0 Views

GMC ตอนที่ 212 ความวุ่นวายในความสามารถต้นกำเนิด

 

 

การ์ด 3 ดาว

ซูฮ่าวถอนหายใจ เมื่อเขาลืมตาขึ้นเขาก็ตกใจกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า “F * ck อาจารย์? ทำไมคุณเข้ามาใกล้นัก”

จางซงเตี่ยน “… “

“ป่าบ!”

จางซงเตี่ยนทุบหวัของซูฮ่าว “แกพูดอะไร  ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง”

ซูฮ่าวเหงื่อซึม

“เกิดอะไรขึ้น ไอ้เด็กเวร” จางซงเตี่ยนจ้องมองเขา “ฉันกังวลว่านายจะระเบิดไปแล้ว แต่ในที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยพลังง่รต้นกำเนิดมากถึงขนาดนั้นแต่นายกลับดูดซับไดทั้งหมดและไม่มีปัญหาใดๆ? “

“อา–” ซูฮ่าวส่ายหัว “ก่อนหน้านี้ฉันพยายามสร้างโมเดลห้องนี้ ขนาดที่มันผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ในท้ายที่สุด… ก็ล้มเหลว “

“ตราบเท่าที่นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

จางซงเตี่ยนตระหนักว่าถึงซูฮ่าวจะเป็นเภสัชกร แต่เขาก็ยังเป็นนักเรียนและแสวงหาสิ่งต่างๆ ในแง่ของความสามารถต้นกำเนิด เพื่อให้เป็นจริงและลงมือทำใหม่ๆ นี่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา

“ใช่” ซูฮ่าวหัวเราะ ทันใดเขามีความคิดหนุ่งผุดขึ้นมา “อาจารย์ ยาเสริมสร้างร่างกายระดับกลางของตลาดมืดยังไม่สมบูรณ์?”

“เฮ้อ… อย่างพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า”

จางซงเตี่ยนหัวเราะอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “ตอนแรกฉันคิดว่าพลังจากใช้สูตรยาจากเกายางแล้วควรจะเพียงพอ แต่มันกลับเกิดเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมาแม้ว่าอาการเจ็บปวดจะได้รับการแก้ไขแล้วในทางกลับกันกลับประสบปัญหาอื่น นายไม่ต้องกังวล ในฐานะมาสเตอร์ ฉันจะคิดหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ถ้าสำเร็จแล้ว นายก็จะเป็นคนแรกที่ได้รู้”

“เยี่ยมยอด” ซูฮ่าวพยักหน้า จางซงเตี่ยนไม่ได้พูดอะไรมาก  เห็นได้ชัดว่าปัจจุบันซูฮ่าวยังคงไม่ได้มีความสามารถพอในการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนในตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถช่วยอะไรได้

หลังจากคุยกับอาจารย์ของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน ซูฮ่าวก็พร้อมที่จะเริ่มทดลองอีกครั้ง ทันใดนั้นข้อมือของเขาก็สั่นขึ้น หน้าจอเสมือนก็โผล่ออกมาทำให้การกระทำของเขาหยุดลง

“หลินเยว่?” ซูฮ่าวขมวดคิ้ว

โมเดลวิลล่าของรองนายกเทศมนตรีก็เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว ถึงแม้ยุคจะแตกต่างกันและมีวิทยาศาสตร์ขั้นสูงหลายอย่าง เทคโนโลยีและความสามารถต้นกำเนิดที่สามารถนำมาใช้ทำงานก่อสร้าวได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แต่อย่างน้อยระยะเวลาก่อสร้างวิลล่าก็จะต้องใช้เวลาหลายเดือน ในฐานะหัวหน้านักสร้างโมเดลเสมือน หลินเยว่กำลังมองหาเขาอยู่ในเวลานี้

“เกิดอะไรขึ้น?” ซูฮ่าวตอบอุปกรณ์สื่อสารและถามโดยตรง

“ไม่เจอกันนานแล้วน่ะซูฮ่าว” หลินเยว่หัวเราะ หลังจากที่ไม่ได้พบเขามาสักพักแล้ว ดูเหมือนเขาจะมีสีหน้าที่สดใดมากขึ้น เมื่อคนของเขาเต็มไปด้วยขวัญและกำลังใจ การปรากฏตัวของเขาตอนนี้ยิ่งน่าทึ่งมาก …

“เชี่ย”

“เมื่อคุณพูดกับฉัน คุณไม่ยิ้มได้ไหม?” ซูฮ่าวกล่าวว่า

“วูป” หลินเยว่กลายเป็นหัวเราะขมที่ชื่น จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่บอบบาง “ห้ามไม่ให้ฉันยิ้ม?  แต่ดูเหมือนว่าอิทธิพลของคุณใหญ่มากกระทั่งรองนายกเทศมนตรียังต้องฟังคุณ”

ซูฮ่าวยักไหล่ของเขา

หลินเยว่ไม่สามารถทำอะไรได้ ถึงมันดูผิดปกติ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะกังวลเรื่องนั่น อย่างไรก็ตามความรู้สึกลึกลับของซูฮ่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนยังไม่จางหาย ไม่ว่าความเป็นตัวตนของซูฮ่าวคืออะไร ยังไงเขาก็คงเป็นซูฮ่าวที่พวกเขารู้จัก

“อืม…  เหตุผลที่ฉันโทรหาคุณเพราะฉันมีงานพิเศษสำหรับคุณ”

“งาน?” ซูฮ่าวสงสัย “ดังนั้นเราละทิ้งวิลล่ารองนายกเทศมนตรี”

“ไม่ใช่เรา”

หลินเยวาส่ายหัวและยิ้ม “งานนี้เป็นภารกิจเฉพาะคุณ รางวัลเป็นสูงมาก แม้ว่าฉันจะรู้ว่าคุณไม่ควรขาด แคลนเงิน แต่งานนี้ก็จะเป็นประโบชน์ที่ดีในการฝึกของคุณ สนใจไหม “

“วูป” หลินเยว่ปิดหน้าจอ

“งานลึกลับ?” ซูฮ่าวคิด เป็นประโยชน์ต่อการฝึก รางวัลสูงเกี่ยวกับตัวเขา งานนี้คืออะไร?

เขาต้องยอมรับว่าเขาสนใจมาก

เมืองจินฮู่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองต่างๆนับร้อยบริเวณใกล้เคียง นี่เป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายและความมั่งคั่ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือสมาคมก็ยิ่งใหญ่กว่าเมืองอื่นๆ ทั้งหมด ทุกๆวันการจราจรของมนุษย์ก็มากเช่นเดียวกันและทุกๆวันจะมีเอสเปร์จำนวนมากที่เข้าออก

แต่มีช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนคนที่เดินทางเข้าเมืองมากกว่าปกติมากถึง 3 เท่า มันกลายเป็นสถานที่ที่แออัด

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะทางด้านทิศเหนือของเมืองจินฮู่ ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ นั่นเป็นโบราณสถานที่ได้มีการกล่าวขานมานาน เป็นหนึ่งในซากปรักหักพังโบราณที่หายากและได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี หลังจากยุคความสามารถต้นกำเนิดที่เกิดความวุ่นวายมันไม่ได้เกิดความเสียหายอใดๆ มันจึงมีคุณค่าอย่างสูงทางรัฐบาลจึงตัดสินใจปกป้องสถนาที่แห่งนี้

หลังจากหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การดูแลของรัฐบาล วิหารได้รับความปลอดภัยและสมบูรณดี

อย่างไรก็ตามเมื่อ 10 วันก่อน พายุที่มีพลังงานต้นกำเนิดแปลกๆ เกิดขึ้น

พระวิหารเป็นศูนย์กลางและแผ่ขยายไปสู่รอบๆ พายุต้นกำเนิดอันที่น่ากลัวมาก มันทำให้วิหารขนาดใหญ่ที่ถูกทำลายและคนบริเวณโดยรอบก็หายตัวไป ในวันรุ่งขึ้นเมื่อกลุ่มนักเดินไปสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือซากปรักหักพัง

เหลือเพีลงซากปรักหักพัง

เรื่องนี้ไม่สามารถซ่อนจากคนที่มีอำนาจของจินฮู่ได้ ภายในช่วงกลางวันผู้คนที่มีอิทธิพลของจินฮู่ได้รู้เรื่องนี้ และในเวลา 2 วันข่าวเกี่ยวกับพายุต้นกำเนิดได่แพร่กนะจายไปทั่วเมืองจินฮู่ พายุซึ่งทำลายวิหารโบราณได้ถูกเผนแพร่ต่อไปยังเมืองใกล้เคียง ในยุคของอินเทอร์เน็ต ข่าวนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกปกปิด

ในตอนที่รู้ข่าว ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและเริ่มเดินทางไปยังเมืองจินฮู่

นั่นคือพายุต้นกำเนิด

ทุกคนรู้ดีถึงความอันตรายของพายุที่มีพลังงานต้นกำเนิด

แต่อันตรายมักจะอยู่ร่วมกับที่ดีๆเสมอ ที่เป็นศูนย์กลางของพายุต้นกำเนิด ที่มีพลังงานลึกลับและน่ากลัวซึ่งเป็นปัจจัยหลักของเรืองนี้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งประดิษฐ์ล่องหน หลังจากการระบาดของพายุต้นกำเนิดสิ่งที่ปรากฏป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ล่องหน

หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่มากพอที่ผู้คนจะตื่นเต้น ถ้ามีเพียง 1 หรือ 2 อาติกเฟส เอสเปอร์จำนวนมากในเมือง จินฮู่จะแข่งขันกันไปทำไม แต่เหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังการจลาจลนี้เป็นเพราะที่ตั้งของพายุต้นกำเนิดเป็นโบราณสถาน

ตามการบันทึกและการตรวจสอบจากสมาคมต้นกำเนิด

ภายใต้ผลกระทบของพายุต้นกำเนิด น่าจะเป็นเพราะของในโบราณที่ได้รับผลกระทบเบางอย่างซึ่งมีระดับที่สูงกว่าปกติก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากสิ่งใดซึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร

หากอยู่ในสถานที่ปกติ พายุต้นกำเนิดเกิดอาจเกิดอาติกเฟส แต่ถ้าเกิดจนทำลายโบราณ ….

ความคิดของมนุยษมันจิตรนาการไปไกล! อาติดเฟสล่องหนเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ถ้าใครมีโชคดีได้ครอบครองมันก็เหมือนกันการเจอแจ็คพ๊อต นอกจากชนชั้นสูงของเมืองจินฮู่แล้วคนอื่นๆ ก็อยากจะมีโอกาสครอบครอง… ดังนั้นทุกคนจึงรีบมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ความวุ่นวาย เมืองจิยฮู่ก็อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

กั้นบุคคลภายนอกทั้งหมด?

ใครจะกล้า

ตราบเท่าที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นไม่มีใครกล้าปล้นคุณ แต่ด้วยการปรากฏตัวของอาติกเฟสที่มีค่ามากมายถ้า เมืองจินฮู่กล้าที่จะครอบครองไว้ด้วยคนเดียวแล้วละก็มันต้องเผชิญหน้ากับการรวมทั้ง 90 เมืองแน่

ดังนั้นอาจก่อให้เกิดการล้มสลายของเมืองได้ ในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้แทนที่จะหลบซ่อนปล่อยมันออกมาเลยดีกว่า

อย่างรวดเร็วเมืองจินฮู่ได้ประกาศอย่างเปิดเผยในลักษณะใจกว้าง พวกเขาไม่กังวลว่าคนอื่นๆ จะเอาอาร์ติกเฟสของพวกเขาไป พวกเขายินดีต้อนรับทุกคนที่มายังเมืองจินฮู่ เพื่อสำรวจซากปรักหักพังด้วยกันการแข่งขันที่เป็นธรรมและคำแถลงการอื่นๆ ด้วยการประกาศที่แน่วแน่นี้ ทำให้คนอื่นๆ เริ่มสงสัย

เมืองจินฮู่ใจกว้าง

มิฉะนั้น

นี่เป็นแผนการทางการทูต แม้จะมีการประกาศไว้ แต่ในความเป็นจริงคนที่อยู่ในความควบคุมของเมืองจินฮู่ได้เดินทางไปแล้ว เมื่อข่าวมีการรั่วไหลออกมาครั้งแรกกลุ่มเมืองเจียวฮีได้ส่งคนไปที่ในทันที ในเมื่อพวกเขาได้ที่นั่นก่อนและได้รับสิ่งของก่อนคนอื่นๆ เป็นธรรมดาที่พวกเขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาของการทีมีอาร์ติกเฟสหลุดมือ

เป็นการวางแผนไว้เป็นอยางดี

อาร์ติกเฟสหากันได้ง่ายๆ

ไม่

ผู้ที่เข้ามาในซากปรักโบราณขณะที่สำรวจได้ถูกฆ่าโดยกลุ่มของนักฆ่าและน่าแปลกใจมีเอสเปอร์พิเศษ 2 คนอยู่ในหมู่พวกเขาด้วย

ในขณะนี้ทึกคนตระหนัก เนื่องจากผลกระทบของพายุต้นกำเนิดและการล่มสลายของวิหารโบราณ สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นดินแดนที่ไม่คุ้นเคยอย่างสมบูรณ์ที่อยู่ภายใต้ผลกระทบของพายุต้นการกำเนิด

จิตสังหารลุกขึ้นอย่างช้าๆ

พายุต้นกำเนิดหายไป

แต่รอบๆ หลายแห่งพลังงานที่รุนแรงจากพายุต้นกำเนิดยังเหลืออยู่ หากใครบังเอิญสัมผัสมันเข้าก็จะทำให้เกิดความวุ่นวานในแห่ลงกำเนิด เกิดเป็นแหล่งน้ำวนก่อนจะระเบิด ตายโดยไม่มีศพให้ฝังพลังงานต้นที่รุนแรงและอันตรายนี้ได้ทำให้คนตายมากแล้ว

ในจุดศูนย์กลางของซากปรักหักพังนี้ มีพวกมันนับไม่ถ้วน หากไม่ระวังดีๆคุณอาจกลายเป็นเศษซากโดยไม่รู้ตัว

เมื่อคลื่นลูกแรกถูกกำจัดออกไปเป็นเหตุให้แผนการแรกของเมื่องจินฮู่ในการยึดของทุกสิ่งของทุกรายการ ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวและดำเนินต่อแผนสอง คนทรงอำนาจจากเมืองอื่นๆ ได้มาถึง

ซากปรักหักพังที่เหลือถูกเปิดเผย

เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวในเมืองจินฮู่ ได้เปรียบภายใต้การร้องขอที่กดดันของคนทรงอำนาจของเมืองอื่นๆ พวกเขาตรงรอ 1 สัปดาห์ หลังจากที่ทุกคนมาถึงพร้อมหน้าแล้ว ทุกคนจะเข้าไปสำรวจพร้อมๆกัน ในการแข่งขันที่เป็นธรรม ภายใต้ความกดดันจากการรวมกันของเมืองอื่นๆ เมืองจินฮู่ถูกบังคับต้องให้ยอมรับ

เวลา 1 สัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

และในขณะนี้ซูฮ่าวได้ลาอาจารย์และไปที่สตูดิโอก่อสร้าง

“หลินเยว่ ถ้ามีอะไรงทำไมเขาไม่บอกฉันโดยตรง ทำให้ต้องทำนิสัยเหมือนหญิงสาว มันทำให้ฉัยสาปแช่งคุณตลอดทั้ววันทั้งคืน”

ในขณะที่ซูฮ่าวกำลังกระซิบกระซาบบางอย่าง เขาก็เห็นการจลาจบางอบ่าง ราวกับว่ามีอะไรเกิดขึ้น ฝูงชนกลุ่มใหญ่ชุมนุมกันขณะที่พวกเขาชี้และพูดอะไรบางอย่าง

“สงสัยพวกเขาเป็นผู้ที่ไม่มีอะไรจะทำเลยรวมกลุ่มก่อปัญหา”

ซูฮ่าวส่ายหัว นี่คือจุดเด่นของมนุษย์

หลังจากที่ซูฮ่าวส่ายหัว เขาก็เดินจากไป เขาไม่เคยยุ่งกับอะไรแบบนี้และยิ่งเป็นสิ่งที่เสียเวลาไปอย่างป่าวประโยชน์

แล้วในขณะนี้เสียงโกรธแค้นจากฝูงชนได้ดึงความสนใจจากเขา

ร่างกายของซูฮ่าวสั่นก่อนที่เขาจะมองตรงกลางฝูงชน

เป็นเขา?

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ