0 Views
ขบวนฉลองค่อย ๆ  เดินตามหลังโทรลล์นักบวชชรา  และใช้เวลาถึงครึ่งวันในการเดินทางผ่านเส้นทางแคบๆบริเวณรอยแยกของภูเขาหิน เข้าไปเรื่อย  ๆ  จนมาหยุดอยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง
ริมแม่น้ำแห่งนั้น  เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ทำจากไม้ทั้งหลังในรูปทรงแบบชนเผ่าดั้งเดิม  บริเวณใกล้เคียงมีกับดักวางอยู่กระจัดกระจาย  รวมทั้งต้นไม้แปลก  ๆ  ยืนต้นสูงตระหง่านหลายต้น  เมื่อพวกเขามาถึง  ปีศาจปฐมภูมิที่เคยถูกส่งไปจับตามองเหล่าคนแคระก็กลับมา  เพราะระยะทางระหว่างหานซั่วและกลุ่มคนแคระห่างไกลเกินไป  แล้วมันก็เริ่มลาดตระเวนพื้นที่โดยรอบทุกซอกทุกมุม

 

ด้วยพลังของปีศาจปฐมภูมิทั้ง  3  ตน  ทำให้หานซั่วสามารถมองเห็นทั่วทั้งพื้นที่  และพบว่าที่นั่นมีอาณาเขตกว้างขวางมากทีเดียว  เขาลองประเมินคร่าว  ๆ  ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกระท่อมอยู่หลายร้อยหลัง  และเป็นแหล่งกบดานของเหล่าโทรลล์ป่า  …โทรลล์ป่าผิวสีเขียวหลายตนล้วนถืออาวุธในมือ  ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือเด็ก  ต่างถูกฝึกให้เป็นโทรลล์ป่านักรบที่แข็งแกร่ง
จากที่พวกเอลฟ์เคยพูดให้ฟัง  หานซั่วก็เข้าใจว่าเหล่าโทรลล์ป่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสัญชาติญาณตามธรรมชาติในการลักขโมยและปล้นชิงทรัพย์มาแต่กำเนิด  และไม่เคยมีอะไรที่พวกมันพยายามทำหรือช่วยเหลือตนเองเลยแม้แต่น้อย  ไม่ว่าจะเป็นเสบียงอาหาร  น้ำดื่ม
หรือของใช้ต่าง  ๆ  พวกมันล้วนคิดว่าของเหล่านั้นต้องได้มาจากการขโมยจากผู้อื่นเท่านั้น  จึงทำให้พวกมัน  ซึ่งบูชา
ดาทาร่า  เทพปีศาจแห่งการลักขโมย  และปฏิบัติกับโทรลล์หญิงและโทรลล์เด็ก  ๆ  ในฐานะเป้าซ้อมรบที่จะช่วยในการฝึกซ้อมเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อปล้นชิงทรัพย์ได้ง่ายขึ้น
เมื่อโทรลล์นักบวชชรามาถึง  มันก็ตะโกนลั่นเป็นคำพูดบางอย่างในภาษาโทรลล์  แล้วโทรลล์ทุกตนไม่ว่าจะเป็นโทรลล์เด็ก  โทรลล์แก่เฒ่า
หรือโทรลล์เพศหญิงต่างตื่นเต้นดีใจและหยิบวัตถุบรรจุของบางอย่างที่ผูกติดไว้กับตัวออกมาโบกไปมาในอากาศ  พลางร้องเรียกเป็นเสียงเดียวกัน
“ดาทาร่า…!!  ดาทาร่า…!!
หลังจากที่ทุกตนพร้อมใจกันกู่ร้องด้วยเสียงอันดังชั่วระยะเวลาหนึ่ง  โทรลล์นักบวชชราก็หันมาสื่อสารกับหานซั่วในภาษามนุษย์
“ตามมา
ข้าจะพาท่านเทพดาทาร่าและผู้สื่อสารของท่านไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
“อืม  เร็ว  ๆ  เข้าล่ะ  เทพดาทาร่าไม่ใช่เทพที่อดทนได้เก่งสักเท่าไหร่”
หานซั่วพูดด้วยสีหน้าชั่วร้าย
พวกมันแบกเสลี่ยงบรรทุกเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  ในขณะที่หานซั่วยังคงเดินเท้าไปตามทาง  ไกลออกไป
เขาเห็นพวกโทรลล์ป่ากำลังขนแพที่ทำจากไม้มาจำนวนหนึ่ง  แล้วหานซั่วกับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็ขึ้นไปบนแพตามที่โทรลล์นักบวชชราบอก  ไม่นานนัก
เหล่าโทรลล์ก็ล่องแพออกไปตามกระแสของแม่น้ำ
กลุ่มของแพไม้ค่อย  ๆ  ลอยไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย  หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง  พวกมันก็พายมาเกยฝั่งชื้นแฉะแห่งหนึ่ง  หานซั่วเดินตามหลังโทรลล์นักบวชชราขึ้นฝั่งไป  และพบว่าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและมีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างมาก  เหล่าต้นหญ้าและพุ่มไม้ต่าง  ๆ  ก็ขึ้นหนาแน่นจนสูงมิดหัวแทบมองคนไม่เห็น  แม้แต่วัชพืชเองก็ขึ้นไปทั่วทุกหัวระแหงของพื้นที่
พืชทุกชนิดในบริเวณนั้นดูเหมือนจะเจริญงอกงามมากผิดปกติจนเกิดเป็นบรรยากาศแปลกประหลาดฟุ้งกระจายตลบอบอวลในอากาศ  กลุ่มโทรลล์จำนวนหนึ่งเป็นผู้นำโดยฝ่าฟันกลุ่มพุ่มไม้หนาเพื่อเปิดทางให้  โทรลล์นักบวชชราชี้ไปยังเส้นทางเบื้องหน้า  ก่อนจะบอกให้หานซั่วตามมันไปเพื่อเข้าไปยังส่วนลึกของป่าแห่งนั้น
ขณะที่กำลังเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย  ๆ  ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ผุดขึ้นในจิตใจของหานซั่ว  ราวกับว่าเขาเคยได้ยินเรื่องของสถานที่นี้มาจากที่ไหนสักแห่งมาก่อน  แล้วหานซั่วก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคหาสน์หลังหนึ่งที่ถูกยกสูงขึ้นไปโดยต้นไม้ใหญ่ยักษ์ในลักษณะที่ดูน่าสับสนพอสมควร
กิ่งที่เต็มไปด้วยใบไม้ดกหนาของต้นไม้สูงตระหง่านจำนวน  5  –  6  ต้นในบริเวณนั้นเกี่ยวกระหวัดซึ่งกันและกัน  กลายเป็นฐานรองรับของเคหาสน์ขนาดใหญ่หลังหนึ่งสูงขึ้นไปกลางอากาศ  และบริเวณโดยรอบโคนต้นไม้เหล่านั้นก็มีพืชเจริญงอกงามมากเป็นพิเศษ  แม้กระทั่งดอกไม้ประหลาดที่ออกผลเป็นผลไม้ป่าหน้าตาพิลึกไม่ต่างกัน
หานซั่วมองไปรอบ  ๆ  และอึ้งไปชั่วขณะ  ก่อนที่หัวใจจะเต้นระรัวจนเขาร้องออกมากด้วยความประหลาดใจ
“แดนป่าสัมบูรณ์  ฮ่า  ๆ  ๆ  ที่นี่ต้องใช่แดนป่าสัมบูรณ์แน่  ๆ!  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพืชพรรณนานาชนิดถึงได้เจริญงอกงามอย่างสมบูรณ์แบบได้ถึงขนาดนี้!
แดนป่าสัมบูรณ์      คือสถานที่ที่มีพลังของธาตุไม้วนเวียนอยู่  และจะอบอวลหนาแน่นมากกว่าที่ใด  ๆ  จึงทำให้เหล่าพฤกษานานาพรรณในแดนป่าสัมบูรณ์เจริญงอกงามดารดาษไปทั่ว  โดยที่ผืนป่าทั่วไปมิอาจเทียบได้  แม้เหล่าโทรลล์ป่าจะนับถือบูชาดาทาร่า  เทพปีศาจแห่งการลักขโมย  แต่ตามตำนานก็เล่าว่าพวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถือกำเนิดมาจากต้นไม้  จึงทำให้พวกมันมีความรู้สึกผูกพันอันแน่นแฟ้นต่อป่าโดยธรรมชาติ
“แม้แต่อากาศที่นี่ก็ยังบริสุทธิ์มากกว่าที่อื่น  ๆ  บรรพบุรุษของเราใช้ความเพียรพยายามค้นหาสถานที่แห่งนี้มายาวนานหลายต่อหลายปี  ก่อนจะมาพบที่นี่เข้า  และได้สร้างปราสาทในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขึ้น  ซึ่งด้านในมีรูปสลักหินของท่านดาทาร่าที่สร้างขึ้นสำหรับสักการบูชาพร้อมด้วยของบรรณาการเป็นประจำทุกปี  ด้วยหวังว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่จะอำนวยอวยชัยให้พวกเราออกล่าเพื่อปล้นชิงทรัพย์ได้โดยสำเร็จ”
โทรลล์นักบวชชราคุกเข่าลงน้อมคำนับและจ้องมองไปยังเคหาสน์ที่อยู่เหนือขึ้นไปด้วยความศรัทธา  และพูดอย่างอ่อนโยน
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง  โทรลล์นักบวชชราก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่บังควรที่จะทำความเคารพรูปสลักหินในเคหาสน์ทั้ง  ๆ  ที่เทพปีศาจองค์จริงอยู่ข้าง  ๆ  แล้ว  มันจึงรีบน้อมคำนับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กทันที  ก่อนจะหันไปพูดกับโทรลล์นักรบที่แบกเสลี่ยงของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กอยู่ด้วยภาษาโทรลล์ที่ฟังไม่ออก  แล้วโทรลล์นักรบก็ค่อย  ๆ  วางเสลี่ยงลงและเชื้อเชิญให้เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก้าวลงมา
ในตอนนั้นเอง
หานซั่วก็ครุ่นคิดทันทีว่าตอนนี้  ผีดิบธาตุไม้ชั้นยอด    ของเขาอยู่แค่เอื้อมแล้ว
  เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างยากที่จะเชื่อ  และเกือบลืมออกคำสั่งเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กไปเสียสนิท  เพราะแม้โทรลล์นักบวชพยายามเชื้อเชิญอยู่หลายครั้ง  แต่เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กกลับนั่งแน่นิ่งอยู่บนเสลี่ยงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะขยับ  จนโทรลล์นักบวชคิ้วขมวดแน่นเป็นปม  และคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรงเบื้องหน้าหานซั่ว
“เจ้าผู้สื่อสาร  ทำไมท่านเทพดาทาร่าถึงไม่ยอมลงจากเสลี่ยงล่ะ?  พวกข้าทำอะไรผิดไปงั้นรึ?”
จุดนี้เองที่คำพูดของโทรลล์นักบวชชราทำให้หานซั่วสะดุ้งตกใจและตื่นจากฝันกลางวัน  เขาหันหน้ามาและพบว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กยังคงนั่งอยู่ที่เดิมอย่างเกียจคร้านและสบายอารมณ์  ราวกับเผลอหลับไป  หานซั่วรีบออกคำสั่ง  แล้วขาของมันก็เหยียดตรงและผุดลุกขึ้นทันที  พลางมองไปมองมารอบ  ๆ  พร้อมกับกริชกระดูกในมือด้วยอารามตกใจ
“เมื่อกี้ดาทาร่ากำลังคิดใคร่ครวญอยู่  ไม่ได้ยินที่เจ้าเรียกหรอก  มาเถอะ
ขึ้นไปกันได้แล้ว”
หานซั่วแอบขำพรืดในใจ  แต่หันไปพูดกับโทรลล์นักบวชชราด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
โทรลล์นักบวชชราไม่กล้าเอ่ยถามสิ่งใดอีก  ได้แต่พยักหน้ารับเงียบ  ๆ  มันเดินไปยังด้านหลังของต้นไม้สูงตระหง่านต้นหนึ่ง  ก่อนจะดึงบันไดที่ถักทอจากกิ่งต้นไม้ออกมาและเริ่มปีนป่าย  โดยมีหานซั่วปีนตามขึ้นไปติด  ๆ 
ทันใดนั้นเอง
เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็ลงมาจากเสลี่ยง
และเดินห่างออกไปด้วยตัวมันเองโดยที่หานซั่วยังไม่ทันได้ออกคำสั่ง  และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปล้วนอยู่นอกเหนือความคาดหมายของทุกตนในบริเวณนั้น  เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กย่อตัวลง  ก่อนจะกระโดดถีบตัวและพุ่งตัวขึ้นไป  ลำตัวของมันเหยียดตรง  ในขณะที่เดือยกระดูกทั้ง  7  ชิ้นบนหลังกะพือพลิ้วในอากาศ  แล้วมันก็ร่อนลงตรงหน้าประตูของเคหาสน์หลังใหญ่เบื้องบน  ก่อนที่หานซั่วและโทรลล์นักบวชชราจะปีนขึ้นไปถึงเสียอีก
ร่างของเจ้าโครงกระดูกเซไปเซมาเพราะร่อนลงในท่ายืนที่ไม่มั่นคงนัก  แต่เมื่อมันทรงตัวได้  มันก็ส่ายหัวไปมาอย่างไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะดึงประตูเพื่อเปิดออกและก้าวเข้าไป  ตามมาด้วยเสียงรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจายดังลั่นออกมาจากเคหาสน์หลังนั้น
“ดาทาร่าดาทาร่า!
โทรลล์นักบวชชราร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น  ก่อนจะร้องเป็นคำพูดอะไรบางอย่างออกมาที่ฟังไม่ได้ศัพท์
ในที่สุด
โทรลล์นักบวชชราและหานซั่วก็ปีนขึ้นมาถึง
ในขณะที่โทรลล์ป่าตนอื่น  ๆ  ได้แต่ยืนยามอยู่ด้านล่าง  และไม่มีสักตนที่ได้รับอนุญาตให้ตามขึ้นไป
หานซั่วเดินตามโทรลล์นักบวชชราเข้าไปในเคหาสน์หลังนั้น  และพบกับรูปสลักหินของโครงกระดูกขนาดใหญ่อยู่ใจกลางห้อง  ซึ่งมีลักษณะตรงตามภาพที่หานซั่วเคยเห็นในตำราโบราณของโทรลล์นักบวชชราก่อนหน้านี้  แต่สิ่งที่ต่างออกไป  คือโครงกระดูกร่างยักษ์ที่มีผ้าปิดตาข้างเดียวนั้นกำลังถือเคียวคมกริบคล้ายเคียวของยมทูตอยู่ในมือขวา  ในขณะที่มือซ้ายถือถุงใบใหญ่ที่เต็มตุงราวกับกำลังบรรจุของมากมายหลายชิ้นที่เพิ่งขโมยมา
ภายในเคหาสน์นั้นมีแสงประกายงดงาม  เพราะเต็มไปด้วยเพชรพลอยหลากสีสันฝังประดับอยู่ภายในกำแพงไม้  ในขณะที่ทองและเครื่องประดับอัญมณีมากมายกองอยู่ทุกตารางนิ้วทั่วพื้นห้อง  หานซั่วในตอนนี้ซึ่งรู้จักความร่ำรวยมั่งคั่งเป็นอย่างดี  เขาจึงรู้ว่าอัญมณีมากมายที่ส่องประกายแสงระยิบระยับในกำแพงไม้นั่นมีราคาที่มิอาจจะประเมินค่าได้  แม้แต่จานชามเครื่องใช้ต่าง  ๆ  ที่จัดไว้บนโต๊ะหยกก็ทำจากหยกและทองคำวับวามสวยงาม

 

เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กยังคงกุมกริชกระดูกในมือข้างหนึ่งไว้แน่น  ในขณะที่มืออีกข้างลูบหัวกระโหลกของตัวเองวนไปมาครู่หนึ่ง  ก่อนจะยื่นมือข้างเดิมไปลูบคลำรูปสลักหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเคหาสน์  จากนั้นจึงยื่นไปจับปีกกระดูกเปลือยเปล่าไร้ซึ่งขนนกที่อยู่ด้านหลังของรูปปั้น  และชักมือกลับมาจับเดือยกระดูก  7  ชิ้นที่หลังของตัวเอง  ราวกับกำลังฉงนสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าทำไมรูปสลักหินขนาดใหญ่นั่นถึงดูคล้ายตัวมันเองนัก
เว้นเพียงแต่ว่า  เมื่อเทียบกับรูปสลักหินนั่นแล้ว  เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กนั้นมีขนาดความสูงเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น  จนเกิดเป็นภาพแปลกประหลาดของโครงกระดูกตัวเล็กที่ยืนเคียงข้างกับโครงกระดูกขนาดใหญ่
เมื่อหานซั่วและโทรลล์นักบวชแก่ชราเข้าไปยังด้านในเคหาสน์แล้ว  พวกเขาก็จ้องมองอย่างสับสนที่เห็นเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กเดินวนไปมารอบรูปสลักหินของดาทาร่า  เมื่อหานซั่วลองสังเกตดู  และก็ต้องประหลาดใจที่เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กมีท่าทีเหมือนมนุษย์  และทำให้ไม่สามารถออกคำสั่งใด  ๆ  กับมันได้  หานซั่วจึงทำได้เพียงตกตะลึง  และเฝ้ามองอย่างกระวนกระวายใจว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กจะทำอะไรต่อไป
และก็เป็นไปตามนั้น  อยู่ดี
ๆ  เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารูปสลักหินของเทพปีศาจดาทาร่า  ดวงตากลวงโบ๋ของมันก็จับจ้องไปที่ผ้าคาดตาที่ครอบโพรงลูกตาด้านซ้ายของดาทาร่าอยู่  มันยกมือขึ้นมาสัมผัสไปที่โพรงลูกตาของตัวเอง  ราวกับนึกสงสัยว่าทำไมมันถึงไม่มีผ้าคาดตาบ้าง
ทันใดนั้นเอง
เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็กระโดดสูงขึ้น
มันยื่นมือออกไปปลดผ้าคาดตาของดาทาร่าออก
แล้วร่างของมันร่วงถึงพื้นพร้อมด้วยผ้าคาดตาที่ถืออยู่ในมือ  เผยให้เห็นอัญมณีสีม่วงเป็นประกายอยู่ในโพรงลูกตาด้านซ้ายที่ไร้ซึ่งผ้าคาดตาอีกต่อไปแล้วของดาทาร่า  จากรูปสลักหินเทพปีศาจดาทาร่าที่ดูแข็งทื่อก็ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาทันทีเมื่อมีอัญมณีสีม่วงปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้นมา  ทำให้หานซั่วรู้สึกราวกับว่ารูปสลักนั้นกำลังจ้องมองมาที่เขา
ในตอนนั้นเอง
ลูกตาอัญมณีสีม่วงก็เหมือนจะหมุนกลิ้งอยู่ในเบ้าครั้งหนึ่ง  และค่อย
ๆ  ส่องแสงสีม่วงอ่อน  ๆ  วาบขึ้น  ราวกับอยู่ดี
ๆ  เทพดาทาร่าก็มีชีวิตขึ้นมา
“โอ  เทพดาทาร่าผู้ยิ่งใหญ่เปิด  “เนตรปีศาจสีม่วง”  ออกแล้ว
เทพดาทาร่าตรัสรู้แจ้งเห็นจริงแล้ว
!
โทรลล์นักบวชชรามีท่าทีปลาบปลื้มปิติ  และตื่นเต้นยินดีอย่างบ้าคลั่ง  ก่อนจะกดหัวของตัวมันเองแนบลงกับพื้นทั้ง  ๆ  ที่ยังโห่ร้องดีใจด้วยเสียงดังลั่น
แล้วเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กที่ยืนอึ้งอยู่ในทีแรก  จู่  ๆ  มันก็ขยับโต๊ะที่อยู่เยื้องออกไปมาที่ด้านหน้าของรูปสลักหินและปีนขึ้นไป  มันยืนเขย่งปลายเท้าและยื่นมือข้างหนึ่งไปที่โพรงลูกตาด้านซ้ายของรูปสลักหินดาทาร่า  ขณะเดียวกันที่หานซั่วรู้สึกชาไปทั้งหัว  เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กหยิบเอาดวงตาปีศาจสีม่วงออกมา  และชูมันขึ้นสูงเพื่อเพ่งพินิจพิจารณาให้ชัด  ๆ  ก่อนจะใส่เข้าไปในโพรงลูกตาด้านซ้ายของตัวมันเอง
แม้แต่หานซั่วก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก  แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดว่าควรทำอย่างไรต่อไป  จู่  ๆ  หานซั่วก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นในหัว  เขาหันไปมองเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  และรู้สึกทันทีว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กได้ฝังเนตรปีศาจสีม่วงเข้าไปในในโพรงลูกตาด้านซ้ายของหานซั่วด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม
เมื่อเนตรปีศาจสีม่วงฝังลงไปในโพรงลูกตาด้านซ้าย  เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กก็ดูเหมือนจะรู้สึกเจ็บปวดทรมานมากเช่นกัน  ร่างของมันร่วงลงไปนอนสั่นเทาอยู่บนพื้น  พลางเอามือกุมหัวและดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวด  ซึ่งในฐานะร่างของผู้เป็นนาย  หานซั่วจึงมีจิตที่เชื่อมต่อถึงกันระหว่างตัวเขาเองและเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  ทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน  เพราะจู่
ๆ  ก็มีพลังงานแปลกประหลาดจากมิติอื่นแผ่ซ่านออกมาจากเนตรปีศาจสีม่วงก้อนนั้น  ราวกับว่ากำลังพยายามสิงสู่เพื่อที่จะควบคุมร่างของทั้งเจ้าโรงกระดูกตัวเล็กและร่างของหานซั่ว
“ท่านเทพดาทาร่า…  เจ้าผู้สื่อสาร…  เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านทั้งคู่น่ะ!?”
โทรลล์นักบวชชราเงยหน้าขึ้นมาดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหานซั่วและเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  จึงร้องขึ้นด้วยความสงสัย
“ออกไป
ออกไปก่อน  เดี๋ยวนี้เลย
!  เทพดาทาร่ามีอะไรบางอย่างต้องทำ!” 
หานซั่วคำรามในขณะที่พยายามทนต่อความเจ็บปวดที่โจมตีเขาอย่างกะทันหัน
โทรลล์นักบวชชราสะดุ้งตกใจและค่อย  ๆ  ถอยออกจากเคหาสน์ด้วยความสับสน  และยืนอยู่ข้างนอกเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
หานซั่วยกมือขึ้นกุมศีรษะทันทีเมื่อโทรลล์นักบวชชราออกไป  เขาม้วนตัวงอด้วยความเจ็บปวดเช่นเดียวกันกับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  พลางคิดว่าหากเนตรปีศาจสีม่วงนี้เป็นของเทพปีศาจดาทาร่า  แสดงว่าพลังงานประหลาดที่พยายามรุกล้ำกล้ำกรายร่างของเขา  ปีศาจถือเป็นเทพเช่นกัน  และพลังอำนาจของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถต่อกรได้ในตอนนี้
พลังงานมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากเนตรปีศาจสีม่วงข้างที่อยู่ในโพรงลูกตาด้านซ้ายของเจ้าโครงกระดูกตัวเล็ก  หานซั่วพยายามสั่งให้มันเอาหยิบเอาเนตรปีศาจสีม่วงนั่นออก  แต่ก็เหมือนว่าเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กจะยัดไว้ข้างในแบบที่ไม่มีใครสามารถหยิบออกได้อีก
ในขณะที่มนุษย์และโครงกระดูกกำลังกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดภายในห้องนั้น  ก็ปรากฏเป็นพลังงานประหลาดอีกรูปแบบหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากผ้าคาดตาที่เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กถือไว้มาโดยตลอด  และเพราะสมองกำลังเจ็บปวดทรมานอย่างถึงที่สุด  ทำให้ประสาทการรับรู้ของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์  ทำให้เขาสังเกตสิ่งผิดปกติบางอย่างขึ้นมาได้ทันที  เขาพยายามตั้งสติและรวมรวมกำลังสมาธิทั้งหมดที่มีภายใต้ความตระหนกตกใจนั้น  และสั่งให้เจ้าโครงกระดูกตัวเล็กสวมผ้าคาดตานั่นทันที
แล้วพลังวิเศษแปลกประหลาดที่พยายามรุกล้ำและสิงสู่ร่างของพวกเขาก็จางหายไปทันทีทันใดอย่างไร้ร่องรอยเมื่อเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กสวมผ้าคาดตาตามที่สั่ง  หานซั่วซึ่งเหงื่อออกเต็มตัวก็ค่อย  ๆ  กลับสู่ภาวะปกติ
ผ้าคาดตานั้นดูราวกับสร้างมาเพื่อรูปสลักหินของเทพปีศาจดาทาร่าโดยเฉพาะ  แต่มันก็ใหญ่เกินไปสำหรับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กอย่างเห็นได้ชัด  เพราะผ้าคาดตานั้นแทบจะคาดทับครึ่งซีกหน้าด้านซ้ายของมันจนหมด  ทำให้มันดูตลกและน่าขันเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่ว่ายังไง ห้ามถอดผ้าคาดตานั่นออกเชียวนะ”
หานซั่วพยายามรวบรวมสติอีกครั้งและเพิกเฉยต่อสถานการณ์แปลกประหลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้น  และรีบกำชับเจ้าโครงกระดูกตัวเล็กทันที
…………………………………………

ประกาศ : กลุ่ม GDK#2 (116-180) ลงครบทุกตอนแล้วนะคะ

 ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย