0 Views

“ฮ่าๆ ลูกพี่ลูกน้อง วันนี้นายสุดยอดไปเลยเมื่อฉันเห็นเขากรีดร้องแบบนั้น มันช่วยระบายความโกรธของฉันได้ดีที่เดียว” จ้าวหยุนฟางหัวเราะขณะขับรถบนถนน

 

“ฮิๆ เขากล้าที่จะมาแกล้งเจ้าหญิงน้อยของเราได้ยังไง ฉันไม่ได้บอกเธอเมื่อเช้าเหรอว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอไม่ได้อยู่ในสภาพปกติเมื่อตอนนั้น ตอนนี้เห็นรึยังล่ะ ถ้าครั้งต่อไปเขากล้าที่จะข่มเหงเธออีกอย่าลืมบอกฉัน ฉันจะซักมันจนกว่าที่มันจะรักตัวกลัวตายเลย” เฉิงหยูมีความสุขมากกับความรู้สึกที่มีครอบครัวที่ดูแลซึ่งกันและกันมันดีแค่ไหนไม่เหมือนกับตอนที่เขาเป็นเซียนอมตะ กว่าที่เขาจะรู้ตัวมันก็ผ่านไปเป็นหลายพันปีแล้ว

 

“อื้ม อื้ม ลูกพี่ลูกน้องสุดยอดที่สุดเลย!” จ้าวหยุนฟางมีความสุขมากๆ จากการที่เธอเห็นซูตงหยวนโดนซัดจนหมอบ ตอนนี้เธอมองเฉิงหยูดีขึ้นจากการที่เริ่มรู้จักเฉิงหยูมากขค่น เมื่อก่อนนั้นเฉิงหยูอยู่บ้านของเธอมาแรมปี แต่พวกเขาไม่ค่อยได้พูดคึยกัน อย่างแรกเลยเพราะว่าจ้าวหยุนฟางไม่ชอบท่าทีเย็นชาและหยิ่งยโสของเขา และรวมถึงเรื่องที่เขาเคยทำไม่ดีกับผู้หญิงมากมาย ประการที่สองคือเฉิงหยูไม่ได้คุยกับจ้าวหยุนฟางมากนัก เขามักจะออกไปล่าเด็กสาว และเสียเวลาไปกับไนท์คลับ แม้แต่ตอนไปโรงเรียนเขาก็มักจะนั่งแท๊กซี่ไปเองเสมอ เมื่อไม่กี่วันก่อนเฉิงหยูได้บังเอิญเจอจ้าวหยุนฟางถูกซูตงหยวนรังแก ดังนั้นเขาจังพยายามช่วยเธอจนบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เธอไม่คาดคิดว่าหลังจากหาย เค้าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาไม่เพียงแต่พูดคุยกับเธอบ่อยขึ้นเท่านั้น เขายังมีอารมณ์ขันมากขึ้น นอกจากนี้ก่อนและหลังเลิกเรียนเขายังกลับกับเธอ เขาเริ่มดูแลลูกพี่ลูกน้องของเขามากขึ้นถึงแม้เขาจะทำตัวแปลกๆและนิสัยเสียอยู่ แต่ว่าสำหรับคนที่ไม่เคยได้รับความรักจากพี่น้องอย่างเธอลำพังความอบอุ่นนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากในวันนี้

 

เมื่อมาถึงบ้านแม่และป้าของเฉิงหยูนั่งอยู่บนโซฟาของห้องนั่งเล่น ดูเหมือนว่าลุงของเขาจะยังไม่กลับมา เมื่อพวกเธอเห็นเฉิงหยูกลับมาแม่ของเฉิงหยูได้นำชามขนมสองสามใบมาให้พวกเขาทันที เมื่อเห็นความรักของมารดาเฉิงหยูก็รู้สึกสงสารเธอที่ไม่รู้ว่าลูกชายของเธอนั้นเสียชีวิตไปแล้ว และที่อยู่ตรงหน้าของเธอนั้นเป็นคนอีกคน

 

บนโต๊ะอาหารเขามองไปที่แม่ของเขาตักอาหารใส่จานของเขา หัวใจของเฉิงหยูได้สั่นคลอย หลังจากที่เขาได้มาอยู่ในร่างของลุกชายเธอ เขาต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับความสำพันธ์ของเจ้าของร่างกายนี้ ในอนาคตโลกนี้จะเป็นโลกของเขา หัวใจของเฉิงหยูที่ไม่เคยกังวลมาก่อนก็ค่อยๆปรับตัวเข้ากับครอบครัวและร่างกายใหม่นี้

 

“แม่จะกลับเมืองหลวงเมื่อไหร่?” หลังจากที่มาที่โลกนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแม่ แต่มันก็ไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดเลย

 

เมื่อเธอได้ยินเขาเรียกเธอว่าแม่หลังจากฟื้นจากการบาดเจ็บ เธอก็รู้สึกมีความสุขและกระปี้กระเปร่า เธอตักอาหารใส่จานของเฉิงหยู “แม่จะอยู่ที่นี่อีกสองสามวันเพื่อดูแลลูก”

 

“ดูแม่สิ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ผมรู้ว่าควรดูแลตัสเองยังไง แล้วแม่ก็ยุ่งมากด้วย แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมหายแล้วแม่ก็เห็น”

 

“อะไร? ลูกหายดีแล้ว? แล้วลูกรู้สึกดีมากเหรอที่ไล่แม่เนี่ย?”

 

“ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง แต่ว่าผมรู้ว่าแม่พักงานสำคัญในเมืองหลวงเอาไว้ แต่ยังไงก็ตามผมมีบางอย่างจะบอกแม่”

 

“อะไร? ลูกต้องการเงินอีกใช่มั้ย? หยุดคิดได้เลย คุณปู่ของลูกสั่งแม่ไว้แล้วว่าให้เข้มงวดกับลูกเรื่องการใช้เงิน” หยางชี่เฟิงกล่าวอย่างเคร่งครัด

 

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แค่ผมต้องการออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง” เฉิงหยูมองไปที่แม่ของเขาและพูดอย่างจริงจัง

 

“ไม่มีทาง” ตอนที่เฉิงหยูพูดจบแม่เขาก็ปฎิเสธทันที

 

“ทำไมล่ะ? ผมโตแล้ว และสามารถดูแลตัวเองได้ นอกจากนี้ ต่อไปนี้ผมไม่ต้องการเงินจากแม่ในอนาคตผมต้องการที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองในตอนกลางคืน และที่นี่มันก็ห่างไกลกับโณงเรียนทำให้ผมไม่สะดวก”  เฉิงหยูเริ่มพูดโน้มน้าวอีกครั้ง

 

“เมื่อถึงตอนนั้นแล้วฟางฟางจะมากับลูกที่โรงเรียนหรือป้าของลูกจะซื้อรถให้ลูก” แม่ของเฉิงหยูกล่าว

 

“ไม่!” เฉิงหยูและจ้าวหยุนฟางปฎิเสธข้อเสนอในเวลาเดียวกัน

 

“ฮืๆ แม่เห็นมัยว่าลูกพี่ลูกน้องของผมไม่เต็มใจ นอกจากนี้ผมก็ลำบากเหมือนกัน”

 

“ไม่ว่ายังไง แม่ก็จะไม่ยอมให้ลูกอยู่คนเดียว ถ้าลูกไม่สามารถหาเหตุผลมาโน้มน้าวใจแม่ได้” หยางชี่เฟิงกล่าวอย่างเด็ดขาด

 

“เอาล่ะ ผมมีธุรกิจของตัวเองต้องดูแล และผมต้องการอิสระ ผมจะยุ่งมากเพราะมีหลายอย่างต้องทำ ผมไม่สามารถกลับบ้านตรงเวลาได้ ไม่เพียงนี้จะลำบากมากเท่านั้น คุณป้าก็จะลำบากด้วย” เฉิงหยูตั้งใจอย่างมาก เข้าจะต้องอยู่คนเดียว หรือ เขาจะต้องไปทำงานให้หยางรั่วเสวี่ยอีก

 

“ธุรกิจ? ธุรกิจประเภทไหน? ในตอนนี้การเรียนลูกสำคัญที่สุด”

 

“เราไม่ได้เรียนเพื่อหาเงินเหรอแม่? ขณะนี้ผมสามารถหาเงินได้มากแล้ว”

 

“บอกแม่ว่าลูกทำธุรกิจแบบไหน? ถ้าแม่พบว่ามันอาจจะเป็นไปได้ แม่จะอนุญาติให้ลูกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้”

 

“ได้! แม่รู้จักบริษัท หวานเหม่ยกรุ๊ปรึเปล่า?” เฉิงหยูถาม

 

“แน่นอน นั้นเป็นบริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดของหยุนไห่ และประธานของพวกเขาคือ หยางรั่วเสวี่ย เธอยังเป็นที่รู้จักในชื่อเทพธิดาแห่งธุรกิจในหยุนไห่” ป้าของเฉิงหยู เฉิง เม่ยเหยียนกล่าว

 

“ไม่เลว วันนี้ผมได้ตกลงธุรกิจกับเธอ อีกไม่กี่งันผมจะเซนสัญญาหุ้นส่วนกับเธอ ตอนนี้ผมไปอยู่คนเดียวได้รึยัง?”

 

“เป็นหุ้นส่วนกับเธอ? หุ้นส่วนแบบไหน?” เฉิงเม่ยเหยียนถามเฉิงหยูอย่างสงสัย หยางชี่เฟิงก็อยากรู้เช่นกัน

 

“ผมมีสูตรเครื่องสำอาง อีกไม่กี่วันผมจะสร้างตัวอย่าง ผมได้ตกลงกับเธอวันนี้ และกำไรของเราแบ่งครึ่งกัน ถ้าแม่คิดว่าผมเป็นเด็กที่จะก่อปัญหาแล้วแม่คิดว่าหยางรั่วเสวี่ยจะมาร่วมทำเรื่องโง่ๆนี่กับผมทำไม?”

 

“ลูกไปได้สูตรนี้มาจากไหน? ถ้าลูกร่วมมือกับเธอจริงๆลูกต้องให้แม่เห็นสัญญาที่ลูกเซ็น และแม่สัญญาว่าจะให้ลูกอยู่คนเดียวได้”

 

“ตกลง! สูตรมาจากไหนไม่ต้องรู้หรอก แม่รู้แค่ว่าผมไม่ได้โขมยหรือแย่งมาก็พอ เมื่อสินค้าเข้าสู่ตลาดผมจะทำให้ทุกคนประหลาดใจจนแทบบ้าไปเลย แม่จะกลายเป็นพยานในการกำเนิดของผลิตภันฑ์เสริมความงามที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาลจนวุ่นวายไปทั้งโลก” เฉิงหยูยิ้มแย้มแจ่มใส

 

“ลูกรู้สึกแปลกๆอะไรรึเปล่าวันนี้ ดูเหมือนลูกประหลาดๆนะ?” หยางชี่เฟิงถามเมื่อเห็นสิ่งที่เฉิงอยู่กล่าวมันดูบ้าบอมาก

 

“เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อนละกัน ผมจะกลับไปนอนที่ห้องแล้ว” เฉิงหยูก้าวขึ้นบรรไดเพื่อไปยังห้องของเขา

 

วันรุ่งขึ้นระหว่างทางไปโรงเรียน “ลูกพี่ลูกน้อง เมื่อวานนายพูดจริงเหรอ?” จ้าวหนุนฟางถามเฉิงอยู่ขณะขับรถ

 

“อะไรล่ะ?”

 

“ที่ว่าเป็นหุ้นส่วนกับหวางเหม่ยกรุ๊ป!”

 

“แน่นอนว่าจริง ลูกพี่ลูกน้อง ฉันจะโกหกเธอทำไม?”

 

“มันเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทไหน ฉันใช้มันได้รึเปล่า?”

 

“สาวน้อย เธออายุเท่าไรเชียว? ทำไมเธอต้องใช้ของพวกนี้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีไว้สำหรับสุภาพสตรีที่ค่อยข้างมีอายุ อีกไม่กี่วันเธอก็จะรู้เอง เธอควรรอจนกว่าจะอายุ20นะ เมื่อผิวของเธอนั้นอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดก่อนที่เธอจะเริ่มใช้ ลูกพี่ลูกน้องของเธอการันตีได้เลยว่าเธอจะงามตลอดกาล เมื่อลูกพี่ลูกน้องเธอเริ่มทำเงินอะไรก็ตามที่เธออยากได้ ไว้ฉันจะซื้อให้”

 

“จริงรึเปล่า!? ฉันขอรถใหม่ได้ด้วยเหรอ!!”

 

“แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่าคันไหนที่เธอต้องการ เราจะซื้อมันให้หมด” เฉิงหยูพูดอย่างโอ้อวด

 

“ฮิๆ ลูกพี่ลูกน้องฉันเยี่ยมที่สุด! ฉันหวังว่านายจะหาเงินได้เร็วๆ”

 

หลังหลังจากนั่งลงบนเบาะแล้วเฉิงหยูก็มองไปที่ หลิน ยู่หานที่กำลังแก้โจทย์อยู่อย่างจริงจังและพูดว่า “ขอฉันยืมหนังสือซักเล่มหน่อย”

 

“ไม่” หลินยู่หานไม่สนใจขณะที่ยังแก้โจทย์ต่อไป

 

“ทำไมล่ะ?” เฉิงหยูงงงวย เมื่อวานเธอยังให้เขายืมหนังสืออยู่เลย

 

“ไม่มีเหตุผล ฉันแค่ไม่อยากให้นายยืม”

 

“โอ้ รู้ละ เธออิจฉาฉันนี่เอง เธออยากรู้มั้ยว่าทำไมฉันได้มีความทรงจำแบบภาพถ่าย? จริงๆแล้วมันง่ายมากตราบที่เธอเป็นแฟนฉันและท่องชื่อฉันในใจร้อยครั้งทุกวัน ฉันรับประกันได้เลยว่าเธอจะมีความสามารถนี้ด้วย”  เฉิงหยูหัวเราะ

 

เมื่อเธอได้ยินว่าการมีความทรงจำแบบภาพถ่ายทำได้ง่ายๆทำให้เธอเริ่้มเก็บประกาของเธอและเริ่มฟังอย่างจริงจัง แต่เธอไม่คาดว่าเธอจะโดนเฉิงหยูล้อเล่น เธอไม่สนใจและทำโจทย์ของเธอต่อ

 

“เธอโกรธ? อ้า ฉันควรจะบอกความจริง ที่จริงนี่เป็นความสามารถตั้งแต่เกิดของฉัน เธอคิดว่าคนที่ทั้งหลอเหล่าและสง่างามอย่างฉันจะธรรมดา? เป็นเช่นนั้นสวรรค์จะถูกตำหนิได้ เธอคิดว่าฉันพยายามหลอกเธอ? แต่จริงๆแล้วเธอไม่เข้าใจฉันเลย ทุกๆคนเห็นด้านที้เหลาะแหละไม่เอาจริงเอาจังของฉันเท่าทั้น รอจนกว่าเธอจะรู้จักฉันมากขึ้นแล้วเธอจะเห็นด้านที่น่าเครารพเหมือนกัน” เฉิงหยูกล่าวอย่างไร้ยางอาย เขาทำตัวราวกับว่าเป็นนักบวชศักดิ์สิทธิ์ที่เผยแผ่คำสอนของเขาไปทุกหนทุกแห่งเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้พ้นกรรม

 

เจอกับความไร้ยางอายของเฉิงหยู หลินยู่หานไม่สนใจเขาและยังแก้โจทย์ต่อไป

 

“ขอฉันยืมหนังสือเถอะนะ” เมื่อเขาเห็นหลินยู่หานไม่สนใจเขา เฉิงหยูจึงขออีกครั้ง

 

“ไม่ หนังสือของฉันมีไว้สำหรับคนธรรมดาเท่านั้น ฉันจะไม่ให้กับเทพหรือเซียนที่ไหน ฉันไม่สามารถให้นายเผยแพร่คำสอนเป่าหูทุกคนได้ เพราะถ้านายเป็นเทพเซียน ทำไมนายยังต้องใช้ของพวกนี้!” หลินยู่หานแดกดัน

 

“ยู่หาน” เฉิงหยูเรียกอย่างสนิทสนม

 

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น!!” หลินยู่หานมองแรงไปที่เฉิงหยู

 

“หานหาน”

 

“เรียกชื่อเต็ม หรือ นักเรียนหลิน!”

 

“หานหาน อย่างพูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลสิ”

 

“ฉันไม่ได้สนิทกับนายขนาดนั้น!”

 

“หานหาน เธอทำร้ายหัวใจของฉันจริงๆ เราเป็นเพื่อนกันมาครึ่งปี และตอนนี้เธอบอกว่าเธอไม่สนิทกับฉัน ใจของฉันกำลังปวดร้าวราวกับมีดกำลังบาดอยู่ในนั้น เจ็บปวดจัง” เฉิวหยูปิดหน้าอกและพูดด้วยความทุกข์ทรมาน

 

หลินยู่หานก้มหัวลงและทำโจทย์ของเธอต่อไป

 

“หานหาน ขอยืมหนังสือหน่อย”

 

เธอยังคงเมินเขาและเงียบ

 

เมื่อเขาเห็นหลินยู่หานไม่ให้ยืมอีกต่อไป เฉิงอยู่ก็อยู่เงียบๆและเอามองเท้าหัวและมองไปที่หลินยู่หานที่กำลังแก้โจทย์ ตอนแรกก็ไม่เป็นไร แต่หลังจากนั้นไม่นาน หลินยู่หานก็ทนความกดดันไม่ได้ ในขณะที่เธอกำลังแกเปัญหาด้วยใบหน้านี่โกรธเคือง เธอหันไปทางเฉิงหยูและกำลังจะด่าเขา อย่างไรก็ตามเธอไม่คิดว่าเฉิงหยูนอนหลับไปแล้ว น้ำลายไหลออกมาจากมุมปากของเข หลินยู่หานหัวเราะ มันกลับกลายเป็นความสงสัยเกี่ยวกับผู้ชายไร้ยางอายที่พึ่งพยายามทำให้เธอโกรธ

 

เฉิงหยูนอนหลับสนิท เมื่อเขาอยู่ในโลกเซียนอมตะ เฉิงหยูไม่เคยนอนหลับสนิทเลยซํกครั้ง ทุกครั้งที่เขานั่งสมาธิหรือฝึกตนในรูปแบบการนอน แต่ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็ต้องระวังศัตรูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านก็ตาม อย่างไรก็ตามหลังจากเดินทางมาถึงโลกใบนี้แล้วมันก็ไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกจ่อไป แม้ว่าคนที่นี่้ไม่ได้มีระดับการฝึกตนอยู่ในระดับสูง หรือมีชีวิตที่ยาวนาน แต่ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความสุข เรียบง่ายและมีความสุข

 

ติดตามผู้แปลได้ที่เพจ Godly student – นิยายแปล