0 Views

GMC ตอนที่ 178 สายไป

 

 

“คุณนั่งลงเดี๋ยวนี้”

มาสเตอร์เฟิงจ้องเขม็ด “คุณกำลังทำให้ฉันมีปัญหา”

“อาจารย์ ฉันทนไม่ไหวจริงๆ”

หลิวไชปิงกล่าวอย่างโกรธๆ “อาจารย์ใน 3 วันที่ผ่านมา ท่านได้มอบหมายในสิ่งที่เป็นรางวัลในภารกิจของท่านกับศิษย์ทุกคน โดยไม่ถามความคิดเห็นใดๆเลย  แล้วคนอย่างเขานั้นหรอที่มีคุณสมบัติเป็นนักเปียโน เขาไม่แม้แต่จะสนใจเรียนรู้และยังมีพฤติกรรมที่เลวร้าย  ในเวลา 3 วันติดต่อกัน ทั้งหมดที่เขาทำคือยืนฟังการบรรเลงเปียโนของฉันและคนอื่น ๆ “

“อาจารย์ลองมองดูเขาและสังเกตพฤติกรรมของเขา คนอย่างงี้หรอที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนักเปียโน?”

มันราวกับว่าสิ่งที่หลิวไชปิงกล่าวมามันไปกระตุ้นพวกเขา  เกิดความวุ่นวายในเหล่าศิษย์

ใน 3  วันมานี้ พวกเขาโดนทรมาณโดยซูฮาวอย่างขัดขืนไม่ได้

ศิษย์ทุกคนลุกขึ้นและบ่นความทุกข์ที่พวกเขาต้องทนในช่วง 3 วันที่ และอธิบายว่าซูฮ่าวเป็นคนโง่ที่มาดูถูกเหยียดหยามคนอื่นๆ สำหรับเหตุผลเพื่อตอบสนองความต้องการของตนล้วนๆ  หรือคุณจะไม่เห็นด้วย? ดูจากการที่เขาปฏิเสธที่จะเป็นศิษย์ของมาสเตอร์เฟิง  เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจในเรื่องเปียโน

เมื่อเห็นลูกศิษย์หลายคนไม่พอใจ มาสเตอร์เฟิงมองไปที่ซูฮ่าว “ฉันฝ่าฝืนกฎเพื่อให้คุณได้เป็นนักเปียโนระดับเริ่มต้น เพราะฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถของคุณและหวังว่าคุณจะอยู่กับสมาคมเปียโน แต่เนื่องจากมีผู้สงสัยจำนวนมาก ดังนั้นเราควรมีการประเมิน แน่นอนมันอยู่ที่คุณ”

“หึ.”

ซูฮ่าวเผยรอยยิ้มไม่แยแส บัตรนักเปียโน มันไม่ได้เป็นประโยชน์ให้เขานัก

แต่ถ้าเขาปล่อยให้คนเหล่านี้สงสัยเขา นั่นก็หมายความว่าเขาจะไม่สามารถดำเนินแผนการต่อไปได้

ซูฮ่าวไม่พูดเยอะเจ็บคอ เขาเดินไปยังเปียโนต้นกำเนิดซึ่งวางอยู่ตรงกลาง เขายืนเผชิญมาสเตอร์เฟิงและน้อมตัวลงเล็กน้อยในลักษณะสง่างาม นี่เป็นสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการสอนมารยาทใน 3 วันนี้

“ใน 3 วันนี้ ผู้น้อยคนนี้มีความเข้าใจบางอย่าง ดังนั้นผู้น้อยจึงปล่อยให้ผู้อาวุโสเล่นก่อน เพื่อทำความเข้าใจและในตอนนี้ผู้น้อยจะขอคำแนะนำจากมาสเตอร์เฟิง”

มาสเตอร์เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย

หลิวไชปิงหัวเราะ “หลังจากฟังเพลงเปียโนมาหลายร้อยครั้ง คุณรู้สึกยังไงบ้าง คุณไม่รู้จักเพลงนี้มาก่อนก็บอกมาตรงๆเลยดีกว่า คุณจะแกล้งไปอีกทำไม “

ซูฮ่าวถอนหายใจและเหลือบมองเขา “คุณต้องขยันหมั่นเพียรในทุกๆสิ่งถึงคุณจะรู้อยู่แล้ว ไม่งั้นคุณจะรู้ได้ยังไงว่าวันไหนคุณจะหุนหันพลันแล่น สำหรับเพลงทุกวันมักจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่หลังจากฟังมันหลายร้อยครั้งคุณจะเข้าใจไม่ว่าจะเปลื่ยนอย่างไร  นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันจึงกล้าที่จะแสดงในตอนนี้  คุณยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ “

“คุณ”

เมื่อเขาเห็นว่าซูฮ่าวซึ่งกำลังทำตัวเหมือนเด็กที่ไร้ยางอายกำลังให้บทเรียนแก่เขา ความโกรธของหลิวไชปิงก็ลุกโชนขึ้น  นักเรียนที่เพิ่งเข้าร่วม 3 วัน กล้าที่จะสอนเขา?

โชคไม่ดีที่ตอนนี้ซูฮ่าวนั่งอยู่หน้าเปียโนต้นกำเนิด

เขาซูดหายใจเข้า ทั้งห้องเงียบสนิทนี่คือความเคารพที่มอบให้กับนักเปียโน

มันเงียบสงบจนน่ากลัว มาสเตอร์เฟิงและคนอื่นๆ เข้ามาใกล้ๆ กำลังรอการแสดงของซูฮ่าว ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าที่เฉยๆ ยิ้ม เยาะเย้ยหรือดูถูกมีทั้งหมด แต่พวกเขาก็ยังสงสัยมากเกี่ยวกับระดับในปัจจุบันของซูฮ่าว หลังจากที่บทเพลงที่สมบูรณ์แบบเมื่อ 3 วันก่อน ในวันนีจะเป็นเช่นไร

เป็นไปได้ไหม ว่าเขาไม่ได้พัฒนาอะไรเลย

ท่ามกลางความเงียบ ซูฮ่าวหลับตาและกลมกลืมไปกับสิ่งแวคล้อม การเต้นของหัวใจสงบอย่างมากพลังงานต้นกำเนิดในร่างกายของเขาถูกกระตุ้น มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและเพลงที่คุ้นเคย

ซูฮ่าวกดเบาๆ ลงเปียโนต้นกำเนิด

“ดิ้ง”

เสียงเปียโนดังออกมา แต่มันราวกับสายฟ้าที่ได้พุ่งโจมตีจิตใจของผู้คนโดยตรง มันทำให้ทุกคนในห้องโถงตกตะลึงอย่างมาก

นี้คือ…

ทักษะเปียโนต้นกำเนิด

พลังงานต้นกำเนิดที่บ้าคลั่งพุ้นพาดไปทั่วทั้งห้องฝึก ในเวลานี้ราวกับว่าพวกเขาได้จมลงไปในหมู่เมฆหมู่ดาว พวกเขาย้อมกลับมาในช่วงวัยหนุ่มสาวและกลับไปยังจุดเกิดความรักครั้งแรกที่หวานแววของพวกเขา จิตใต้สำนึกของทุกคนฟื้นกลับมา เฉพาะมาสเตอร์เฟิงที่ยืนขึ้นตัวสั่นขณะที่จ้องไปยังซูฮ่าว

5 นาทีเป็นเวลาที่ ไม่สั้นและไม่ยาว แต่มันก็เพียงพอที่จะเล่นจนจบเพลง

“ทักษะ !  เปียโน! ต้นกำเนิด! “

หลิวไชปิงกลืนน้ำลายและระงับความช็อคนี้ แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าซูฮ่าวเล่นเพลงนี้ได้อย่างไร

นี่เป็นเพลงที่ยากที่สุด

และเป็นเพลงที่แม้แต่นักเปียโนระดับสูงก็ไม่กล้าที่จะสัมผัส

“ฮ่า”

หัวใจหดหู่ของมาสเตอร์เฟิงได้หายดีแล้ว ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่รับคำเป็นศิษย์ของเขา ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ในอนาคตเขาเฟิงเยาจือเองก็ไม่อาจมีคุณสมบัติพอที่จะสอนเขาได้ แม้แต่เพลงที่โด่งดังที่สุดของเขา ซูฮ่าวก็เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยอย่างเช่นนี้มันมีอะไรอีกที่เขาสามารถสอนซูฮ่าวได้?

หลังจากที่เห็นซูฮ่าวแสดงบทเพลงนี้ เขาก็พอใจมาก

“ฉันมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นนักเปียโนไหม” ซูฮ่าวหัวเราะ

หลิวไชปิงยิ้มอย่างขมขื่น

ซูฮ่าวสามารถใช้ทักษะเปียโนต้นกำเนิดได้แล้วอย่างี้ใครยังกล้าที่จะสงสัยเขาอีก

“แน่นอน!”

มาสเตอร์เฟิงกล่าวอย่างน้อยใจ “รุ่นใหม่สามารถเขี่ยรุ่นเก่าอย่างง่ายดายจริงๆ เพลงนี้แต่งขึ้นจากความรัก ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ความรู้ในด้านนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ จากการเล่นครั้งนี้ของคุณ ฉันสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกลึกๆ ของคุณ จากลักษณะ มันดูเหมือนว่าคุณมีคนที่รู้สึกผูกพัน”

ซูฮ่าวพยักหน้าอย่างเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ “ผมรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถมองเห็นความปรารถนาของหัวใจได้”

“โอ้?”

ความสนใจของมาสเตอร์เฟิงพุ่งพานทันที “ทำไมคุณพูดอย่างนั้น?”

ซูฮ่าวเหลือบไปทางซ้ายและทางขวา เขารู้สึกอึดอัดใจ

ทันทีที่เห็น มาสเตอร์เฟิงก็หัวเราะเสียงดัง “ตามฉันไปที่ห้อง เราจะพูดถึงเรื่องนี้ที่นั่น หลังจากผ่านไปหลายปี คุณเป็นคนแรกที่เล่นทักษะเปียโนต้นกำเนิดนี้ในฐานะมือใหม่ ฉันอยากจะรู้ความรู้สึกแบบไหน ที่ทำให้คุณรู้สึกเช่นนี้”

หลิวไชปิงรู้สึกเสียใจขณะที่เขาเฝ้าดูอาจารย์และซูฮ่าวเดินออกไป

ในเพลงๆหนึ่งสามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่มากมายออกมาได้จริงๆ

ใช้วิธีนี้ ในการฟังสัก 2 – 3 รอบแล้วจะสามารถเข้าถึงความเข้าใจบทเพลงนั้นๆ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลิวไชปิงก็หันมาไปมองเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งและพูดอย่างดุดันกับเขาว่า “น้องเล็ก คุณช่วยเล่นเปียโนให้ฉันฟัง จนกว่าฉันจะเข้าใจได้ไหม?”

น้องเล็ก “……”

ในคืนที่สงบ

ในช่วงเวลากลางคืนของเมืองเจียงฮี นั้นมันจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายอยู่เสมอ

ในวิลล่าของตระกูลเฉินวุ่นวายเป็นพิเศษเนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันครบครอบ 18 ปีของนายหญิงเล็ก ในขณะนี้สถานที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมการโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในวิลล่าซึ่งได้รับการตกแต่งด้วยแสง สี เสียง เหมือนอย่างเทศกาลขนาดเล็กๆ

บนระเบียงชั้น 2 สาวน้อย 2 คนที่อยู่ในชุดนอน นอนอย่างเงียบๆมองไปบนท้องฟ้า

“คุณพูดว่าเขาจะมา … ” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดออกมา แต่มือที่กำแน่นของเธอนั้นเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นกังวนอย่างมาก

“พุด-”

เด็กสาวอีกคนหัวเราะ “เฉินเยวี่ย สาวน้อยน่อรักของฉัน ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เธอมีคนที่ต้องห่วงใย”

“ยี้  น่าขยะแขยง”

เฉินเยวี่ยตีเธออย่างอายๆ  “เยว่หยิง  ฉันจริงจัง ถ้าเธอมีปัญหา ฉันจะไม่ให้เธอนอนที่นี่ในคืนนี้ “

“โอ้ๆ อย่าเลยน่ะ ฉันจะไม่หยอกล้อเธออีกแล้ว”

เยว่หยิงหัวเราะ “อืม .. ทั้งที่เธอรู้ว่ามันมีกับดักแต่เธอก็ยังอยากให้เขามา”

“ฉันไม่รู้” เฉินเยวี่ยถหายใจ  “ฉันต้องการให้เขามา แต่ฉันก็กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาถ้าเขามา ในความเป็นจริงฉันก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขายังไง ถ้าเขามาจริงๆ “

“เธอนี่น้าาา”

เยว่หยิงเลียริมฝีปากของเธอ  “สาวน้อยจริงๆ เธอเป็นเทพธิดาของโรงเรียน คุณจะกังวลอะไรนักหนา? ในเรื่องโรแมนติกๆให้ซูฮ่าวจีดการไป  เชื่อฉันตามความเข้าใจของฉัน เขาต้องพยายามทำอะไรซักอย่างแน่นอน เขาเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับมาตรฐานของผู้ชายทุกคน  อืม.. เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเลย เธอเพียงแค่แต่งตัวให้สวยๆและเตรียมใจให้พร้อม เพื่อรอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น”

“ใช่ ฉันจะรอเขา”

เฉินเยวี่ยยิ้มหวาน

ครั้งที่แล้วๆมาก็เป็นเช่นนี้

เมื่อเธอตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร แม้กระทั่งสถานการณ์ที่เธอตัดสินใจที่จะไม่สนใจซุนเหยาเตี้ยน  ซูฮ่าวก็เหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวที่ปรากฏตัวต่อหน้าเธอและจัดการกับทุกๆอย่างภายใต้การควบคุมของเขา

ในขณะนั้นหัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก

“ฉันเบื่อความรัก  ฉันทนดูมันไม่ไหวแล้ว”

เยว่หยิงมีท่าทีรังเกลียด  “หนุ่มสาวที่ตกอยู่ในวังวนแห่งความรักเป็นอย่างงี้งั้นหรอ ขอล่ะ! กรุณาพิจารณาถึงความรู้สึกของคนข้างๆบ้าง”

“อิจฉาหรอ  ถ้าเธออิจฉานักล้ะก็ไปหาใครซักคนซะสิ”

เฉินเยวี่ยหัวเราะคิกคักขณะที่เธอโต้กลับ

“ย้า ทำไมคุณถึงฟื้นตัวเร็วนัก” เยว่หยิงหลับตาลง “จริงๆแล้ว ฉันก็รู้สึกว่ามันไม่ควรที่จะแยกพวกคุณ 2 คน ออกจากกัน  ฉันมีความคิดดีๆแล้ว”

“ความคิดอะไร” ดวงตาของเฉินเยวี่ยสว่างขึ้น

เยว่หยิงหัวเราะอย่างมีความสุขราวกับแมวขโมยที่มองเห็นเป้าหมาย “เธอสามารถเปลี่ยนข้าวดิบให้เป็นข้าวที่สุกได้  เมื่อถึงตอนที่เธอพาทารกตัวน้อยๆไปบ้าน แล้วลองคิดดูสิว่า พ่อของเธอจะกล้าพูดอะไร “

“น่าขยะแขยงจะตาย”

ใบหน้าของเฉินเยวี่ยดูหงุดหงิดและเธอพุ่งเข้าหาเยว่หยิงและต้องการจะจักจี้เธอ

“ย้าอย่านะ  เฉินเยวี่ย เธอผู้หญิงนิสัยเสีย  อย่า  อย่าตามฉันมา” เยว่หยิงกรีดร้องขณะที่เธอรีบหลบและวิ่งหนี

“ฮืม เธอนั้นแหละเป็นคนนิสัยเสีย”

พวกเเธอไล่ล่ากันจากระเบียงจนกระทั่งไปถึงห้องนอน พวกเธอก็หยุดลง หลังจากที่คิดย้อนกลับไปซักพัก

ใบหน้าของเฉินเยวี่ยยังคงเผยให้เห็นความกังวล เธอมองไปที่เยว่หยิงและถาม “อืมมม .. ความคิดแบบนั้น มันจะดีจริงๆงั้นเหรอ”

ในทันที เยว่หยิงเหมือนกันอึ

“ตูม!”

เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงเสียงดัง  เยว่หลิงพึมพำกับตัวเอง “สาวน้อยที่น่ารักของฉัน  มันหายไปแล้ว  นี่ซูฮ่าวนายเอาอะไรให้เธอกิน “

ในคืนที่มืดมิด

ที่ด้านหน้าบ้านของครอบครัวซู(ครอบครัวใหญ่ๆผมจะใช้ว่าตระกูล) ชายหนุ่มเดินเข้าไปอย่างช้าๆ น่านั้นคือซูฮ่าว

เนื่องจากทักษะเปียโนต้นกำเนิด เขาและ มาสเตอร์เฟิงได้พูดคุยกันเป็นเวลานาน เกี่ยวกับเรื่องของเฉิน เยวี่ยและทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอ มาสเตอร์เฟิงเข้าใจถึงความรู้สึก ของคนที่ห่วงหาคนที่เป็นอย่างดี เขาก็เป็นคนที่รักภรรยาอย่างสุดซึ้ง เขารู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร และเมื่อซูฮ่าวได้ร้องขอเขาอย่างจริงจัง เขาก็ตกลงโดยไม่ลังเล

ชีวิตของมนุษย์นั้นสั้นและน่าขมขื่น คนที่รักอยู่ใกล้ๆแต่ไม่สามารถเอื้อมมือไปคว้ามาได้

หลังจากที่ภรรยาของเขาจากไป เขาก็ไม่มีความรู้สึกนี้หลงเหลิอยู่อีก และไม่ต้องพูดถึงครอบครัวของเขามันหายไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกและความพยายามของซูฮ่าว มันเหมือนกับกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพของตนเอง ไม่ต้องพูดถึงพรสวรรค์ที่น่าทึ่งของซูฮ่าว  เขารู้ว่าถ้าซูฮ่าวยังคงอยู่ในวงการเปียโนต่อไป มันจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษของเขาอย่างเต็มที่

“ในที่สุดก็ สำำำำำำ เร็จจจจจจจจ”

ซูฮ่าวยิ้มและโห่ร้องในใจ เพื่อให้เขาเข้าไปฉลองวันเกิดอย่างมีความสุข เขาต้องพยายามอย่างมาก

แผนการนี้มันจะยากที่จำขอให้มาสเตอร์เฟิงยอมรับ แต่โชคดีที่มาสเตอร์เฟิงเห็นด้วย

“ดิ้ง-”

เสียงเตือนดังขึ้น ซูฮ่าวยกคิ้ว อุปกรณ์สื่อสารของเขาถูกตั้งค่าให้เป็นโหมดสั่นสะเทือน งั้นทำไมมันถึงส่งเสียง

ทันใดนั้นราวกับว่าซูฮ่าวคิดถึงอะไรบางอย่างได้ เขารีบหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมาจากกระเป๋า ไฟบนหน้าจอกะพริบ มีข้อความเร่งด่วนจำนวนมาก

หลังจากมองพวกมัน ซูฮ่าวก็ตกใจ

หลังจากนั้นไม่นาน ซูฮ่าวจึงเก็บอุปกรณ์การสื่อสารของเขาลงไป ขณะที่นึกถึงตระกูลเฉิน สายตาของเขาก็ดูเย็นชา “พรุ่งนี้แล้วสิน่ะ……เฮ้อ….. ต้องให้โชคชะตาเป็นตัวกำหนดแล้ว “

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ