0 Views

GMC ตอนที่ 193 ปฏิเสธจนจบ

 

 

ซุนเหยาเตี้ยนอธิบายด้วยความกลัว

นรกเอ้ย  ใครจะโง่อยู่กันล่ะ

คืนนั้นหลังจากที่เขาอับอายโดยซูฮ่าว เขาเดินตรงไปที่ไนท์คลับโกลเด้นและหาสาว 1 คน เพื่อระบายความโกรธของเขา เขาไม่คิดว่าในวันรุ่งขึ้นเมื่อเขาตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะเปลี่ยนไป  ซุนเบเตี้ยนเป็นห่วงเขาอยบ่างมากแล้วเมื่อพบว่าเขาอยู่ในไนต์คลับ  ซุนเบเตี้ยนซุดทั้งยืน

แต่เมื่อซุนเหยาเตี้ยนได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เขารู้สึกหวาดกลัวมาก

หลายคนเสียชีวิต

แล้วคนอ่อนแออย่างเขา  เขาจะมีชีวิตรอดมาได้งั้นหรอ

เขาไม่สามารถพูดเช่นนั้นได้

ถ้าเขาตายแล้วมันคงเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ เขาไม่รู้สึกอับอายใดๆ เขารู้สึกยินอีกด้วย

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเยวี่ย เขาได้กล่าวกลับกันจากสิ่งที่เข้าคิด

“แช่”

มีเสียงดังขึ้นมาขัดความคิดของเขา

ช่อดอกไม้น้ำแข็งลอยตัวไปในอากาศ

คริสตัลน้ำแข็งนับไม่ถ้วน ที่เหมือนกลีบดอกไม้ลอยอยู่ด้านหน้าเฉินเยวี่ย ภายใต้แสงแดดน้ำแข็งได้สะท้อนแสงสีฟ้าที่สวยงาม ช่อดอกไม้ที่เป็นดอกกุหลาบกลีบของมันที่เป็นน้ำแข็งจำนวนมากลอยอยู่กลางอากาศ  ในขณะนี้เฉินเยวี่ยโบกมือเบาๆ กลีบดอกไม้เหล่านั้นเริ่มเคลื่อนที่

คริสตัลน้ำแข็งนับไม่ถ้วนรวมกันเหมือนฝนที่ตกหนักและพุ่งไปด้าน

มันเต็มไปด้วยจิตสังหาร

“F * CK!”

ใบหน้าของซุนเหยาเตี้ยนเปลี่ยนไป

เขาถอยหลังทันที ด้วยการใช้งานความสามารถต้นกำเนิดของเขา ร่างของเขาได้ปกคลุมด้วยเหล็กเพื่อต้านทานการโจมตี ผิวเหล็กมีความหนาประมาณ  1 เซนติเมตร

ซุนเหยาเตี้ยนก้มตัวลงไปที่พื้นและให้น้ำแข็งเหล่านั้นโดนหลังเขา

“เป้ง  เป้ง” เสียงน้ำแข็งกระทบโลหะ

เมื่อกลีบน้ำแข็งเหล่านี้แตกกระจาย ร่างของซุนเหยาเตี้ยนปกคลุมไปด้วยเศษเหล็ก นี่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของคริสตัลน้ำแข็ง

“วูป”

เมื่อธาตุเหล็กบนร่างกายของเขาหายไป ซุนเหยาเตี้ยนก็กลืนน้ำลาย เขามองไปที่เฉินเยวี่ยที่ด้านหน้าของเขา “คุณ …ไม่ควรลงมือรุนแรงใช่มั้ย?”

ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของพวกเขา ไม่ว่าเฉินเยวี่ยจะเกลียดเขาแค่ไหน เธอไม่เคยมีเจตนาทำร้ายเขา แต่…เขาไม่เว่าวันนี้เธอจะลงมือทำ

วันนี้เฉินเยวี่ยเกือบจะฆ่าเขา

“นี่เป็นคำเตือนแรก”

เฉินเยวี่ยพูด จิตสังหารของเธออ่อนลง “เยวี่ย ไม่ใช่ชื่อที่คุณสามารถเรียกได้ ถ้าฉันได้ยินคุณเรียกฉันอีกฉันจะฆ่าคุณซะ”

“วูป ~”

ทุกคนได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวจัด เฉินเยวี่ยเอาจริง

เกิดอะไรขึ้นกันแน่

เฉินเยวี่ยมองไปที่ซุนเหยาเตี้ยนซึ่งกำลังตกใจ เธอส่ายหัวและเดินจากไป การแสดงออกของเธอค่อนข้างเศร้า  ซูฮ่าว นายกำลังมีความสุขไหม?

ทุกครั้งที่เธอคิดถึงฉากในวันนั้น เธอจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับฝันร้าย

ร่างสีขาวพุ่งลงมาจากดาดฟ้าตึกสูงหลายร้อยเมตร ฉากนี้เธอจะไม่มีทางลืมมัน… ตลอดไป คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เธอรู้ดีว่าคนๆเป็นใคร เขาคือซูฮ่าว

ข้อความน้อยๆที่เขาส่งมา นั่นดูเหมือนจะเป็นคำพูดสุดท้ายของเขา

วันรุ่งขึ้น  เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอร้องไห้เป็นเวลานาน

เธอหวังว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นเพียงความฝัน

พิธีครบรอบอายุ เธอได้รับของขวัญที่โรแมนติกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เธอไม่คิดว่าจะสูญเสียบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอหลังจากจบงาน

เธอต้องการข้อความของเขาหลังจากตื่นขึ้นมา

ฉันคิดถึงคุณ ซูฮ่าวสุดที่รักของฉัน

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยเฉินเยวี่ย  เธอต้องรีบแข็งแกร่งเพื่อดูแล หลิงเอ้อและป้า” เฉินเยวี่ยกล่าวกับตัวเองอย่างเศร้าโศก  แต่มีเสียงแตกต่างมาจากด้านหลัง

“นั่นๆคนๆนั้นใช่ซูฮ่าวไหม”

ร่างของเฉินเยวี่ยแข็งค้าง  เธอยืนนิ่งไม่ขยับเพราะความตกใจ

“ซูฮ่าว?!”

เฉินเยวี่ยหันหัวของเธอด้วยความไม่เชื่อ เธอตกใจที่พบร่างๆหลึ่งที่กำลังเดินมาหาเธอ

นั่นเขา…

เขายังมีชีวิตอยู่

“วูป”

คริสตัลน้ำแข็งส่องประกาย มีแสงเย็นกระพริบผ่านฝูงชนไป เฉินเยวี่ยได้มาถึงด้านหน้าซูฮ่าวและจ้องมองเขา อย่างไม่เชื่อ

“หืม?”

ซูฮ่าวตกใจมาก

เขาที่เพิ่งเข้ามา ก็ได้เห็นเฉินเยวี่ยซึ่งรีบวิ่งมาทางเขาด้วยความบ้าคลั่ง เขารู้สึกว่าสถานการณ์ที่นี่มันดูแปลก แปลกมากๆเลยล่ะ   มันเกิดอะไรขึ้น?

“เธ…”

เฉินเยวี่ยวิ่งมากอดเขาอย่างฉับพลัน ร่างกายที่กดทับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น

หลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขายังคงตบหลังของเฉินเยวี่ยและกอดเธอไว้

ฝูงชนโดยรอบเงียบและไม่มีใครกล้าพูดขึ้นมา

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ

เฉินเยวี่ยเงยหน้าขึ้น ซูฮ่าวเช็ดน้ำตาที่ขอบตาของเธอและค่อยๆถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

เฉินเยวี่ยกัดริมฝีปากของเธอ “วันนั้นคนๆนั้น…. คือคุณ”

“อืม” ซูฮ่าวพยักหน้า ตั้งแต่ที่เขาเห็นเธอ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่สามารถซ่อนมันได้จากเฉินเยวี่ยได้  นั่นเป็นเหตุผลที่เขายอมรับมัน

“เป๊ะ”เฉินเยวี่ยทุบร่างของเขาอย่างดุเดือดขณะที่เธอร้องไห้

“ใครขอให้นายช่วยกัน  ใครบอกให้นายกระโดดลงมาจากดาดฟ้านั้น ทำไมนายถึงไม่ส่งข้อความถึงฉัน ว่านายยังมีชีวิต  รู้ไหมฉันคิดว่าคุณน่ะ  คุณน่ะ…  ฮือๆ “

ซูฮ่าวยิ้มขมขื่นยิ้มและเข้าใจสถานการณ์ในทันที

ฉากในวันนั้น พวกเขาเห็นว่ามันเป็นความจริง

เนื่องจากต้องหลบหนีให้ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาต้องกระโดดและเขารู้สึกปลอดภัย เขาไม่เคยคิดว่าเฉิน เยวี่ยจะได้เป็นพยานในเหตุการณ์ด้วยและกระทั่งคิดว่าเขาตายไปแล้ว ภาพลวงตาที่ใช้ในการตบตาโชวยัน  เขาไม่คิดว่าจะหลอกลวงพวกเขาได้ด้วย

“ฉันแค่กังวลว่าจะทำให้คุณลำบาก”

ซูฮ่าวหัวเราะอย่างขมขื่น ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ทั้งสองคนต้องไม่ค่อยได้พูดคุยกัน

“ฉันรู้” เฉินเยวี่ยพูดเสียงเบา

ใบหน้าของเฉินเยวี่ยเป็นสีดอกกุหลาบและกัดฟัน เธอตัดสินใจแล้วเธอเงยหน้าขึ้น ขณะที่ซูฮ่าวยังคงตกใจเธอดึงเขาไว้และจูบริมฝีปากของเขา

“!” ซูฮาวเปิดตากว้างขณะที่มองไปที่เฉินเยวี่ย ผู้ที่จับเขาไว้แน่น

จิตใจของเขาว่างเปล่า

โถ่เอ้ย.. เป็นชายแต่โดยหญิงถูกขโมยจูบงั้นหรอ

ขณะที่เขามองไปที่เฉินเยวี่ยที่กำลังกอดเขาแน่น ด้วยการจูบที่ไม่มีประสบการณ์ของเธอ เขารู้สึกว่ามันตลก ริมฝีปากของเธอแค่ปะขบกับเขา เธอยังไม่รู้ถึงขั้นตอนถัดไป เขากอดเธอด้วยท่าที่สะดวกสบายและร่างกายทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่พวกเขากำลังจูบกัน

ซูฮ่าวใช้ลิ้นของเขาเพื่อเปิดปากของเฉินเยวี่ยและสำรวจรอบๆ  เฉินเยวี่ยที่ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรมาก่อนตาของเธอจึงเปิดกว้าง  เธอต้องการที่จะล่าถอย แต่ก็ถูกกอดอย่างแน่นหนาโดยซูฮ่าว หลังจากที่เธอพยายามหลายครั้งและล้มเหลวตลอดเธอยอมแพ้และปิดตาของเธอ

นี่คือเรื่องตลกอะไรกัน? หลังจากที่คุณจูบฉันคุณต้องการที่จะหนีงั้นหรอ

ฝูงชนโดยรอบก็ตกตะลึง

WTF  นี่คือเทพธิดาหิมะน้ำแข็งเมื่อ 2 วันก่อน เธอเป็นคนเริ่มจูบก่อน ทุกคนรู้สึกว่ามุมมองของพวกเขาในโลกนี้เปลี่ยนแปลงไป

พวกเขากำลังอาศัยอยู่ในโลกเดิมมั้ย?

สำหรับเขาไล่ตามผู้หญิงคนหนึ่งในลักษณะเดียวกัน เธอจะอยู่ในโหมดง่าย ไม่เพียงแค่นั้นเขายังมีกลโกงด้วย  สำหรับพวกเขา พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาเล่นโหมดนรก(Hell)

การจูบกินเวลาหลายนาที  มันเป็นระยะเวลาที่นานสัำหรับคนที่มอง เป็นระยะเวลาที่สั้นสำหรับคนจูบกัน

ซูฮ่างจึงปล่อยเฉินเยวี่ยซึ่งกำลังจะหมดสติ สีหน้าสีแดงที่ดูสดใสของเธอทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากแต่เมื่อเขานึกถึงตัวตนของเขาและรีบถามอย่างกังวล “เอ่อ… เรื่องนี้จะทำให้เธอลำบากมั้ย”

เฉินเยวี่ยส่ายหัวและเอียงตัวไปอยู่ใรอ้อมกอดของซูฮ่าว

“มันถูกยกเลิกแล้ว”

“หืม?” ซูฮาวมองเธออย่างุนงง  “อะไรถูกยกเลิก?”

“สัญญาฉบับนั้น” เฉินเยวี่ยกว่างอย่างสดใส

“เธอหมายถึง … ” ซูฮ่าวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “หมายถึง … “

“อืม” เฉินเยวี่ยพยักหน้าอย่างร่าเริง

“เนื่องจากการกระทำของซุนเหยาเตี้ยนในวันนั้น เขาถูกจับได้ที่ไนท์คลับโกลเด้น ขณะที่ทุกคนตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงได้รับการข่มขู่จากประชาชน แม้แต่แม่ก็ไม่สามารถทนต่อเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเมื่อวานนี้ทางตระกูลเฉินและตระกูลซุนจึงได้ทำสัญญาฉบับนั้นให้เป็นโมฆะ “

“หึๆๆ” ซูฮ่าวหัวเราะเยาะและพูดว่า “ผู้ชายคนนี้ เขาไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยของเขาได้”

เฉินเยวี่ยกอดเขาสบายและไม่ต้องการที่จะพูดอะไรอีก สิ่งที่เธอต้องการคือการได้รับความสุขที่หาได้ยากเช่นนี้

“กลับมาที่ความเป็นจริง … “

ซูฮ่าวเห็นเธอมีความสึกจึงอดไม่ได้ “แม้ว่าสัญญานั้นจะเป็นโมฆะแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นที่จะหิวโหยถึงเพียงนี้ ริมฝีปากของฉันบวมเป่งเลยเห็ไหมเนี่ย”

“ฉันเกลียดนาย” เฉินเยวี่ยเตะเขาด้วยความรำคาญ ใบหน้าของเธอแดงจ้า เธอเขินอายมากๆ

“ฮ่าฮ่า!” ซูฮ่าวหัวเราะและคว้ามือของเธอ “มาเถอะไปที่อื่นกัน ที่นี่มีผู้ชมจำนวนมากล้อมเราอยู่ “

เฉินเยวี่ยกัดริมฝีปากของเธอ “ปล่อยให้พวกเขาอิจฉากันไป”

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็จับมือซูฮ่าวอย่างแน่นหนา ความสง่างามอย่างเย็นชาดั้งเดิมของเธอได้ละลายไปแล้ว

เฉินเยวี่ยในอดีตได้กลับมาแล้ว

ซูฮ่าวรู้สึกถึงความอบอุ่นภายในมือของเขาและความสุขที่เกิดขึ้น ตอนแรกเขาคิดว่าเขาต้องใช้เวลาอีกหลายปี  ในช่วงเวลานี้เขาทำได้แค่มองจากที่ไกลๆ  ช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความสุขที่เขาได้แสวงหามานาน

ทั้งสองคนเดินจากไป

ทุกคนอิจฉาคู่นี้เป็นอย่างมาก  ที่มุมหนึ่ง ซุนเหยาเตี้ยนซึ่งร่างกายนั้นแดงจัด ท่าทางของเขาต้องไปด้วยความอิจฉาอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เข้าใจจริงๆ  ในคืนนั้นถึงเขาจะจากไป แต่ก็เขาไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ซูฮ่าวเองก็จากไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้เช่นกัน

ทั้งคู่ได้ออกจากปาร์ตี้ แต่ทำไมเขาและซูฮ่าวถึงได้รับการดูแลที่แตกต่างกันมากถึงขณะนี้

มีเลือดไหลออกมาและซุนเหยาเตี้ยนเกือบจะเป็นลมด้วยความโกรธ

ทุกคนลุกขึ้นมอง แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขา

ในชั้นเรียนการคัดเลือกอัจฉริยะ ถังขยะตัวนี้มักเป็นสิ่งที่ควรดูถูกอยู่เสมอๆ

ในอีกไม่กี่วันนี้ จะเห็นซูฮ่าวและเฉินเยวี่ยอยู่ด้วยกันเสมอ

การกินด้วยกัน การฝึกร่วมกัน การนอนหลับด้วยกัน(เฮ้ย)…  สิ่งสุดท้ายยังไม่เกิดขึ้น ในไม่กี่วันที่ผ่านมาซูฮ่าวเหมือนอยู่บนสวรรค์ ตอนแรกเขาคิดว่าก่อนที่เขาจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เขาถึงสามารถฝันถึงความสุขนี้ได้ อย่างงี้เองสิน่ะที่มาของคำว่า ความสุขคือสิ่งที่เราต้องต่อสู้ดิ้นรน

หลังจากที่ซูฮ่าวดิ้นรนมานานก็ได้ถึงเวลาที่ซูฮ่าวจะได้รับความสุข ความอบอุ่นหัวใจ

โชคดีที่การฝึกของเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในไม่กี่วันนี่ ซูฮ่าวมั่นใจว่าเขาสามารถรวมและผสมผสานทักษะหลอมร่างกายเข้ากับสมรรถภาพทางกายได้และทักษะการต่อสู้

การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของความแข็งแกร่ง อาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงของแก่นแท้การต่อสู้ในระหว่างการต่อสู้ได้

หลังจากผ่านไป 2 – 3 วัน เขาก็สามารถที่ทำให้ร่างกายของเขามั่นคงและแข็งแรงขึ้นได้

สำหรับความสามารถต้นกำเนิดของเขา หลังจากที่เขาสืยค้นข้อมูลด้วยข้อสงสัยมากมาย ในที่สุดเขาก็พบฐานข้อมูลการปรับแต่งความสามารถต้นกำเนิดได้ ซึ่งมันมีอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน

เพียงว่ามันเป็นห้องสมุดพิเศษ

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ