลาร์ก

 

กว่าหานซั่วจะออกจากหอพักไปยังโรงอาหารของวิทยาลัยก็ตอนเที่ยงวันพอดี ซึ่งตอนนั้นเอง ที่ความวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อย

 

แต่ละสาขาวิชาของวิทยาลัยจะมีโรงอาหารเป็นของตัวเอง แม้แต่สาขาเวทมนตร์ธาตุมืดเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โรงอาหารถูกแบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นอาหารที่ทานได้ฟรี ๆ และไม่ต้องจ่ายเงินสักเหรียญ นักเรียนทุกคนสามารถมารับประทานได้ตามใจ แต่แน่นอนว่าอาหารแจกฟรีก็ไม่ได้มีรสชาติที่ดีนัก

 

ในขณะที่ชั้นบนเป็นร้านอาหารที่มีพ่อครัวประจำการเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งชั้นนี้จะมีระดับที่ดีกว่าชั้นล่างอย่างไม่ต้องสงสัย และอาหารของที่นี่ก็ดูดีและอร่อยไปตามจำนวนเหรียญทองที่ต้องนำไปแลกมาเช่นกัน ชั้นนี้จึงเป็นมักจะเป็นที่ทานอาหารของพวกนักเรียนที่มีฐานะ

 

 

 

 

ในเมื่อหานซั่วเองก็ไม่ได้เป็นนักเรียนยากจนอีกต่อไปแล้ว เขามีเหรียญทองเก็บอยู่ในตราสารคริสตัลที่เก็บไว้ในแหวนมิติซึ่งมากมายพอที่เขาจะสามารถปรนเปรอความสุขได้มากเท่าที่เขาต้องการ เช่นนั้นแล้ว เขาจึงเดินผ่านชั้นล่างไปโดยปริยาย และตรงขึ้นไปยังชั้นที่ 2 เขาใช้ตราสารคริสตัลสั่งอาหารเลิศหรูราคาแพงมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะหาโต๊ะนั่งให้ตัวเองและเริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

 

นับตั้งแต่การต่อสู้ครั้งที่แล้ว หานซั่วก็กลายเป็นคนดังของวิทยาลัยไปในทันที เด็กนักเรียนที่กำลังทานอาหารกันอยู่ตอนนั้นล้วนเป็นนักเรียนสาขาธาตุมืด ซึ่งแม้ว่าเขาจะนำพาเกียรติยศมาให้สาขาเวทมนตร์ธาตุมืด แต่การกระทำของเขาก็ไม่ได้ชนะใจเหล่านักเรียนจากสาขานี้เลย เพราะสิ่งที่หานซั่วทำไม่ต่างอะไรไปจากการหักหน้าพวกเขาต่อหน้าคนทั้งวิทยาลัย เมื่อเขาปรากฏตัวบนชั้น 2 ของโรงอาหาร สายตาของทุกคนจึงจ้องเขม็งมาที่เขาทันที

 

แต่หานซั่วก็ไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเขาทั้งแข็งแกร่งกว่าและผ่านประสบการณ์ต่อสู้มาอย่างโชกโชน นักเรียนในวิทยาลัยบาบิโลนทุกคนจึงไม่อยู่ในสายตาของเขา เพราะพวกนั้นก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่เคยได้เห็นของจริงในโลกภายนอก ไม่ว่าจะมีท่าทางหรือปฏิบัติกับเขาอย่างไรก็ไม่ได้มีผลต่อเขาแม้แต่น้อย

 

“เอ๋ เจ้ามาอยู่นี่น่ะเอง”

 

ลิซ่าอุทานเบา ๆ ขณะที่เดินผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับลอว์เรนซ์ เธอยิ้มกว้างและทั้งคู่ก็เดินมาหาหานซั่ว

 

แม้แต่ลอว์เรนซ์เองก็ยิ้มและผงกหัวให้หานซั่วเป็นการทักทายมาแต่ไกล ก่อนจะแยกไปสั่งอาหาร ลิซ่านั่งลงตรงหน้าหานซั่วดื้อ ๆ พลางมองบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมุ่งร้ายที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ใบหน้าสดสวยของเธอเริ่มเคร่งขรึม เธอลุกขึ้น ยกมือเท้าเอว และหันไปถามพวกนักเรียนสาขาธาตุมืดที่จ้องมองมา

 

“มองอะไรกันน่ะ มีอะไรให้มองนักรึไง!?”

 

แม้ลิซ่าจะมาจากสาขาศาสตร์แห่งความตายที่แสนอ่อนแอ แต่อารมณ์ร้ายของเธอก็เป็นที่รู้จักกันดีทั่วทั้งสาขาธาตุมืด เช่นนั้นแล้ว เสียงตวาดของเธอจึงทำให้ทุกคนที่กำลังมองอยู่ล้วนสะดุ้งและทำหน้าบูดเบี้ยว ก้มหน้าลงและบ่นพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง

 

“อย่าไปสนใจเลย พวกนั้นแค่อิจฉาเจ้าน่ะ”

 

หลังจากที่ลิซ่ามองไปรอบ ๆ และพูดด้วยความโกรธ เธอก็นั่งลงและพูดกับหานซั่วอย่างอารมณ์ดี

 

หานซั่วรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยปากพูดในที่สุด

 

“ก็ปล่อยให้อิจฉาไปเถอะ ข้าไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมีใครอิจฉาจนเริ่มทำอะไรบางอย่างเมื่อไหร่ ข้าไม่ปล่อยให้เรื่องจบง่าย ๆ แน่!”

 

หานซั่วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนในทีแรก แต่เมื่อสังเกตว่ายังมีบางคนที่จ้องมองเขาด้วยความเกลียดชัง เขาก็พูดเสียงดังขึ้นพร้อมทำสีหน้าเย็นชา เพื่อเป็นการเตือน

 

ในการต่อสู้ครั้งนั้น แม้ว่าหานซั่วไม่ได้สู้ด้วยเจตนาที่จะฆ่า แต่ความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวของเขาก็ทำให้ทุกคนประจักษ์อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนที่ใจดีและจะปรานีกับใครง่าย ๆ บางคนถึงกับมีความรู้สึกแปลก ๆ คิดไปว่าหากไม่ใช่เพราะกฎของวิทยาลัย วันนั้นหานซั่วอาจจะฆ่าใครอย่างเลือดเย็นไปแล้วก็ได้

 

เช่นนั้นแล้ว เมื่อหานซั่วส่งสัญญาณเตือนไปด้วยใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว ทุกคนที่มองล้วนลดความมุ่งร้ายในสายตาลง บวกกับที่โดนลิซ่าตวาดไปก่อนหน้า พวกนั้นก็ก้มหน้าก้มตาลงอย่างจำยอมในที่สุด

 

“ฮะ ๆ ๆ ท่าทางเจ้าเองก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของบางคนเหมือนกันนะ”

 

ลอว์เรนซ์เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารหรูหราในมือ เขายกอาหารจานหนึ่งให้ลิซ่า ก่อนจะนั่งลงข้างเธอในฝั่งตรงข้ามกับหานซั่วพร้อมกับยิ้ม

 

หานซั่วยักไหล่ และตอบด้วยท่าทีเบื่อหน่าย

 

“คนเราบางคนก็เกินรับไหวจริง ๆ นี่ ทั้ง ๆ ที่ไร้ความสามารถ แต่ความอิจฉาริษยาในใจกลับรุนแรงเสียเหลือเกิน พวกนั้นไม่รู้สึกซาบซึ้งอะไรกับเราหรอกต่อให้เราทำทีเป็นมิตรด้วยก็ตาม พวกนั้นจะหลงตัวเองแล้วคิดว่าเราทำเพราะเรากลัวพวกนั้นแทนเสียอีก”

 

“นั่นสิ ข้าเข้าใจที่เจ้าพูดอย่างดีเลยล่ะ”

 

ลอว์เรนซ์หัวเราะเบา ๆ และพยักหน้าเห็นด้วย

 

ตอนนั้นเอง เอมี่และอาธีน่า สองสาวจากสาขาศาสตร์แห่งความตายเดินเข้ามา เมื่อลิซ่าเห็นทั้งสองคนเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวอื่น เธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และยกจานอาหารของเธอขึ้น

 

“พวกเจ้าก็คุยกันไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะไปนั่งทานกับพวกเอมี่น่ะ”

 

ว่าแล้วลิซ่าก็ลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปตามทางเดิน ทักทายพวกเอมี่จากไกล ๆ ก่อนจะนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเธอ

 

เมื่อลิซ่าจากไป โต๊ะนั้นก็เหลือเพียงหานซั่วและลอว์เรนซ์ เพราะการเตือนของลิซ่าและหานซั่วเมื่อครู่ จึงทำให้มีโต๊ะว่างมากมายรอบ ๆ พวกเขาเป็นบริเวณกว้าง และเพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้ไม่มีใครได้ยินบทสนทนาของพวกเขา

 

“ข้าได้ยินมาว่าคลาร์กชอบพอแฟนนี่ แต่วันนี้อยู่ดี ๆ เขาก็ออกไปพร้อมกับสีหน้าผิดหวังเพราะการปรากฏตัวของเจ้า เรื่องนั้นน่ะเป็นความจริงรึ?”

 

ลอว์เรนซ์ยิ้มและทำทีเหมือนชวนคุยอะไรไปเรื่อย

 

หานซั่วรู้สึกใจหล่นวูบทันทีที่ได้ยิน เขาเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองลอว์เรนซ์และตอบลอว์เรนซ์ไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

“เรื่องนั้นจะเป็นไปได้ยังไง? ที่อาจารย์แฟนนี่ปฏิเสธคลาร์กไปก็เพราะว่าเธอไม่สนใจเขาอยู่แล้วต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าสักหน่อย เจ้าเองก็อย่าพูดอะไรไร้สาระแบบนั้นสิ”

 

ท่าทีของลอว์เรนซ์กลับเป็นปกติทันทีเมื่อได้ยินหานซั่วพูด และพูดต่ออย่างอารมณ์ดี

 

“ไบรอันเอ๋ย ไบรอัน พวกเราเป็นสหายกันนะ เจ้าจะโกหกข้าทำไมกัน? ข่าวลือเรื่องเจ้ากับอาจารย์แฟนนี่กระจายไปทั่วทั้งสาขาธาตุมืด และไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ข่าวลือจะเกิดขึ้นได้เอง และข้า ก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เชื่อว่าไม่มีอะไรระหว่างเจ้าและอาจารย์แฟนนี่จริง ๆ”

 

“อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ”

 

หานซั่วปฏิเสธที่จะออกความเห็น เขายังก้มหน้าก้มตากินอาหารของเขาต่อไปโดยไม่สนใจคำพูดของลอว์เรนซ์เลยแม้แต่น้อย

 

“บังเอิญว่าข้าพอจะรู้จักนิสัยของคลาร์กมาบ้าง เขาไม่ได้ใจดีเหมือนภาพลักษณ์เบื้องหน้าของเขาหรอกนะ ดูเหมือนเจ้าจะไปขวางหูขวางตาเขาไม่น้อยเลย แถมข้ายังได้ยินมาอีก ว่าคลาร์กสงสัยว่าเจ้าเป็นคนที่ฆ่าน้องชายคนเล็กของเขา เจ้าน่ะ เจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วรู้ตัวมั้ย?”

 

ลอว์เรนซ์พูดพลางจับตามองท่าทีของหานซั่วอยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าหานซั่วนิ่งไปจนไม่ขยับ ลอว์เรนซ์ก็เงียบไปพักหนึ่ง และพูดต่อ

 

“ไบรอัน พวกเราเป็นเพื่อนกัน ใช่มั้ย?”

 

หานซั่วพยักหน้า ก่อนจะวางถ้วยชาในมือลงและมองลอว์เรนซ์พร้อมกับยิ้ม

 

“แหงอยู่แล้วสิ”

 

“ดีจัง ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าพนันได้เลยว่าคลาร์กจะต้องมาจัดการเจ้าสักวันแน่ หวังว่าเจ้าจะเชื่อข้านะ”

 

ลอว์เรนซ์พูดอย่างจริงจัง

 

“เชื่อสิ ตอนที่ข้ากลับไปที่หอพักวันนี้ ผ้าห่มบนเตียงข้ามีร่องรอยถูกฟันจนขาด โชคดีที่คืนนั้นข้าไม่อยู่ในห้องพอดี เพราะข้าเองก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะ ว่าคลาร์กจะพยายามจะทำอะไรแบบนี้กับข้า”

 

เพราะลอว์เรนซ์พูดอย่างตรงประเด็นจนเผยจุดประสงค์ของตัวเองออกมาช้า ๆ แต่หานซั่วก็รู้ว่าลอว์เรนซ์ตั้งใจทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะเขาไม่ต้องการอ้อมค้อม

 

เมื่อคำพูดเหล่านั้นถูกเอ่ยออกมา ดวงตาของลอว์เรนซ์ก็เป็นประกายและจ้องมองหานซั่วด้วยความประหลาดใจ เขายิ้มกว้างทันทีและพยักหน้าเห็นด้วยกับหานซั่ว

 

“เจ้านี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เพราะงั้นเจ้าถึงได้วางแผนไว้ล่วงหน้าสินะ ข้ากำลังห่วงเจ้าอยู่เลย ฮะ ๆ ในเมื่อเจ้านับข้าเป็นเพื่อน ข้าช่วยเจ้าจัดการคลาร์กได้นะ”

 

ประโยคนี้เองเป็นจุดประสงค์หลักของทั้งหมด หานซั่วชำเลืองมองลอว์เรนซ์ ความประหลาดใจฉาบอยู่ในดวงตา ก่อนจะมองลอว์เรนซ์ด้วยสีหน้าจริงจัง หานซั่วก้มหน้าลงและพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“เจ้าจะบอกว่า เจ้าจะร่วมมือกับข้าเพื่อช่วยกันฆ่าคลาร์กงั้นเหรอ?”

 

ความหวาดกลัวฉายวาบบนดวงตาของลอว์เรนซ์ทันที ในขณะที่ตัวเขาเองก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะตอบหานซั่วด้วยเสียงแผ่วเบาเช่นกัน

 

“ไบรอัน อะไรทำให้เจ้าคิดอย่างนั้นน่ะ?”

 

หานซั่วมองตอบลอว์เรนซ์ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ฝ่ายลอว์เรนซ์เมื่อถูกหานซั่วจ้องมอง เขาก็รู้สึกถึงขนตรงคอถึงกับลุกชัน หานซั่วก็พูดต่อ

 

“ลอว์เรนซ์ ตอนที่เจ้าพูดว่าจะจัดการคลาร์กเมื่อกี้น่ะ ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารแว่บหนึ่ง ข้าก็เลยรู้ว่าเจ้าคิดแบบนั้น …แล้วข้าพูดถูกมั้ยล่ะ?”

 

ลอว์เรนซ์เป็นฝ่ายนิ่งเงียบไปบ้าง เขารู้สึกแปลก ๆ ราวกับเพิ่งเคยพบหานซั่วเป็นครั้งแรก ลอว์เรนซ์มองหานซั่วด้วยท่าทีแปลก ๆ และไม่พูดอะไรเลยเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็พยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจ

 

“ไบรอัน ข้ายอมไหวพริบของเจ้าจริง ๆ ถูกต้องแล้วล่ะ ข้าต้องการฆ่าเขา”

 

เมื่อลอว์เรนซ์ยอมบอกความปรารถนาที่จะฆ่าคลาร์กออกมา หานซั่วก็ไม่มองหน้าลอว์เรนซ์ และก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งใด ๆ พร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“ที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุย และวันนี้ข้าก็มีเรื่องต้องทำ พรุ่งนี้ตอนบ่ายแวะมาหาข้าสิ เราอาจจะได้ช่วยกันวางแผนอะไรดี ๆ”

 

ลอว์เรนซ์เองก็เงียบไปเช่นกัน ทั้งคู่นั่งทานอาหารอยู่ตรงข้ามกันโดยไม่มองหรือพูดอะไรกันอีก

 

หลังจากสถานการณ์กระอักกระอ่วนนี้ผ่านไปครู่หนึ่ง หานซั่วก็ลุกขึ้นยืน และก้าวยาว ๆ เดินออกไปข้างนอกด้วยท่าทีไม่รีบร้อน และตอนที่หานซั่วกำลังจะเดินออกไป ลอว์เรนซ์ก็เงยหน้าขึ้น มองไปที่หลังของหานซั่ว และพูดด้วยเสียงที่ตั้งใจให้หานซั่วได้ยินเพียงคนเดียว

 

“เจ้าเป็นเพื่อนที่น่ากลัวชะมัด!”

 

เมื่อหานซั่วออกไปจากโรงอาหาร เขาก็ไม่คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นอีก และตรงไปยังภูเขาด้านหลังวิทยาลัย ก่อนจะอ้อมออกไปขึ้นรถม้าโดยที่ไม่มีใครเห็นเพื่อไปยังสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์

 

วันนั้นเป็นวันที่หานซั่วมีนัดกับฟีบี้ เพราะทั้งวัตถุดิบที่หานซั่วต้องการใช้เพื่อสร้างผีดิบธาตุดินชั้นยอด และเสบียงอาหารสำหรับเหล่าโทรลล์ป่ายังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเธอ

 

นอกจากนี้ เมื่อบรรลุสู่อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริงแล้ว หานซั่วยังเตรียมตัวที่จะหล่อหลอม ปีศาจหยิน  ที่เป็นปีศาจชั้นสูงกว่าปีศาจปฐมภูมิ และเขายังค้นพบ ป่าสัมบูรณ์  ที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกโทรลล์ป่า ซึ่งจะทำให้เขาสามารถสร้างผีดิบธาตุไม้ชั้นยอดได้อีก ซึ่งจะต้องรบกวนให้ฟีบี้ช่วยเป็นธุระให้อีกอย่างแน่นอน

 

เมื่อมาถึงสมาคม หานซั่วก็รู้จากเฟเบียนว่าฟีบี้ยังไม่กลับมา โดยสั่งให้เฟเบียนบอกเขาให้รออยู่ก่อน เพราะเย็นวันนั้นเธออาจจะกลับช้าสักหน่อย

 

เมื่อเห็นว่ายังไม่ดึกมาก หานซั่วให้เฟเบียนพาไปพบแจ็ค เมื่อแจ็ครู้ว่าหานซั่วมาหา เขาก็ดีใจจนออกนอกหน้า พวกเขาหาที่ว่าง ๆ และเริ่มนั่งคุยกันอย่างออกรส

 

หานซั่วรู้จากแจ็คว่าฟีบี้ค่อนข้างดูแลเขาอย่างดีตามคำขอของหานซั่ว และตอนนี้เขากำลังได้รับการฝึกโดยครูที่เก่งที่สุดในสมาคม โดยเรียนรู้การทำบัญชีและการบริหารธุรกิจ ดูเหมือนฟีบี้จะตั้งใจฝึกฝนแจ็คให้เติบโตขึ้นและเป็นเหมือนอย่างเฟเบียน

 

เมื่อเริ่มดึก ฟีบี้ก็กลับมาและพูดกับหานซั่วทันทีที่เห็นเขา

 

“ข้ายุ่งตลอดทั้งบ่ายเพื่อเตรียมชุดออกงานให้เจ้าโดยเฉพาะเลย ตามมาที่ห้องข้าแล้วลองเปลี่ยนชุดดูสิ ข้าจะได้รู้ว่าเจ้าใส่ได้พอดีรึเปล่า”

 

เมื่อฟีบี้พูดจบและบอกว่าเธอใช้เวลาช่วงบ่ายในการจัดแจงเตรียมชุดให้เขาใส่ หานซั่วก็รู้สึกแปลก ๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจ ก่อนจะเดินก้าวช้า ๆ ตามฟีบี้ไปยังห้องของเธอ

 

 

***************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย