0 Views

GMC ตอนที่ 19  สิ่งตอบแทนความขยัน

 

“ฉันแพ้แล้ว ” ซูฮ่าวยิ้มอย่างขมขื่นก่อนยอมแพ้ขณะกำลังมองดูเฉินเฟิง “พี่ชายคุณมีชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะในระดับตำนาน ฉันเป็รผู้น้อยขอยอมแพ้และก้าวลงไปอย่างสง่างาม ”

“นั่นแหละถูกต้อง” เฉินเฟิงกล่าวด้วยเสียงโทนที่ไม่แยแสของเขา  มันฟังดูคล้ายกับนักวิชาการชั้นเลิศ

เฉิน เยวี่ย แล้วขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา “การใช้ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อกลั่นเพื่อสู้กับคนที่อ่อนแอกว่านี่พี่จะพอใจงั้นหรอที่ชนะ”

ใบหน้าของเฉิน เฟิงก็เปลี่ยนท่าหลังจากได้ฟังความคิดเห็นของเธอ เขาส่งยิ้มอย่างขมขื่นไปทางซูฮ่าว “นายน้องชายเห็นยัง นี่แหละเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงลังเลที่จะสู้กับนาย เมื่อฉันชนะ ฉันจะถูกตำหนิว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก  แต่ถ้าฉันแพ้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน”

เฉิน เยวี่ย จ้องไปที่เขาเป็นเวลาสองวินาที ก่อนที่เธอจะหันตัวเธอมามองซูฮ่าว ด้วยความกังวลก่อนเธอจะเปล่งเสียงออกมา “ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับเริ่มต้น ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพร่างกายในปัจจุบันของนายแล้ว ฉันรู้ว่านายมีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้สูงมาก แต่โปรดอย่าทำเกินตัวนายจนเกินไป(ฉันเป็นห่วง..) ตั้งแต่ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับกลางเป็นต้นไปแต่ละขั้นมีความต้องการที่สูงมากต่อสภาพร่างกายของนาย ”

” ใช่ ” เฉิน เฟิงพยักหน้า “น้องชายนายอาจไม่ทราบ แต่อัตราส่วนต่อทักษะการต่อสู้และร่างกาย ควรเป็น 1 : 1 การบังคับแต่อย่างใดอน่างหนึ่งให้สูงจนเกินไปมันจะนำอาการบาดเจ็บที่ถาวรต่อร่างกายของนายแทน”

“ 1 : 1”

ซูฮ่าว ตระหนักถึงปัญหา  ปัจจุบันทักษะการต่อสู้และกำลังกายของเขายังคงอยู่ที่ 150 คะแนน ดูเหมือนว่าตอนที่เขากำลังฝึกทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ทำให้ความแข็งแรงของร่างกายของเขาถูกทำให้ฝืนตัวโดยไม่ได้ตั้งใจและด้วยเหตุนี้เขาจึงสลบไปที่สวน ถ้าเฉิน เยวี่ย ไม่ได้ผ่านมาเห็นทันเวลาและให้ยาฟื้นฟูแก่เขา เขาจะได้รับอาการบาดเจ็บภายในจนไม่สามารถรับรักษาได้ให้หายไปนาน

“ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับ เริ่มต้น 50 คะแนน, กลาง 70 คะแนน,สูง 100 คะแนน ดังนั้นถ้านายต้องการที่จะเรียนระดับกลางอย่างน้อย ให้แน่ใจว่ากำลังกายของนายถึง 170 คะแนน”เฉิน เยวี่ยเตือน

“มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด” เฉินเฟิงค้าน “ทักษะการต่อสู้เป็นเพียงของเสริม การพัฒนาระดับความสามารถของคุณเองเป็นเส้นทางที่ถูกต้องและดีที่สุด ทักษการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับเริ่มต้นเป็นมาตรฐานสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยปกติ แม้ว่าทักษะการต่อสู้ทางทหารจะให้ 300 คะแนน แต่การยกระดับความสามารถของนายจะมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น! ”

“งั้นหรอ”

ซูฮ่าว พยักหน้า แต่ในใจเขาได้แค่ยิ้มอย่างขมขื่น เรื่องสำคัญคือสิ่งเหล่านี้เขาจะรู้ได้อย่างไร แต่ทักษะการต่อสู้ซึ่งมีค่า 300 คะแนนเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้เรียนในวิทยาลัย ซานเซียง

สังเกตเห็นว่าเฉินเฟิงได้มองสีหน้าและรับรู้ความคิด ความรู้สึกของซูฮ่าวได้โดยไม่สังเกตว่า เฉิน เยวี่ยได้เปลี่ยนไปใช้หัวข้ออื่น “พี่ชาย คุณยังไม่ได้ตอบฉันว่าคุณพบฉันได้อย่างไร”

“นี่ เยวี่ย และน้องเขย … เอ่ออ  ฉันหมายถึง ซูฮ่าว พี่ชายคนนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นฉันต้องไปก่อน”เฉินเฟิงอยู่ในจุดที่ออกง่าย เขาไม่ได้รอการตอบกลับแต่อย่างใด แต่เขารีบวิ่งกลับไปที่รถสปอร์ตของเขาและขับรถหายไปในพริบตา

ซูฮ่าวหัวเราะกับการกระทำของเขา “ตำนานอัจฉริยะคนนี้จริงๆแล้วไม่ได้แม้แต่ความที่น่าประทับใจเลย”

“เขายังคงทำแบบนั้นอยู่เสมอ  นี่เป็นเหตุผลที่หลายคนชอบเขา “เฉิน เยวี่ย ยิ้มและส่ายหัว น้องสาวคนนี้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่สำหรับพี่ชายของเธอ

ซูฮ่าวรู้สึกอิจฉาเขาไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาจะภูมิใจกับพี่ชายของเธออย่างเขาคนนี้ไหม

“นายไม่จำเป็นต้องรีบจนเกินไป” เฉิน เยวี่ย มองเขา “การทดสอบครั้งแรกยังมีเวลาอีกหลายวัน นอกจากนี้การควาเร็วในการเพิ่มระดับความสามารถและทักษะของนาย ยังทำได้เร็วกว่านักเรียนชั้นเรียนอัจฉริยะอีกด้วย ”

“ได้” ซูฮ่าว พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ

หลังจากแยกกลับเฉินเยวี่ย ซูฮ่าวไม่ได้กลับไปที่โรงเรียน เขากลับบ้านโดยตรง

เขามีสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป

ในห้องของตัวเอง ซูฮ่าว กำลังตรวจสอบการ์ดสีเทาในใจของเขา

พอมีระดับขีดจำกัดที่เพิ่มขี้น พลังทั้งหมดของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะเปิดใช้งานการ์ด เป็นพื้นฐานเดียวกับสถานการณ์ที่เขาเผชิญหน้ากับบัตรเพาะปลูกต้นขั้นสูง

ใช้พลังที่มากขึ้นและระดับก็สูงขึ้น

ครั้งล่าสุดเมื่อเขากำลังเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับผู้เริ่มต้นแม้แต่กับลู่ เซิงหลง  เองที่แสดงท่าทางและสอนเขาก็ยังคงใช้พลังอำนาจของเขาอยู่เป็นจำนวนมาก! สำหรับทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับกลางจะต้องใช้พลังที่มากกว่าระดับเริ่มต้นที่มากจนน่ากลัว

สำหรับระดับสูง แน่นอนว่ามันจะเพิ่มขึ้นถึงในระดับที่น่ากลัวมาก

ถ้าทักษะการต่อสู้ของตำรวจระดับสูงอยู่ในระดับที่น่ากลัวมากแล้ว   ทักษะการต่อสู้ทางทหาร ตามระดับพลังการฟื้นตัวในปัจจุบันแม้จะมีระยะเวลาหนึ่งปีอาจไม่เพียงพอสำหรับเขาที่จะควบคุมมันได้

หลังจากการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วซูฮ่าว ได้วางปัญหาไว้เป็นระบบ ขั้นตอน

รวมทั้งการ์ดบ่มเพาะแล้วเขามีการ์ดอยู่ 2 ใบแล้ว ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของเขานั้นง่ายมากซึ่งก็คือการหาการ์ดระดับสูงใบที่ 3

ในอีกไม่กี่วัน ซูฮ่าว จะกลับไปใช้ชีวิตเด็กนักเรียนในโรงเรียนตามปกติ

กิจวัตรประจำวันของเขาค่อนข้างเรียบง่าย ทุกวันเขาจะตื่นอย่างรวดเร็วไปที่สวนเพื่อฝึกและสนทนากับ เฉินเยวี่ย และไปที่โรงเรียน กิจกรรมเหล่านี้เป็นเหมือนชีวิตประจำวันของซูฮ่าว

แต่มีพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่า ซูฮ่าวเริ่มวิเคราะห์ทุกคนที่เขารู้สึกว่าแข็งแรง จากนั้นเขาก็จะสร้างแบบจำลองของบุคคลนั้นและเริ่มวิเคราะห์ความสามารถแต่ละอย่างช้าๆ

กว่า 10 วันผ่านไปแล้ว แต่ก็ไม่คืบหน้าอะไรเลย

จากความสามารถตั้งแต่ 5 ถึง 9 จุด  ซูฮ่าวได้ทำการวิเคราะห์แต่ละคนแล้วทุกคน แต่ละคนมีเพียงการ์ดทักษะการต่อสู้ขั้นพื้นฐานเท่านั้นที่แตกออกไปคือระดับเท่านั่น

ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับความสามารถในการกำเนิดของตัวเองและได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้เป็นแค่สิ่งสนับสนุน หลังจากที่คะแนนถึง 400 แล้วทักษะอื่นๆใดแทบจะไม่มีความหมายอีกต่อไป ในขณะที่ความสามารถในการกำเนิดจะไร้ขีดจำกัดในการพัฒนา

เส้นทางนี้มีประสิทธิภาพมากและรวดเร็วกว่า

ซูฮ่าวได้พบกับความสามารถที่ต้นกำเนิดของหลากหลายแบบ จากอันดับต่ำสุดของความสามารถในการกำเนิดเช่นปรุงอาหารหรือพวกที่มีอันดับที่สูงยิ่งกว่า เขาได้เห็นมาทั้งหมดแล้ว จนไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาประหลาดใจได้อีกต่อไป

สิ่งที่ส่งผลต่อความสามารถมี 4 อย่างเท่านั้น

ร่างกาย เขาทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น

ทักษะการต่อสู้  เขาได้ใส่ความพยายามอย่างมากจนทำให้เขาได้แซงหน้า เฉินเยวี่ย แล้วนอกจากนี้เขายังมีการ์ดทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ยังไม่ใช้อีก

พื้นฐานทางทฤษฎี(ไม่แน่ใจจะเรียกว่ายังไงดีมันคือพวกความรู้ต่างๆนะครับ)  180 คะแนนของเขา   มันทิ้งห่างคนอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น

ระดับความสามารถ  สิ่งที่เขาเตรียมไว้สำหรับมันคือการ์ดการบ่มเพาะปลูก ส่วนความสามารถตั้งแต่กำเนิดของคนอื่นๆเขาไม่สามารถสร้างแบบจำลองของมันขึ้นมาได้

ดังนั้นจากการคิดอย่างถี่ถ้วนของซูฮ่าว ทำให้เขาติดอยู่ในความสับสนกับระดับความสำคัญของทั้งสี่ด้านและไม่สามารถที่จะหลบหนี

บางครั้งซูฮ่าวเองก็ไม่รู้ว่าเขากำลังกำอะไรหรือรออะไระบางอย่าง

หรือบางทีอาจเป็นสิ่งเรียกได้ว่าตำนานจากที่เขาศึกษา

ทักษะการต่อสู้ของมีจำกัด 400 คะแนนงั้นหรอ แต่ซูฮ่าวเคยได้ยินเรื่องบางอย่าง

ซูฮ่าวจำได้อย่างชัดเจนว่าเขาได้เห็นที่ด้านล่างของคอลัมน์ทักษะการต่อสู้ มีบรรดาที่ตัวหนังสือเล็ก ๆ ได้มีการตีพิมพ์ว่า ถ้ามีคนได้คะแนนมากกว่า 400 คะแนนพวกเขาจะถูกกำหนดในระดับความสามารถอีกขั้นหนึ่ง

สิ่งนี้หมายความว่า ทักษะการต่อสู้แน่นอนสามารถที่จะมากกว่า 400 คะแนน

ไม่เพียงแต่ทักษะการต่อสู้แม้แต่ร่างกายยังสามารถมากกว่า 400 คะแนนได้

การเพิ่มกำลังกายด้วยการออกกำลังกายเป็นเรื่องง่าย

ในกรณีที่มีคนสามารถเพิ่มความสามารถด้านใดด้านหนึ่งของเขาได้เกิน 400 คะแนนได้อย่างเช่นพลังของซูเปอร์แมนที่มีพลังกาย(ร่างกายนั้นแหละครับอันเดียวกัน)มากกว่า  400 คะแนน จะได้รับการพิจารราบางอย่าง

ทักษะการต่อสู้เองก็มีความคล้ายกัน เมื่อมีคนใช้ทำลายขีดจำกัด 400 คะแนน พวกเขาจะสามารถเพิ่มทักษะในการต่อสู้ได้ดี เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแน่นอนว่าความสามารถของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นนอกเหนือจากการใช้ความสามารถในการกำเนิดแล้วยังมีวิธีที่เป็นไปได้อย่างอื่น

ซูฮ่าวจำไม่ได้อย่างแน่ชัดว่าเขาเคยเห็นหนังสือเล่นหนึ่งที่ไหนมันเกี่ยวกับอารยธรรมจีนโบราณ ในหนังสือมันระบุว่ามีความสามารถอีกหนึ่งอย่างซึ่งเรียกว่ากำลังภายใน

สำหรัพลังภายในพวกเขาเรียกว่าศิลปะการต่อสู้การเคลื่อนที่

คุณสามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยมือเปล่าของคุณ  คุณสามารถแยกภูเขาและเดินบนหิมะได้โดยไม่มีร่องรอยใด ๆ แต่ต่อมาความสามารถนี้ได้ค่อยๆหายไปราวกับว่ามันถูกกินโดยเวลา โชคดีที่มีการเกิดขึ้นของความสามารถตั้งแต่การกำเนิด  และศิลปะการต่อสู้อีกมากมายทำให้แสดงให้เห็นถึงพลังของมันอีกครั้ง

ตำนาน ได้กล่าวว่าผู้ที่มีระดับความสามารถเฉลี่ย หลายร้อยหลายพัน พวกเขาไม่ได้พึ่งพาความสามารถตั้งแต่ต้นกำเนิดของตัวเองอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า การเคลื่อนที่อขงกำลังภายใน นี้ด้วย

สำหรับการฝึกที่จะเรียนมันได้นั้นต้องการอย่างต่ำคือการใช้ทักษะการต่อสู้ของ สาม อันดับ(the three ranks of fighting techniques งงประโยชน์นี้)

ดังนั้น ซูฮ่าว ได้สำรวจไปที่นักเรียนและครูในโรงเรียนเพื่อดูว่ามีใครที่เข้าใจการเคลื่อนไหวของทักษะการต่อสู้ ถ้ามีเขาจะได้ศึกษาและสร้างแบบจำลองการ์ด(martial arts moves ช่วยคิดคำนี้ที่)มาได้

แต่น่าผิดหวัง

ถ้าจนถึงเวลาจะสอบและ เขาไม่สามารถหาได้พบ ก็จะทำให้ ซูฮ่าว ยกเลิกแผนการไป เขาก็ทำได้เพียงใช้งานการ์ดป 2 ใบนี้และยอมแพ้ต่อการ์ดใบที่ 3 ไป

แต่เขาไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนี้

ยาที่ที่มีราคากว่า สามล้าน ดอลลาร์ดาว และยาฟื้นฟูระดับเริ่มต้นอีก 35  โอกาสเช่นนี้มันเป็นโอกาสสีทองและอาจจะมีเพียงครั้งเดียวในชีวิต

“เหลือเวลาแค่ 3 วันก่อนที่การสอบจะเริ่มขึ้น”

ซูฮ่าวคิดขึ้น “ฉันจะหาจนถึงวันสุดท้าย ถ้าฉันยังไม่พบฉันคงจะต้องยอมแพ้ไป ”

อีก 3 วัน นับถอยหลัง

นักศึกษาทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะให้หนักที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขามีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นในใจของพวกเขา ซึ่งก็คือการเข้าสู่ชั้นเรียนระดับ อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าเรียนในวิทยาลัย ซานเซียง

นอกเหนือจากการค้นหาการ์ดแล้ว ซูฮ่าวยังใช้เวลาว่างทั้งหมดเพื่อสร้างเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อในทฤษฎีทั้งหมดในหัวของเขา

สวรรค์จะตอบแทนผู้ที่ขยันหมั่นเพียร

พื้นฐานทางทฤษฎีมีคะแนนเต็ม 200 คะแนนเขากำลังเรียนรู้เพิ่มเพื่อหาเพิ่มคะแนนขั้นมาอีก 20 คะแนน

 

ติดตามงานแปลได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย