0 Views

เฉิงหยูตื่นมาและมองไปที่หลิน ยู่หาน เขาขมวดคิ้วและตระหนักได้ว่าเขาหลงลืมความรู้สึกนี้ไปนานแล้ว ความเรียบง่าย

 

“เธอจะไม่พักหน่อยเหรอ ทำไมเธอถึงจริงจังขนาดนั้น? โจทย์แก้วันอื่นก็ได้ ไม่ปวดหัวบ้างรึไง?” เฉิงหยูถามด้วยความหวังดี

 

ฉันไม่เหมือนนายนี่ ที่เกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด แม้ว่านายจะไม่เรียน ไม่ทำงาน แต่นายก็ใช้เงินของครอบครัวไม่หมดอยู่ดี นายไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่าย และการทำงาน” หลินหยุนไม่ได้รู้สึกขอบคุณเขาเพราะว่าเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ของเธอ

 

เฉิงหยูมองไปที่หลิน ยู่หาน แต่ก็ก็ไม่ได้มีความรู้สึกไม่พอใจอะไรและพูดออกมา “เธอเกลียดฉันมากเหรอ?”

 

หลินยู่หานตกใจกับท่าทางจริงจังของเฉิงหยู เธอเงียบคิดซักพักก่อนที่จะตอบ “ใช่ฉันเกลียดนายมาก ฉันเกลียดเวลาที่ฉันเห็นนายไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เคยคิดที่จะปรับปรุงตัว เอาแต่ร่อนไปทั่วหาพวกผู้หญิงและนายยังทำร้ายเธออีก นายมันเป็นพวกเจ้าชู้ และสุดท้ายก็อาศัยเบื้องหลังของครอบครัวตัวเอง”

 

เฉิงหยูจ้องตาของเธอ เขารู้สึกว่าดวงตากลมโตคู่นี้นั้นบริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้ มันไม่มีสิ่งเลวทรามใดๆเจือปนเลย

 

“พี่หยู พี่หยู มีเทพธิดาสุดสวยมาหาพี่” เจ้าอ้วนวิ่งขึ้นมาหาเฉิงหยูและพูดไปน้ำลายไหลไป

 

เฉิงหยูรู้ว่าเจ้าอ้วนนี่ชื่อว่า เชี่ยน จินเป่า ธุรกิจของทางบ้านมันคือโรงฆ่าหมู จากชื่อของเขาเฉิงหยูสามารถบอกได้ว่าครอบครัวของเขาหวังในตัวมันไว้มาก

 

“สาวสวย? เธอชื่อว่าอะไร?”

 

“เธอไม่ได้บอก แต่ว่าเธอสวยมากๆ นอกจากนี้เธอก็ยังรวยมาก เธอขับมาสเซราติและเธอกำลังรอพี่อยู่ข้างล่าง พี่หยู พี่ควรไปหาเธอไวๆ อย่าปล่อยให้เธอคอยนานเกินไป”

 

“ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ยว่านายจะรอบครอบกับผู้หญิงแบบนี้ ไม่เลว ไม่เลว คงได้เวลาซักที หานหาน ฉันจะต้องไปช่วยลูกแกะน้อยหลงทางก่อน เจอกันพรุ่งนี้นะ” เฉิงหยูไม่สนใจหลิน ยู่หานที่โกรธเคืองก่อนจะเดินออกจากห้อง

 

เชี่ยน จินเป่าทีอยู่ข้างๆก็ประหลาดใจ ไม่นานนั้นหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชมเลื่อมใส ลูกพี่เขาสุดยอด! แม่แต่นักเรียนดีเด่น เจ้าหญิงของโรงเรียนก็เสร็จเขา! เขาสัญญากับตัวเองว่าในอนาคตเขาจะต้องติดตามเฉิงหยู แล้วอนาคตเขาจะไม่มีที่สิ้นสุด!

 

เมื่อเขาเดินมาที่ทางเข้า เขาสังเกตว่าที่นั่นเต็มไปด้วยนักเรียน เขายืดตัวและมองออกไปเห็นว่ามีสาวสวยยืนอยู่ข้างรถสปอร์ต เธอไม่ใช่คนแปลกหน้า เธอคือหยางรั่วเสวี่ยที่เขาพบเมื่อวานนี่เอง เธอสวมชุดแจ๊คเก็ตชีฟองสีเขียวเข้มกระโปรงสีขาวยาวแบบสไตล์ตะวันตกกับแว่นกันแดดสีดำ เสื้อผ้าของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นนักธุรกิจทีมีความสามารถและมีประสบการณ์ ดุดัน ไม่แปลกใจเลยที่ชายหญิงจะเต็มห้องโถงและทั้งหมดตกตะลึง

 

หลังจากนั้นเฉิงหยูก็เดินไปหาด้วยท่าทางเจ้าชู้ก่อนที่ทุกๆคนจะแสดงความอิจฉาและมีสายตาซับซ้อนมองมา เขาเดินเข้าหาเธออย่างนุ่มนวล ขณะนี้หลิน ยู่หานมองออกมานอกหน้าต่าง แม้ว่าเธอจะอยู่บนชั้นสาม แต่ว่าสุภาพสตรีคนนั้นมีบรรยากาศที่ไม่ใช่ผู้หญิงปกติจะมีได้ หลังจากที่พวกเขาไปแล้วหลินยู่หานก็กลับไปที่ห้องเรียนอย่างเงียบๆ ใครจะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

 

“รั่วเสวี่ย มารับฉันไปเดทใช่มั้ย? ฉันได้ยินมาว่าตอนที่คู่รักที่จะไปเดทกันพวกเขาก็จะไปดูหนัง ไปดูหนังกันเถอะ” หลังจากที่เขามานั่งบนรถเขาก็พล่ามเรื่องไร้สาระอีกครั้ง

 

“นายอย่าเรียกฉันอย่างสนิทสนมแบบนั้นได้มั้ย?”

 

“ได้เลย รั่วเสวี่ย”

 

เฉิงหยูทำความเข้าใจในตัวหยางรั่วเสวี่ย จากเมื่อวาน หยางรั่วเสวี่ยประเมินเฉิงหยูเธอก็มีการแสดงออกกับเขาที่หลากหลาย

 

ตั้งแต่เริ่มเฉิงหยูบอกว่าใบสั้งยาที่อยู่ในมือเธอจะช่วยยืดเวลาตายให้ปู่เธอไปอีกหน่อย เธอรู้สึกว่า เฉิงหยูเป็นเด็กนักเรียนที่ไม่รู้กาละเทศะ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาชี้ข้อบกพร่องของใบสั่งยานั่นเป็นจุดๆเธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นชายลึกลับที่ไม่ได้มาจากโลกนี้ หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาคุยเรื่องราคา เธอคิดว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋นหลังจากที่เขาขอจูบเธอ เธอก็ตระหนักได้ว่าเขาเป็นคนเลวที่ต้องการหาประโยชน์จากเธอ จากนั้นเมื่อวานนี้ตอนเดินทางไปที่บ้านของเธอ เธอก็ตระหนักว่าเขาเป็นเพียงคนพาล เมื่อเขาบอกว่าเขามีสูตรและต้องการเป็นหุ้นส่วนเธอก็รู้สึกว่าเขากลับมาเป็นคนลึกลับอีกครั้ง หลังจากที่พูดถึงการแบ่งกำไรเธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนใจกว้าง เมื่อเขาอยู่ที่บ้านเธอก็รู้สึกว่าเขาไร้ยางอายมากๆ แม้ว่าเธอจะรู้จักเฉิงหยูแค่วันเดียว แต่หยางรั่วเสวี่ยก็ได้เห็นถึงความสามารถของเฉิงหยูที่มีหลากหลายบุคลิก เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนแบบเขา

 

สรุปแล้วบุคลิกของเฉิงหยูสำหรับหยางรั่วเสวี่ยก็คือ เขาเป็นสหายที่ใจกว้าง ไร้ยางอายเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นวายร้ายที่หื่นกาม!

 

ถ้าเฉิงหยูรู้ว่าหยางรั่วเสวี่ยวิเคราะห์เขาขนาดนี้เขาคงไม่รู้ว่าจะรู้สึกแบบไหนดี อาจจะขีดเส้นแบ่งระหว่างเขากับเธอ หรือไม่ก็ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา

 

ดังนั้นหลังจากที่เธอเข้าใจบุคลิกของเฉิงหยู เธอจะต้องกรองคำพูดของเฉิงหยูให้มากที่สุด และจะไม่ยอมให้ตัวเองโดนเขาปั่นหัว ด้วยวิธีนี้เธอต้องเป็นคนเริ่มบนสนทนาเสมอ มิฉะนั้นเธอก็จะตกอยู่ในเขาวงกตและไม่สามารถออกไปได้

 

“หม้อปรุงยาและสมุนไพรต่างๆอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อไรนายจะกลั่นยาให้ปู่ฉันได้?” หยางรั่วเสวี่ยถาม

 

“วันนี้แหละ อย่างไรก็ตาม ฉันขอเตือนเธอก่อน ตอนฉันกำลังกลั่นยาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ห้ามเข้ามาในห้อง ไม่จำเป็นต้องเสริฟอาหารให้ฉัน แค่รอให้ฉันออกมาเอง” เฉิงหยูพูดอย่างจริงจัง เมื่อกลั่นยาเขาไม่ควรประมาทข้อผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นเมื่อถูกขัดจังหวะ ถ้าเขาปรุงยาระดับสูงหรือระดับอมตะ บางทีอาจเกิดการระเบิดขนาดใหญ่

 

“ตกลง” เมื่อเธอเห็นเขาพูดอย่างจริงจังทำให้เธอรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

 

เมื่อพวกเขากลับมาที่วิลล่าของหยางรั่วเสวี่ย หลังจากที่เขาดื่มชาที่ป้าจางเตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้ว เฉิงหยูก็ไปที่ห้องที่หยางรั่วเสวี่ยเตรียมไว้ให้เขา การตกแต่งในห้องนั้นราบเรียบ มีหม้อปรุงยากับสมุนไพรที่เขาได้ขอจากหยางรั่วเสวี่ย

 

ยาตัวแรกที่เฉิงหยูจะกลั่นคือยาปราณจิต ปราณเซียนบนร่างของเขามีน้อยมากเพราะฉะนั้นมันจะไม่เสียเปล่าถ้าเขาใช้มันปรับแต่งยาธรรมดาๆ ยาปราณจิตสามารถเติมเต็มและฟื้นฟูลมปราณของเขาได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงหลอมยาปราณจิตเพื่อที่จะหลอมยาอื่นๆต่อ

 

หลังจากเขาใส่สมุนไพรที่จำเป็นในการหลอมยาปราณจิตลงในหม้อ เขาถ่ายเทปราณเซียนเข้มข้นลงในกองไฟด้านหน้าของเขา ไฟก็ลุกโชติช่วงดังเพลิงฟินิกซ์ นี่เป็นเปลวเพลิงจิตวิญญาณของเฉิงหยูที่เรียกว่า เพลิงหกจิตวิญญาณฟินิกซ์ เพลิงของเขานั้นเป็นเพลิงชนิดนึงที่มีพลังมากว่าเพลิงสมาธิ เป็นเพลิงระดับสูงซึ่งเป็นสิ่งที่เฉิงหยูสร้างขึ้นมานอกจากนั้นเฉิงหยูยังมีเพลิงโอสถอันดับหนึ่งของโลกอมตะ เพลิงเก้ามังกรอมตะเปลวเพลิงเหล่านี้ช่วยให้เฉิงหยูกปรับแต่งยาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญที่สุดคืออัตราส่วนความสำเร็จในการปรุงยาด้วยไฟเฉพาะของเขาคือ 100% นั่นคือเหตุผลที่เฉิงหยู เป็นจ้าวโอสถที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในโลกเซียนอมตะ เปลวเพลิงทั้งสองนี้ทำให้เขาถูกลอบสังหารหลายครั้งในโลกนั้น ยังไงก็ตามหลังจากถูกหลอกโดยใครบางคนเขาถูกบังคับให้กลับมาเกิดในโลกนี้ ถึงอย่างไรเฉิงหยูก็ไม่สนใจชีวิตก่อนหน้านี้มากนัก เพราะโลกนี้มีดีกว่าโลกอมตะเยอะ เว้นแต่ถ้าเฉิงอยู่หาทางกลับไปได้ เขาก็จะไปแก้แค้นพวกมัน

 

เฉิงหยูคุมเพลิงหกวิญญาณฟินิกซ์ไว้บนฝ่ามือ ทันทีนั้นเกิดเพลิงลุกไหม้ในเตา ราวกับว่าเพลิงนั้นมี

ชิวิตมันบินตรงไปยังก้นหม้อและเปลี่้ยนเป็นเปลวเพลิงที่แตกต่างกันหกอย่างภายใต้เตาปรุงยา ขณะที่เขาหมุนวนและโหมเปลวเพลิงในหม้อปรุงยา

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เฉิงหยูได้เรียกเพลิงจิตวิญญาณของเขากลับมา “เปิดออก!” ฝาหม้อปรุงยาบินขึ้น ทันใดนั้นห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งโอสถ เมล็ดยาลอยเป็นสายออกจาหม้อและค่อยๆตรงเข้าไปในขวดยาที่เฉิงหยูเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ มันมีทั้งหมด 64 เม็ด

 

เฉิงหยูเอายาออกมาเม็ดนึง ยาเม็ดนั้นเต็มไปด้วยแสงมันวาวแสดงว่าเป็นยาชั้นยอด เขากินมัน ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณ หลังจากนั้นเขาก็โยนส่วนผสมที่เขาต้องการลงไปในหม้อ เขาโคจรปราณจิตวิญญาณผ่านร่างควบแน่นลงไป เขาใช้ปราณจิตของเขาแทนเพลิงฟินิกซ์ เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่เคย แต่นี่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพท์ของเม็ดยา ครั้งนี้เขาปรุงยานานขึ่้น เขาใช้เวลาสองชั่้วโมงในการปรุงยาเม็ดผันแปรเก้าเม็ด ขณะที่เขาเอายาเข้าขวด เฉิงหยูก็ปรุงเม็ดยาคืนความเยาว์วัย ,ยาเยาว์วัยชั่วนิรันด์, ยาเม็ดวิญญาณ, ยาเสริมแกร่งจิญวิญญาณ และยายืดอายุไข (TL : เยอะแท้)

 

เป็นเวลาประมาณ 21.00 น.ที่เฉิงหยูออกจากห้องอย่างมีความสุข

 

“ฮิๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เธอไม่ควรจะจูบฉันเหรอ?” เฉิงหยูหัวเราะ

 

“ฉันทำตามสัญญาแน่ แต่ก็ต้องเป็นตอนที่ปู่ของฉันหายแล้ว” หยางรัวเสวี่ยยิ้ม

 

เฉิงหยูนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับยิ้มและมองไปที่หยางรั่วเสวี่ย เธอทั้งกังวลและตื่นเต้น “เอายามาสิ!” เมื่อเธอเห็นท่าทางน่าหงุดหงิดของเฉิงหยูแล้วเธอก็ตะโกนขอเสียงดัง

 

เฉิงหยูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและหยิบเม็ดยาออกมา ทันทีที่เขาเทเม็ดยาออกจากขวดยาก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปหมดทำให้พวกเขารู้สึกสดชื่้น

 

หยางรั่วเสวี่ยรีบคว้ายามาจากมือเขาขณะที่เอาเข้าใกล้จมูกและลองสูดดม ยาเม็ดนี้มีกลิ่้นหอมมากและผิวของเม็ดยายังมันวาว เธอไม่รู้ว่ายาเม็ดนี้สามารถกินได้จริงรึเปล่า

 

“ยาเม็ดนี้รักษาคุณปู่ได้จริง?” หยางรั่วเสวี่ยถามอย่างหวาดระแวง

 

“เธอรู้ชื่อยารึเปล่า? มันเรียกว่าเม็ดยาผันแปร ตราบที่มนุษย์ยังหายใจ ไม่ว่าจะป่วยยังไง บาดเจ็บยังไง ยาก็จะสามารถรักษาได้หายดี แน่นอนว่าถ้าเธอไม่เชื่อเธอก็ไม่ต้องให้คุณปู่เธอกินก็ได้” เฉิงหยูกล่าวอย่างยโส

 

“มือคู่นี้ดูนุ่มนวลและเต่งตึง” เมื่อเขาเห็นหยางรั่วเสวี่ยยื่นมือมาทางเขา เฉิงหยูก็จับมือเธอทันทีและหัวเราะ

 

“เอามาให้ฉัน!” หย่างรั่วเสวี่ยยื่นมือของเธอเข้าข้างหน้าเฉิงหยูอีกรอบและถาม

 

“หมายความว่าไง?” เฉิงหยูถามงงๆ

 

“นายกลั่นยาเป็นขวด แต่นายให้ฉันเม็ดเดียว นี่ไม่สมเหตุสมผลไปหน่อยรึไง!” หยางรั่วเสวี่ยพูด

 

“เธอคิดว่ายาเม็ดนี้มันเป็นลูกอมรึไง? เธอรู้ความสำคัญของเม็ดยาผันแปรรึเปล่า? ยาตัวนี้ทุกเม็ดมีค่าเท่ากับชีวิต มนุษย์อย่างเธอเรียกเม็ดยานี้ว่าเม็ดยาเซียนอมตะ นั่นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย” เมื่อเฉิงหยูเห็นหยางรั่วเสวี่ยอยากได้ยาอีก เขารู้สึกไม่ดี เฉิงหยูปรุงยาเม็ดนี้หลายเม็ดเพราะว่าวัตถุดิบที่นำมา แต่ว่าวัตถุยิ่งหายาก สิ่งนั้นมันก็ยิ่งมีค่า นี่เป็นความจริงมาตั้งแต่สมัยโบราณในโลกแห่งเซียนอมตะ ไม่ได้ขาดยาชนิดนี้ แต่ว่าสำหรับมนุษย์ธรรมดา มันสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยใดๆก็ได้ อย่างไรก็ตามในโลกเซียนอมตะ มันเป็นแค่ยาพื้นฐานไม่มีประโยชน์อะไรมากมายสำหรับพวกเขา

 

“สมุนไพรทั้งหมดที่ใช้ปรุงยานั้นหายากมาก ฉันใช้เวลาหาทั่วโลก และราคามันก็สูงลิบ นายไม่คิดว่าจะให้ยาฉันอีกซักหน่อยกับความพยายามของฉันหน่อยหรือ”

 

“เอาล่ะ เพราะเราเป็นหุ้นส่วนกัน ฉันจะให้เธออีกเม็ด เธอจะต้องเก็บรักษาอย่างนี้เพราะงั้นถ้าประสิทธิภาพของมันหายไปอย่าโทษฉันล่ะ” เฉิงหยูรินยาออกมาจากขวดอิกเม็ดนึง

 

ติดตามได้ที่แฟนเพจ Godlystudent – นิยายแปล