0 Views

GMC ตอนที่ 206 ความโกรธที่รุกโชน

 

 

“หืม..อะไรขึ้น?” หลี่ซินรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ จึงเงยหน้าขึ้น

ทำไมหยู่เทียนถึงโกรธ?

นี้เป็นเพียงแค่คำทักทายที่เรียบง่าย แผนเรียบง่ายกลับโหดร้ายของเขาควรเป็นเริ่มสร้างความสัมพันธ์ด้วยคำทักทายและจงใจเหยียบย่ำความรู้สึกของเขาต่อ

แต่ทำไมเขาถึงโกรธทั้งๆที่พึ่งเริ่มต้นการทักทายเท่านั้นเอง

หลี่ซินรู้สึกหงุดหงิดมาก เขารู้สึกว่าแผนการอันพิถีพิถันและสมเหตุสมผลอย่างเหลือเชื่อของเขามันสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำไมเจ้าตัวประหลาดคนนี้ที่ชื่อหยู่เตียนมันถึงโกรธไปก่อนแล้ว

หยู่เตียนมองการแสดงของเขาและโกรธมากขึ้น “xัส ตอนนี้แกยังแกล้งอยู่อีก ในโรงเรียนห้ามมีการฆ่าแกกล้าที่จะต่อสู้กับฉันไหม หรือออกไปนอกโรงเรียนและต่อสู้กันอย่างลูกผู้ชาย”

“เอาดิ …” หลี่ซินเห็นด้วย แต่เมื่อเขานึกถึงจุดประสงค์หลักได้ จึงถอนหายใจด้วยความเสียดายทันที “เป็นโอกาสที่ดีแต่น่าเสียดาย มันไม่ใช้โอกาศของเราเช่นนี้ “

หลังจากพูดจบหลี่ซินก็ไปยืนอยู่ด้านหลังซูฮ่าว

หยู่เตียนโกรธกับการแสดงของหลี่ซินจนกระทั่งร่างกายของเขาสั่นไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรง ตรงไปด้านหน้าอย่าง เขากำหมัดอยู่กลางอากาศ หมัดที่มาพร้อมกับเความโกรธที่รุกโชนดูอย่างรุนแรงมาก มันตรงไปยังหลี่ซิน

“ซู่ม”

ซูฮ่าวพ่นลมหายใจ เขารอช่วงนี้มานานแล้ว แขนขวาของซูฮ่าวเกร็งแน่น เขาเข้าสู่โหมดการต่อสู้จากนั้นเขาก็ตอบโต้หมัดของหยู่เตียนโดนหมัดของเขา

“ตูม” เสียงดังกรึงก้อง

เหมือนกับว่าร้านทั้งร้านสั่นเสทือนไปชั่วครู่

ขณะที่หมัดดอันรุนแรงปะทะกันทำให้คลื่นพลังจำนวนมากกระจายออกมาทำมห้พื้นที่โดยรอบกระจัดกระจาย

“ปัง” ทั้ง 2 คนได้ค้างหมัดไว้สักพักก่อนถอยออกไป

นักเรียนหลายคนที่ทานอาหารก่อนหน้านี้ เมื่อสงครามขนาดย่อมๆครั้งนี้เกิดขึ้น พวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะกินข้าวกันอีกต่อไป

“ซูฮ่าว?” หยู่เทียนไม่ใช่คนโง่

เมื่อเห็นซูฮ่าวขวางเขาแม้ว่าสมองของเขาจะช้า แต่เขาก็เข้าใจอย่างดี  ศัตรูกำลังหาเรื่องเขา! พวกเขาจงใจมาหาเขาเพื่อต่อสู้

สัสเอ้ย หยู่เตียนก่นด่าในใจ

เป็นเพราะปฏิกิริยาของเขามันช้าราวกับเต่า เขาเลยไม่รู้ว่าเป็นซูฮ่าวในก่อนหน้า แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้ง 2 คนถึงมาหาเรื่องเขา

ถ้าเขาถึงแรงจูงใจของซูฮ่าว เขาอาจจะโกรธมากยิ่งกว่านี้

“เอ๊ะ.. ดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจมาสร้างปัญหา”

ยังมีคนจำนวนมากที่มีการสังเกตอยู่อย่างกระตือรือร้นในร้านกาแฟ ในชั้นเรียนการคัดเลือกอัจฉริยะมีไม่กี่คนหรอกที่โง่จริงๆ หลังจากที่มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกัยไม่กี่ครั้งพวกเขาก็เข้าใจ

การต่อสู้ครั้งนี้เกิดอย่างรวดเร็วเกินไป แสดงว่าพวกเขาต้องมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง

“ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องซูฮ่าวและหยู่มเตียนมีปัญหากันมาก่อนเลย “

“จิุ๊ๆ ไม่ได้ๆ ไม่ใช่ว่าหยู่เตียนมักจะกลั่นแกล้งนักเรียนใหม่หรอกหรือ”

“อืม… ใช่”

“ซูฮาวกำลังยืนหยันเพือนักเรียนใหม่และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเช่นนั้น”

“ซูฮาวเป็นคนลือดร้อนเกินไป!”

“ใช่.. ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเลยที่จะหาคนดีๆ “

ทุกคนเหมือนจะเข้าใจว่าซูฮ่าวเป็นคนเช่นนี้น

หลายคนชื่นชมเขาและหลายคนรู้สึกชื่นชมเขาที่มีความสามารถสูง การที่มีผู้คนมากมากนับถือชื่นชมแน่นอนว่าย่อมมีคนเกียจ มีหลายคนที่รู้สึกว่าเขาเป็นโง่มาก

ซูฮ่าวเป็นคนยังไงกันแน่

ความสามารถที่ทรงพลัง ความพยายามที่สูง ความชอบที่จะต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อนักเรียนใหม่ แม้กระทั่งเขากล้าที่จะต่อสู้กับเฉาเฟ้ง  ชายผู้นี้เป็นคนที่น่าหวั่นเกรงและไม่เกรงกลัวการต่อสู้ใดๆไม่ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นใครไม่ส่าจะเป็นซุนเหยาเตี้ยนหรทอผู้เรียนซ้ำ เขาก็ไม่หวั่นเกรงและลุกขึ้นเพื่อยืนหยัดต่อสู้

ด้วยสิ่งเหล่านี้ผู้เรียนซ้ำได้สรุปการประเมินของพวกเขาต่อซูฮ่าว

น่าหลงใหล

ห่ามหาญ

ตรงไปตรงมา

ชอบธรรม

มุ่งทะลุ

แน่นอนว่าถ้าจางซงเตี่ยนได้ยินคำเหล่านี้ เขาจะหัวเราะเสียงดังจนน้ำลายนองพื้นแน่ เพราะเขารู้ดีถึงนิสัยที่แท้จริงของศิษย์เขา นิสัยของซูฮ่าวนั่นตรงกับข้ามกับคำเหล่านี้ทั้งหมด

“หุ่ม-” ด้วยความโกรธหยู่เตียมดูเหมือนจะแดงไปทั้งตัว

ไม่ว่าเหตุผลอะไร….  ฉัน..หยู่เตียน…​​จะไม่ยอมอย่างแน่นอน

หยู่เตียมคำราม เปลงเพลิงรุกโชนพุ่งขึ้นส่องไปในท้องฟ้าและกลืนร่างของเขาทั้งหมด ราวกับว่าเขากลายเป็นมนุษย์ไป เปลวไฟสีแดงเข้มรุกโชนอยู่ภายใน 20 เซนติเมตร  รอบๆ ตัวเขาอุณหภูมิสูงอย่างมากทำให้อากาศมีการบิดเบี้ยวของอายร้อน

ไม่เลว

สายตาของซูฮ่าว มีท่าทีชื่นชม

เห็นได้ชัดว่าหยู่เตียนเดาถึงแรงจูงใจครั้งนี้ได้ เขาไม่เลือกที่จะสอบหรือขอคำอธิบายอะไร เขาเลือกที่จะต่อสู้ทันที

ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไร

ด้วยเหตุผลเช่นนี้อาจมีบางคนที่คิดว่ามันผิดและมันจะนำพวกเขาไปในเส้นทางที่ไม่ดี แต่พวกเขายังยืนหยัดที่จะเดินต่อไปตามเส้นทางที่พวกเขาเลือกนี้ เพราะเพื่อบางสิ่งบางอย่างพวกเขาต้องเดินหน้าต่อไปและห้ามหวนกลับ

สำหรับเส้นทางบางแห่ง เลือกแล้วจะไม่มีวันหวนกลับไปได้

พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อจะก้าวต่อไปเท่านั้น

“บอส ฉันจะช่วยคุณด้วย” ลูกน้องคนหนึ่งของหยูดเตียนเห็นสถานการณ์เช่นนี้ได้รีบวิ่งเข้ามา แต่มีเงาลางมาขวางพวกเขา นั้นคือหลี่ซินที่ขวางและยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

เขาไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง

หน้าที่ของซูฮ่าวคือการต่อสู้กับหยู่เตียน ในขณะที่เขาต้องหยุดลูกน้องของหยู่เตียน

“F * ck แก  แกกล้าที่จะดูถูกบอสของพวกเรา ฉันจะช่วยบอสให้สอนบทเรียนแกเอง”

เมื่อเห็นว่าหลีซินมาขวาง พวกเขาก็โกรธจัดและโจมตีโดยไม่มีความลังเล หลี่ซินไม่กลัวแม้แต่น้อยสายตาของเขาประกายระยิบระยับอย่างกระตือรือร้น

การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง

“ตูม” ใต้เท้าของหยู่เทียนมีเปลวไปรุกโชนขึ้น ร่างของเขาพุ่งไปหาซูฮ่าว เมื่อทั้ง 2 คนเคลื่อนที่ทั้ง 2 คนเป็นเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ เมื่อเมื่อซูฮ่าวเคลื่อนไหวมันดูทรงพลังพร้อมกับความเร็วที่สูง ในขณะหยู่เตียเขารวกับก่อนดาวตกสีแดง!

ร้านกาแฟมีแสงกระพริบหวือวาบ หลายคนต้องหลับตาทันที ในตอนนี้เหมือนมีแสงสีแดงที่กับแสงสีขาวที่บินปะทะกัน

“นี่… ทักษะความสามารถต้นกำเนิด” มีคนก็อุทานออกมา

“เปลวไฟที่รุกโชน ว้าว ดูเหมือนว่าหยู่เตียนเองก็ไม่ใช่ย่อย”

“ว้าว นั้นคือเปลวไฟที่รุกโชน “

“ซูฮ่าวกำลังตกอยู่ในอันตราย!”

ขณะที่กลุ่มคนเหล่านี้มองหน้ากัน ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก

เปลวไฟที่รุกโชนเป็นทักษะความสามารถต้นกำเนิดของเปลวไฟ ในเหล่าทักษะที่เกี่ยวกับธาตุไฟมันอยู่ในระดับที่พิเศษมากและมีความต้องการสูงมาก ใช้เปลวไฟและระเบิด อาจทำให้เกิดการโจมตีด้วยความเร็วสูง แม้กระทั่งแรงเสียดทานในอากาศก็นำมาใช้ได้ ในที่สุดก่อให้เกิดเป็นการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆเลย

นี่เป็นทักษะต้นกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากในช่วงเริ่มต้น

ศักยภาพที่ร้ายแรง

ไร้ที่เปรียบ

มีข่าวลือว่ามันสามารถเจาะแผ่นเหล็กหนา 10 เซนติเมตรได้

“ทักษะความสามารถต้นกำเนิด?”

มีประกายไฟรุกโชนในดวงตาของซูฮ่าวในขณะที่วิญญาณแห่งการต่อสู้อันไม่สิ้นสุดได้หลั่งไหลออกมา

“วูป”

ไฟสีแดงกระพรือและหยุดลง

พลังที่ไม่จินตนาการได้ปะทะลงบนร่างกายของซูฮ่าว เมื่อพลังอันน่าหวาดกลัวมาถึงเขา ซูฮ่าวก็กัดฟัน เขาเกร็งตัวรอรับการโจมตี

“ตูม”

“ตูม”

เปลวไฟอันน่ากลัวเมื่อกระทบร่างกายของซูฮ่าวมันกระพือเหมือนคลื่น

“ถุย -” ซูฮ่าวถ่มน้ำลายที่ผสมเลือดออกมาในขณะที่เขาก้าวถอยหลังไปไม่กี่ก้าว ร่างของหยู่เตียนไม่เป็นอะไร อีกครั้ง เขาโจมตีซูฮ่ายขณะที่กำลังก้าวถอยหลัง

“กิ๊ -” ซูฮ่าวยึดพื้นแน่นดว้นเท้าทั้ง 2 ข้างของเขา ในขณะที่เขามุ่งรักษาเสถียรภาพของร่างกาย

อย่างไรก็ตามภายใต้การโจมตีจากเปลวไฟที่ทรงพลัง เท้าซ้ายของเขาที่ยั้งพื้นมีรอยลากยาวไปด้านหลัง รอยหล่านี้ถูกทำให้เกิดโดยการโจมตีของหยู่เตียน

เปลวเพลิงปะทุขึ้นด้วยพลังอีกครั้ง

“ตูม” ร่างกายของซูฮ่าวถอยหลังไปอีกครั้ง เขาก็ได้ใช้ความแข็งแกร่งจากร่างกายของเขาเพื่อยืนหยัดเอาไว้ได้เช่นเดิม

มีหลุม 2 หลุมเกิดขึ้นบนพื้น ร่างกายของซูฮ่าวหยุดลง ขณะที่พยายามดิ้นรนให้ร่างกายของเขามั่นคง ด้วยพลังจากเปลวไฟทำให้เขาบาดเจ็บไปเล็กน้อย

ซูฮ่าว ยกศีรษะขึ้นขณะที่ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย

แน่นอนว่าเปลวไฟเหล่านี้ทรงพลัง ถึงมันจะมีการโจมตีที่ทรงพลังเพียงใด แต่มันก็ย่อมมีจุดอ่อนของตนเองอย่างแน่นอน นอกจากนี้เมื่อทักษะต้นกำเนิดการระเบิดนี้ในขณะได้สิ้นสุดลงแล้ว นั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการโต้คืนที่ดี

ตัวอย่างเช่นตอนนี้

“ไม่ดีแล้ว” สีหน้าของหยู่เตียนเปลี่ยนไป เขาตอบสนองไม่ทัน หลัดของซูฮ่าวได้พุ่งเข้าที่ท้องของเขา

“ปัง”

ด้วยการเตะอีกครั้ง หยู่เตียนถูกส่งลอย ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัว พื้นที่ร่างกายของซูฮ่าวก็ระเบิดขึ้นขณะที่เขากระโดด ทันใดนั้นเขาก็ไปอยู่เหนือหยุ่เตียนและโยรเข่าลงอย่างหนักหน่วงใส่ร่างของหยู่เตียน

“ตูม” เป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก

ร่างทั้งร่างของซูฮ่าวกดทัดลงบนร่างของหยู่เตียนขณะที่หยู่เทียนกำลังหล่นลงพื้น ร่างของเขาหล้นลงบนพื้นอย่างรุนแรงและพื้นของร้านกาแฟเผยรอยร้าวเป็นบริเวณกว้าง

ปากของทุกคนผิดสนิท

เปลวไฟที่รุกโชน …

ทักษะที่สามารถเจาะทะลุแผ่นเหล็กได้  กลับโดนร่างกายของซูฮ่าวโดนไม่เป็นอะไรมาก

เขายังเป็นมนุษย์อยู่อีกไหม

หรือเขาเป็นเดอะฮัดในรูแร่างคนปดติ

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ