0 Views

GMC ตอนที่ 196 การข่มขู่

 

 

“ภารกิจ” ซูฮ่าวและเฉินเยวี่ยเหลือบมองหน้ากัน

ภายใต้สถานการณ์ปกติ ภารกิจจะรับได้ผ่านระบบภารกิจของโรงเรียน แต่สำหรับซูเวิ้นที่จะกันภารกิจนี้ไว้ก่อนที่จะมีการปีะกาศออกมามันต้องเป็นเรื่องที่ดีมากๆแน่  อย่างไรก็ตามทั้งสองคนเพิ่งที่ได้รับความสุขกลับมาเมื่อเร็วๆนี้และกำลังก้าวหน้าไปด้วยดีเมื่อต้องการแยกออกจากกันในเวลานี้พวกเขารู้สึกไม่เต็มใจ

“นานแค่ไหน” เฉินเยวี่ย ถาม

“อย่างเร็วจ 1 เดือน ถ้าช้าหน่อยก็หลายเดือน”

“นี่ … ” เฉินเยวี่ยมองไปที่ซูฮ่าว

ซูฮ่าวกอดเธอไว้และหัวเราะ  “เธอไม่ต้องกังวลเรื่องความคิดเห็นของฉัน เธอต้องต้องใจในเรื่องการพัฒนาตนเองให้ดี เพราะนี่คือยุคความสามารถต้นกำเนิดที่ๆอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน”

“อืม…” เฉินเยวี่ยพยักหน้า “ฉันจะไป”

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเธอนั้นไร้ประโยชน์อย่างมาก ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเธอจะถือว่าดีในหมู่นักเรียนและความสามารถต่นกำเนิดของเธอก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุด แต่เธอไม่สามารถช่วย อะไรใครได้เลยและรู้สึกอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าซูฮ่าว และยิ่งรู้สึกเช่นนี้มากขึ้นเมื่อได้เห็นทักษะการต่อสู้และสมรรถภาพของซูฮ่าวเมื่อเร็วๆ นี้

การพัฒนาดังกล่าวเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ

มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นภาระมากยิ่งขึ้น

ในยุคนี้ความแข็งแรงมักจะเป็นกฏเกณฑ์อันดับ 1   แม้ว่าซูฮ่าวจะไม่ได้ว่าอะไรแต่เธอก็ไม่อยากจะเป็นภาระของเขา

เพราะความรักจึงทำให้ทั้ง 2 คนไม่อยากเป็นตัวถ่วงของกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรักของหรือความภาคภูมิใจในตัวเอง เธอก็จะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

“ดีมาก” ซูฮ่าวดึงมือเล็กๆ ของเธอ “ตราบเท่าที่เธอระวังตัวดีๆทุกอย่างจะดีเองแล้วยิ่งครูซูเวิ้นได้ไปพร้อมกับเธอ ฉันยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้น”

“เอาล่ะๆ ทั้ง 2 คน” ซูเวิ้นยิ้ม  “เช่นนั้นก็เราตัดสินใจเรื่องนี้ได้กันแล้ว  อย่างไรก็ตามก่อนออกเดินทาง ซูฮ่าว  ฉันซึ่งเป็นอาจารย์ของแฟนสาวของนาย ฉันถือว่าเป็นครึ่งหนึ่งของแม่ยายตามกฎหมาย … “

ปุด   เส้นสีดำปรากฏบนหน้าผากของซูฮ่าว

ครึ่งแม่ยาย  เธอกำลังหมายถึงอะไร

“ในฐานะที่ฉันเป็นแม่ยาย ฉันจะช่วยอธิบายเกี่ยวกับพรสวรรค์ของความสามารถต้นกำเนิด…….” หลังจากพูดเช่นนั้น  ซูเวิ้นได้ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบ”

ตาของซูฮ่าวจู่ๆ ก็สว่างขึ้น

“การสร้างแบบจำลอง ฉันเชื่อว่านายได้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นฉันจะไม่พูดถึงมัน ฉันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสามารถของนายเท่านั้น “

หลังจากที่พูดจบ ซูเวิ้นได้พาพวกเขานั่งลง

“ฉันได้เห็นการวิเคราะห์แบบจำลองมาก่อนแล้ว เมื่อฉันอยู่ที่โรงเรียนฉันได้พบกับนักเรียนที่มีการวิเคราะห์แบบเช่นเดียวกันกับของนาย ดังนั้นฉันจึงค่อนข้างเชี่ยวชาญกับความสามารถนี้ และเขาก็ใช้เส้นทางเดียวกันกับนาย แต่ในท้ายที่สุดเขาล้มเหลว จากนั้นเขาจึงรู้ว่าเขาได้เดินมาผิดเส้นทาง หลังจากเสียใจเป็นเวลานานในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะละทิ้งความสามารถต้นกำเนิดของเขา นี่เป็นเหตุผลที่ฉันแนะนำให้คนายเลิกล้มใรตอนนั้น “

ซูฮ่าวพยักหน้า

เมื่อเขามารับการชี้แนะ ซูเวิ้นได้ให้ความสำคัญกับเส้นทางสู่อนาคต สำหรับทักษะการต่อสู้ปล่อยให้มันเป็นสิ่งช่วยเสริม เนื่องจากสถานการณ์ของเขามันพิเศษ ทักษะการต่อสู้ของเขาได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเกินกว่าความสามารถต้นกำเนิดมาก นั่นคือเหตุผลที่ซูเวิ้นไม่ได้เข้ามาแทรกแซง

“จริงๆ แล้วฉันรู้สึกแปลกใจ นิดหน่อย” ในตอนนี้ซูเวิ้นแสดงท่าทีสนใจออกมา “การวิเคราะห์แบบจำลองของนายและสิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบจำลองมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าฟังก์ชันจะคล้ายคลึงกัน แต่ฉันก็ยังมีความรู้สึกแปลกๆ  นั้นจึงทำมห้ฉันคิดว่านายแตกต่างจากคนอื่นๆ”

“ตัวอย่างเช่น … ขอบเขตที่ 2 ของการวิเคราะห์แบบจำลอง ฉันได้เห็นมันมาก่อนจากคนอื่นๆ โดยทั่วไปมันจะสามารถจำลองความคล้ายคลึงได้ 99 เปอร์เซ็นต์กับรูปร่างที่แท้จริง เพราะแบบจำลองยังไงก็ยังคงเป็นแบบจำลอง ไม่ว่าจะทเช่นไร”

“แต่การวิเคราะห์แบบของนายแตกต่างไปจากสิ่งอื่นอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่นในครั้งนี้นที่นายได้สาธิตให้ฉันดู ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่วัตถุที่ไม่มีชีวิตชีวา แต่เป็นราวกับคนที่มีอารมณ์ความรู้สึก มีตัวตนอยู่จริงๆ ดังนั้นฉันคิดว่าการวิเคราะห์แบบของนายได้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเล็กน้อย นั่นคือเหตุผลที่มันมีความแตกต่าง “

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ซูเวิ้นส่ายหัว “แน่นอน มันอาจเป็นไปได้ว่าระดับการสร้างแบบจำลองของนายได้สูงกว่าที่ฉันเคยพบมาก่อนและนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มันดูเหมือนสมจริงมากขึ้น”

“บางที ฉันคงต้องเริ่มเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย” ซูฮ่าวหัวเราะเล็กน้อย แต่ในใจของเขาประหลาดใจมากๆ

เหลือเชื่อ  เธอมองออก? สมกับที่เธอมาเป็นครูผู้สอนในชั้นเรียนคัดเลือกฮัจฉริยะ

ซูฮ่าวซ่อนเรื่องที่ว่าความสามารถของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมิดชิด แต่เขาไม่คิดว่าหลังผ่านการสังเกตจากซูเวิ้น ผู้ที่สอนเขากลับสามารถคาดเดาความจริงออกมาได้อย่างง่ายดาย

“ช่างเหอะ ไม่ว่าจะเป็นการแปรสภาพหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก” ซูเวิ้นกล่าวอย่างไม่แยแส “จากการวิเคราะห์แบบเกรด E คงเปลี่ยนเป็นเกรด D แล้วสิน่ะ”

“… ” ซูฮ่าว

“ถ้านายได้เห็นรายละเอียดของการวิเคราะห์แบบจำลอง นายควรรู้ว่าความสามารถนี้มีศักยภาพที่ไร้ขีด จำกัดบนขอบเขตที่กว้างขวาง แต่การพัฒนาของมันกับช้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงกลายเป็นความสามารถที่ไร้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามนายได้แตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของนายดูเหมือนจะไม่ธรรมดา บางทีมันอาจจะบานสะพรั่งในมุมที่แตกต่างที่ไม่แน่นอน “ซูเวิ้นกล่าวต่อ

“ถ้านายได้ตัดสินใจที่จะศึกษาการวิเคราะห์แบบจริงๆ ฉันแนะนำให้นายเริ่มต้นจากพื้นฐานที่ดีๆ ความสามารถต้นเกิดและทักษะการต่อสู้เป็นเรื่องๆเดียวกัน ตราบใดที่มีรากฐานที่มั่นคงนายสามารถปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานเพิ่ม ฉันแนะนำให้นายเดินทางไปสมาคมความสามารถต้นกำเนิด”

“สมาคมความสามารถต้นกำเนิด?” ซูฮ่าวคิด

สมาคมความสามารถต้นกำเนิดเป็นตัวเลือกที่ดี

ในยุคของความสามารถต้นกำเนิดนี้ หลายสิ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชน สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันและการบำรุงรักษาพื้นฐานของความสงบเรียบร้อย ประชาชนได้รับการดูแลจากรัฐบาล สมาคมความสามารถต้นกำเนิดเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องที่เกี่ยวกับความสามารถต้นกำเนิด เรื่องต่างๆอย่างการช่วยโลกและรักษาสันติภาพให้คงอยู่ภายใต้เขตอำนาจของสมาคมความสามารถต้นกำเนิด

ที่สมาคมความสามารถต้นกำเนิด มันเปฌรเหมือนกับสวรรค์แห่งความสามารถ ตราบเท่าที่คุณมีการจัดอันดับความสามารถที่ดีและโพสต์งานที่คุณต้องการทำแล้วจะมีคนมาหาคุณถึงที่เอง  แน่นอนว่าคุณสามารถเลือกภารกิจได้ตามความต้องการของคุณ

นี่เป็นวิธีเดียวในการค้นหาทางเดิน

ตราบเท่าที่คุณมีมาตรฐานของคุณ  คุณก็จะสามารถหาเส้นทางที่เหมาะสมได้

ไปที่นั่น… ไม่ใช่ว่าซูฮ่าวไม่คิด

แต่ช่องทางค้นหางานเป็นฟังก์ชันที่มีให้สำหรับสมาชิกในสมาคมเท่านั้น ซึ่งเกณฑ์ของสมาคมความสามารถต้นกำเนิดเองสูงมาก

1 ในปัจจัยที่สำคัญที่สุดเลยคือคำแนะนำ

ผู้สมัครที่มีคำแนะนำจากผู้อาวุโสของสมาคม จะมีสิทธิ์เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ สำหรับนักเรียนที่ยากจนอย่างซูฮ่าว เขาจะไปหาคำแนะนำนั้นมาได้ยังไง

แต่ถ้าซูเวิ้นพูดถึงมันบางที …

จู่ๆ ดวงตาจองซูฮ่าวก็เป็นประกาย

มองไปที่การแสดงออกของเขา ซูเวิ้นรู้ว่าเขาได้ตะหนักถึงมันแล้ว ดึงซองจดหมายสีขาวออกมา เธอกล่าวว่า “นี่  นี่เป็นจดหมายแนะนำของสมาคมความสามมารถ  ทั้งหมดนี้เพื่อลูกศิษย์ที่น่ารักของฉันเท่านั้น ถ้านายกล้าทำสิ่งใดอยู่เบื้องหลังเธอล่ะก็….ฮึฮึฮึ….คงจะรู้ว่าเป็นยังไง “

ซูเวิ้นมองลงไปในจุดที่ต่ำลงมาของซูฮ่าว

ซูฮ่าวตัวสั่น

WTF นางแม่มด

ซูฮ่าวรีบหนีไปอย่างเร็ว ก่อนที่เขาจะออกไป เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของนางแม่มดคนนี้

วันรุ่งขึ้น ซูเวิ้นได้จากไปพร้อมกับเฉินเยวี่ย

หลังนือหนังสือแนะนำทีอยู่ในมือของเขา  ซูฮ่าวได้ตัดสินใจที่จไปสมาคมความสามารถต้นกำเนิดใน เจียงฮี

เมื่อซูฮาวกำลังเดินออกจากโรเงรียน นักเรียนรอบๆก็สุมหัวกันทันที

เร็วๆ นี้ข่าวของซูฮ่าวได้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งรั่วโรงเรียน เรื่องที่ทำร้ายกวานหยู่ซวนด้วยการขยับเพียงครั้งเดียว นี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา แม้โจวเว้งทีมี 16 จุดก็อาจไม่สามารถทำเช่นนี้ได้

นั้นไม่ได้หมายความว่าระดับพลังของซูฮ่าวถึง 16 จุดแล้ว?

ซอฟต์แวร์ประเมินระดับพลังไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยราคาที่มหาศาลมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถจ่ายไหว

เทียการต่อสู้แห่งเกียรติยศครั้งก่อน ซูฮ่าวเพียง 12 จุด ในเวลาเพียง 1 เดือนเขาได้ไปถึง 16 จุด

4 จุดในเดือนแห่งความคืบหน้า

นักเรียนชั้นนำของนักเรียนใหม่หลังจาก 1 เดือนได้สร้างปาฏิหาริย์อีกครั้ง

และในเวลานี้ข่าวเกี่ยวกับงานเลี้ยงวันเกิดของเฉินเยวี่ยก็แพร่กระจายไปแบ้วเช่นกัน ฉากอันน่าสวยงามของเขา ฉากรักโรแมนติกในตำนาน การแสดงเปียโนของซูฮ่าวควบคู่ไปกับความสัมพันธ์อันใกล้ระหว่างพวกเขา มันได้กลายเป็นข่าวที่ร้อนแรงในโรงเรียนในขณะที่

ซูฮ่าวซึ่งเป็นนักเรียนที่ดูเรียบง่ายกลับถูกปกคลุมโล่หนาๆของความลึกลับ

คนๆนี้ไม่สามารถคาดเดาได้เลยจริงๆ

เฝ้าดูซูฮ่าวเดินออกจากโรงเรียน ผู้เรียนซ้ำมองกันและกัน ไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุให้เขาอีกครั้ง หลังจากที่ได้เห็นสภาพของกวานหยู่ซวน

ด้วยอำนาจที่น่าหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าท้าทายเขา

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ