0 Views

GMC ตอนที่ 161 การเผชิญหน้ากับเฉาหลิงอีกครั้ง

 

 

ไม่มีความหวังในการหลบหนี

แต่กำลังกายหรือจะเท่าเทียมกับอำนาจ?

พลังอำนาจหรือเทียบเท่ากับทักษะการต่อสู้? ถึงจะเป็นเอสเปอร์ที่แข็งแกร่ง แต่ฉันได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ทางทหารระดับเริ่มต้นแล้ว แม้ความแข็งแรงทางกายภาพจะต่างกันแต่ก็น่าจะลองเสี่ยง

ขณะที่คิดได้ดังนี้ ดวงตาของเตาปาก็เบิกกว้างด้วยความบ้าบิ่น เขาพุ่งไปข้างหน้าไม่ไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกายของเขา

ทักษะการต่อสู้ทางทหาร

ปัง

ปัง

เตาปาใช้ทักษะการต่อสู้ในทันที

ซูฮ่าวยิ้มอย่างเบื่อหน่าย ทักษะการต่อสู้ทางทหารระดับเริ่มต้น เขาเข้าใจมันจนทะลุปลุโปร่งแล้ว

“บูม!”

ในลักษณะเดียวกัน ซูฮ่าววิ่งไปข้างหน้าและเขาใช้ทักษะการต่อสู้ทางทหารระดับเริ่มต้นเช่นเดียวกัน

ถึงแม้จะเป็นทักษะการต่อสู้แบบเดียวกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างเพราะสมรรถภาพทางกาย  เตาปาถูกกดดันโดยซูฮ่าว ในพริบตาจากการปะทะกัน 3 ครั้ง แต่เตาปาถูกโจมตีจนเกือบจะอาเจียนเป็นเลือด ยิ่งด้วยการมีอยู่ของแก่นแท้การต่อสู้ ทำให้ซูฮ่าวการต่อสู้ได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเป็นฝ่ายที่กระทำอยู่ฝ่ายเดียว

และในช่วงสุดท้าย พลังงานความสามารถต้นกำเนิดที่น่ากลัวปะทุออกมาจากกำปั้นของซูฮ่าว

“ระเบิด สเเต็ก”

“บูม”

เตาปาได้กระเด็นไปเหมือนครั้งที่แล้ว ซูฮ่าวไม่ได้แสดงความเมตตาใดๆ นี่คือการระเบิดของสมรรถภาพทางกายควบคู่กับสเเต็ก

1 หมัด

ครึ่งหนึ่ง ร่างกายของเตาปาบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เขาล้มลงบนพื้นร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก

“แก่นแท้การต่อสู้ … “

เตาปากล่าวอย่างขมขื่น ทักษะการต่อสู้ทางทหารระดับเริ่มต้นควบคู่ไปกับแก่นแท้การต่อสู้ สมรรถภาพของฝ่ายตรงข้ามมีทั้งหมด 350 คะแนน ซึ่งมันดูทรงพลังมาก

มีวิธีใดที่จะต่อต้านได้อีก

เขาเป็นนักเรียนจริงๆ?

ทักษะการต่อสู้ทางทหารไม่ได้เป็นหลักสูตรของนักเรียน  ถ้าไม่ใช่เพาะพวกเขาไปเรียนรู้และฝึกฝนเอง แต่ทั้งสมรรถทางกายและทักษะการต่อสู้ของเขานี่มัน…..

นักเรียนตรงหน้าเค้า  เขายังเป็นมนุษย์อยู่ไหม

เตาปารู้สึกราวกับว่าโลกกำลังพลิกกลับด้าน

ซูฮ่าวมองเขาอย่างสงบและถามอีกครั้ง “ยังคงเป็นคำถามเดียว คุณบอกได้ไหมว่าทำไมคุณถึงทำร้ายฉัน”

เตาปายิ้มอย่างขมขื่น

แต่ใน 2 วิ เค้าก็คิดถึงบางอย่าง

เขายังอายุน้อยอยู่  แต่เขากลับมีความสามารถที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทั้งทักษะการต่อสู้และสมรรถภาพทางกาย มันต้องใช้เวลามากในการฝึกฝนกว่าจะสำเร็จถึงขนาดนี้ นั่นหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามใช้เวลาทั้งหมดของเขาเพื่อฝึกสมรรถภาพทางกายและทักษะการต่อสู้

เขาอายุเท่าไหร่? นั่นอาจหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามยังเป็นเด็กบริสุทธิ์

คนที่ได้รับการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งต้องเป็นคนที่ไม่เคยออกเผชิญโลกกว้าง แม้ว่าพวกเขามีความสามารถที่โดดเด่น แต่พวกเขาจะไม่เข้าใจเรื่องหลอกลวงและความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสังคม กล่าวคือพวกเขาเป็นคนไร้เดียงสา

เตาปานั้นฉลาดมาก

ในฐานะนักล่าที่เผชิญโลกกว่างมานานหลายปี เขาไม่เคยพลาดในเรื่องใดๆ ภารกิจของเขาจะประสบความสำเร็จทุกครั้ง ขณะที่คิดถึงเรื่องนี้เขามองไปที่ใบหน้าที่น่ากลัวของซูฮ่าว เตาปารู้สึกว่าเค้าสามารถหลอกเขาได้สักพัก เขาลังเลชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดเบา ๆ

“อะไรกัน อันที่จริงภารกิจที่ผมรับก็คือการกำจัดมอนเตอร์ ดังนั้นฉันจึงได้จัดการเป้าหมายทั้งหมดที่ปรากฏบนขึ้น คุณก็ทราบในลำกล้องของปืนไรเฟิลฉันสามารถมองเห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและมันไม่ชัดด้วย ..ย้า…เจ็บๆ”

เมื่อพูดจบ ซูฮ่าวเหยียบก้าวเตาปา แล้วเผยรอยยิ้มแก่เขาก่อนพูด “จริงเหรอ เฮ้อ..ถ้างั้นคุณบอกหน่อยได้ไหมว่าภารกิจที่คุณรับมามันคืออะไร คุณจะปิดบังมันไปทำไม? “

ซูฮ่าวใช้เสียงที่ดูน่าเศร้าขณะที่เขาพูด หลังจากที่เตาปาได้ยินว่า เขาหายใจลึกๆ

ในที่สุดเขาก็รู้ความจริง

เจ้าเด็กคนนี้เป็นคนที่ไร้ความปรานีโดยแท้จริง

ถ้าเขาไม่พูดฝ่ายตรงข้ามก็จะแกล้งเป็นคนซื่อๆต่อไป และหลังจากนั้นเขาจะใช้วิธีการสอบปากคำแบบนี้ ถ้าเตาปาทำให้อีกฝ่ายไม่พึงพอใจ เขาก็กลัวว่าเขาจะไม่สามารถหนีจ่กความตายได้

“คุณ ถ้าคุณมีคำถามใดๆ ฉันจะตอบแน่นอน”

ขณะที่เตาปาคิดได้ดังนั้น เขาเริ่มพูดอย่างสุภาพทันที เขาได้เพิกเฉยอย่างสิ้นเชิงต่อความเจ็บปวดในร่างกายของเขา ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บใดๆ มันก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าเขาจะถูกสังหารทุกอย่างจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับคืน

“ดีมาก.”

ซูฮ่าวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “แล้วบอกมา แกยอมรับภารกิตอะไร”

เตาปาได้เปิดหน้าจอเสมือนจริงของเขาและปล่อยให้ซูฮ่าวดู

————–

“วัตถุในการค้นหา: ไวน์เก่าที่หายไปนานศตวรรษ”

ระดับภารกิจ: สองดาว

ความต้องการ: ไม่มี

ผู้รับงาน: ไม่มี

เนื้อหา: ฉันเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านเฟิงซางของเมืองเจียงฮี  เมื่อยุคความสามารถต้นกำเนิดมาถึงทุกคนต่างตื่นตระหนกและรีบหนีออกไป บ้านหลายหลังไม่ได้เก็บของมาด้วย ที่ชั้นใต้ดินหลังบ้านเก่าของฉัน ฉันเก็บขวดไวน์ที่ปิดบ่มไว้นาน

รางวัล: คำแนะนำและการคุ้มครองจากแกรนด์มาสเตอร์เฟิงเยาจือเป็นเวลา 3 วัน

ผู้ขอ: เฟิงเยาจือ

————–

“รางวัลนี่มัน!!”

ซูฮ่าวรู้สึกประหลาดใจ ไม่น่าแปลกใจที่โรงเรียนให้ 1000 แต้มสำหรับเรื่องนี้

การคุ้มครองจากมานเตอร์เฟิงเป็นเวลา 3 วัน!

เขาเป็นตำนานในยุคนี้ ผู้เป็นอัจฉริยะด้านเปียโนจะสอนคุณและดูแลคุณตลอด 3 วัน ถ้าคนที่มีพื้นฐานทางดนตรีได้เรียนรู้จากเขา คนผู้นั้นก็จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากนักเปียโนระดับกลางซึ่งถึงคอขวดถ้าได้เรียนรู้จากเขาก็อาจจะสามารถทะล้วงผ่านไปยังระดับนักเปียโนระดับสูงได้

นี่น่าจะเป็นโอกาสที่มีเกียรติมาก

ไม่น่าแปลกใจที่บุคคลนี้จะบอมรับภารกิจนี้และทำอย่างโง่เง่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้รางวัลนี้ได้ แต่ถ้าเขาทำสำเร็จและขายให้กับใครบางคนที่ต้องการมัน ราคาของมันไม่ใช่ต่ำๆแน่นอน สำหรับผู้คนที่ต้องการเรียนรู้เปียโนนี่เป็นสมบัติอันล้ำค่า

การคุ้มครองส่วนบุคคลเป็นเวลา 3 วัน

ซูฮ่าวคิดทำไมมาสเตอร์เฟิงถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

อะไรคือสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างมาสเตอร์เฟิงและหมู่บ้านเฟิงซาง

ซูฮ่าวรู้ว่าเขาได้ค้นพบบางอย่าง  เมื่อมาสเตอร์เฟิงมาถึงเมืองเจียงฮี ภารกิจนี้ได้ถูกปล่อยออกมา นอกจากนี้รางวัลยังเกี่ยวข้องกับมาสเตอร์เฟิงอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องข้อสงสัยเลยว่าไวน์ขวดนี้เป็นสิ่งที่มาสเตอร์เฟิงต้องการ แต่ทำไมมาสเตอร์เฟิงถึงต้องการไวน์ขวดนี้

จากการวิเคราะห์ขและจากสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับมาสเตอร์เฟิง คือบุคคลคนนี้มีท่าทีอ่อนโยนและสง่างาม การที่เขาทำเช่นนี้อย่างแน่นอนมันจะต้องเกี่ยวข้องกับภรรยาของเขา

เมื่อซูฮ่าวนึกดีๆ  ภรรยาของมาสเตอร์เฟิงมาจากเมืองเจียงฮี

เท่านั้นข้อสงสัยทั้งหมดก็ได้รับคำตอบแล้ว

ภรรยาของมาสเตอร์เฟิงซึ่งเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านเฟิงซางของเมืองเจียงฮี เมื่อมาสเตอร์เฟิงกลับมาที่เมืองอีกครั้ง  และคราวนี้เขาได้รู้ถึงการดำรงอยู่ของไวน์ขวดนี้

ข้อมูลจาก ซูฮ่าวสรุปได้เช่นนั้น เขาไม่แน่ว่าว่ามันจะผิดหรอถูกนัก แต่เขาแน่ใจว่ามันต้องมีเกื่ยวข้องกับภรรยาของเขาแน่ๆ

แล้ว … มันเป็นมายังไงกันแน่?

ใครเป็นคนบอกเขากัน

ครอบครัวภรรยาของมาสเตอร์เฟิง

อาจเป็นไปได้ว่ามาสเตอร์เฟิงรู้เกี่ยวไวน์เกาแก่ขวดนี้ผ่านทางครอบครัวของภรรยา ดังนั้นเขาจะทุ่มเทความพยายามในเก็บไวน์เก่าขวดนั้นมาให้ได้

ซูฮ่าวได้วิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

นี่เป็นการวิเคราะห์ของซูฮ่าวและเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ที่นับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดว่ามันเป็นไปได้มากที่สุด

“เยี่ยม”

ซูฮ่าวหัวเราะ เขาต้องการถามคำถามเพิ่ม  แต่ตามการคาดการณ์ของเขา ที่ได้เชื่อมโยงข้อมูลจาก 2 ภารกิจ นี้ทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว  ถึงเวลาที่จบเรื่องนี้สักที

คิดได้เช่นนั้น ซูฮ่าวมองไปที่เตาปาด้วยจิตสังหาร

เตาปาตกใจมากเขาคุ้นเคยกับสายตาเหล่านั้น ซูฮ่าวต้องการจะสังหารเขา เมื่อรู้ดังนั้นเขาก็ตื่นตระหนก หลังจากอยู่ในสนามรบแห่งความเป็นความตายมาเป็นเวลาหลายปี เขาจะจบแบบนี้ได้อย่างไร

ไม่

เป็นไปไม่ได้!

“คุณ … คุณไม่สามารถฆ่าฉันได้” เตาปากรีดร้อง

“โอ้?”

ซูฮ่าวมองเขาอย่างเย็นชา “ทำไม!”

“ผม…”

เตาปาก้มหน้ากัดฟันไว้และพูดขึ้นอย่างโหดเหี้ยม “ฉันเป็นนักฆ่า เฉาหลิง”

วูป

สีหน้าของซูฮ่าวเปลื่ยนไป เขาเป็นนักฆ่าจากองค์กรเฉาหลิง

ชื่อนี้ มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยจริงๆ

เขาเหยียบลงบนหน้าอกของเตาปาอย่างรุนแรงและถาม  “พิสูจน์ ถ้าแก้เป็นนักฆ่าจากองค์กรจริงๆ”

“ฉันมีหลักฐาน ฉันมีหลักฐาน”

ราวกับว่าเตาปาได้เห็นประกายแห่งความหวัง เขายกอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในข้อมือของเขาและป้อนข้อมูลส่วนตัวของเขาอย่างรวดเร็ว  มีเว็บไซต์แปลกๆซึ่งแชร์ข้อมูลให้กันและกันเด้งขึ้นมา ซูฮ่าวอ่านและดูอย่างคราว

นี่คือเว็บไซต์ขององค์กรเฉาหลิง

ภายในมีข้อมูลเกือบทุกประเภท ทุกคำสั่งลอบสังหาร ทุกๆคำสั่งปรากฏอยู่ในเว็บแห่งนี้ ชื่อโดเมนนั้นไม่ผิดซึ่งหมายความว่าบุคคลคนนี้เป็นนักฆ่าจากองค์กรเฉาหลิงจริงๆ (โดเมนคือ ประมาณชื่อบัญชีผู้ใช้)

นี่เป็นไปได้อย่างไร

มีเรื่องหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง  การเปิดเผยตัวตนของนักฆ่าจากองค์กรเฉาหลิงทำให้ สถานการณ์ทั้งหมดก็เกิดความสับสนขึ้นอีกครั้ง

เป็นไปได้ไหมที่จะมีคนมาตามล่าเขาอีกครั้ง

ซูฮ่าวเริ่มสับสน

เกิดอะไรขึ้นกันแน่??

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย มีกลุ่มลับ