0 Views

 

ต้องยอมรับว่าทรังค์สเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสภาพพื้นที่ในบริเวณนั้นอย่างแท้จริง เมื่ออยู่บนหลังมันติคอร์เขาก็เป็นเหมือนสัตว์วิเศษอีกชนิดหนึ่ง ด้วยความที่เขามีความสามารถที่พิเศษผิดธรรมดาตั้งแต่แรก และมีมันติคอร์มาเป็นกำลังเสริม อีกทั้งยังมีความได้เปรียบด้านความคุ้นเคยและรู้จักพื้นที่ทุกซอกทุกมุมภายในป่าทมิฬ จึงถือได้ว่าเขาคือผู้มีความสามารถที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดและเก่งที่สุดเท่าที่จะสรรหาคำมาอธิบายได้

 

หากไม่ใช่เพราะความสามารถในการลาดตระเวนของปีศาจปฐมภูมิของหานซั่ว ทั้งกลุ่มก็คงยังสับสนและขบคิดหาทางออกกันไม่ได้ว่าจะรับมือกับการโจมตีของทรังค์สได้อย่างไร และต้องตกเป็นเหยื่อของทรังค์สท่ามกลางความมืดของรัตติกาลเป็นแน่ เพราะไม่ว่ายังไง กลุ่มนักผจญภัยทั้ง 7 คนรวมทั้งหานซั่ว หากต้องต่อสู้กับทรังค์สด้วยตัวคนเดียวแล้วล่ะก็ ก็ไม่มีทางที่ใครสักคนจะสามารถรับการโจมตีของทรังค์สได้เลย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีปีศาจปฐมภูมิคอยลาดตระเวนได้ในบริเวณกว้างครอบคลุมทุกทิศทาง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยเป็นแต่ผู้ล่า ครั้งนี้อาจะเป็นครั้งแรกที่ทรังค์สกลายเป็นผู้ถูกล่าบ้างก็เป็นได้

 

“เขากำลังมา…”

 

หานซั่วซึ่งอยู่ในเต็นท์เดียวกับโอดิสซุสเอ่ยปากพูดในที่สุด

 

โอดิสซุสไม่ได้มีท่าทีสงสัยมากนัก ด้วยรู้ดีอยู่แล้วถึงความสามารถในการรับรู้อันดีเลิศของหานซั่ว เขาเพียงแต่กำดาบยาวในมือให้แน่นขึ้นและจ้องมองหานซั่วกลับไป

 

“แล้วพวกเราจะรับมือยังไงดี?”

 

“อย่าห่วงไปเลย ตอนนี้ทรังค์สแค่แอบสังเกตการณ์พวกเราอยู่ เราค่อยลงมือตอนที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวก็พอ”

 

หานซั่วอธิบายขณะที่กำลังหลับตาและนั่งสมาธิ

 

ทรังค์สเคลื่อนไหวร่างกายไปตามต้นไม้บริเวณนั้นด้วยความปราดเปรียวว่องไวราวกับลิงก็ไม่ปาน เขาใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของกิ่งต้นไม้ต้นหนึ่งส่งร่างตัวเองไปยังอีกต้นโดยไม่เกิดเสียงเลยแม้แต่น้อย ภายในความมืดขณะนั้นจึงไม่มีใครสามารถมองเห็นเขาได้เลย

 

ส่วนมันติคอร์ก็อยู่ห่างจากแคมป์พอสมควร มันค่อย ๆ วนเวียนไปมารอบ ๆ ในฐานะที่มันเป็นสัตว์ที่เชี่ยวชาญในการล่าเหยื่อเป็นอย่างมาก ทำให้มันมีความอดทนสูงเช่นเดียวกับทรังค์ส

 

ทรังค์สค่อย ๆ กระโดดมาถึงต้นไม้ที่อยู่เหนือเต็นท์ของหานซั่วและคนอื่น ๆ อย่างช้า ๆ พลางมองมายังกลุ่มเต็นท์เบื้องล่างเพื่อประเมินว่าควรจัดการต่อไปอย่างไรดี

 

ทรังค์สถือก้อนหินก้อนเล็ก ๆ ไว้ในมือจำนวนหนึ่ง ก่อนจะปาหินจำนวน 2 ก้อนให้ตกลงไปบริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าเต็นท์จนเกิดเสียงเบา ๆ ตามมาด้วยเสียงสะดุ้งตกใจดังขึ้นมาจากในเต็นท์ ในขณะที่หานซั่วและโอดิสซุสรีบเดินออกมาสำรวจพื้นที่ ๆ ทรังค์สพยายามทำให้เกิดเสียงด้วยก้อนหินเมื่อครู่

 

ตอนนั้นเอง มันติคอร์ก็จงใจทำให้เกิดเสียงดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามในเวลาเดียวกัน กอร์ดอนและนักดาบอีกคนรีบมุ่งไปยังทิศที่มันติคอร์อยู่ทันทีที่พวกเขาออกมาจากเต็นท์ ในขณะที่นักเวทย์อีก 2 คนและนักธนูเอลฟ์ยืนตั้งมั่นอยู่ที่เดิม คอยสอดส่องพื้นที่รอบ ๆ ด้วยสายตาที่ตื่นตัวดูแลความปลอดภัยและเตรียมสนับสนุนคนอื่น ๆ

 

เมื่อหานซั่วและโอดิสซุสมาถึงจุดที่ก้อนหินถูกปาลงมา และกอร์ดอนกับคนอื่น ๆ ก็มุ่งหน้าไปยังต้นเสียง จู่ ๆ ทรังค์สก็โหนกิ่งไม้ย้ายไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่เหนือกอร์ดอนและนักดาบอีก 2 คนทันที ราวกับว่าตั้งใจจะมาจัดการพวกเขาเป็นกลุ่มแรก

 

“ไปกันเถอะ”

 

หานซั่วพูดอย่างแผ่วเบาและเดินอ้อมออกไปพร้อมกับโอดิสซุส เพื่อเข้าใกล้ทรังค์สจากอีกทิศทางหนึ่ง

 

กอร์ดอนและนักดาบอีก 2 คนค่อย ๆ ย่างสามขุมไปยังบริเวณนั้น พร้อมด้วนสอดส่ายสายตาระแวดระวังกวาดไปยังพุ่มไม้ทั่วทุกทิศทาง ในขณะที่มันติคอร์กำลังนอนรอพวกเขาอยู่ในพุ่มไม้หนาห่างออกไปประมาณ 10 เมตร และเตรียมกระโจนเข้าจู่โจมทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

 

ทรังค์สใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของกิ่งไม้ห้อยโหนไปมาอย่างช่ำชองโดยไม่เกิดเสียงใด ๆ อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังไม่เผยให้เห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเลยแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ เข้าใกล้พวกของกอร์ดอนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมาอยู่ในตำแหน่งเหนือศีรษะของนักดาบ 2 คนในเวลาอันรวดเร็ว

 

ทันใดนั้นเอง ก็เกิดเสียงลูกดอกพุ่งตัวแทรกผ่านอากาศดังบาดหูท่ามกลางความมืดมิดของเวลากลางคืน ขณะที่ทรังค์สกำลังห้อยโหนระหว่างกิ่งไม้อยู่นั้นเอง เขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าลูกดอกหน้าไม้ดอกนั้นเล็งยิงมาที่เขา ซึ่งทำให้ทรังค์สทั้งประหลาดใจและช็อกสุดขีด

 

เพราะสองเท้าไม่ได้ยืนอยู่อย่างมั่นคง แต่กำลังห้อยโหนไปมาระหว่างกิ่งไม้ เขาจึงทำได้เพียงหมุนพลิกร่างกายและต้องทิ้งตัวเพื่อลงสู่พื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน นักเวทย์อีก 2 คนและนักธนูเอลฟ์ซึ่งเคยยืนเฝ้าระวังอยู่ใกล้ ๆ เต็นท์ อยู่ดี ๆ ก็พลันปรากฏตัวอย่างน่ามหัศจรรย์ ตามมาด้วยเวทย์มังกรวารี เวทย์สายฟ้า และลูกธนูอีก 3 ดอกที่พุ่งเข้าใส่เขาพร้อม ๆ กัน

 

 

ขณะที่กำลังร่วงลงมาได้เพียงครึ่งทางกลาง ทรังค์สจึงไม่มีทางหยุดร่างกายที่กำลังร่วงหล่น อีกทั้งยังป้องกันตัวเองได้อย่างยากลำบากเต็มที ขณะที่ออร่าสีขาวบริสุทธิ์กำลังส่องแสงเปล่งประกายออกมาจากดาบยาวของเขา และด้วยความเร่งรีบ ทำให้ทรังค์สได้รับการโจมตีเข้าไปบ้างเช่นกัน แม้ว่าเขาจะสามารถตวัดดาบฟันลูกธนูทั้ง 3 ดอกของนีอาจนหักครึ่งได้ทั้งหมด แต่เขาถูกเวทย์สายฟ้าและเวทย์มังกรวารีเข้าจัง ๆ ที่กลางอก ทำให้ทรังค์สร่วงลงไปในพุ่มไม้หนาและเริ่มร้องครางเบา ๆ

 

“เป้าหมายอยู่ที่ต้นไม้ต้นที่ 3 จากทางซ้าย ห่างออกไป 5 ก้าว โจมตีได้!”

 

หานซั่วร้องบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงอันสงบนิ่งของหานซั่ว ก็เกิดเป็นการกระหน่ำโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยเล็งเป้าหมายใส่ทรังค์สที่เพิ่งร่วงลงสู่พื้น ตอนนั้นเอง ทรังค์สสามารถหลบการโจมตีของนักเวทย์ทั้งคู่ได้ แต่ลูกธนูจากการสุ่มยิงที่มองแทบไม่เห็นของนีอาก็ปักเข้าที่ก้นของทรังค์สเข้าจนได้

 

แล้วเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังลั่นขึ้น ดูเหมือนทรังค์สจะยังหาที่กำบังไม่ได้ เขาจึงรีบเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วโดยหวังว่าจะเข้าจู่โจมพวกเขาจากอีกด้าน แต่หานซั่วสามารถร้องบอกตำแหน่งของทรังค์สได้อีกครั้งซึ่งตามมาด้วยการโจมตีอีกระลอกทันที โดยเล็งเป้าไปที่ทรังค์สได้อย่างแม่นยำไม่มีผิดเพี้ยน

 

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?”

 

ทรังค์สซึ่งบาดเจ็บจากการกระหน่ำโจมตีต่อเนื่องเป็นสายไม่เคยรู้สึกกดดันมากขนาดนี้ในชีวิต ซึ่งเขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากก่นด่าสาปแช่งอยู่ภายในใจ

 

ก่อนหน้านี้ ทรังค์สเคยมั่นใจอย่างที่สุดมาโดยตลอด  ถึงความสามารถในการปิดบังความเคลื่อนไหวเพื่อลอบโจมตีผู้อื่น เพราะในป่าทมิฬไม่เคยมีใครมองเห็นความเคลื่อนไหวของเขาได้เลย อย่างไรก็ตาม ในที่สุด เขาก็ต้องสะบักสะบอมจากการเผชิญหน้ากับกลุ่มนักผจญภัยที่มีทักษะความสามารถแสนธรรมดาเป็นครั้งแรก ไม่ว่าเขาจะกระโดดหนีไปทางไหน เขาก็จะจมไปกับการถูกกระหน่ำโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงไม่เบา

 

ส่วนมันติคอร์ที่กำลังซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ ก็เริ่มอดรนทนไม่ได้เมื่อเห็นว่าแผนนายของตัวเองมีท่าทีว่าจะไม่สำเร็จ ในที่สุด มันติคอร์ก็พุ่งตัวไปข้างหน้า พลางส่งใบไม้ใบหญ้าให้ปลิวว่อนไปเมื่อมันวิ่งผ่าน แล้วต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีความหนาเท่ากับเอวของคนก็โค่นล้มลงมาทันทีที่มันติคอร์ใช้กรงเล็บคมกริบของมันตะปบอย่างแรง ทั้งพละกำลังและแรงตะปบนั้นทรงพลังอย่างน่าตกใจ

 

“มันติคอร์กำลังมาทางนี้ โจมตี!”

โอดิสซุสตะโกนบอกเสียงดัง ขณะที่นักดาบทั้ง 3 คนรีบแยกตัวออกไปขวางทางเบื้องหน้ามันติคอร์ตัวนั้น

 

ส่วนหนึ่งของการกระหน่ำโจมตีที่เคยเล็งเป้าใส่ทรังค์สเพียงคนเดียวก็แบ่งตัวไปรับมือกับมันติคอร์ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่ทว่า มันติคอร์นั้นทั้งแข็งแกร่งและว่องไวราวสายฟ้า ทำให้ทุกคนในกลุ่มโจมตีได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า มีเพียงลูกธนูของนีอาเท่านั้นที่สามารถโจมตีมันได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้มากมายเท่าไรนัก

 

ตอนนั้นเอง หานซั่วที่มีสีหน้าเย็นชาก็เริ่มใช้งานคมมีดพิชิตมารในฐานะขุมพลังมนตรา เกิดเป็นลำแสงสีม่วงสวยงามวาดเป็นเส้นโค้งในอากาศภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาล ก่อนที่คมมีดพิชิตมารจะลอยไปทางด้านหลังของมันติคอร์ทันที ซึ่งในฐานะสัตว์วิเศษระดับ 1 มันติคอร์ก็รู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา มันจึงว่องไวพอที่จะสามารถหลบการโจมตีครั้งแรกของคมมีดพิชิตมารได้สำเร็จ

 

ขณะเดียวกัน ทรังค์สก็เปิดเผยตัวตนและเดินโซซัดโซเซออกมาจากระยะไกล ก่อนจะยกดาบใหญ่ขึ้นและพุ่งเข้าใส่นักเวทย์ทั้ง 2 คนรวมทั้งนีอาอย่างบ้าคลั่ง หวังจะเสริมแรงกับมันติคอร์เพื่อฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า

 

“ไม่ต้องสนใจมันติคอร์ ทุกคนพุ่งเป้าโจมตีไปที่ทรังค์สคนเดียว”

 

หานซั่วร้องบอกทันที ทำให้นักเวทย์ทั้ง 2 คนและนีอารีบเปลี่ยนทิศทางการโจมตีไปยังทรังค์สที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว

 

นอกเหนือจากโอดิสซุสและนักดาบอีก 2 คนแล้ว กอร์ดอนก็ถูกส่งไปช่วยเหลือทางฝั่งของนีอา ในขณะที่นักดาบที่เหลือก็พุ่งเข้าใส่และโจมตีมันติคอร์ด้วยออร่าต่อสู้ของตัวเอง เมื่อโอดิสซุสเข้าถึงตัวมันติคอร์ ออร่าต่อสู้ที่เขารวมรวมพลังจนถึงขีดสุดก็ถูกทำลายด้วยการตวัดกรงเล็บเพียงครั้งเดียว จนโอดิสซุสถูกกระแทกกระเด็นไปไกล ส่วนนักดาบอีกคนก็อาศัยจังหวะนี้ใช้ดาบแทงใส่ตัวมัน แต่ก็ทำให้เกิดเพียงแผลเล็ก ๆ และทำให้มันติคอร์บันดาลโทสะมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

มันติคอร์ที่กำลังโกรธเกรี้ยวง้างกรงเล็บขึ้นเพื่อหวังจะตะปบนักดาบที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ถึงตาย แต่ในตอนนั้นเอง ลำแสงสีม่วงที่อยู่ดี ๆ ก็หายไปเมื่อครู่ ก็พลันปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนจะแทงเข้าไปที่หางของมันติคอร์

 

มันติคอร์รับรู้ถึงอันตรายและกระโดดหลบไปข้างหน้าอีกครั้ง แล้วนักดาบที่อยู่ใกล้ที่สุดก็รอดชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ และแม้ว่ามันติคอร์จะหลบได้ทันเวลา แต่คมมีดพิชิตมารก็สามาถเฉือนผิวตรงหลังของมัน และความเย็นยะเยือกของเวทย์อัคคีเหมันต์ก็แผ่ซ่านเข้าไปในร่างของมันติคอร์อย่างรวดเร็ว

 

มันติคอร์ตัวนั้นร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่หานซั่วกำลังสั่งการเคลื่อนไหวของคมมีดพิชิตมารอยู่นั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความกราดเกรี้ยวของมัน หานซั่วจึงพุ่งสมาธิและความตั้งใจทั้งหมดไปยังคมมีดพิชิตมาร เพื่อหวังจะฆ่ามันให้ตายในทันที

 

“บ้าจริง เจ้ากล้าทำร้ายสหายของข้างั้นเรอะ!”

 

ทรังค์สที่กำลังเดินกะโผลกกะเผลกพร้อมกับมีลูกธนูดอกหนึ่งปักอยู่ที่ก้น ร่างของเขาเปียกโชกจากการโจมตีของเวทย์มังกรวารีที่พุ่งเข้าใส่อกในตอนแรก และเพราะถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจากเวทย์สายฟ้า ผมของเขาจึงไหม้เกรียมทั้งหัวจนไม่เหลือเค้าเดิม พร้อมทั้งเลือดที่กระอักออกจากปากอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เรียกได้ว่าทรังค์ถึงกับหมดสภาพอย่างสิ้นเชิง

 

“แต่ข้าตั้งใจจะทำร้ายเจ้าเบากว่าสัตว์เลี้ยงของเจ้าอีกนะ”

 

หานซั่วพูดหลังจากหัวเราะเยาะด้วยความเย็นชา ในขณะที่คมมีดพิชิตมารยังคงดื้อดึงบินวนอยู่บนหลังมันติคอร์

 

แล้วเสียงผิวปากก็ดังขึ้นจากปากของทรังค์ส ทันทีที่มันติคอร์ที่กำลังบ้าคลั่งได้ยินเสียงผิวปากเรียก มันก็รีบถอยและวิ่งหนีออกไป ทรังค์สส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไปยังกลุ่มนักผจญภัยตรงหน้าและรีบหนีไปยังทิศทางตรงข้ามกับมันติคอร์อย่างรวดเร็ว

 

“พวกเจ้าอยู่ที่นี่แหะ ข้าจะไล่ตามเขาไปเอง”

 

ด้วยคิดว่าหากศัตรูล้มแล้วต้องรีบฆ่าให้ตาย ทรังค์สซึ่งบาดเจ็บหนักอย่างเห็นได้ชัด หานซั่วรู้ดีจึงจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ให้คุ้มค่า เมื่อเขาเห็นโอดิสซุสที่โดนมันติคอร์ตะปบกระเด็นไปไกลพยายามยันตัวเองขึ้นจากพื้น แม้จะกระอักเลือดแต่ก็ไม่ได้ดูอันตรายถึงชีวิต หานซั่วจึงรีบไล่ตามไปทางทิศที่ทรังค์สหนีไปทันที

 

 

*******************************