0 Views

 

ผิวน้ำของหนองน้ำแห่งนั้นกว้างใหญ่แผ่ออกไปสุดลูกหูลูกตา มีทั้งโครงกระดูกของมนุษย์และสัตว์มากมายที่ต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนั้นโผล่ยื่นออกมาจากปลักโคลนสีเทา และยังมีพืชพรรณประหลาดรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวจำนวนมากเติบโตภายในปลักโคลนนั้น แต่ละกิ่งก้านสาขาของมันเต็มไปด้วยหนามแหลมคมขณะที่มันส่ายไปมาในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ดูน่าสะพรึงกลัวและขนหัวลุกไม่น้อย

 

ต้นไม้ใหญ่หลายต้นขึ้นอยู่เรียงรายริมปลักโคลน เมื่อใดก็ตามที่ใบไม้สักใบร่วงจากต้นและหล่นลงไป ใบไม้ใบนั้นจะหายวับไปกับตาราวกับมีปีศาจซ่อนเร้นกายอยู่ใต้ปลักโคลน และพร้อมจะกลืนกินซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง กลิ่นเหม็นน่าขยะแขยงโชยขึ้นมาจากปลักโจมตีใส่ทุกคนเป็นระลอก จนนีอาและอโฟรไดท์นักเวทย์ธาตุน้ำต่างนิ่วหน้าและยกมือขึ้นมาปิดปากเพราะรู้สึกคลื่นไส้เหมือนจะอาเจียนเต็มที

 

ขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองไปยังหนองน้ำ ทรังค์สก็อธิบายต่อ

 

“พวกต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในนั้นอันตรายสุด ๆ เลยล่ะ หนองน้ำแห่งนี้จะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ย่างกรายเข้าไปภายใน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ และกลิ่นเหม็นที่ตลบอบอวลอยู่นี่ก็มีพิษออกฤทธิ์ช้าที่จะทำให้เหยื่อค่อย ๆ หมดแรงไปทีละน้อย ๆ ส่วนเมดูซ่าที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำก็จะโผล่ออกมาแบบคาดเดาไม่ได้ ซึ่งตัวนางเองก็รับมือยากน่าดู”

 

สายตาของหานซั่วจับจ้องไปยังหนองน้ำกว้างใหญ่ไพศาลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หน้าผากของเขายับย่นอย่างใช้ความคิดตามคำบอกเล่าของทรังค์ส พลางใคร่ครวญไตร่ตรองถึงวิธีในการรับมือสถานการณ์ตรงหน้าเงียบ ๆ ในใจครู่หนึ่ง

 

“พวกเราบินไม่ได้ และถ้าก้าวเท้าย่ำลงไปในหนองน้ำก็มีแต่จมกับจมเท่านั้น ตามที่เจ้าเล่าให้ฟัง เมดูซ่าอาศัยอยู่ในหนองน้ำและสามารถซ่อนเร้นกายใต้น้ำนั่นได้อย่างเงียบเชียบและมิดชิด ทำให้นางได้เปรียบที่จะแอบซุ่มโจมตีและถอยหนีไปตั้งหลักได้ทุกเวลา การต่อสู้ในหนองน้ำของพวกเราคงลำบากลำบนไม่น้อยเลยสินะ”

 

หานซั่วพูดอย่างแผ่วเบาหลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

ทรังค์สหันไปมองหน้าหานซั่ว

 

“เมดูซ่าจะยิ่งแข็งแกร่งอย่างมหาศาลถ้านางอยู่ในน้ำ แม้แต่มันติคอร์ที่เป็นสัตว์วิเศษระดับ 1 ก็ยังสู้ไม่ได้ ส่วนพวกเราก็ทั้งบินไม่ได้ และโจมตีมันแทบจะไม่ได้เลยก็จริง แต่ถ้าเมดูซ่าขึ้นมาบนบกล่ะก็ พวกเราอาจจะรวมพลังกันปราบนางได้สำเร็จ แต่เท่าที่ข้ารู้ เมดูซ่าไม่ค่อยยอมขึ้นจากน้ำง่าย ๆ เนี่ยสิ”

 

“มีอะไรที่สามารถดึงดูดเมดูซ่าได้เป็นพิเศษบ้างมั้ย?”

 

หานซั่วถาม

 

ทรังค์สส่ายศีรษะและตอบกลับไป

 

“ข้าไม่รู้เลย แต่กลับกัน เมดูซ่าจะมีพลังเสียงที่พิเศษ สามารถดึงดูดและล่อลวงทั้งมนุษย์และสัตว์  ทันทีที่เหยื่อเข้าใกล้หนองน้ำ นางก็จะจู่โจมและลากเหยื่อลงไปในน้ำทันที ทำให้นางไม่เคยขาดแคลนอาหารเลย แค่นั้นแหละ ข้าไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้แล้วล่ะ”

 

หลังจากคิดใคร่ครวญเงียบ ๆ ไปพักหนึ่ง หานซั่วก็ยิ้มออกมา

 

“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เราก็คงต้องใช้วิธีที่งี่เง่าที่สุดแล้วล่ะ พวกเราจะคอยตรึงกำลังพื้นที่บนบกเอาไว้ และทันทีที่นางใช้เสียงล่อลวงเหยื่อเข้ามา เราก็ไล่ฆ่าพวกมันให้หมด ข้าว่านางคงทนหิวไม่ได้หรอก พอนางเริ่มผิดสังเกตว่าทำไมถึงไม่มีเหยื่อถูกล่อลวงไปถึงหนองน้ำเลยสักตัวจนจำเป็นต้องขึ้นมาจากน้ำ ถึงตอนนั้นพวกเราก็ค่อยเริ่มเคลื่อนไหวและฆ่านางซะ”

 

“ใช่ ถึงวิธีนี้จะงี่เง่า แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ มันติคอร์ของข้ากับข้าไม่กลัวนังเมดูซ่านั่นหรอกตราบใดที่นางขึ้นมาจากน้ำแล้ว และถ้าพวกเราร่วมมือกันทุกคน ข้าว่านางคงหนีไม่พ้นความตายไปง่าย ๆ หรอก”

 

“เอาล่ะ งั้นก็มาเตรียมตัวกันเถอะ”

 

ทั้งกับดักและรั้วกั้นง่าย ๆ จำนวนมากถูกจัดวางไว้รอบหนองน้ำ และสุดท้ายทุกคนก็รู้ซึ้งถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบเมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเอง หนองน้ำแห่งนั้นกว้างใหญ่มากทีเดียว ทำให้เป็นงานที่ยาก และบั่นทอนกำลังอย่างถึงที่สุด ที่จะเตรียมการป้องกันไว้รอบด้านอย่างครอบคลุมทุกทิศทาง ทุกคนในกลุ่มใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเตรียมการแล้วเสร็จด้วยความเหน็ดเหนื่อย

 

หลังจากพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนก็ใช้ที่อุดหูขณะประจำจุดเฝ้าระวังรอบหนองน้ำตามที่ตกลงกันไว้ แต่เพราะหนองน้ำกว้างขวางเกินไป ขนาดคน 8 คน และมันติคอร์อีก 1 ตัวที่แยกย้ายไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ก็ยังไม่หนาแน่นพอ หานซั่วปล่อยปีศาจปฐมภูมิทั้ง 3 ตนออกไปและสั่งให้มันคอยลาดตระเวนไปทั่วพื้นที่รอบหนองน้ำเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์

 

ในวันแรก ทุกคนในกลุ่มเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววเหยื่อของเมดูซ่า และตามที่ทรังค์สบอก การล่าของเมดูซ่าแต่ละครั้งจะเพียงพอให้นางอิ่มท้องไปได้กว่า 10 วัน ซึ่งทั้งกลุ่มไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่นางล่าคือเมื่อไหร่ จึงทำได้เพียงเฝ้ารอให้วิธีการดิบ ๆ ที่วางไว้เห็นผลในโอกาสที่ประจวบเหมาะเท่านั้น

 

ในวันที่ 2 เมดูซ่าก็ยังไม่ออกล่าเช่นเคย จนกระทั่งปีศาจปฐมภูมิของหานซั่วพบว่า ณ จุดหนึ่งในโคลนตมที่อยู่ภายในหนองน้ำค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาปรากฏเป็นร่างของเมดูซ่าในเวลาพลบค่ำของวันที่ 3

 

ภาพที่เห็นนั้นสมดังนามของเมดูซ่า ผมจำนวนมากแต่ละเส้นของนางถูกแทนที่ด้วยงูตัวเป็น ๆ หลายชีวิต งูเหล่านั้นสยายตัวราวกับรยางค์แผ่ออกไปทุกทิศทุกทางอย่างไม่สามารถควบคุมได้ รูปลักษณ์ของของเมดูซ่านั้นเป็นหญิงสาวที่สวยสดงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว นางมีคิ้วที่โก่งบางและริมฝีปากแดงอวบอิ่ม แต่เมื่อนางอ้าปากกลับเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมเรียงรายเป็นแถว ด้วยร่างกายท่อนล่างที่เป็นอสรพิษ เกล็ดสีน้ำตาลที่ทั้งหนา แข็งทื่อ และทนทานทำให้เกิดเป็นความแตกต่างอย่างน่าประหลาดยากเกินพรรณาเมื่อเทียบกับใบหน้าอันสวยงามน่าตกตะลึงเช่นนั้น

 

 

 

 

แม้ในปากจะเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม แต่เมดูซ่าก็สามารถเปล่งเสียงทรงพลังที่ทั้งไพเราะ เปลี่ยวเหงา และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด แม้หานซั่วและคนอื่น ๆ จะใช้ที่อุดหูเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขายังได้ยินเสียงเพรียกอันแผ่วเบา ที่ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นรัวพลางรู้สึกสับสนมึนงงและปรารถนาที่จะตามหาที่มาของเสียง

 

โชคดีที่พวกเขาได้ยินเสียงเพรียกนั้นเพียงเบา ๆ ตามที่ทรังค์สคอยย้ำเตือนพวกเขาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เช้าวันนั้น ทำให้ทุกคนตั้งสติ ควบคุมตัวเองไม่ให้เดินไปยังหนองน้ำ และตั้งมั่นอยู่บนบกในตำแหน่งเดิม สายตาของพวกเขาสอดส่ายไปมารอบทิศทางเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้น

 

ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงของสัตว์วิเศษขนาดเล็กที่ถูกเสียงเพรียกดึงดูดมายังหนองน้ำที่เคยเงียบเชียบเมื่อครู่ พวกมันค่อย ๆ ย่างก้าวตรงไปยังหนองน้ำด้วยท่าทีมีความสุข ในขณะที่สัตว์วิเศษขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งก็ค่อย ๆ ก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

 

หานซั่วและทรังค์สมองหน้ากันไปมา และตัดสินใจไม่ใช้งานกับดักที่วางไว้ เพราะเหล่าสัตว์วิเศษที่กำลังใกล้เข้ามามีพละกำลังที่ไม่มากนัก ทุกคนแยกตัวกันไปโดยหลบเลี่ยงกับดักและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ก่อนจะไล่ล่าสัตว์วิเศษพวกนั้นอย่างไร้ปรานี

 

บาดแผลของทรังค์สดูเหมือนจะฟื้นตัวได้อย่างดีทีเดียว เพราะความสามารถของเขาเหนือกว่าทุกคนอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าตัวเขาเองเปรียบเทียบได้กับสัตว์วิเศษสุดอันตรายอีกตัวหนึ่งขณะที่พุ่งตัวผ่านพุ่มไม้และต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว จนเลือดของเหล่าสัตว์วิเศษสาดกระจายไปทุกทิศทุกทางที่เขาวิ่งผ่าน ไม่นานนัก เขาก็จัดการกวาดล้างสัตว์วิเศษกลุ่มแรกที่เข้ามาใกล้ได้อย่างราบคาบ

 

และด้วยพลังของคมมีดพิชิตมาร แม้ว่าความเร็วของหานซั่วจะช้ากว่าทรังค์ส เขาก็ยังถือว่าว่องไวกว่าคนอื่น ๆ ที่เหลืออยู่ดี คมมีดพิชิตมารเคลื่อนไหวราวกับเครื่องจักรสังหารขณะที่มันล่องลอยและบินฉวัดเฉวียนไปมาเพื่อปลิดชีพสัตว์วิเศษระดับ 5 และ 6 ไปหลายตัวอย่างง่ายดาย

 

เมื่อจัดการเหล่าสัตว์วิเศษระดับต่ำในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว หานซั่วและทรังค์สก็ย้ายไปยังอีกพื้นที่หนึ่งเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ๆ จัดการกับสัตว์วิเศษที่แห่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานนัก สัตว์วิเศษกว่า 20 ตัวก็ถูกทั้งกลุ่มช่วยกันสังหารอย่างราบคาบ ในขณะที่ผลพลอยได้ของสัตว์วิเศษระดับต่ำพวกนี้ก็ต่ำมากจนหานซั่วไม่คิดเก็บผลพลอยได้จากการล่าเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่นานนัก หานซั่วก็ดึงเศษผ้านุ่มที่ใช้เป็นที่อุดหูออกและยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีขึงขัง ซึ่งทำให้ทรังค์สที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งและตกใจเป็นอย่างมาก เขาพยายามห้ามหานซั่วโดยใช้ภาษามือโบกไปมาอย่างร้อนรน

 

เสียงเพรียกอันเปี่ยมไปด้วยมนตร์สะกดนั้นให้ความรู้สึกราวกับเสียงของคนรักที่มากระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา เร้าให้เกิดความปรารถนาที่จะโอบกอดเกี่ยวกระหวัดร่างของกันและกันไว้ด้วยความอ่อนโยน แล้วความรู้สึกเย้ายวนใจอย่างน่าประหลาดก็รุกล้ำเข้ามาในใจพร้อมทำให้หานซั่วเห็นภาพหลอนแทบจะในทันที เขามองเห็นแฟนนี่กำลังเฝ้าร้องเรียกเขาอยู่กลางหนองน้ำเบื้องหลังของเขาเรื่อยไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้เขาถึงกับก้าวเท้าออกไปสู่หนองน้ำอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ก้าวออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ความคิดในหัวของหานซั่วก็เริ่มโลดแล่นด้วยความรวดเร็ว ความปรารถนาอันแรงกล้าบางอย่างก็หยุดหานซั่วไว้ให้เขายืนอยู่ที่เดิม ร่างของเขาไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ ขณะที่หานซั่วกำลังต่อสู้กับการจู่โจมอันน่าเย้ายวนใจด้วยจิตใจที่แข็งขืน

 

หลังจากที่เฝ้าฝึกฝนแก่นมนตรามาเป็นระยะเวลานาน หานซั่วจึงมั่นใจในจิตใจอันเข็มแข็งของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์หรือออร่าต่อสู้ล้วนไร้ประโยชน์ในการรับมือกับการจู่โจมด้วยเสียงอันเย้ายวนใจของเมดูซ่า ทำให้สิ่งเดียวที่สามารถต่อกรได้มีเพียงจิตใจอันแข็งกล้าเท่านั้น และเพราะความมั่นใจนี้เองที่ทำให้หานซั่วรู้สึกว่าตนเองสามารถทนทานต่อมนตร์สะกดของนางได้แล้วก่อนจะตัดสินใจดึงเศษผ้าอุดหูออก เพื่อที่จะลองดูว่าเสียงเพรียกเย้ายวนใจของเมดูซ่าจะสั่นคลอนจิตใจอันเข้มแข็งของเขาได้หรือไม่

 

แล้วบทสรุปสุดท้ายก็แสดงผล หลังจากที่ฝึกฝนแก่นมนตรามาเป็นเวลานาน หานซั่วสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจของตนเองได้อย่างน่าตกใจ เพราะเสียงเพรียกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่เขาได้ยินในตอนแรกนั้น ค่อย ๆ ส่งผลต่อเขาน้อยลงทุกที ๆ จนกระทั่งหานซั่วไม่ได้รับผลกระทบด้านความรู้สึกใด ๆ อีกเลย

 

ฝีเท้าที่เขาเคยยั้งไว้ในทีแรกเริ่มเคลื่อนตัวมุ่งหน้าต่อไปยังหนองน้ำด้วยความแน่วแน่ สีหน้าของหานซั่วทั้งเป็นปกติและไร้กังวล เพราะไม่รู้สึกทรมานจากน้ำเสียงอันเย้ายวนใจนั้นอีกต่อไปแล้ว ส่วนทรังค์สก็ได้แต่จ้องมองหานซั่วด้วยความตกตะลึงสุดขีดเมื่อเห็นเขาทำท่าทีเหมือนกำลังประสบปัญหาในทีแรก กลับหายดีและรับมือกับเสียงเพรียกนั้นได้อย่างง่ายดายในที่สุด เขาชูมือยกนิ้วหัวแม่โป้งให้แทนการชื่นชมจิตใจอันแข็งแกร่งของหานซั่วจากระยะไกล

 

แล้วสัตว์วิเศษระดับ 3 หรือ 4 ก็เรียงแถวปรากฏแก่สายตาของทุกคนอีกครั้ง พร้อมทั้งอินทรีน้ำแข็ง 2 ตัวที่บินวนเวียนอยู่เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้า หานซั่ว ทรังค์ส และคนอื่น ๆ จ้องหน้ากันไปมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพุ่งเป้าไปจัดการอินทรีน้ำแข็งให้ทันเวลา

 

ดูเหมือนอินทรีน้ำแข็งจะต้องมนตร์สะกดของเมดูซ่าเข้าให้จริง ๆ เพราะมันทำท่าเหมือนจะร่อนลงในหนองน้ำ ทั้ง ๆ ที่ตามปกติพวกมันจะไม่บินต่ำถึงขนาดนี้ หานซั่วถือหน้าไม้ไว้แน่นในมือ ก่อนจะเล็งเป้าไปยังคอหอยของอินทรีน้ำแข็งตัวหนึ่งด้วยความแม่นยำ

 

ขณะเดียวกัน นีอาและนักเวทย์อีก 2 คนก็เริ่มเคลื่อนไหวและพุ่งเป้าโจมตีไปที่อินทรีน้ำแข็งอีกตัวเช่นกัน เพราะหากอินทรีพวกนี้ร่อนลงในหนองน้ำเมื่อไหร่ เมดูซ่าก็จะไม่ต้องออกมาหากินอีกเป็นเวลาถึง 4 – 5 วัน และความพยายามทุกอย่างที่ทุกคนช่วยกันทำมาก็จะเสียเปล่า ทำให้ไม่ว่ายังไง ทั้งกลุ่มก็จะยอมให้อินทรีน้ำแข็งร่อนลงสู่หนองน้ำไม่ได้เด็ดขาด

 

เพราะอินทรีน้ำแข็งที่กำลังตกอยู่ภายใต้มนตร์สะกดนั้นทำตัวไม่เหมือนปกติอย่างที่มันเคยเป็น ลูกดอกหน้าไม้ของหานซั่วเสียบทะลุคอหอยของมันทันที ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง นีอาและนักเวทย์อีก 2 คน โจมตีได้ไม่ดีนักเพราะระยะห่างที่มากเกินไป ลูกธนูหลายดอกของนีอาปักลงบนร่างของอินทรีน้ำแข็ง แต่ดูท่าจะสร้างความเสียหายได้ไม่มากนัก

 

หานซั่วมองเห็นอินทรีน้ำแข็งที่บาดเจ็บอีกตัวบินอยู่เหนือหัวและกำลังมุ่งตรงไปยังหนองน้ำ ทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที เพราะหานซั่วเพิ่งยิงลูกดอกดอกล่าสุดออกไป และต้องใช้เวลาเล็กน้อยกว่าจะขึ้นสายลูกดอกอันใหม่เพื่อให้มันสามารถยิงได้อีกครั้ง ซึ่งเขาไม่มีทางยิงได้ทัน ขณะที่เขาวางแผนจะใช้คมมีดพิชิตมารมาช่วยโจมตี ทรังค์สก็ปาดาบที่อาบไปด้วยออร่าต่อสู้ของตนเองพุ่งเข้าใส่กระดูกสันหลังส่วนล่างของอินทรีน้ำแข็ง

 

อินทรีน้ำแข็งทรมานจากบาดแผลที่เกิดจากดาบเล่มนั้น ทำให้ความเร็วในการกระพือปีกของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัดและค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้น ขณะเดียวกัน มันติคอร์ก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ก่อนจะมาปรากฏตัวเบื้องหน้าอินทรีน้ำแข็งและใช้กรงเล็บทรงพลังของมันเองตะปบอินทรีน้ำแข็งตัวนั้นจนคอขาด

 

ในขณะที่สัตว์วิเศษบนบกถูกกวาดเรียบด้วยฝีมือของกับดักและนักดาบอีก 3 คน และตอนที่ทุกคนกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอกอยู่นั้นเอง เอลฟ์สาวผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นจากระยะไกล เธอมีความงามอันบริสุทธิ์และปราศจากการปรุงแต่งใด ๆ พร้อมสวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราสวยงามและกำลังเคลื่อนกายเข้ามาทางหานซั่วด้วยใบหน้าที่ดูว่างเปล่าไร้แววนัยน์ตา

 

หานซั่วรู้สึกสะพรึงกลัวอกสั่นขวัญแขวนทันที ก่อนจะรีบร้องเรียกและกันเอลฟ์สาวผู้นั้นไม่ให้เดินหน้าต่อ

 

“หยุดก่อน! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ตั้งสติเร็วเข้าสิ!”

 

น่าเสียดายที่เอลฟ์สาวผู้ตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของเสียงเพรียกนั้นกำลังสูญเสียซึ่งสติอย่างสิ้นเชิง และเพิกเฉยต่อคำพูดใด ๆ ของหานซั่ว พร้อมทั้งมุ่งหน้าไปยังหนองน้ำต่อไป

 

“ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่มีจิตใจแข็งแกร่งเหมือนเจ้า เลิกพูดพล่ามอะไรแล้วไปรีบคว้าตัวหล่อนมาได้แล้ว!”

 

ทรังค์สอดไม่ได้ที่จะคำรามใส่หานซั่วเมื่อเห็นว่าเอลฟ์สาวผู้นั้นกำลังเข้าใกล้หนองน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่หานซั่วเอาแต่พยายามจะพูดเพื่อหยุดเธอ

 

หานซั่วอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพุ่งตัวไปหาเอลฟ์สาวผู้นั้นด้วยความเร็วสูง และคว้าแขนของเธอไว้ โดยไม่สนอาการต่อต้านของเธอแม้แต่น้อย

 

“ท่านพี่… ท่านพี่!”

 

เอลฟ์สาวร้องเรียกพร้อมกับพยายามดิ้นให้หลุดจากแขนของหานซั่ว แต่เมื่อรู้ตัวว่าหนีไม่พ้น กำปั้นน้อย ๆ ของเธอก็ทุบลงมาบนอกของหานซั่วอย่างเกรี้ยวกราด พลางร้องเรียกหา “ท่านพี่” ของเธออย่างไม่รู้จบ

 

แต่การโจมตีนั้นไม่ได้ทำให้หานซั่วรู้สึกเจ็บปวดหรือแม้แต่จั๊กจี้เลยแม้แต่น้อย เขาคว้าตัวเธอไว้แน่นขณะที่เดินลากเธอออกมาให้ไกลจากหนองน้ำ ในขณะที่เสียงเพรียกของเมดูซ่าเริ่มเพิ่มความทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนางเห็นว่าไร้วี่แววของมนุษย์หรือสัตว์ใด ๆ ปรากฏกายในหนองน้ำเลยแม้สักตัว

 

ไม่นานนัก เมดูซ่าก็หยุดส่งเสียง แล้วร่างของนางที่เคยซ่อนกายอยู่ ก็ค่อย ๆ เผยขึ้นมาสู่ผิวน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

*******************************

ติดตามอัพเดทและอ่านตอนล่าสุด ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย