0 Views

“เช้อะ ฝันไปเถอะ” เฉิงหยูไม่ได้อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอ “ลูกพี่ลูกน้องเธอคิดว่าไงถ้าเธอจะกลายเป็นพี่สะใภ้ของเธอ?”

“แน่นอน พี่สาวมาเป็นพี่สะใภ้หนูเถอะ ลูกพี่ลูกน้องหนูจะต้องดูแลพี่สาวอย่างดีแน่ๆ” จ้าวหยุนฟางเห็นด้วย

 

เมื่อเขาได้ยินจ้าวหยุนฟางเขาก็แอดลอบชมเธออยู่ในใจ“ญาติของฉันก็ยังคงยอดเยี่ยมที่สุด”

 

เมื่อเธอเห็นเฉิงหยู ดูพอใจมากหยางรั่วเสวี่ยรู้สึกหงุดหงิด เฉิงหยูรีบเปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็ว

 

“ฉันเดาว่าเธอใช้ยาเยาววัยชั่วนิรันดร์แล้วดูเหมือนว่าลมปราณและเลือดของเธอนั้นดูแข็งแรงมากขึ้นฮ่าๆดูแก้มที่สดใสนั่นสิ”

 

“โอ้ ยังไงซะ หลังจากที่ปู่ของฉันกินยาของนายร่างกายเขาก็หายดีคุณปู่ของฉันพูดว่าเขาหวังว่าจะเจอกับนายเพื่อขอบคุณต่อหน้านาย” เมื่อเธอได้ยินเฉิงหยูพูดถึงเม็ดยาหยางรั่วเสวี่ยรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก “คุณแม่และป้าของฉันหลังจากที่พวกเธอกินมันเมื่อวานนี้เพราะตื่นมาตอนเช้าพวกเธอก็เต็มไปด้วยความสุขทั้งหมดนั้นต้องขอบคุณนาย”

 

“ฮ่าๆตอนนี้เธอรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่คนหลอกลวงแต่ถ้าเธอจะขอบคุณฉันจริงๆก็ได้โปรดทำตามสัญญาของเธอด้วยเทียบกับความกตัญญูของเธอแล้วเนี่ยฉันสนใจคำสัญญาของเธอมากกว่า”

 

“สัญญา? สัญญาอะไรเหรอ?” ตอนนี้จ้าวหยุนฟางพูดขัดขึ้นมาทำให้ใบหน้าของหยางรั่วเสวี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

“ฮ่าๆ เธอควรถามพี่สาวหยาง เธอสามารถถามเธอได้เองเท่านั้นชั้นกลัววว่าถ้าชั้นพูดไปเธอจะทำตัวเป็นใบ้เหมือนไม่มีสัญญาเกิดขึ้นน่ะสิ”

 

“ฮึ่ม! ใครเป็นใบ้กัน!” หยางรั่วเสวี่ยกล่าวอย่างไม่มีความสุข

 

“ดีแล้วที่เธอไม่ได้เป็นใบ้ นั้นทำเลยสิ” เฉิงหยูยิ้มเดินเข้าไปเอาหน้าไปประจันหน้ากับหยางรั่ว

เสวี่ย

 

“ฮึ่ม แม้ว่าปู่ของฉันจะหายแล้วใครจะรู้ว่ามันอาจจะกลับมาเป็นอีกเพราะฉะนั้นฉันต้องคอยสังเกตการไปซักระยะหนึ่งก่อน”เมื่อเธอเห็นใบหน้าโง่ๆของเฉิงหยูหน้าเธอก็แดงกล่ำในขณะที่เธอพูดอย่างติดติดขัดขัด “นอกจากนี้นายต้องตามฉันไปหาปู่ของฉันตอนนี้เลยฉันได้สัญญากับปู่ย่าตายายของฉันเอาไว้แล้วว่าจะพานายไปเยี่ยมพวกท่าน”

 

“อ๊า คุณผู้หญิง แม้คุณไม่ได้เป็นใบ้ แต่คุณก็พยายามหลบเลี่ยงไปอีก ลืมไปเถอะ ฉันจะไปให้ปู่ของเธอช่วยเรื่องนี้เองก็ได้” เฉิงหยูกล่าวอย่างโกรธๆ

 

“นายกล้า!!” หยางรั่วเสวี่ยกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด

 

“เอาหละไปพบปู่ย่าของเธอกันเถอะ” เฉิงหยูขอพาลูกพี่ลูกน้องของเขาออกจากวิลล่าไปพร้อมๆกัน หยางรั่วเสวี่ยได้ระเบิดความโกรธออกมา “ไอ้คนไร้ยางอายนี่มันอยู่มาได้ยังไงกัน? ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกละก็ ต่อไปชั้นได้โกรธตายแน่!”

 

ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงข้างนอกประตูสนามหญ้า

“บ้านหลังนี้ดูดีเลยนะมันน่าจะส่งผ่านมาหลายรุ่นแล้วใช่ไหม” เฉิงหยูมองไปที่บ้านหลังใหญ่ข้างหน้าเขาแล้วถาม

 

“แน่นอนมันถูกสืบทอดมาจากบรรพบุรุษผู้อาวุโสจ้าวจากบรรพบุรุษของตระกูลเรา และถูกสร้างขึ้นในสมันราชวงศ์ชิง”

 

ในตอนที่พวกเขาก้าวเข้ามาบนสนาม ชายหนุ่มที่ดูแข็งแรงก็พูดขึ้นมา “ฮ่าๆ นี่ต้องเป็นคุณเฉิงแน่ๆบุรุษที่แท้จริงที่เปี่ยมพรสวรรค์ทั้งยังหนุ่มและมีอนาคต” เสียงสะท้อนดังออกมาจากชายชราที่ดูมีภูมิฐานโดยธรรมชาติเดินมาทางทั้งสามคน ตามหลังมาด้วยชายหญิงที่แต่งงานแล้วอีกหลายคน

 

“ฮิๆ นี่ควรจะเป็นปู่หยาง? ด้วยเสียงที่ดูกระฉับกระเฉงและก้าวเดินที่แข็งแรง เหมือนว่าคุณจะสุขภาพดีมากทีเดียว”

 

“ฮ่า ฮ่า! ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคุณเฉิง แม้ว่าคุณจะอายุยังน้อยแต่ว่าทักษะทางการแพทย์ของคุณมันก้าวล้ำโลกนี้ไปแล้ว” ชายแก่หยางเทียนหูพูด

 

“ฮี่ๆ ปู่หยางกล่าวชมเกินไป แค่เรียกผมว่า เสี่ยวหยู ด้วยความใกล้ชิดระหว่างผมและหยางรั่วเสวี่ย มันไม่เหมาะเท่าไรที่จะเรียกว่าคุณเฉิง มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนอื่นคนไกล” เฉิงหยูกล่าวอย่างเจตนาดี

 

“โอ้?” ชายชราหยางมองไปที่หยางรั่วเสวี่ยที่ดูเหมือนจะโกรธ ชายชราหยางเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีขณะที่เขาหัวเราะ! “ฮ่าฮ่า ! แน่นอน ต่อไปนี้ชั้นจะเรียกเธอว่า  เสี่ยวหยู ไป เข้าบ้านกันเถอะ”

 

เมื่อพวกเขาเข้าไปที่ห้องโถงและนั่งลงหลังจากนั้นชายชราหยางก็แนะนำทุกคนกับเฉิงหยู ขณะที่เฉิงหยูแนะนำจ้าวหยุนฟาง หลังจากการแนะนำตัว ก็มีเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามา

 

“เจิ้งจี้! หยุดวิ่งไปมาได้แล้ว! อย่าทำตัวหยาบคาย ฮี่ๆ นี่คือหลานชายของฉันเองเขาเรียนอยู่มัธยม3 เขาเป็นน้องชายของรั่วเสวี่ยด้วยเช่นกัน” ชายชราหยางแนะนำชายหนุ่ม

 

“นายคือแพทย์อมตะ? นายไม่ใช่เพลย์บอยหัวรุนแรงเฉิงหยู? นายมาที่นี่เพื่อหลอกลวงพี่สาวของผมใช่รึเปล่า!? เอ๋? จ้าวหยุนฟางทำไมเธออยู่นี่ด้วยล่ะ?” เจิ้งจี้หันกลับมาสนใจเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาเจ้าหญิงของห้องจ้าวหยุนฟาง เขาก็กลายเป็นเบิกบาน ปรากฎว่าเจิ้งจี้และเฉิงหยุนเรียนอยู่ที่เดียวกัน เขาจะไม่รู้จัก ‘คนดัง’ ของโรงเรียนเขาเองได้ยังไง? โดยเฉพาะหลังจากที่เขาเอาชนะจอมเผด็จการวายร้ายซูตงหยวนให้อับอายขายหน้า ในโรงเรียน ใครจะไม่รู้จักเพล์บอยหัวรุนแรง?

 

“ฮึ่ม! เพล์บอยที่นายว่าคือลูกพี่ลูกน้องฉันเอง! แล้วทำไมฉันจะมาที่นี่ไม่ได้?”  เมื่อเธอได้ยินเจิ้งจี้เรียกลูกพี่ลูกน้องของเธอจ้าวหยุนฟางตอบกลับอย่างไม่พอใจ แม้ว่าเมื่อก่อนลูกพี่ลูกน้องเธอจะซุกซนไปหน่อย แต่เขาก็เปลี่ยนไปแล้ว แม้ว่าเขาจะไปเกี้ยวสาว แต่เป้าหมายของเขาก็คือสาวงามเช่นหยางรั่วเสวี่ยเท่านั้น และที่สำคัญตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องเธอนั้นดูแลเธออย่างดี ทำไมเธอจะต้องปล่อยให้ใครบางคนใส่ร้ายพี่เธอต่อหน้าได้ยังไง?

 

“อ้า…จ้าวหยุนฟาง อย่าโมหาสิ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เมื่อเขาเห็นจ้าวหยุนฟางโกรธเขาเจิ้งจี้พยายามอธิบายทันที

 

“เจิ้งจี้ หลานพยายามทำอะไร? หยุดหยาบคายและมายืนข้างๆปู่นี่” เมื่อเขาเห็นหลานชายของเขาพูดรุนแรงใส่ผู้มีพระคุณของเขา หยางเทียนหูก็ดุเขา

 

“โอ้..”  เมื่อเขาได้ยินปู่เขาสั่ง หยางเจิ้งจี้ก็กระวนกระวายอยู่มุมห้อง

 

“ เสี่ยวหยู ฉันขอโทษจริงๆ ฉันคงตามใจหลานมากไป เขานิสัยเสียตั้งแต่เด็ก ได้โปรดอย่าเอาเรื่องกับสิ่งที่หลานชายฉันพูดเลย” ชายชราหยางขอโทษกับความประพฤติของเจิ้งจี้

 

“ฮ่าๆ ไม่เป็นไร ผมไม่โทษเจิ้งจี้หรอก ที่เขาพูดมันก็จริง ผมดังมากในโรงเรียน แต่ชื่อเสียงผมนั้นแย่มาก” เฉิงหยูลูบจมูกด้วยความอับอาย เขาไม่คิดว่าจะพบกับคนที่รู้จักเขาที่นี่ ทำให้เขารู้สึกกระดากใจ

 

“ไม่เห็นเป็นไร เธอยังเด็ก ไม่เป็นไรหรอก นอกจากนี้เธอยยังมีความสามารถที่น่ากลัว ทำไมเธอต้องกังวลเรื่องแบบนั้นด้วย? ฉันเชิญเธอมาเพราะอยากจะขอบคุณ ตอนแรกฉันคิดว่าฉันจะตายแล้ว ไม่ได้หวังเลยว่าจะเจอชายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นเธอ ไม่เพียงแต่เธอสามารถรักษาฉันได้ แต่แพทย์ประจำตัวของฉันยังบอกว่าร่างกายของฉันดีขึ้นกว่าคนทั่วไปซะอีก นี่มันเป็นปาฎิหาริย์!! นอกจากนี้ฉันยังได้ยินจากรั่วเสวี่ยว่าเธอยังไม่ได้รับเงินอีกด้วย ฉันรู้ว่าเงินนั้นเป็นเพียงตัวเลข แต่ฉันก็ยังต้องการที่จะจ่ายไม่ว่ายังไง ฉัน หยางเทียนหูไม่ใช่คนที่มีสถานะสูงส่งอะไร แต่ถ้าในหยุนไห่ฉันก็ยังพอมีอำนาจอยู่ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรแน่นอนว่าฉันจะช่วยเธอ” ปู่หยางเปิดใจกับเฉิงหยู

 

“ฮ่าฮ่า! ขอบคุณปู่หยาง อันที่จริงผมก็เห็นด้วยกับคุณ แต่ว่าผมได้ตกลงแล้วว่าจะเอาอะไร ผมไม่ได้รักษาฟรีๆอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นปู่หยางไม่ต้องจ่ายให้ผม”

 

“บางทีเธออาจจะคิดว่านี่เป็นแค่ยา แต่สำหรับฉันมันเป็นยาที่ไม่สามารถซิ้อได้ด้วยนเงิน ถ้าเธอยังคงยืนยันแบบนี่้มันจะทำให้ฉันลำบากใจมาก” หยางเทียนหูกล่าวด้วยความจริงใจ

 

“ถ้าปู่หยางอยากตอบแทน ยังงั้นผมหวังว่าปู่หยางจะบอกรั่วเสวี่ยให้มาแต่งกับผมเป็นไง”เฉิงหยูมองไปที่หยางรั่วเสวี่ยและหัวเราะเบาๆ

 

“โอ้?  ฮ่าฮ่า ได้ยินรึยัง รั่วเสวี่ย ในอนาคตเธอจะต้องดูแล เสี่ยวหยูให้ดีกว่าเดิม  เสี่ยวหยู ถ้ารั่วเสวี่ยเอาเปรียบเธอในอนาคตมาบอกฉันเลย ฉันจะสอนเธอให้หลาบจำเอง” ชายชราหยางกล่าวอย่างมีความสุข เขาสามารถบอกได้เลยว่าเฉิงหยูพยายามจีบหลานสาวของเขา เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนเลวและเขาก็รู้สึกปลื้มหนุ่มคนนี้ด้วย ถ้าเขาสามารถเป็นสามีของหลานสาวเขาได้จะยอดเยี่ยม แม้ว่าเขาจะดูเด็กไปซักหน่อย แต่ถ้าเขาไม่คิดแบบนั้น ทำไมเขาต้องสนใจล่ะ?

 

เมื่อหยางรั่วเสวี่ยเห็นเฉิงหยูกล่าวเรื่องน่าอายต่อหน้าทุกคนแล้วเธอก็รู้สึกหงุดหงิดเเป็นอย่างมาก เธอจ้องไปที่เฉิงหยูด้วยความเกลียดชัง แต่เฉิงหยูทำราวกับว่าเขาไม่เห็นมัน

 

“พี่ชายหยู ถ้าพี่จะมาเป็นพี่เขย อย่างน้อยพี่ไม่ควรให้ของหมั้นหรอกรึ?” ในตอนนี้หยางเจิ้งจี้ก็ตะโกนออกไป ทันใดนั้นหยางรั่วเสวี่ยก็หันขวับไปที่น้องชายของเธอ

 

“ฮ่าๆ ฉันมาโดยไม่ได้นำของขวัญอะไรมาเลย ยังไงก็ตามนี่คือยาอายุวัฒนะ ยาพวกนี้สามารถยืดอายุคนและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง หลังที่กินมัน พวกเขาจะมีกำลังมากขึ้น และอายุจะเดินช้าลง ในอนาคต ก็จะไม่ป่วยอีกต่อไป แต่อย่าเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่ของหมั้นแต่อย่างใด ผมหวังว่าปู่หยางจะรับมันไป แน่นอนถ้ารั่วเสวี่ยยินดี ในอนาคตผมจะเตรียมของหมั้นมา ฮ่าๆ” เฉิงหยูหยิบขวดยาออกมาหลังจากพูดจบ

 

เมื่อพวกเขาเห็นเฉิงหยูหยิบขวดยาออกมาตาพวกขาก็เป็นประกาย ในอดีตจะไม่มีใครเชื่อเขา แต่หลังจากที่ปู่หยางรักษาตัวจนหายดีแล้วใครจะไม่เชื่อเขาได้? ปู่หยางเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่พวกผู้หญิงเปลี่ยนเป็นเด็กลง10ปีในชั่วข้ามคืน เม็ดยาอมตะเหล่านี้ทำไมเขาจะไม่ต้องการล่ะ?

 

“ เสี่ยวหยู ยานี้ล้ำค่าเกินไป ฉันคงรับไว้ไม่ได้ ฉันยังไม่ได้ตอบแทนความกรุณาของเธอเลย ฉันยังเป็นหนี้เธออยู่ นอกจากนั้น เพียงแค่มองฉันก็รู้เลยว่า ยาขวดนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาควรครอบครองฉันไม่กล้ารับไว้หรอก” หยางเทียนหูปฎิเสธ เขาต้องการยา แต่ว่ายาพวกนี้มันไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน เขาเป็นหนี้บุญคุณเฉิงหยูและไม่อยากจะเป็นหนี้ไปตลอดชีวิต ทุกคนด้านหลังชายชรารู้สึกเสียใจ พวกเขารู้ว่าหนี้นี่นั้นยากที่จะจ่ายคืน แม้พวกเขาจะอยากได้มันอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยื่นมือไปรับมันมาได้

 

“ฮ่าฮ่า ปู่หยางอย่ากังวลมากไป ยาทำออกมาเพื่อกินอยู่แล้ว นอกจากนี้ดูเหมือนว่าปู่หยางและผมชะตาได้นำเรามาพบกัน ชะตาของคนเราเทียบไม่ได้กับยาเม็ดเดียวใช่หรือไม่?” เฉิงหยูวางขวดยาลงบนมือชายชราหยาง

 

“งั้นฉันก็ยินดีที่จะรับมันไว้” ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข

 

“อย่างไรก็ตามผมต้องเตือนคุณไว้ว่าทุกคนกินได้ยกเว้นเจิ้งจี้ เขายังเด็กเกินไป ยานี้มีไว้สำหรับผู้ใหญ่ จะดีที่สุดเมื่อกินในช่วงอายุที่ดีที่สุดของคนเรา(25ปีมั้ง)ผลของยาจะดีขึ้น นอกจากนี้คุณยายและคุณป้าหลังจากใช้ยาคืนความเยาว์วัยและยาเยาว์วัยนิรันดิ์แล้วพวกคุณควรหยุดใช้ช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเนื่องจากมันไม่เหมาะกับผิวของพวกคุณ นอกจากนี้กินยานี่ในเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่งั้นมันจะกลายเป็นไร้ประโยชน์ไป” เฉิงหยูกล่าวอธิบาย

 

หลังจากทานอาหารกลางวัน ทั้งสีคนรวมถึงเจิ้งจี้ออกจากห้องโถงมา เมื่อพวกเขาออกมาพวกเขาก็เริ่มพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

“ฉันรู้สึกถูกใจ เสี่ยวหยูมากจริงๆ เขาเหมาะสมกับรั่วเสวี่ยอย่างมาก กั๋วฟู คุณคิดว่าไง?” หยางเทียนหูถามลูกชายคนโตของเขา หยางกั๋วฟู

 

“ฮ่าฮ่า! พ่อ! เจอเหตุการณ์นี้แล้วผมจะพูดอะไรได้! เด็กหนุ่มคนนี้ช่างใจกว้างอย่างแท้จริง แค่ครั้งแรกที่เขามาหาเรา เขาก็ให้ยาอายุวัฒนะขวดใหญ่มา” หยางกั๋วฟูหัวเราะออกมา

 

“พ่อ ทุกคนมาลองกินยาอายุวัฒนะกันเถอะ เสี่ยวหยูบอกว่ามันจะดีที่สุดถ้ากินตอนที่อยู่ในช่วงที่สุขภาพดี” ลูกชายคนที่สอง หยางกั๋วหมินเลียริมฝีปาก

 

เมื่อได้ยินลูกขายคนที่สองของเขาว่าดังนั้น หยางเทียนหูเปิดขวดยา ทันทีที่กลิ่นของยาฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของพวกเขากระปี้กระเป่าและสดชื่น