0 Views

GMC ตอนที่ 174 แลกรางวัล

 

 

เช้าตรู่ในเจียงฮีมันเงียบมาก

ตอนนี้ใกล้ถึงปลายเดือนตุลาคมแล้ว มันเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ที่วิลล่าทรงตะวันตกมันกลับเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาทั้งหมดกำลังพยายามมอบของขวัญหรือเงินเพื่อรับโอกาสในการดูมาสเตอร์เฟิงบรรเลง

นี่คือบ้านของนักเปียโนมาสเตอร์เฟิง

จากฝูงชนมีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านการประเมินและเข้าไปได้ ส่วนที่เหลือของฝูงชนทำได้เพียงถอนหายใจและเดินจากไป แต่ในเวลานี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไปที่ประตูและได้รับการต้อนรับจากแม่บ้านเป็นอย่างดีฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”

“ไม่รู้ แต่เขาเป็นคนที่แม่บ้านออกมาต้อนรับและนำเขาไปด้วยตนเอง สำหรับลูกชายของฉัน ฉันต้องประหยัดเงินเป็นเวลาหลายเดือนเพียงเพื่อให้ได้ไปประเมินเป็นศิษย์ของมาสเตอร์เฟิง แต่ยังไม่รู้เลยเขาจะผ่านไหม”

“คงเป็นเด็กจากตระกูลร่ำรวยที่ยัดเงินเข้ามา”

“เฮ้อ… จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก”

ซูฮ่าวฟังในสิ่งทุกคนพูดถึงและยิ้มก่อนเดินตามหลังแม่บ้านเข้าไป

เมื่อแม่บ้านพาเขาเดินไป ซูฮาวก็ขมวดคิ้ว เส้นทางนี้มันพาไปไหนกัน

วิลล่าในเจียงฮีต่างมีรูปแบบที่คล้ายๆกัน

เมื่อซูฮาวศึกษาโมเดลของอาคาร เขาเข้าใจ แม่บ้านไม่พาเขาไปที่ห้องโถงแต่ไปฝั่งตะวันตกของวิลล่า

ซูฮ่าวไม่ได้พูดอะไร แต่ก็จดจำเส้นทางนี้ไว้ในใจ

“Mr.ซูเชิญ “

แม่บ้านกล่าวอย่างสุภาพในขณะที่ชี้ไปที่ด้านหน้า “นี่คือห้องฝึกซ้อมส่วนตัวของตระกูลเฟิง บางครั้งมีงานปาร์ตี้ขนาดเล็ก นายท่านจะแสดงที่นี่ “

“โอ้?”

ซูฮ่าวมองไปให้ทั่ว นี่เป็นห้องเรียนที่ค่อนข้างคล้ายกับห้องเรียนดนตรีในเมืองเจียงฮี แต่ขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย พวกเขาคงต้องสร้างด้วยตัวเอง เพราะในโมเดล(ในที่นี่ไม่ใช่พลีงของมัน)รูปแบบเดิมของวิลล่าไม่ได้มีให้

“ศิษย์?”

ซูฮ่าวจับใจความคำพูดขอยแม่บ้าน

“หืม แค่ศิษย์” แม่บ้านหัวเราะ  “นายท่านกำลังหาตัวของตัวเอง เขาจะเลือกผู้สืบทอดในหมู่พวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงศิษย์แต่หลานคนก็ถึง นักเปียโนระดับกลางแล้ว นี่เป็นขั้นต่ำของคนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ “

“จริงๆ?”

ซูฮ่าวยิ้ม

เปิดประตูห้องเปิดออก ภายในห้องเป็นห้องฝึกฝนที่กว้างขวาง มีพื้นไม้สีเหลืองอ่อนเรียบและประกาย เสียงเพลงอันไพเราะดังออกมา พร้อมความรู้สึกที่น่าพอใจ

ในห้องมีเปียโนต้นกำเนิดประมาณ 10 กว่าตัว หลายคนฟังเสียงเปียโนกันอย่างเคร่งเคลียด มีคนๆหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางและหมกมุ่นอยู่กับการบรรเลงของเขา และอยู่ไม่ไกลออกไปมาสเตอร์เฟิงกำลังนั่งอยู่ที่นั่นสังเกตการแสดงของศิษย์ของเขา

เมื่อซูฮ่าวเดินเข้ามา เขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้ใด

หรือพูดให้ถูกพวกเขาเห็นเขาแต่ไม่ได้สนใจเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับการบรรเลงของชายคนนั้น

ซูฮ่าวไม่พูดและเดินเข้าไปอย่างเงียบๆกับฝูงชน ทันทีที่เข้ามาใกล้เขาก็ได้รู้ มีมาสเตอร์เฟิงและศิษย์ของเขา 8 คน 1 คนกำลังบรรเลงยู่ขณะนี้  นี่คือการประเมินศิษย์?

10 นาทีผ่านไป ชายคนที่บรรเลงหยุดลงในที่สุดและมีเหงื่อออกเต็มตัวมาก จากนั้นเขาก็โค้งคำนับ

มาสเตอร์เฟิงปากอย่างช้าๆ “คุณเข้าใจเสียงดีมาก จังหวะก็ไม่เลว แต่การควบคุมพลังงานต้นกำเนิดยังคงอ่อนแออยู่ กลับไปฝึกซ้อมให้หนักขึ้น “

“ครับอาจารย์”

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนลงจากเวที และก็มีอีกคนหนึ่งขึ้นมา

ซูฮ่าวมองและรู้สึกไม่สบายใจในทันที

เขามาหลังสุด

เฝ้าดูชายหนุ่มที่เพิ่งเสร็จลงและเดินกลับไปที่ที่นั่งของเขา ซูฮ่าวก็ตะลึง คนที่อยู่บนเวทีพึ่งเป็นศิษย์คนที่สอง? มีทั้งหมด 8 คน เล่นจนกว่าพลังงานต้นกำเนิดจะหมด  ถ้า 1 คนใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วถ้า 8 คนล่ะ …

F * ck

สายตาของซูฮ่าวเผยให้เห็นความไม่พอใจ  ไม่รู้มาสเตอร์เฟิงคิดยังไง แต่เขาต้องสี่ยงชีวิตเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จกว่าจะได้รับรางวัลนี้มา และผลที่ได้รับคือฉากตรงหน้าเขานี้…  คุณกำลังพยายามที่จะเล่นกับฉันงั้นหรอ

สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดคือเวลา

ใน 3 วันนี้ เขาต้องใช้ทุกวินาทีอย่างคุณค่า

สำหรับการได้รับความประทับใจจากมาสเตอร์เฟิง

ฮึ ถึงแม้ว่าเขาจะเสียเวลาไป 3 วันเพื่อรับได้ความรู้สึกที่ดีจากมาสเตอร์เฟิงแล้วมันจะทำอะไรได้ล่ะ? ไม่กี่วันต่อมามาสเตอร์เฟิงก็จะลาเขาและจากเมืองนี้ไปอยู่ดี เขาไม่รู้ว่าจะได้เจอมาสเตอร์เฟิงอีกทีได้ที่ไหนดีๆม่ดีอาจไม่ได้เจอ นี่เป็นสิ่งที่เขาเสี่ยงชีวิจได้มา เพื่ออนาคตของเขาเพื่อความแข็งแกร่งของเขา เขาไม่อนุญาตให้โอกาสถูกทำลายแบบนี้

ต้องมีข้อตกลง

เนื่องจากเขาได้จ่ายเงินแล้ว เจาต้องเรียกร้องรางวัลของเขา

“ดิ้ง-”

ชายหนุ่มพึ่งเรียนกดโน๊ตตัวแรก ยังไม่ทันได้บรรเลง ซูฮ่าวก็ขัดขวางเขา “นักเรียนซูฮ่าว ทักทายมาสเตอร์เฟิง”

ทุกคนอยู่ในความเงียบและมองอย่างตะลึงไปที่ผู้ชายคนนั้น  เขาไม่รู้เรื่องหรือว่าเขาไม่รู้ การขัดจังหวะการบรรเลงของใครบางคนเป็นสิ่งที่หยาบคายมาก

นอกจากนี้ เขายังทำต่อหน้ามาสเตอร์เฟิง ที่คุณอย่างจะตายมากงั้นหรอ

มาสเตอร์เฟิงเปิดตาของเขาและมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า “ซูฮ่าว?”

“ใช่”

ซูฮ่าวกล่าวอย่างสุภาพ

“ฉันรู้เรื่องภารกิจที่คุณทำเสร็จแล้ว” มาสเตอร์เฟิงพยักหน้า “3 วันนี้ให้อยู่ที่นี่ วันนี้เป็นการประเมินลูกศิษย์ของฉัน คุณอยู่ที่นี่และฟังพวกเขา มันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับอนาคตของคุณ จากนั้นฉันจะขอให้บางคนสอนคุณเกี่ยวกับดนตรีและช่วยให้คุณสามารถเล่นเปียโนได้อย่างสมบูรณ์แบบ “

หลังจากมาสเตอร์เฟิงกล่าว เขาก็โบกมือให้เป็นสัญญาณเพื่อขอให้ซูฮ่าวนั่ง

ซูฮ่าว “… “

ซูฮ่าวรู้สึกไม่ค่อยพอใจ  ขอศิษย์ให้สอนเขา ดูเหมือนว่ามาสเตอร์เฟิงได้ตรวจสอบข้อมูลของเขามาแล้วและรู้ว่าเขาไม่ได้เรียนรู้วิธีเล่นเปียโนมาก่อน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะให้ศิษย์ของเขาสอนเกี่ยวกับเรื่องดนตรีให้เขาฟัง เมื่อซูฮ่าวคุ้นเคยกับดนตรีมากขึ้นเขาจะได้รับการสอนอย่างไม่เป็นทางการ และจะปล่อยให้เวลา 3 วันผ่านไปอย่างดื้นๆ

ถ้าเป็นคนอื่นๆ พวกเขาคงยอมรับเรื่องนี้ไปแล้วด้วนความขอบคุณ แม้กระทั่งเหล่าศิษย์นี้ที่อยู่ในระดับนักเปียโนระดับกลางก็ตาม

แต่สำหรับซูฮ่าว ถ้าเขาเพียงต้องการที่จะเรียนรู้เพียงพื้นฐาน แล้วทำไมเขาต้องความพยายามถึงขนาดนั้น

“ดิ้ง-”

ชายหนุ่มกดตัวโน๊ตอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเดิมอีกครั้งว่า “มาสเตอร์เฟิงฉันได้ยินมาว่าในอีกไม่กี่วันคุณจะออกจากเมืองเจียงฮี”

“ชูวา!”

มาสเตอร์เฟิงเปิดตากว้าง ซูฮ่าวไม่ได้ถอยไปและมองหน้าเขาเพื่อเผชิญหน้า

ศิษย์ทั้งหมดมองซูฮ่าวด้วยความไม่พอใจ พี่ชายคนนี้เขามีปัญหาอะไรนักหนาว่ะ

ในที่สุดก็ถึงเวลาสำหรับประเมินของพวกเขา กลับถูกผู้ชายคนนี้ขัดจังหวะอีกครั้งและอีกครั้ง อาจารย์ไม่ได้กล่าวไว้หรอว่าหลังจากการประเมินเสร็จแล้ว เขาให้ศิษย์สอนให้

นี่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น เขาก็ไม่ขัดใจมาสเตอร์เฟิงแล้ว  สมองของเขาทำมาจากขี้เลื่อยหรอืป่าว

มาสเตอร์เฟิงจ้องมองซูฮ่าวและพูดด้วยเสียงเรียบๆว่า “ตั้งแต่คุณไม่เต็มใจที่จะฟัง ฉันก็จะขอร้องให้ใครสักคนมาสอนคุณเกี่ยวกับรากฐานของเพลง ไจปิง  คุณไปสอนเขา “

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเบาะที่ห้ามองไปที่ซูฮ่าวอย่างเหยียดหยันแล้วเดินมาอยู่ต่อหน้าซูฮ่าว “ตามฉันมา”

ซูฮ่าวมองเขาและไม่ไหวติง เขายังคงมองไปที่มาสเตอร์เฟิง “คุณยังไม่ได้ตอบคำถามของฉันในตอนนี้”

“ตูม ~”

ประโยคนี้ทำให้ทุกคนตะลึง

“เขาประสาท”

“ใช่ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความหยาบคายของเขา เขากล้าแม้แต่ไปยั่วยุมาสเตอร์เฟิง”

“เขาไม่เคยส่องกระจก!”

“ช่างมันไม่ใช่เรื่องของเรา  เรารอดูสิ่งสนุกๆแล้วกัน “

หลายคนสาปแช่งเขา ชานคนหนึ่งมีชื่อว่า ลินไจปิงพูดกับซูฮ่าวด้วนความไม่พอใจ “คุณคือซูฮ่าวใช่ไหม?  ทำไมคุณถึงกล้ามาสร้างปัญหาที่นี่ คุณรู้ไหมว่าคุณเป็นอะไร  กล้าจริงๆ”

การแสดงออกของซูฮ่าวเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อมองชายหนุ่มคนนี้ด้วยท่าทีเย็นชา “ถ้าคุณมีความกล้าก็พูดออกมาอีกครั้ง ลองดูว่าฉันจะฆ่าคุณไหม “

จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวของซูฮ่าว เริ่มแพร่ออกมา

“ซู่ม”

ในเวลาไม่กี่วัน ซูฮ่าวสังหารไปกว่าเกือบ 1000 ชีวิต

ลินไจปิงที่ถูกจิตสังหาร  เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาสั่นสะเทือนทำให้ขาของเขารู้สึกโล่ง เขาเป็นนักเปียโนธรรมดาและมักได้รับความคุ้มครองจากคนคุ้มกัน  เขาจะเคบเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนงั้นหรอ

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ