0 Views

GMC ตอนที่ 20  ‘ ไวเปอร์ ‘ ปรากฏ

 

เมืองเจียงฮี ในสวนแห่งหนึ่ง

เฉิน เฟิง นอนสบาย ๆ อยู่บนโซฟา แผ่นกระจกใสตรงหน้าเขา เขาสนุกกับสภาพแวคล้อมนอกหน้าต่าง หน้าของเขาบางครั้งยิ้มกว้าง ๆ เมื่อเทียบกับภาพลักษ์ที่น่าสงสารของเขาเมื่ออยู่ต่อหน้า เฉิน เยวี่ย และ ซูฮ่าว แล้วมันดูแตกต่างกันสิ้นเชิง

วืด

ประตูห้องได้เปิดออกอย่างเงียบ ๆ  มีแม่บ้านคนนหึ่งค่อยๆเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เดินไปที่ด้านข้างของของและยื่นจดหมาย

“จดหมาย”

“โอ้  ยุคอะไรแล้ว น่าแปลกใจที่ยังมีคนที่ใช้มันอยู่ ”

เฉินเฟิงหยิบซองจดหมายเก่า ๆ ที่เขาสนใจ เมื่อเขาเปิดจดหมาย ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป“ไวเปอร์ น่าแปลกใจที่ไอ้จอมเสแสร้งคนนั้นได้กลับมาแล้ว ”

แม้แต่การแสดงออกของแม่บ้านก็เปลี่ยนไป ทุกคนที่อยู่ในเมือง เจียงฮี มาเป็นเวลานานย่อมรู้แน่นอนว่าใครคือ ไวเปอร์

ตอนปี 1 เฉิน เฟิงมีเขาเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ทั้งสองคนนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถในระดับที่เท่าๆกัน  ท้ายที่สุด เฉิน เฟิง ก็เอาชนะเขา โดยการทะล้วงขอบเขตและประสบความสำเร็จกลายเป็นหมายเลขหนึ่งตลอดไป

ในตอนนั้น

เฉิน เฟิงแม้ว่าจะแข็งแกร่งกว่าแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และในภายหลังทั้ง 2 ได้เลือกเข้า ศึกษาในวิทยาลัย ซานเซียง ทุกคนก็ได้ลืมเลือนเรื่องนี้ไป

อย่างไรก็ตามเฉพาะผู้ที่เคยสู้กับไวเปอร์เท่านั้นจะรู้ว่าไวเปอร์น่ากลัวแค่ไหน

แม่บ้านเก่าคนนี้ เคยเห็นว่าเฉินเฟิงลำบากแค่ไหน  แต่หลังจากที่ทั้งสองเข้าวิทยาลัยซานเซียง พวกเขาได้เดินในทิศทางที่แตกต่างกันและไม่มาพบกันอีกครั้ง

ระดับความแข็งแกร่งของ ไวเปอร์  แข็งแกร่งมาก

ไม่เลย

ความสามารถตั้งแต่ต้นกำเนิดของเขา ไม่ใช่ความสามารถในการต่อสู้ แต่เป็นการวิเคราะห์ แต่ที่น่ากลัวคือ  การวิเคราะห์ส่วนประกอบระดับ C ความสามารถนี้ทำให้เขาสามารถแยกแยะและวิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆในวัสดุได้

ด้วยการอาศัยความสามารถนี้ ไวเปอร์กลายเป็น นักปรุงยา(จะให้เรียกว่าอะไรดี) ที่น่ากลัว แม้กระทั่งทางสมาคมแห่งยา ได้ทำตีตรา การวิเคราะห์ส่วนประกอบ อย่างเป็นทางการว่า ‘เป็นความสามารถตั้งแต่กำเนิดที่ดีที่สุดในการเป็นนักปรุงยา’ หลังจากเข้าวิทยาลัย ฉิงกง (Xingkong)  ไวเปอร์ ได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดไปสู่วงการแห่งยาอย่างเต็มตัวและในที่สุดสมาคมความสามารถตั้งแต่กำเนิดได้ยกระดับความสามารถของเขาจากเกรด C ไปเป็น B

นี่คือสิ่งที่ทำให้ ไวเปอร์ แข็งแกร่งใช่ไหม

ไม่ คุณคิดผิด ความแข็งแกร่งของไวเปอไม่ได้เป็นความสามารถทางด้านยาของเขา แต่เป็นหัวจ้าวแผนการของเขา แผนการที่ไม่สิ้นสุดของเขา บุคคลที่มีความสามารถตั้งแต่กำเนิดด้วยคำว่า ‘จ้าวแผนการ’ จะมีจิตใจที่ฉลาดแกมโกง

ไวเปอร์ เชี่ยวชาญในการวางแผนที่เอยู่เบื้องหลังเช่นในเกมกระดาน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้คนอื่นๆได้เรียกเขาว่า ไวเปอร์

“ไอ้คนจ้าวแผนการได้กลับมาแล้ว”

เฉิน เฟิง ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่หวาดกลัวบนใบหน้าของเขา “มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ ฉันควรจะออกไปจากที่นี้โดยเร็วก่อนหน้านี้ แต่มันคงจะไม่มีเวลาแล้ว ฉันไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะกลับมาที่นี่และขว้างเส้นทางของฉัน ”

“บางทีมันอาจเป็นเพราะเรื่องของ นายหญิง ” แม่บ้านคนเก่าพูด

เฉินเฟิงกำลังเงียบและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรียก เยวี่ย ที่นี่  ฉันมีบางสิ่งที่ต้องการจะบอกเธอ ”

“ค่ะ” แม่บ้าน ก้มตัวก่อนเดินขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อไปเรียก เฉินเยวี่ย ลงมา

เฉิน เยวี่ย ลงมาในขณะที่สวมชุดนอนของเธอสงสัย  เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอหลับไปแล้ว “พี่ชาย มันดึกแล้วยังมีอะไรอีก”

เฉิน เฟิง ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ในช่วงนี้ เธอห้ามไปเจอกับซูฮ่าวอีก”

“หืม”

เฉิน เยวี่ย รู้สึกแปลงใจและตื่นตัวในทันที “ทำไม มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ”

“ไวเปอร์ กลับมาแล้ว”

เฉิน เยวี่ย ตกใจ ทันใดนั้นเธอยืนขึ้น “พี่หมายความว่ามันเป็นเพราะฉัน”

เฉิน เฟิง พยักหน้า “ไวเปอร์ ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของครอบครัวอย่างมาก เรื่องที่ เธอกับซูฮ่าว พี่กลัวว่าเขาจะรู้เรื่องนี้แล้ว อย่าลืมภาพลักษณ์ของตัวเอง ถึงแม้ว่าพี่จะรู้ว่าเธอไม่ได้ใส่ใจกัยมัน แต่ถึงอย่างนั้น … ..”

เฉิน เยวี่ย ยกคิ้วของเธอ “ซูฮ่าว และฉัน ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน”

“พี่รู้” เฉินเฟิงพยักหน้าพูดเบา ๆ  “แต่คนอื่นไม่ได้คิดแบบนั้น ตั้งแต่มันได้พัฒนาไปอย่างกว้างขวางและนำไปสู่ความยุ่งยากแบบนี้ พี่ก็ต้องความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดด้วย ซูฮ่าว เด็กคนนั้นไม่เลว พี่มีความรู้สึกที่ดีมากกับตัวเขา ไวเปอร์อาจไม่กล้าแตะต้องตัวเธอ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ

ซูฮ่าว ดังนั้นจะดีกว่าถ้าพวกเธอทั้งสองไม่ได้พบกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ”

“ได้ ฉันจะทำ”

เฉิน เยวี่ย  พยักหน้าโดยไม่ลังเลเลย

ไม่ว่าจะเป็นยังไงแต่ทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่มันเป็นความน่าเศร้าของทั้งสองคน ต้นความรักเล็กๆต้นหนึ่งกำลังเติบโตได้ที่กลับต้องพังทะลายลงเพราะมีอุปสรรค์มากีดขวางไม่ให้มันได้รับแสงเพิ่มขึ้น

ไวเปอร์ ชื่อนี้ทำให้หลายๆคนต้องรู้สึกกลัว  แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่รู้ชื่อจริงของเขา – ซุน เหยาหู่(ฮุ่ยใช้อันไหนดี Sun Yaohui!)

ที่ด้านหน้าของวิลล่าแห่งหนึ่ง

“ติ้งตอง”

กริ่งประตูดังขึ้น ซุนเหยาเตี้ยน รู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาเดินออกไปเปิด เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูขณะถือกระเป๋าทหาร “พี่ชาย คุณกลับมา”

“ปาบ”

ซุน เหยาฮุ่ย ตบหน้าเขาด้วยการตบทำให้ใบหน้าด้านยที่โนตบบวมขึ้นและเจ็บอย่างมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ ซุนเหยาเตี้ยน รู้สึกผิด “พี่…”

“อืม  นายมันเป็นแค่ตัวไร้ค่า” ซุน เหยาฮุ่ย พูดอย่างเย็นชา “นายไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับคู่หมั้นของตัวเองได้ มันทำให้ฉันเสียหน้าอย่างมากเมื่อได้ยินข่าวลือว่าน้องชายของตัวเองได้ถูกทำให้ขายหน้าโดยคู่หมั้นของตนเองในขณะที่ฉันอยู่ที่วิทยาลัย ซานเซียง ”

ใบหน้าของซุน เหยาเตี้ยนเปลี่ยนไป “พี่ ฉันขอโทษ”

ความโกรธของ ซุน เหยาฮุ่ย เบาเทาลงเขารุ้นคิดอยู่ครู่ก่อนว่า “ฉันจัดการเอง ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วจะไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายนายอีก จากนี้ไปติดตาม เฉินเยวี่ย อย่างใกล้ชิดไว้ซะ ”

“แต่ซูฮ่าว ”

“ซูฮ่าว” ซุน เหยาฮุ่ย ยิ้มด้วยการแสดงออกที่น่ากลัว “มั่นใจได้เลยรับรองว่าจะไม่มีใครไปรบกวนนายอีก ตระกูลเฉินจะต้องเตือนเขาอย่างแน่นอน นับตั้งแต่ที่ตระกูลเฉินได้เตรียมตัวไว้แล้วมันจะไม่เหมาะสมที่ฉันจะไปแสดงตัว แต่ฉันมีแผน เมื่อฉันจากไป นายจะให้บทเรียนที่มีค่าแก่เขาแน่นอน ”

“พี่ชาย ฉันรู้ว่าพี่ตือคนที่เข้าใจฉันที่สุด”ซุนเหยาเตี้ยนกล่าวดีใจ เห็นได้ชัดว่าเขาได้ลืมความเจ็บปวดที่โดนตบไปแล้ว

เฉิน เฟิง และซุนเหยาฮุ่ย ทั้งสองคนรู้และเข้าใจแผนของกันแหละกันดี แต่เห็นได้ชัดว่าซุนเหยาฮุ่นกำลังจะนำหน้าไปก้าวหนึ่ง เขาได้เตรียมแผนการที่จะย้ายซูฮ่าวออกจากเมืองนี้อย่างไร ยังไงก็ตามทั้งคู่ดูเหมือนจะลืมเรื่องที่ว่า ซูฮ่าว เขาจะเล่นตามเกมส์ที่เขาวางไว้แน่หรือป่าว

บางทีคงเป็ยเพราะความแข็งแกร่งของซูฮ่าวค่อนข้างอ่อนแอมากจนทำให้ไวเปอร์ไม่ให้ความสำคัญกับมันมากนัก

อย่างไรก็ตามเมื่อไวเปอร์ก็หมายถึงคิดที่ปรากฏขึ้นจากความมืดที่รอโอกาศและจะจัดการให้เด็ดขาด

ในตอนเช้าที่โรงเรียนมีอากาศหนาวเช่นเคย

ซูฮ่าว ที่เพิ่งมาเรียนที่โรงเรียน เพราะเขาได้ไปฝึกซ้อมที่สวนจแต่ไม่ได้เจอกับ เฉินเยวี่ย  แต่เมื่อเขามาถึงโรงเรียนเขาก็ได้เจอกับเธอและเข้าไปหาเธอทันที

“ เฉิน เยวี่ย ทำไมเธอถึงมาที่นี่ก่อน ฉันไม่เห็นเธอที่สวนสาธารณะในวันนี้ “เมื่อมองไปที่  เฉิน เยวี่ย           ซูฮ่าว ไม่สามารถยิ้มได้ วันนี้เฉิน เยวี่ย ยังคงสวมเสื้อผ้าสีอ่อนเหมือนเดิมและมันเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์และสดใส

ใบหน้าของเฉิน เยวี่ย แสดงให้เห็นความเย็นชาราวกับว่าเธอกำลังมองซุนเหยาเตี้ยนที่น่าขยะแขยง น่ารังเกียจ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเธอพูดว่า “ต่อจากนี้จะดีกว่าถ้าพวกเราไม่ได้พบกันอีก”

ตรงหน้านี้คืออะไร?

“ทุกๆวันฉันจะเห็นเธออยู่ในสวนสาธารณะ จริงๆฉันไม่คิดว่าฉันจะคิดคุณจริงจัง  ฉันแค่คิดว่าคุณแตกต่างจากคนอื่น ๆ ฉันได้ใช้คะแนนแบ่งพวกผู้ชายเป็นระดับๆเหมือนสัตว์ “เฉิน เยวี่ยกล่าวต่อว่า” หลังจากที่คุณแข็งแรงของดีแล้วขึ้นแล้วส่วนบนคุณก็เหมือนกับซุนเหยาเตี้ยน ส่วนล่างของคุณก็เหมือนกับสัตว์ ”

ซูฮ่าว อยู่ในสภาวะที่สับสน สถานการณ์นี้มันอะไร เฉินเยวี่ย พบว่าฉันชอบเธอ

จริงๆแล้วมันไม่ได้มีรู้สึกใด ๆ ทั้งๆที่สองวันก่อนพวกเขาทั้งคู่ต่างกันจุดประกายความรักเล็กๆขึ้นมาแล้ว เขาค่อนข้างมั่นใจ แม้ เฉินเยวี่ย จะปฏิเสธตัวเขาในหัวเธอ แต่ในใจของเธอยังคงมีความรู้สึกให้เขา แต่สาเหตุมาจากอะไรกันล่ะที่ทำให้เธอต้องทำเช่นนี้

ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ซูฮ่าวรู้สึกราวกับกำลังดูละครทีวี

เมื่อสังเกตเห็นว่าซูฮ่าวยังไม่ตอบสนอง เฉินเยวี่ยรู้สึกว่าบางทีเธออาจจะแทงใจดำพอและยังคงลาดน้ำมันลงไปในเปลวไฟ “คุณแค่พยายามที่จะหวังใช้ผลประโยชน์จากครอบครัวของฉันเพื่อประโยชน์ของตังเอง ด้วยความสามารถตั้งแต่กำเนิดที่ต่ำต้อย แม้ว่าทักษะการต่อสู้ของคุณจะดีแ่ไหน แต่คุณก็ยังเป็นแค่ขยะดังพวกเราไม่ควรที่จะพบกันอีกต่อไป ”

เมื่อเธอพูดจบประโยค เธอก็หันร่างของเธอและเตรียมพร้อมที่จะจากไป

ซูฮ่าวหัวเราะโดยไม่ลังเลเขาคว้าข้อมือเธอไว้ “ถ้าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากคุณก่อนหน้านี่นผมจะไม่สงสัยใดๆและจากไปในทันที แต่คำพูดเหล่านี้มันเหมือนไม่เป็นตัวเธอเลย”

เฉิน เยวี่ย หันร่างกลับมาและกล่าวอย่างไม่แยแสเช่นเดียวกับก่อนหน้า “ฉันแค่พูดความจริง ปล่อยฉันซะเถอะ ”

“งั้นหรอ” ซูฮ่าวยิ้มอย่างไม่แสนใจและมองไปที่ฝูงชนที่กำลังขึ้นเพิ่มและล้อมรอบพวกเขาไว้ “นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงหยุดอยู่ที่หน้าโรงเรียน เพื่อแสดงให้ทุกๆคนเห็นละครที่เธอกำลังจะแสดงให้เห็นและจะทำเหมือนกันว่าผมและเะอไม่เกี่ยวข้องกับอีก  แต่คุณรู้ไหมว่าฉันกำลังจะทำอะไร ”

“หืม “เฉิน เยวี่ย รู้สึกสับสนกับปฏิกิริยานี้มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวัง

รอยยิ้มที่เห็นได้อย่างชัดปรากฏบนปากของซูฮ่าวทันใดนั้นเขาดึง เฉินเยวี่ย มาไว้ในอ้อมกอดและก้มหน้าไปใกล้ๆหน้าเธอกำลังจะจูบเธอร่างของ เฉินเยวี่ย แข็งค้าง จากนั้นมือขวาของเธอมีสีฟ้าผลึกน้ำแข็งประกายอยู่รอบ ๆ และเกือบจะทำร้ายซูฮ่าว ดีที่เธอตัดสินเข้าหยุดมันเอาไว้เพราะซูฮ่าว (อธิบายไม่ถูกประมาณว่ามันก้มจูบแล้วกัน โดยนางเอกกำลังจะขัดขืนแต่ก็ไม่ทำ)

หลังจากที่ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ร่างกายเฉินเยวี่ย ก็อ่อนในอ้อมกอดของซูฮ่าว

“ย้าาาาา”

นักเรียนที่อยู่โดยรอบก็โกรธมาก ถึงแม้ว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกลับต่อกัน แต่การจูบกันในดรงเรียนแบบนี้มันเป้นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจนเกินไป

ในขณะที่อยู่ในอ้อมกอดร่างกายเธออ่อนแอและไม่ได้ขัดขืน ซูฮาวมองไปที่ลักษณะที่สวยงามและน่าหลงไหลของเฉิน เยวี่ย พร้อมกับรอยยิ้งบางๆ  “นี่เป็นการลงโทษสำหรับคำพูดที่ก่อนหน้านี้  ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรยังไงก็ไม่มีใครเชื่อเธออีกต่อไปแล้ว เลิกแสดงได้รึยัง ”

เฉิน เยวี่ย  ตอบหลังจากผ่านไปครูหนึ่ง และจ้องไปที่ซูฮ่าวด้วยอาการโกรธๆของเธอ”นายกล้าจริงๆ”

จิตใจของซูฮ่าวกำลังตื่นตัวอย่างรวดเร็ว  ครั้งนี้เธอโกรธอย่างมากกับเรื่องที่เขาทำกับเธอและเขาอธิบายอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยให้ตัวเองรอดพ้น “นี่เป็นเพราะเธอเหมือนจะกลัวบางอย่าง ดังนั้นฉันต้องการลองดูว่าเธอกำลังแสดงอยู่หรือป่าว    ดูเหมือนจะเป็นความจริง”

เฉิน เยวี่ย เช็ดริมฝีปากของเธอ ตาของเธอเปิดกว้าง “นายมันตัวร้าย เพียงต้องการพิสูจน์ว่าฉันแสดงกำลังหรือไม่แต่กลับต้องการที่จะขโมยจูบแรกของฉัน ”

ซูฮ่าวกวางมือแสดงท่าทางไร้เดียงสา

เฉิน เยวี่ย  หลบออกจากอ้อมกอดของเขาและมองไปที่เขา “นายนี้มันจริงๆเลย  แผนการทั้งหมดของฉันถูกทำลายโดยนายจนเละไม่เป็นท่า สิ่งที่ฉันกำลังทำฉันทำไปก็เพื่อตัวนายเอง ”

“ฉันรู้” ในขณะที่ยังจับมือเธอไว้แน่น ซูฮ่าว กล่าวด้วยท่าทีที่จริงจังว่า “แต่เธฮก็น่าจะรู้ว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่นั้นต้องไม่ควรเป็นผู้หญิงที่จะตัดสินใจได้ฝ่ายเดียวรู้”

“ฉัน ซูฮ่าว  ไม่ได้ตกต่ำถึงขนาดที่ต้องให้ผู้หญิงมาปกป้อง”

เฉินเยวี่ย รู้สึกเบื่อหน่าย เมื่อเห็นว่าเขายังคงจับมือเธอ เธอรีบสบัดมือออกจากมือของเขาทันที หลังจากที่เธอจัดทรงผมที่กระเชอ กระเซิง ของเธอก่อนจะหันจากไป “ไม่ว่านายต้องการให้ผู้หญิงปกป้องหรือไม่แต่อันตรายบางอย่างจะมาหานายแน่นอน นอกจากนี้พวกเรายังไม่มรความสัมพันธ์ถึงในระดับนั้น อย่าคิดว่านายเป็นคนสำคัญสำหรับฉันละ”

ซูฮ่าว ไอนิดน้อย ก่อนยกศีรษะขึ้นและหันหน้าไปทางทิศทางของอาคารเรียนเขากล่าวอย่างเยะเย้ย “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันยังคงไล่ตามเธออยู่เสมอต่อให้ฉันต้องตายก็ตามแต่ ”

ในที่หนึ่ง ซุนเหยาเตี้ยน  กำลังเฝ้าดู เขาเต็มไปด้วยความโกรธที่กำลังจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

 

ติดตามงานแปลได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย

กลุ่มลับถึงตอนที่ 62 แล้วนะครับ 20 – 75 คาดว่าอาทิตย์หน้าก็เปิด V2 แล้วครับ