0 Views

GMC ตอนที่ 164 พลาดอีกนัด

 

 

คาดการณ์?

มือปืนคาดการณ์ได้ยังไง

เหลาซู่รู้สึกว่ามุมมองของเขาต่อโลกนี้มันผิดแปลก

“ปัง”

เสียงของกระสุนปืนเพิ่งมา

นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงระยะห่างระหว่างเขาและอีกฝ่าย ในระยะห่างเช่นนี้ฝ่ายตรงข้ามสามารถคาดการณ์ได้? อีกฝ่ายจะทรงพลังมากถึงขนาดไหน?

ในเมืองเจียงฮี มีเพียงคนๆเดียวที่สามารถทำเช่นนี้ได้ เตาปาเพียงคนเดียวเท่านั้น

เหลาซู่พยายามนึกและไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้

เพื่อให้สามารถทำเช่นนี้ได้สำเร็จ นอกเหนือจากประสบการณ์อันยาวนานของตนแล้ว การช่วยเหลือจากความสามารถต้นกำเนิดเป็นสิ่งที่จำเป็น การผสานกันอย่างสมบูรณ์ของปืนไรเฟิลและความสามารถต้นกำเนิดที่เป็นอาวุธใหม่ของเตาปาไหม?  แต่อาวุธชิ้นนี้มีความสามารถที่น่ากลัวเช่นนี้อย่างไร แม้แต่รุ่นล่าสุดอย่าง  fk7-111 ก็ไม่ได้มีความสามารถเช่นนี้

น่ากลัว  น่ากลัวจริงๆ

ในท้ายที่สุดเตาปาก็กลายเป็นระดับมาสเตอร์(ผู้เชี่ยวชาญ อันเดียวกันแต่บางครั้งมันจะใช้ผู้เชี่ยวชาญ )แล้ว

เหลาซู่กำลังตกใจอย่างมาก

ในที่ที่ห่างออกไป ในเวลานี้ซูฮ่าวมองปืนไรเฟิลอยู่ในมือของเขาด้วยความตกใจก่อนที่จะมองไปที่มือของตัวเอง จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ

“F * ck ฉันคาดการณ์ผิดไป”

ยิงพลาด…

พลาด …

ถ้าเหลาซู่ได้ยินสิ่งที่ซูฮ่าวพูด เขาอาจจะตายเพราะความโกรธ

ซูฮ่าวคาดการณ์ผิด ทำมให้ยิงพลาด

ความเป็นจริงและทฤษฎีมักจะมีความแตกต่างกันอยู่เสมอ

Fk7-111 แม้ว่ามันจะมีแรงดีดที่รุนแรง แต่เมือเทียบกับสมรรถทางกายของซูฮ่าวที่มั่นคงเหมือนภูเขาไท่เขาไม่ขยับใดๆหลังการยิง หลังจากที่เล็ง ซูฮ่าวไม่ลังเลที่จะยิง ในทางทฤษฎีการยิงของเขามันควรจะโดนหัวใจ

แต่ในความเป็นจริงชั่งแตกต่างกันนัก

ความเร็วลม อุณหภูมิ ต้นไม้  สิ่งกีดขวางและความชื้น ด้วยปัจจัยต่างๆซูฮ่าวจึงคำนวนพลาด ถ้าเขาใช้การวิเคราะห์แบบช่วย ซูฮ่าวมั่นใจว่าด้วยความสามารถทางการคำนวนและตำแหน่งเป้าหมายที่แน่นอนด้วย fk7-111  เขาสามารถยิงเข้าเป้าจบในนัดเดียว อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น

ไม่ว่าเขาจะมีความรู้ความเข้าใจมากแค่ไหน แต่เขายังคงเป็นมือใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนไป 2 เมตร  มันผิดพลาด การคำนวนของเขาเกิดคลาดเคลื่อนเพราะเป้าหมายได้พุ่งตัวไป

มันเป็นเรื่องบังเอิญที่เป้าหมายกระโดดไป 2 เมตร

เป้าหมายรู้?

ซูฮ่าวส่ายหัว เอาล่ะ เขาจะลองอีกครั้งและคำถามของเขา คงจะได้รับคำตอบเอง คิดเช่นนั้นเขานอนลงและเล็งไปที่เป้าหมายอีกครั้ง

“แบบจำลองภูมิประเทศ”

“ความเร็วลม…”

“ความชื้นสัมพัทธ์ … “

“องศา …”

 (มันทำได้วยหรอว่ะ)

ซูฮ่าวคำนวนทุกรายระเอียด ดวงตาของเขาแสดงออกถึงความเยือกเย็น เขาค่อยๆเหนี่ยวไก

“เพ้ง”

แรงดันพุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนfk7-111 อีกครั้งและพุ่งไปไกล

ไกลแค่ไหน

เหลาซู่ที่เพิ่งหลบซ่อน  อาการบาดเจ็บที่ต้นขาของเขายังถูกระงับไว้

อย่างไรก็ตามในเวลานี้เขารู้สึกแปลก ๆ

ด้วยฝีมือของเตาปาเขาไม่ควรรอดไปได้  ทำไมเตาปาจึงไม่สังหารเขา

เหลาซู่ข้อสงสัย

แม้จากเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่เมื่อสังเกตเห็นและรู้ได้ รายละเอียดที่สำคัญแหล่านี้เหลาซู่จะไม่ปล่อยมันทิ้งป่าวๆ  นี่อาจเป็นข้อความจากเตาปา (คิดไปไกลโคตร)

หรือบางทีจริงเตาปาอยากจะยิงเข้าที่หัวใจของเขา แต่เนื่องจากกระโดดและการคาดการณ์ของเขาทำให้มันโดนต้นขาของเขาแทน

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความได้ว่า เตาปายังไม่ชินกับอาวุธใหม่ของเขา

อย่างไรก็ตาม … จากหน้าอกถึงต้นขาการคลาดเคลื่อนมัรดูเหมือนจะไม่ไกลนัก ถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิดนัดต่อไปของเตาปาจัต้องโดนเขาแน่นอน

“ตูม”

ขณะที่เหลาซู่กำลังคิดอยู่นั้น เขารู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง ความรู้สึกอันตรายเริ่มกัดกุ้มตัวเขาไว้

“เรื่องร้ายแรง มันกำลังกลับมาอีกครั้ง”

เหลาซู่ลุกขึ้นและต้องการหลบ อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็บที่ต้อขาของเขา ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่สะดวกนัก  โดยที่ยังไม่ได้ย้ายที่เขาได้ยินเสียงกระสุนพุ่งผ่านไป

“ซุบ”

เสียงที่แหลม ได้ยินเมื่อกระสุนทะลุผ่านต้นไม้

มันเหลือไว้เพียงรูเล็กๆ บนต้นไม้ เหลาซู่ถอดสีหน้า เขามองไปที่รูกระสุนในต้นไม้ขนาด 2 เมตร เขาเข้าใจในทันที

เตาปาสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของเขาได้ แต่ทำไมถึงทำมันถึงพลาดอีก ด้วยระดับเตาปาเขาไม่ควรยิงพลาดเช่นนี้

มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว

นั่นคือเตาปากำลังให้คำเตือนแก่เขา

มีหลายคนที่รับภารกิจนี้ ถ้าเขาอยากสังหาร ทุกคนคงเป็นแค่กระต่ายตัวน้อยๆ

เตาปาคงใช้วิธีนี้ เพื่อเตือนให้เขารู้ว่าภารกิจนี้เป็นของเตาปา ในเวลาเดียวกันก็เป็นวิธีที่จะทำให้คนอื่นๆออกห่านที่นี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่เช่นนั้นเตาปาจะจัดการเขาในนัดต่อไป

เหลาซู่รู้ข้อมูลมากมายสำหรับนักล่าในเจียงฮี

เขาสามารถบอกได้เลยว่าจำนวนคนที่สามารถหลบหนีจากการโจมตีของเตาปาได้นั้น สามารถนับด้วยมือข้างเดียว

“ถอย”

เมื่อคิดเช่นนั้น เหลาซูก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

โดยการลากขาที่บาดเจ็บ เขารีบจากไป เขาอยากจะไปบอกผู้ที่กำลังพยายามทำภารกิจนี้ว่าถ้าไม่เก่งจริงให้ยอมแพ้จะดีกว่า ถ้าคุณยังอยากจะลองก็เรี่องของคุณ อย่างมากมันก็แค่เป็นการฆ่าล้างนักล่าในเมืองเจียงฮี

เหลาซู่หายตัวไปในป่า

ห่างออกไปหลายพันไมล์ ซูฮ่าวมองไปที่ปืนไรเฟิลในมือ และนิ่งเงียบเป็นเวลานาน

“ห่าไรว่ะ พลาดอีกแล้ว

ซูฮ่าวส่องกล้องและสำรวจพื้นที่รอบๆตัวเขา ไม่พบอะไรเลย หนูเพียงตัวเดียวก็หลบหนีไปแล้ว

“สึบ”

“สึบ”

จากนั้นซูฮ่าวแยกปืนไรเฟิลออกเป็น 3 ส่วน ปืนไรเฟิลเป็นแบบที่ประกอบเองได้และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการประกอบ  เมื่อถอดชิ้นส่วนแล้วเขาก็ทิ้งทั้งหมดลงในกระเป๋าสะพายหลังของเขา

“เฮ้อ … ในเมื่อไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว ถึงเวลาไปหมูาบ้านเฟิงซานแล้ว”

ซูฮ่าวซูดหายใจเข้าลึกๆ และมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเฟิงซาน

หลังจากผ่านพุ่มไม้ พุ่งหญ้านับไม่ถ้วน  ห่างออกไปสิบไมล์มีหมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่ที่ส่วนนอกสุดของเขตเมืองเจียงฮี

หมู่บ้านเฟิงซาน

ซูฮ่าวไม่ได้ออกมาจากป่าทันที  ในข้อมูลระบุว่าหมู่บ้านเฟิงซาน ถูกครอบครองโดยมอนเตอร์หลังจากที่ชาวบ้านได้หลบหนีไปก็ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว

การเร่งรีบโดยไม่คิดแผนการเป็นเหมือนการฆ่าตัวตาย

“หมู่บ้านเฟิงซาน … “

ซูฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง  การพยายามหาข้อมูลจากส่วนจากอินเทอร์เน็ตเป็นความพยายามที่ไร้ประโยชน์

หมู่บ้านเฟิงซาน ครอบคลุมพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร มันค่อนข้างเล็ก(เล็ก?)และเป็นเพียงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณชายเขตแดนของเจียงฮี ควบคู่ไปกับภูมิประเทศที่ห่างไกล จึงมักไม่ค่อยมีคนผ่านมาที่นี่ หลังจากการมาถึงของยุคความสามารถต้นกำเนิดเป็นเหตุผลให้สถานที่แห่งนี้ไม่มีคนผ่านมาอีก

ในที่แห่งนี้ อย่างน้อย 10 ปีไม่มีใครไปใกล้มัน

“แกร๊ก”

“แกร๊ก”

ซูฮ่าวได้ประกอบปืนไรเฟิลอย่างรวดเร็วและเล็งไปที่หมู้บ้านเฟิงซาน โดยมองผ่านกล้องมันว่างเปล่า

“ไม่มีมอนเตอร์”

คิ้วของซูฮ่าวย่นเล็กน้อย เมื่อใช้กล้องตราบที่มีสิ่งมีชีวิตภายในระยะ 5000 เมตร มันสามารถตรวจจับได้โดยคลื่นรังสีความร้อน

งู?

เป็นไปไม่ได้

แม้ว่างูจะเป็นสัตว์เลือดเย็น แต่ร่างกายของมันก็ยังคงมีอุณหภูมิ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีจากการตรวจจับผ่านลำกล้องนี้

เก็บปืน ซูฮ่าวมองไปที่หมู่บ้านอันเงียบสงบนี้

เงียบ……    มันเงียบเกินไป

หมู่บ้านเป็นซากปรักหักพัง แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบ

ราวกับว่าในขณะนี้หมู่บ้านเฟิงซานกำลังจำศีล  มองไปรอบๆไม่เห็นอะไรเลย(บ้านก็ไม่เห็น) ไม่แม้แต่มอนเตอร์

สิ่งที่ทำให้ซูฮ่าวประหลาดใจมากที่สุดคือช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านมีบ้านหลายหลังซึ่งยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ถ้าไม่ใช้เพราะบ้านที่เหลือยู่บางทีที่แห่งนี้ ฉันคงคิดว่มันเป็บที่ราวไปแล้ว

“ยังมีบางบ้านที่สภาพดี”

ซูฮ่าวไตร่ตรอง “หรือที่นี่ … ไม่มีมอนเตอร์จริงๆ?”

บ้านที่สร้างขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ไม่ควรมั่นคงมาก  หรือกล่าวได้ว่า บ้านที่ยังสมบูรณ์อยู่นั่นเป็นเพราดไม่มีมอนเตอร์ไปทำลายพวกมัน หมู่บ้านมันเงียบสงบมาก แสดงให้เห็นว่าไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนที่อยู่ที่นี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันคงเป็นเวลาที่ดีในการหาไวน์

เพื่อให้แน่จริงว่ามันไม่มีมอนเตอร์ ซูฮ่าวมองไปที่หมู่บ้าน

“การวิเคราะห์แบบ  เริ่มต้น”

การตรวจจับสิ่งมีชีวิต

วูป

แสงกระพริบภายในดวงตาของซูฮ่าว พลังงานภายในร่างกายของเขากระจายไปทั่วบริเวณโดยหมู่บ้าน

“วูป”

การตรวจจับชีวิตเสร็จสิ้น  รูปแบบที่สวยงามของหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นภายในหัวของซูฮ่าว ฉากนี้ซูฮ่าวคุ้นเคยกับมันมาก

“ซูด..”

ขณะที่เขาเห็นมัน เขารู้สึกหนาวไปทั้งตัว

จุดว่างเปล่า

จุดเปล่าจำนวนมาก

จุดที่ว่างเปล่านับไม่ถ้วน

กล่าวคือหมู่บ้านแห่งนี้มีมอนเตอร์ซ่อนตัวอยู่นับไม่ถ้วน

ในหมู่บ้านที่ดูเหมือนสงบสุขแห่งนี้ มันมีมอนเตอร์เลื้อยคลานที่ซ่อนเร้นอยู่นับไม่ถ้วน ซูฮ่าวรู้สึกว่าเหงื่อเย็นไหลทั่วหลังเขา ถ้าเขาเร่งรีบเข้าไปโดยไม่ใช้ความสามารถก่อนละก็…..  เขาไม่อยากจะนึกถึงมันเลย

“มอนเตอร์ชนิดนี้ พวกมันเป็นตัวอะไร ไม่มีคลื่นความร้อนใดๆ ที่ถูกปล่อยออกมา “

ซูฮ่าวคิดอย่างหนัก

ไปดูมันด้วยตา

ไม่

หากไม่รู้ว่ามอนเตอร์ชนิดใดที่กำลังเผชิญอยู่ มันอาจทำให้เขาเสียชีวิตได้ง่ายๆ

“มันไม่จำเป็นที่ต้องไปปะทะกับพวกมัน  เพียงแค่ฉันรู้ตำแหน่งของไวน์เท่านี้ก็พอแล้ว “

เมื่อคิดเช่นนนั้น ซูฮ่าวจึงมองไปที่หมู่บ้านอย่างละเอียด

ป่ามีระดับความสูงที่ดี ทำให้ซูฮ่าวอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นภาพของหมู่บ้านเฟิงซานได้อย่างทั่วถึงนอกจากบ้านที่ยังไม่สมบูรณ์หลายแห่งแล้วสิ่งอื่นๆ ก็คือซากปรักหักพังเท่านั้น ลืมเรื่องห้องใต้ดินได้เลยแม้แต่บ้านที่อยู่ในคำอธิบายก็มองไม่เห็น

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ