0 Views

GMC ตอนที่ 23 ความบ้าคลั่งเยือกสุดท้าย

 

“ชกที่จุดพลัง”

 

 

“ปัง    ตูม”

เสียงระเบิดดังขึ้น ซูฮ่าวรู้สึกถึงคลื่นพลังแห่งความอันตรายที่แผ่ออกมาจากกำปั้นของ ซุนเหยาเตี้ยน เขารีบตั้งการ์ดรองรับการชดอย่างเร็วแต่ถึงอย่างนั้นมันยังส่งผลให้ร่างกายของเขาปลิวไปตามแรงหมัดอยู่ดี

 

“เฮือก”

 

เขากระอักเลือดออกมา  แก้วหูของเขาได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังที่ถูกปล่อยออกมาด้วยเช่นกัน เขาถูกส่งให้ลอยไปและตกกระทบลงพื่้นอย่างรุนแรง

 

ตุบ

 

เสียงของซูฮ่าวที่ตกกระทบลงบนพื้นที่แข็ง  ห้องฝึกซ้อมต่างก็เงียบไป สำหรับเหล่านักเรียนที่มีความสามารถระหว่าง 6 ถึง 7 จุด  นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรง

 

เมื่อเทียบกับการจำลองการต่อสู้โดยครูผู้ฝึกสอนของโรงเรียน  นี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นที่เรื่องโหดร้ายและรุนแรงกว่า  หลังจากการที่สู้ไปสักพักหลายครั้งในที่สุดก็ดูเหมือนว่า ซุนเหยาเตี้ยน จะเป็นผู้ชนะ

 

หลังจากที่ใช้พลังทั้งหมดของเขาด้วนความสามารถในระดับ  9  จุด

 

ซูฮ่าวรู้สึกไม่พอใจในตนเอง และเขารู้สึกว่า ซุนเหยาเตี้ยน กำลังเดินใกล้เข้ามาทีละก้าวๆและเหยียบลงบนหน้าอกของ ซูฮ่าว ด้วยเท้าหนึ่งข้างของเขา

 

“ถึงฉันไม่กล้าฆ่าแก แต่ฉันยังสามารถทำให้แกไม่สามารถสู้ได้อีกต่อไปได้ นอกจากนี้น้องสาวที่รักของแก ฉันยินดีที่จะรับเธอมาเป็นของฉัน นี่เป็นราคาที่แกต้องจ่ายสำหรับการยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของฉัน ”

 

“หลิงเอ๋อ” จิตใจของซูฮ่าวเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารและอยากจุลุกขึ้นยืนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามร่างกายของเขามีอาการปวดมากจากที่ซุนเหยาเตี้ยนเหยียบไว้และเขาไม่สามารถลุกขึ้นได้

 

“อิย้า   แกยังต้องการที่จะสู้ต่อ” อารมณ์ของ ซุนเหยาเตี้ยน ดูเหมือนจะดีมาก “เลวร้ายที่สุดอย่างมากแกก็จะนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานในโรงพยาบาล จากนั้นเมื่อแกออกมาได้น้องสาวสุดที่รักของแกจะเป็นของฉัน ผิวของเด็กสาวที่มีขาวนวลและพรสวรรค์ของเธอก็ไม่เลว ฉันกำลังไปช่วงสอนเรื่องบนเตียงให้เธอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเธอในเรื่องบนเตียง. ”

 

ร่างกายของซูฮ่าวทั้งตัวสั่นมะท้านไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะมองไปที่การแสดงออกของ ซุนเหยาเตี้ยน พลังแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าในใจของเขาได้ปะทุขึ้นจนไม่สามารถระงับได้

 

“แกคิดว่าทางโรงเรียนจะช่วยอะไรแกได้  ไม่ต้องห่วงทางโรงเรียนจะเข้าข้างฉันอยู่แล้วเพราะครอบครัวซันเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ นี่คือกฎแห่งรวย กฎหมายของยุคความสามารถตั้งแต่กำเนิด  แกคิดจริงๆหรอว่าโลกนี้ๆมีความยุติธรรม  แล้วฉันจะบอกอะไรให้คนที่มีพลังอำนาจและอิทธิพลถือเท่านั้นถึงจะเป็นความยุติธรรมที่ใหญ่ที่สุด ”

 

“ฉันจะ…..ฆ่า……แก…..” ซูฮ่าวกล่าวด้วยประโยคที่ติดขัด

 

“โอ้  แกกำลังพูดอะไร “ซุนเหยาเตี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันสบายใจก่อนจะไปเหยียบที่ศีรษะของซูฮ่าวเขาหัวเราะตรงหน้าซูฮ่าว

 

“แกพูดไม่ชัดนัก  เจ้าลูกที่น่าสงสารเจ้าต้องการจะพูดอะไรงั้นเหรอบอกพ่อของเจ้าคนนี้เร็ว แต่ถ้ามันเกี่ยวกับน้องสาวของเจ้าไม่ต้องกังวล แน่นอนพ่อของเจ้าคนนี้จะดูแลเธออย่างดี ”

 

“ฉัน … ว่า …… ” ซูฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้นการหายใจของเขาก็คงที่ “ฉันว่าฉันจะฆ่าแกกกกก”

 

วิบ

 

ตาของซูฮ่าวกระพริบ ซุนเหยาเตี้ยนรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อันตราย เขากำลังประสบกับความกลัวและกำลังจะถอยออกมา  แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

 

ซูฮ่าว เผยรอยยิ้มที่น่ากลัวและรวมพลังของเขา  ก่อนที่พลังเยือกสุดท้ายของเขามุ่งไปที่มือขวาของเขา  และเล็งดวงตาทั้งสองข้างของ ซุนเหยาเตี้ยน และจิ้มไปที่มัน

 

เสื้อเกราะเหล็กสามารถช่วยปกป้องร่างกายของคุณได้ แต่มันจะป้องกันดวงตาของคุณได้งั้นเหรอ

 

“ปุบ”

 

ในระยะใกล้  ซูฮ่าว ได้เกรงนิ้วมือของเขาและด้วยจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ของเขา มันได้ยินเสียงที่ดังและชัดของ Kacha(แปลว่าไร)

 

“อ่า อ่า ย้า อ้าาาา”

 

เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชไปทั่วห้องฝึกซ้อม ซุนเหยาเตี้ยน ที่โดน ซูฮ่าวจิ้มไปที่ตา เป็นอีกครั้งเขานอนลงกับพื้น ซุนเหยาเตี้ยน กลิ้งไปมาอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดพร้อมส่งเสียงกรีดร้องของเขาออกมาตลอด

 

นักเรียนทุกคนที่อยู่ใโดยล้อมตะลึงกับฉากดังกล่าว  มันเป็นสิ่งที่น่าขนลุก สิ่งที่เกิดขึ้นตรงน่านี่มันอะไรกัน

 

มีเรื่องอะไรกันที่ซุนเหยาเตี้ยนพูดกับซูฮ่าว จนทำให้เขาโกรธจนเหมือนสุนัขบ้าคลั่ง

 

ซูฮ่าว ด้วยอาการบาดเจ็บที่หนักดังกล่าว ถึงกับใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีเพื่อ จิ้มไปที่ดวงตาของซุนเหยาเตี้ยน มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำที่สุด แล้วสิ่งใดกันที่ทำให้ซูฮ่าวถึงกับต้องทำสิ่งนี้

 

การต่อสู้นี้ของนักเรียนทั้งสองคนอาจกลายเป็นการต่อสู้ที่ถึงชีวิต

 

อย่างไรก็ตามทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บบางอย่างในใจของพวกเขา ความคิดที่ถูกตราตรึงลงลึกในใจไปในหัวของพวกเขาคือพวกเขาไม่ควรไปทำอะไรที่ทำให้ซูฮ่าวระคายเคือง

 

“ฮ่องกง”

 

ด้านล่างของเวที ซุนเหยาฮุ่ยที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้อยู่อย่างฉับพลันก็วิ่งออกมาจากฝูงชน เขารีบวิ่งไปที่ด้านข้างของ ซุนเหยาเตี้ยน ที่กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ปัง ปัง ด้วยสองครั้งทำให้ซุนเหยาเตี้ยนสลบไป หลังจาดตรวจสอบบางอย่างเขาก็โล่งใจ จากนั้นเขาก็ป้อมยาบางอย่างให้กับ ซุนเหยาเตี้ยน ในที่สุด ซุนเหยาเตี้ยน ไม่ได้ดิ้นรนอย่างความเจ็บปวดอีก

 

ซุน เหยาฮุ่ย รีบพาเขาไปหาชายวัยกลางที่ด้านล่างเวที “ลุงหลี่นำเตี้ยนเอ๋อ ไปรักษาโดนเร็วมันยังคงรักษาให้หายได้”

 

“ได้ นายน้อย”

 

ลุงลี่ ยังตกใจกัยสถานการณ์ที่เกิดขึ้ยอยู่ตรงหน้าและด้วยความเกลียดชังที่มากมายจ้องมองที่ซูฮ่าวซึ่งกำลังนอนอยู่บนเวที  เขานำงร่างของ ซุนเหยาเตี้ยนและ รีบเดินออกจากห้องฝึกซ้อม

 

ซุนเหยาฮุ่ย หันไปรอบๆก่อนจ้องมองที่ซูฮ่าว ด้วยสายตาอันน่ากลัว  เขาก้าวไปข้างหน้าได้ยินเสียงก้องกังวานของเท้าที่เดินในห้องซ้อม  ร่างของเขาราวกับถูกออร่าบางอย่างปกคลุกไว้

 

เขาบังเอิญก้าวไปและได้เห็นบางอย่าง  นั่นคือดวงตาที่ถูกทำลายของซุนเหยาเตี้ยน 1 ดวง

 

“ซูฮ่าว”

 

ซุน เหยาฮุ่ย  ตะโกนคำทั้งสองนี้ในขณะที่ขบฟันของเขาไปด้วย  เขาจ้องไปที่ซูฮ่าวซึ่งอยู่ไม่ไกลนักบนเวที  เขารีบวิ่งออกไป

 

ซูฮาวมองเห็นการโจมตีที่กำลังเข้ามา แต่เขาก็ไม่ได้ทำอย่างใด

 

ในความเป็นจริงแม้ว่าเขาจะต้องการขยับร่างกายของเขาแต่มันก็ไม่ฟังเขา เขาทำได้เพียงล้มตัวลงนอนบนเวที   เขามองซุน เหยาฮุ่ย ที่กำลังรวบรวมพลังอย่างบ้าคลั่ง เขาเหมือนกับ วัวที่กำลังโกรธ

 

โอ้วัว   ในเวลาเช่นนี้ฉันยังคงคิดถึงเรื่องนี้ได้

 

ซูฮ่าว ประหลาดใจและต้องการหัวเราะ

 

ซุน เหยาฮุ่ย ชกหมัดลงบนศีรษะของซูฮ่าว  เขาค่อยๆหลับตาลง นี่คงเป็นจุดจบของฉันแล้วสิ เฮ้อ..

 

ซูฮ่าวรู้สึกถึงลมหนาวเย็นบางอย่างอยู่ข้างหู เขาได้ยินเสียงดังและน่าหวาดกลัวว่า “หายไปซะ”

 

“วิ้ง”

 

ช่วงเวลาต่อมามีไอเย็นของน้ำแข็งกระจายไปล้อมห้องโถงฝึกซ้อม  ทั่วทั่งร่างกายของซูฮ่าวรู้สึกถึงความเย็นที่หนาวมาก แต่ก็ยังมีความอบอุ่นตามมาด้วย เมื่อเขาลืมตาขึ้นเขาก็เห็นตัวเองตกอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเฉิน เยวี่ย ที่กำลังมองเขาอย่างเป็นห่วง

 

“ซูฮาว นายสบายดีไหมตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง” เฉิน เยวี่ย ถามด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้าและเป็นห่วง หลังจากที่ ซูฮ่าว ต้องทนทุกข์ทรมานจากการโจมตีของ ซุน เหยาเตี้ยน  เป็นอีกครั้งที่เธอมีความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นในใจของเธอ

 

มุมของปากของซูฮ่าวยิ้มออก “นุ่มมาก … ”

 

สายตาของ เฉินเยวี่ย  จ้องไปที่เขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอมองลงไปเธอก็พบว่าเธอวางหัวของซูฮ่าวไว้ที่อกและชายคนนี้กำลังสบายอยู่อย่างนั้น

 

ใบหน้าสีขาวของเฉินเยวี่ย หัเปลี่ยนเป็นสีแดอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็จัดตำแหน่งซูฮาวใหม่และหยิบขวดยาฟื้นขึ้นมาให้เขา “อย่าพึ่งพูด  นอนพักผ่อนไปก่อน ”

 

“เธอดีต่อฉันมาก เฉิน เยวี่ย ”

 

ซุน เหยาฮุ่ย  เกือบจะเป็นบ้า ” เด็กคนนี้ทำลายดวงตาของน้องชายคนเล็กของฉันและเธอยังคบชู้อย่างเขาอีก  อย่าลืมว่าเธอเป็นคู่หมั้นของ ซุนเหยาเตี้ยน ”

 

เมื่อจบประโยคนี้ทั้งห้องโถงซ้อมต่างก็ตกใจ ถ้า เฉิน เยวี่ยคือคู่หมั้นของ ซุนเหยาเตี้ยน ไม่น่าแปลกใจเลย  เพราะสิ่งที่ซูฮ่าวทำกับเขาคือการสวมหมวกสีเขียนให้ (ถ้าคนเคยอ่านเรื่องอื่นๆมันจะมีอธิบายมาแล้วว่าแปลว่ายังไง)

 

เฉิน เยวี่ย มองเขาราวกับมองคนบ้าและพูดเบา ๆ ว่า “คำพูดเหล่านี้ของคุณมันจะทำให้ชื่อเสียงของนายเลวร้ายลง ถ้าไม่ใช่เพราะ ซุนเหยาเตี้ยน ทำตามแผนของนายที่จะวางแผนทำลายซูฮ่าวมันคงไม่เป็นเช่นนี้”

 

“กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คนที่ทำร้ายน้องชายตัวน้อยของคุณคือตัวคุณเอง!”

 

“เธอ”

 

สายตาของ ซุนเหยาฮุ่ย เต็มไปด้วยความโกรธ “เธอคิดว่าเธอมีความสามารถพอที่จะช่วยชีวิตเขา”

 

ซุนเหยาฮุ่ย พุ่งตรงไปที่ ซูฮ่าว อีกครั้ง ร่างของเขาเหมือนกับกระสุนปืนใหญ่ซึ่งทำให้ผู้คนไม่สามารถตอบโต้ได้  การแสดงออกของเฉินเยวี่ย เต็มไปด้วนความหนักใจ ไอเย็นที่ปล่อยออกมาจากมือขวาของเธอราวกับปีกนก คริสตัลน้ำแข็งปรากฏบนมือของเธอ เสียงของคริสตัลน้ำแข็งรวมเข้าด้วยกันและสร้างกำแพงน้ำแข็งในระยะ 5 เมตร

 

“ถ้าแกกล้าเข้าใกล้ฉัน ฉันจะฆ่าแกโดยไม่ลังเลเลย” เสียงเบา ๆ ของ เฉินเยวี่ย  สะท้อนอยู่ในห้องซ้อม

 

ร่างขอซุนเหยาฮุ่ยหยุดลง เขาสังเกตุนัยน์ตาของเฉินเยวี่ย เขารู้ว่าถ้าเขาก้าวไปข้างหน้าเฉิน เยวี่ยเอาจริงแน่

 

เฉิน เยวี่ย เขาไม่กลัว แต่เฉิน เฟิง

 

“ดี    จะได้เห็นดีกัน ฉันจะไปเอาคำอธิบายจากครอบครัวเฉินอย่างแน่นอน” ซุนเหยาฮุ่ยกล่าว เขาหันหน้าและเดินลับสายตาไป  นักเรียนที่อยู่ด้านล่างเวทีทีละคนๆรีบเปิดเส้นทางให้เขาเดินผ่านไปด้วยความกลัวในจิตใจของพวกเขา

 

ซูฮ่าวมองไปที่หน้าไซึ่งสวยงามมากจนทำให้หัวใจของเขากะสับกะส่ายและยิ้มออกมา “ทำไมเธอต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหานี้”

 

เฉิน เยวี่ย วางเขาไว้บนต้นขาของเธออย่างระมัดระวังและค่อย ๆ ขยับตัวของเขา

 

“ในช่วงสองปีที่ผ่านมานายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉัน นายและซุนเหยาเตี้ยนไม่ควรข้ามเส้นของกันและกัน เป็นเพราะฉันเลยทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ดังนั้นฉันควรจะเป็นคนที่รู้สึกผิด ”

 

“ถ้าเราข้ามเส้นกันและกันละ” ซูฮ่าวกระซิบ

 

“เอ๋” เฉิน เยวี่ย ลดหัวของเธอลง เป็นสัญญาณว่าเธอไม่เข้าใจคำพูดของซูฮ่าว

 

“ถ้าฉันรักเธอจริงๆล่ะ” ซูฮ่าวมองไปที่เธอ  ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแสงสว่างอย่างไม่เคยมีมาก่อน

 

การเคลื่อนไหวของมือที่เรียบเนียนของ เฉินเยวี่ย ซึ่งกำลังนวดอยู่ในขณะนี้ก็หยุดชั่วคราว เธอนึกถึงเรื่องเมื่อ 2 วันก่อน คำสารภาพที่ล้อเล่นของ ซูฮ่าวและการกระทำของเขาเมื่อเช้านี้แน่นอนว่ามันเป็นไปได้

 

ถ้าเธอไม่ชอบเขา ไม่ว่าความสัมพันธ์จะใกล้ชิดกันมากแค่ไหน เธอคงไม่ยอมเขามากขนาดนี้

 

ทั้งขโมยจูบแรกของเธอมันทำให้เธอไม่พอใจ

 

ไม่ ไม่ใช่เลย

 

เป็นครั้งแรกที่เฉิน เยวี่ยn เผชิญกับความรู้สึกภายในใจจริงๆของเธอ

 

เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอได้พ่ายให้กับซูฮ่าวแล้ว มันเป็นคำสารภาพรักอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ซูฮ่าว แต่เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดีเนื่องจากปัญหาที่มาจาก ไวเปอร์ ยังคงอยู่

 

เนื่องจากเรื่องนี้ทำให้ ไวเปอร์ และ ซุนเหยาเตี้ยน วางแผนนี้ ดังนั้นควรรอให้ไวเปอร์จากเมืองนี้ไปก่อนจึงดำเนินเรื่องนี้อีกที แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ล่ะ……

 

ซูฮ่าว เขาจะทนรอได้งั้นเหรอ

 

ในฐานะที่เป็นลูกสาวคนที่สองของตระกูลเฉิน เธอมีเกียรติ มีความภาคถูมิใจและความมั่งคั่ง แต่ด้วยเหตุนี้เธอจึงสูญเสียอิสระในการตัดสินใจทำเรื่องต่างๆ  แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆในชีวิตเธออย่างนความรัก เธอก็ต้องพิจารณาหลาย ๆ อย่าง

 

หลังจากรอสักครู่และยังไม่ได้รับคำตอบ ซูฮ่าว ไม่ต้องการทำอะไรให้เธอลำบาก

 

“ฉันรู้คำตอบแล้ว”

 

ซูฮาวพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแแรงก่อนหมดสติไป

 

“ซูฮ่าว” เฉิน เยวี่ย รู้สึกเสียใจ “เจ้าโง่ ”

 

เธอดิ้งร่างของซูฮ่าวซึ่งปกคลุมไปด้วยโลหิต เธอลงจากเวทีพร้อมกับเสื้อผ้าสีขาวของเธอ   เธอหันกลับไปด้วยออร่าไอเย็นของเธอ ทำให้นักเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ถอยห่างและไม่กล้ามาใกล้เธอ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่สำคัญว่าเหตุการณ์ใดมันจะแพร่กระจายออกไปอย่างแน่นอน  มันจะเป็นข่าวที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน

 

ขณะที่เฉิน เยวี่ย เดินออกจากห้องซ้อม  เหตุการณ์เหล่านี้ซึ่งอาจทำให้ทั้งเมือง เจียงฮี  ได้รู้ความจริงกันอย่างแน่นอน

 

 

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ