0 Views

“อะไรกัน? นายไม่แม้แต่จะจำครูประจำชั้นของนายได้? เฉิงหยู  นายนี่มันเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาเลย!” เหยาหน่าพูดแดกดัน

 

“ครูประจำชั้น? ครู? โรงเรียนมีครูจริงๆด้วยสินะ ทำไมผมไม่เคยเจอครูคนอื่นมาก่อนเลย?”

 

เรื่องนี้จะโทษเฉิงหยูทั้งหมดไม่ได้ เพราะว่าชีวิตก่อนหน้านี้เขายากจนเกิดไป และไม่เคยไปโรงเรียนเอกชนมาก่อน เมื่อเขาถูกอาจารย์นำไปสู่โลกอมตะไม่นั้น เขาก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์อีกเลย เขาจึงไม่เคยเจอครูจริงๆมาก่อน สำหรับเจ้าของร่างกายคนเก่านี้ เขาไม่เคยทำหนังสือมาเรียน เขาไม่มีความคิดที่จะเรียน เขามักจะเดินไปทั่วเมื่เห็นสาวสวยเขาก็จะเดินไปม่อเธอ ถ้าไม่มีอะไรทำเขาก็จะออกจากโรงเรียนไปที่คลับหรือบาร์

 

เขาไม่แม้แต่จะจำเพื่อนร่วมชั้น แล้วเขาจะทำครูที่ประจำชั้นของเขาได้ยังไง?

 

นักเรียนมัธยมปลายปี3ที่กำลังจะจบนั้น ใช้เวลาครึ่งหลังของปีส่วนใหญ่ในการติวสอบระดับชาติ หมายความว่าเฉิงหยูอาจจะไม่เจอครูซักคนเลยก็ได้ในตอนที่อยู่ในโรงเรียน เฉพาะช่วงบ่ายและตอนกลางคืนเท่านั้นที่ครูจะมาช่วยตอบคำถามหรือว่าเรื่องการบ้าน

โชคไม่ดีนีกทีเฉิงหยูใช้เวลาในโรงเรียนอย่างมีค่ามากกว่าเจ้าของร่างคนเก่า แม้จะเป็นอย่างนั้นก็ตาม เฉิงหยูนั้นไม่เคยเข้าเรียนตอนบ่าย แม้กระทั่งเมื่อวานครูก็มา แต่ว่าเขานอนหลับอยู่ด้านหลังหลินยู่หาน คุณครูก็ได้ปิดตาข้างหนังของการกระทำของชายหนุ่มผู้ร่ำรวย การไปยั่วยุพวกเขานั้นอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการปล่อยให้พวกเขานอนในห้องเป็นตัวเลือกที่ดี ตราบเท่าที่เขาไม่ก่อความวุ่นวายต่อนักเรียนคนอื่น บรรดาครูก็จะเพิกเฉยต่อพวกเขา ดังนั้น เฉิงหยูจึงได้เรียนรู้จากครู ในวันนี้นี่เอง

 

“ฮ่าๆ เป็นคุณครูนี่เอง ยินดีที่ได้พบครับ พอดีผมตื่นเต้นไปหน่อยตอนผมเห็นผู้หญิงที่มีสเน่ห์แบบคุณ ผมเกือบจะโดนความปราถนาของตัวเองครอบงำซะแล้ว” เฉิงหยูพูด เขาไม่เคยกลัวผู้หญิงโดยเฉพาะสาวสวย เฉิงหยูเชื่อว่าตราบที่เป็นผู้หญิงแล้วเขาก็จะสามารถพิชิตได้

 

“ครูยินดีที่เธอชมนะ ในเมื่อเธอมีความสุขมากๆ ฉันก็จะบอกข่าวดีให้เธอ การสอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ ถ้าเธอสอบตกภาษาอังฤษ ฉันจะทำให้เธอรู้เองว่านรกเป็นยังไง” เหยาหน่าพูดอย่างโกรธเคือง ก่อนจะหยิบกระเป๋าและออกจากห้องเรียน

 

เมื่อเจ้าอ้วนเห็นว่าครูออกไปเขาก็รีบวิ่งมา “บอส! คุณน่ากลัวมาก! คุณกล้าที่จะหยอกล้อครูประจำชั้น! แต่ทำไมคุณถึงดูหล่อกว่าเดิมทุกวัน? พี่กินยาอมตะรึเปล่า? ถ้าพี่มีอย่าลืมผมด้วยล่ะ ผมขอมันด้วยซักนิดนึง”

 

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเจ้าอ้วนเขาก็ตะลึง ไม่นานจากนั้นเขาก็เข้าใจ เพราะเข้ามาถึงเขตแดนก่อตั้งรากฐาน ในทางทฤษฎีแล้ว อาจจะพูดได้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป  ถ้าคนอื่นมองที่นิสัยของเขา ก็จะรู้ว่าเขาไม่เหมือนเดิม เมื่อใดที่พวกเขามองที่เฉิงหยู พวกเขาก็จะรู้สึกว่ามันมีความรู้สึกลึกลับวนอยู่รอบๆตัวเขา มันคงเหมือนกับว่าเขายืนอยู่ที่นั่น แต่ไม่สามารถสัมผัสถึงเขาได้

 

“ไม่มีปัญหา การตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของนายคือการตัดสินใจติดตามฉัน อ้อใช่แล้ว คุณครูชื่อว่าอะไร?” เฉิงหยูรู้สึกว่าเจ้าอ้วนไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร และเขายังเป็นที่โปรดปรานของเฉิงหยู

 

“คุณพูดจริง? บอส คุณไม่รู้จักเธอจริงๆ?”  เอาช่วยเชี่ยนรู้สึกประหลาดใจ ตอนแรกเขาคิดว่าเฉิงหยูทำแบบนั้นเพื่อแกล้งเธอ เขาไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะไม่รู้จักครูประจำชั้นของเขาจริงๆ!

 

“ถ้าฉันรู้จักเธอฉันจะถามนายทำไม?” เฉิงหยูกล่าวอย่างเศร้าๆ

 

“เธอชื่อว่าเหยาหน่าเป็นครูประจำชั้นของเรา และเธอยังเป็นครูสอนภาษาอังกฤษของเราด้วย”

 

“โอ้..พื่้นหลังเธอเป็นยังไง?”

 

“เธอพึ่งเรียนจบจากมหาลัย อย่างไรก็ตามนั่นแหละที่เป็นตัวอย่างว่าเธอโดดเด่นแค่ไหน อั๊ย!? พรุ่งนี้เป็นวันสอบครั้งแรกแล้ว ผมเดาว่าผมคงทุกข์ทรมานกับความโกรธของพ่ออีกครั้ง บางทีหลังจากจบมัธยม ผมคงต้องไปสานต่อธุรกิจของพ่อจริงๆ” เจ้าอ้วนเชี่ยนกล่าวอย่างแป่วๆก่อนที่จะกลับไปยังที่หนังของเขา

 

เขามองไปที่เจ้าอ้วนเชี่ยนที่กำลังกังวล เฉิงหยูนั่งลงบนเก้าอี้แล้วพึมพำว่า

 

“เขากล้ามากจริงๆที่จะเข้าร่วมการสอบระดับประเทศ เขาอาจจะตามรอยธุรกิจของพ่อเขาและไปช่วยฆ่าหมู! แต่อย่างไรก็ตาม จากไขมันของเขา เขาอาจจะโดนหมูฆ่าแทน! ดูเหมือนว่าฉันจะต้องช่วยเขาซักหน่อย”

 

เฉิงหยูคิดที่จะให้เจ้าอ้วนกินยาจิตวิญญาณ ยาเม็ดแรกที่เขาปรุงมันในบ้านของหยางรั่วเสวี่ย  มันสามารถเพิ่มความสามารถในการจดจำของบุคล อนึ่ง มันก็เกี่ยวกับพื้นฐานของคนๆนั้นด้วย ถ้าพื้นฐานของเขาดีอยู่แล้ว เม็ดยานี้จะทำให้พวกเขาได้รับความทรงจำแบบภาพถ่าย นี่เป็นหนึ่งในผลิตภันฑ์ที่เฉิงหยูต้องการทำข้อตกลงเพื่ิอขายกับหยางรั่วเสวี่ย อย่างไรก็ตามเธอกำลังยุ่งอยู่กับยาคืนความเยาว์วัยและยาเยาว์วัยรั่วนิรันดิร์ อย่างไรก็ตาม เขากะจะให้สูตรยาจิตวิญญาณหลังจากยอดขายของยาสองเม็ดแรกมีเสถียรภาพแล้ว การมียาในตลาดมากไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี

 

“นายพึมพำอะไร?” ในขณะนี้หลินยู่หานถามเบาๆ

 

“อ่า..หานหาน ถ้าฉันจำไม่ผิดนี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดกับฉันก่อน มีความสุขจริงๆ ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเธอจะพิชิตใจฉันได้อย่างรวดเร็วแน่”

 

ขณะที่เฉิงหยูตอบเธอหลินยู่หานก็หน้าแดงขณะที่หันหน้าหนีอย่างเขินอาย

 

“ฮ่าๆ หานหาน ทำไหมเธอหน้าแดงง่ายนักล่ะ ? เธอเขินเหรอ? ฉันจำได้ว่าเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย”

 

“เป็นยังไง?”

 

“ก่อนหน้านี้เธอโกรธง่ายเพราะเธอดูถูกฉัน แม้ว่าบางครั้งเธออาจจะประหลาดใจกับการกระทำของฉัน แต่เธอก็เมินฉันบ่อยๆ แต่เธอก็อยากให้ฉันกวรนเธอ เธอรังเกียจที่จะพูดกับฉันแต่ว่าเธอก็แสดงให้เห็นร่องรอยของความรักด้วย”

 

“ใครแสดงความรักต่อนาย! อย่าพูดเหลวไหล!”  หลินยู่หานกล่าวด้วยความโกรธ (TL : ผู้หญิงเรื่องนี้มันซึนทุกคนเลยรึไงวะ)

 

“ฮ่าๆ แม่เธอกินยาแล้วรึยัง?”

 

”ใช่ ตอนแรกเธอไม่กล้ากิน ตอนที่ฉันบอกว่าฉันก็กินมันแล้วเธอก็ยังไม่เต็มใจ นอกจากนั้นเธอบอกว่าจะไปตรวจร่างกายทีหลัง อย่าน้อยใจไปล่ะ” หลินยู่หานกล่าวอย่างงุ่มง่าม หลังจากที่เฉิงหยูใช้ยาเม็ดอันลำค่าเพื่อช่วยเธอ แต่ก็ก็ยังไม่มีความั่นใจในตัวเขา

 

“ฮ่าๆ น้อยใจทำไมล่ะ? ถ้าใครได้ยานี้ไปพวกเขาก็ไม่เชื่อเหมือนกันแหละ นอกจากจะกินมันแล้วเท่านั้นแหละ ฉันแค่เลือกที่จะทำตัวเลวร้าย เธอก็รู้ว่าฉันเป็นเซียนอมตะ ฉันแค่ต้องการปกปิดตัวเองเพราะฉันไม่ต้องการจะดึงดูดความสนใจ ฉันพยายามใช้วิธีมากมายเพื่อกลบเกลื่อนพลังของตัวเองเพราะเหตุนี้ ฉันจึงเจ็บหน้าอกบ่อยๆ หานหาน มาลองแตะดูสิ” เฉิงหยูเริ่มต้นด้วยการพูดที่ยอดเยี่ยม แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มพูดไร้สาระอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็คว้ามือของหลินยู่หานมาวางบนหน้าอกของเขา

 

เฉิงหยูรู้สึกสดชื่น “มือเล็กๆขาวใสและนุ่มนวล เมื่อฉันสัมผัสมันรู้สึกสบายจริงๆ อนาคจฉัยต้องสัมผัสอย่างน้อยวันละครั้ง”

 

ตอนแรกดหลินยู่หานรู้สึกประทับใจกับคำของเขาแต่เมื่อเฉิงหยูเริ่มพูดไร้สาระเธอขมวดคิ้ว เมื่อเขาคว้ามือเธอไว้ หลินยู่หานรีบดึงมือเธอกลับทันที “ต่อไปหยุดพูดจาไร้สาระกับฉัน และห้ามมาแตะฉันอีก!”

 

“ฉันขอโทษ ฉันตื่นเต้นไปหน่อยควบคุมตัวเองไม่ได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ” เฉิงหยูกล่าวอย่างเที่ยงธรรม

 

“ฉันกำลังจะเรียน พรุ่งนี้เป็นวันสอบของเราเพราะฉะนั้นนายควรเริ่มเรียนด้วย ตอนนี้ครูประจำชั้นเรากล่าวว่านายตกอังกฤษ เธอจะทำให้นายได้รู้จักนรก!”

 

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ บางทีเธออาจจะช่วยฉันได้นะ” เฉิงหยูหัวเราะ

 

“ฮึ่ม! ฉันไม่เชื่อคำโกหกนายหรอก! นายแค่หลอกใช้ประโยชน์จากฉันอีกรอบแค่นั้นเอง!”

 

“ตัวฉันที่อยู่ในใจเธอ เธอคิดว่าฉันไร้ยางอายขนาดนั้นจริงๆเหรอ?”

 

“นายมันไร้ยางอายมากกว่านั้นอีก!”

 

เฮิงหยูนิ่งเงียบและเริ่มนอนลงบนโต๊ะ หลินยู่หานไม่สนใจเขาและเริ่มเรียน

 

หลังจากเรียนเลิก เจ้าอ้วนวิ่งมาหาเฉิงหยูที่ยังคงอยู่ในโลกแห่งความฝันของเขา “บอส! คืนนี้ไปกินบาบีคิวกัน!”

 

เฉิงหยูเลิกศีรษะขึ้นมาและเช็ดน้ำลายของเขาขณะที่เขาตระหนักได้ว่าหลินยู่หานออกไปแล้ว “บาร์บีคิว? แน่นอน นายเลี้ยง?”

 

“แน่นอย เรื่องปกติอยู่แล้วที่ผมจะเลี้ยงอาหารบอส!” เจ้าอ้วนกล่าวอย่างกล้าหาญ

 

เมื่อพวกเขาออกจากฌโรงเรียนเขาเห็นหลินยู่หานถูกขวางโดยเจียงหมิงและแก๊งอันธพาลของเขา

 

“เจียงหมิง ถ้านายทำอย่างนี้ชั้นจะกรีดร้อง!” หลินยู่หานตะโกน ขณะที่เธอเดินออกจากโรงเรียนเจียงหมิงขวางเธอจากการกลับบ้าน

“กรีดร้อง?  แน่ใจ? เอาเลย ร้องเลย! ฉันอยากจะรู้นักว่าใครจะกล้ายุ่ง เธอรู้มั้ยว่านี่คือใคร? พี่ชายพวกนี้มาจากแก๊งหมาป่าสีเลืิอด แม้ว่าหัวหน้าตำรวจของพื้นที่นี้ยังไม่กล้ายุ่งเลย! ฉันอยากจะเห็นจริงๆว่าใครจะช่วยเธอได้!”  เจียงหมิงคว้าข้อมือของหลินยู่หานขณะที่เขาชี้ไปที่ผ้ชายผมแดงอย่างสโย

 

“ปล่อยฉัน!! อย่ามาแตะฉัน! นายกำลังทำผิดกฎหมายนะ!”  หลินยู่หานพยายามดิ้นรน

 

“ฮ่าๆ ผิดกฎหมาย? หลินยู่หาน เธอทำตัวเอง ฉันเจียงหมิงชอลเธอมานานแล้ว ฉันเคยทำไมดีกับเธอมั้ย? แต่เธอกลับไปรักกับไอ้ขยะนั่น! ฉันไม่ดีกว่ามันตรงไหน? เขาเป็นแค่หลานชายนายกเทศมนตรี แต่พ่อของฉันเป็นประธานบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยุนเหนิง และเขารเขารวยมาก ไปเดทกับฉันเป็นไง ฉันจะทำให้เขาคุกเข่าตรงหน้าของฉันและให้เขาร้องขอให้ฉันพาเธอไป! ฮ่าๆๆๆ” เจียงหมิงหัวเราะอย่างชอบใจ

 

“ดูสิ! คนที่เรากำลังรอคอยมาแล้ว!” เจียงหมิงมองไปที่เฉิงหยูและเจ้าอ้วนขณะที่เขากล่าวกับหลินยู่หาน “เฉิงหยู ไม่เลว ที่แกกล้ามาที่นี่ทั้งๆที่เห็นว่าพวกเรามีคนมากมาย ดูเหมือนว่านายจะเป็นห่วงเธอจริงๆ!”

 

“ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสนาย ปล่อยเธอและฉันจะปล่อยนายไปอย่างปลอดภัย” เฉิงหยูกล่าวอย่างสงบ นับตั้งแต่เฉิงหยูตัดผ่านเข้าเขตแดนก่อตั้งรากฐาน เขาก็ไม่อยากเปื้อนมือกับการทุบตีมนุษย์ธรรมดาให้เสียเวลา นอกจากนี้ยังเป็นเพราะผู้ฝึกตนทุกคยมีความเย่อหยิ่งของตัวเอง และมองมนุษย์เป็นแค่มดปลวก

 

เป็นธรรมดา แม้ว่าเขาจะไม่อบยากทำ แต่ก็ไม่ได้หมายว่าเขาจะทำไม่ได้ สถานการณืนี้เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยั้งมือกับพวกเวรนี้

“ฮ่าๆๆ พี่ชายเต๋า พี่ได้ยินมั้ย เขาพูดว่าจะให้โอกาสเราไปอย่างปลอดภัย! ฮ่าๆๆๆๆ” เจียงหมิงหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม

 

“ฮ่าๆ เด็กน้อย นายมีอารมณ์ขันนะ หวังว่านายจะมีอารมณ์ขันหลังจากที่ถูกโยนลงถังขยะะโดยพวกเรานะ” พี่ชายเต๋าหัวเราะเช่นกัน

 

ติดต่อเข้ากลุ่มได้ที่เพจ Godly student – นิยายแปล เริ่มลงวันที่ 11/7/2018