0 Views

GMC ตอนที่ 133 คอนเสิร์ต

 

 

ซูฮ่าวปิดหน้าจอเสมือนจริง หลังจากการเรียนรู้ทักษะการหลอมร่างกายการเพิ่มระดับพลังของเขามันต้องเป็นช่วงๆไม่สามารถฝึกอย่างเร่งรีบได้แล้ว

ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขายุ่งอยู่กับการฝึก แต่ในตอนนี้เขามีเวลาว่างแล้ว เขาจึงจะไปทำภารกิจที่ตกลงไว้กับจางซงเตี่ยน  หลังจากนั้นค่อยมาทำตามแผนในอนาคตของเขา

ในเมื่อการทดลองของจางซงเตี่ยนจะเสร็จแล้ว เขาต้องตามไปดูอย่างใกล้ชิด

ที่นอกเมืองเจียง

“ปัง”

“ปัง”

แจ็คเคลสีแดงล้มอยู่ตรงหน้าซูฮ่าว เขาได้โยนตาข่ายไฟฟ้าออกไป ซึ่งทำให้แจ็มเคบที่นอนบาดเจ็บอยู่สงบไป จากนั้นเขาก็อุ้มมันมาแล้วจากไป

ทั้งวัน

ซูฮ่าวเดินไปเข้าๆออกๆ  ในแต่ละครั้งเขาจะจับมอนเตอร์มาด้วย 1 ตัว ผู้เฝ้าปะตูมองไปที่ซูฮ่าวด้วยความตกใจ ใครๆต่างก็รู้สึกเมืองกันว่าการออกไปเผชิญกับป่าภายนอกเป็นเรื่องที่น่ากลัวและอันตรายเป็นอย่างมาก แต่ชายคนนี้เดินเข้าๆออกๆเป็นว่าเล่นแถมเขายังจับมอนเตอร์มาด้วยทุกครั้ง เขาคือนักล่ามอนเตอร์

ในใบที่จดมาให้มีมอนเตอร์ที่ให้จับจำนวนไม่มากเท่าใด

ก่อนที่ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น ซูฮ่าวก็สามารถจับมอนเตอร์ตัวสุดท้ายวัวสีดำได้ หลังจากใช้เวลาทั้งวันจับสัตว์ที่วุ่นวายยามได้ตั้งชื่อว่า “ปีศาจล่าสัตว์” ไว้ในใจของพวกเขา

“ตูม”

วัวสีดำขนาดใหญ่ถูกโยนลงพื้น ซูฮาวกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “อาจารย์ทุกอย่างครบแล้ว”

“ไม่เลว ไม่เลว”

จางซงเตี่ยนยิ้มขณะที่มองไปยังมอนเตอร์หลายสิบตัวที่อยู่ในร้านของเขา เนื่องจากงบประมาณที่ไม่เพียงห้องทดลองจึงมีพื้นที่ไม่กว้างนัก ด้วยตัวทดลองเหล่านี้ การทดลองของจางซงเตี่ยนสามารถดำเนินการต่อได้อีกครั้ง

จางซงเตี่ยนหุบยิ้มไม่ได้ เขาไม่ได้ทดลองมาหลายวันแล้ว

ยาหมายเลข 7 ลดความเจ็บปวด เป็นยาที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นมา ซึ่งมันจะช่วยให้คุณรู้สึกเสียวซ่านแทนความเจ็บปวดในระยะเวลาหนึ่ง ยาตัวนี้จะส่งผลอย่างมากต่อการทดลองของเขา เมื่อกับยาแก้ปวดเมื่อย มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้ามันสำเร็จงานวิจัยของเขาได้พัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้ว

ด้วยสูตรที่เขาได้มาทำให้เขารู้สึกร่าเริงมาก

“ดูเหมือนว่าการรับศิษย์ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง”

จางซงเตี่ยนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ มีนักเรียนหลายคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา แต่คนเดียวที่ถือว่าเป็นผู้สืบทอดของเขาคือซูฮ่าว  จางซงเตี่ยนดูเหมือเขาจะลังเลอะไรบางอย่างทุกๆครั้งที่ซูฮ่าวเคลื่อนไหว จางซงเตี่ยนเจาล้วงมือลงไปในกระเป๋าของเขา

“ซูฮ่าว หลังจากนั้นคุณจะกลับไปโรงเรียนเลยรึเปล่า” จางซงเตี่ยนถาม

“อืม” ซูฮ่าวพยักหน้า “ในตอนนี้ยังไม่มีภารกิจอันไหนเลย  ผมจึงจะกลับไปที่โรงเรียนเพื่อศึกษาทักษะการต่อสู้ทหารระดับกลางเพิ่ม”

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน” จางซงเตี่ยนรีบกล่าวอย่างร่าเริง  “ด้วยความแข็งแกร่งของคุณในตอนนี้มันไม่ต่างกันนักไม่ว่าจะเรียนรู้หรือไม่เรียนรู้  คุณรอก่อนซักพักฉันมีของบางอย่างจะมอบให้ “

“หือ” ดวงตาของซูฮ่าวเบิกกว้างขึ้น “ของขวัญ?”

สิ่งนี่ทำม้เขารู้สึกแปลกๆ มันไม่น่าเป็นไปได้ที่จะได้ของขวัญจากจางซงเตี่ยนที่เป็นคนขี้เหนียว  ในตอนที่เขารับซูฮ่าวเป็นศิษย์ เขายังไม่มีไม่ได้ให้เลย แล้วตอนนี้สิ่งที่เรียกว่าของขวัญนั่นจะคืออะไร

“ฮ่าฮ่า” เมื่อมองเห็นท่าทางของซูฮ่าว เขาถเดาได้ว่าซูฮ่าวคิดอะไรอยู่และหัวเราะออกมา “เมื่อฉันรับคุณว่าเป็นศิษย์แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจารย์จะให้ของขวัญแก่ศิษย์ที่ดี แต่ฉันก็คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรให้ได้จึงเตรียมสิ่งนี้มา”

“จริง?” ซูฮ่าวเอ่ยอย่างสงสัย อาจารย์ที่ขี้เหนียวคนนี้จะให้ของขวัญ เขาจริงๆ?

“นี่ของคุณ” จางซงเตี่ยนหยิบกระดาษขึ้นมาและมอบให้เขา

ซูฮ่าวขมวดคิ้ว เขามองมันแล้วรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่ามันคืออะไร

เขาหยิบกระดาษนั้นมา เผยให้เห็นถึงรูปที่สวยงามที่ถูกพิมพ์ไว้ด้านบนพร้อมกับตัวอักษร ‘คอนเสิร์ตเปียโน’

“นี่ … นี่ …” ซูฮาวรู้สึกความหวังล้มไม่เป็นท่า เรื่องตลกอะไรกัน คอนเสิร์ตเปียโน? เขาดูเป็นคนที่ว่างมากถึงขณะมีเวลาไปเข้าร่วมคอนเสิร์ตเปียโน? เขายุ่งมากจนเวลาฝึกฝนแทบไม่พอ แล้วเขาจะมีเวลาว่างมาร่วมงานคอนเสิร์ตนี้ได้ยังไง นอกจากนี้เขายังไม่ค่อยชอบการเล่นเปียโนเท่าไร การดูคอนเสิร์ยการเล่นเปียโนมันคงน่าเบื่อ

จางซงเตี่ยนหัวเราะเมื่อสังเกตเห็นท่าทางของซูฮ่าว  “คุณรู้เบื่อกับการฟังคอนเสิร์ตเปียโน?”

ซูฮ่าวพยักหน้าอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้

ตอนนี้มันยุคอะไร  ยุคของความสามารถต้นกำเนิด!

ถ้าไม่รวมคนที่อยู่เบื้องล่าง(คนที่ไม่มีพลังต้นกำเนิดมั่ง) ทุกคนจะมุ่งเน้นกับการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง แม้กระทั่งผู้ที่อยู่เบื้องล่างจะไม่ไปพวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าจะสนุกกับเปียโนได้อย่างไร จะเข้าร่วมงานคอนเสิร์ตเปียโนนี้เพื่ออะไร หรือจางซงเตี่ยนนำมาเพื่แหลอกลวงเขา

จางซงเตี่ยนไม่ได้สนใจกับท่าทางที่ไม่พอใจของซูฮ่าว เขายิ้มอย่างลึกลับแทน “คุณรู้ไหม? ตั๋วคอน เสิร์ตใบนี้มีมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้คุณยังไม่สามารถหาซื้อได้ในทั่วๆไป นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนของฉันที่ส่งมาให้ คุณคิดว่าคนเหล่านั้นจะใช้เงิน 1 ล้านเพื่ออะไร?”

ดวงตาของซูฮ่าวประกายขึ้น คอนเสิร์ตเปียโนครั้งนี้ต้องมีบางสิ่งอยู่เบื้องหลัง

“ฮ่าๆ” จางซงเตี่ยนหันหลังแล้วค่อยๆเดินจากไป “ถ้าคุณอยากรู้แค่เข้าร่วมคอนเสิร์ตและไปดูด้วนตนเอง แม้ว่าคุณอาจจะไม่อยากฟังดนตรี แต่คุณก็ต้องรู้ด้วยว่านี่เป็นยุคของความสามารถต้นกำเนิด มันมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คุณคิดว่าคอนเสิร์ตเปียโนนี้จะเหมือนกับสมัยก่อน แล้วคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปกัยราคาของมัน”

จางซงเตี่ยนเป็นเหมือนพนักงานขาย ที่พยายามหลอกขายในผู้คนเพื่อทำยอดขายให้สูงขึ้น ซูฮ่าวรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกหลอกล้มให้ไป  แต่เขาต้องยอมรับว่าเขาสนใจมันจริงๆ

บรรดาสังคมชั้นสูงจะจัดเรื่องโง่ๆขึ้นมางั้นเหรอ?

ไม่หรอกต้องไม่มีแค่งานดนตรี

ทำไมพวกเขาถึงต้องจ่ายเงิน 1 ล้านเพื่อฟังคอนเสิร์ตเปียโน  ต้องมีอย่างอื่นแอบแฝงแน่ๆ

เขารู้ว่ามันไม่สะดวกที่อาจารย์ของเขาที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน ตั๋วใบนี้จึงจบลงที่น้ำมือของเขา

การหยุดเรื่องของทักษะการสู้รบทางทหารระดับกลางไม่ส่งผลต่อเขามากนัก แม้ว่าเขาจะกลับไปในตอนนี้ ที่โรงเรียนก็ไม่ได้รับประกันว่าเขาจะหาคนที่มีเทักษะการต่อสู้ทหารระดับกลางได้ถึงมีก็ไม่แน่ว่าจะสร้างโมเดลออกมาได้ งั้นทำไมไม่เข้าร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้และลองดูว่ามันจะเกิดสิ่งใด

ที่ด้านหลังของตั๋วมีการบอกรายละเอียด

มันกล่าวว่าถึงบัตรคอนเสิร์ตเปียโนที่ขายดังพุแตก เนื่องจากนักเปียโนผู้เชี่ยวชาญอย่างเฟิงเยาจือ มาแสดงในคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ครั้งนี้ คอนเสิรย์ขนาดใหญ่แบบนี้จัดขึ้นไม่บ่อยนักในเมืองเล็กๆอย่างเจียงฮี เหล่าชนชั้นสูง ต่างสนใจกันมากเมื่อรับรู้ถึงคอนเสิร์ตในครั้งนี้

มุมขวาล่างระบุว่าจะจัดขึ้นในคืนนี้เวลา 20.00 น.

ซูฮ่าวมองไปที่นาฬิกาในที่อุปกรณ์ของเขา ขณะเวลา 19:30 น. เขาสาปแช่งอาจารย์ของเขา … ทำไมถึงมาบอกเขาในตอนนี้ แม้ว่าจะรู้ว่าเขาไม่ไปก็ควรบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยก็ได้ ทั้งที่เหลือเวลาอีกแค่ไม่เท่าไรกลับมาบอกแถมยังตั้งหัวข้อที่ทำให้เขาต้องอยากจะไปอีก

ซูฮาาวรีบวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่ศูนย์กลางในเมืองเจียงฮี

แสงไฟสว่างไสวสว่างไสวในใจกลางเมือง ผู้คนนับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลเข้ามาในห้องโถง จากเสื้อผ้าการแต่งกายของพวกเขา บอกได้เลยว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องเป็นคนที่ร่ำรวย

คนธรรมดาจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมคอนเสิร์ตนี้ได้อย่างไร

เมื่อซูฮ่าวมาถึง เขาเห็นกลุ่มคนเล็กๆที่เป็นการ์ดคอยปกป้องชายชราคนหนึ่ง ขณะเขาเดินเข้าไปด้านในห้องโถง

เอสเปอร์ที่แข็งแกร่ง

หลังจากที่ซูฮ่าวมองไปรอบๆเขาก็ตกใจมาก  ในตอนแรกเขาคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมจะเป็นวัยรุ่นจากตะกูลที่ร่ำรวย แต่ส่วนใหญ่กลับเป็น เอสเปอร์ที่ทรงพลัง

นอกจากนี้ออร่าของคนส่วยใหญ่ที่เปล่งออกมายังน่ากลัวด้วย

ระดดับมืออาชีพ

มีเหล่าเอสเปอร์มืออาชีพมากมาย ซูฮ่าวทำความเข้าใจอยู่สักพัก เอสเปอร์ที่อยูาในเมืองที่อยู่รอบๆ มากมายคงดินทางมาที่นี่เพราะคอนเสิร์ตครั้งนี้

“คอนเสิร์ตครั้งนี้น่าสนใจจริงๆ”

ซูฮ่าวรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก แล้วเขาก็เดินเข้าไป  แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมาก เขาบอกได้เลยว่าถ้าเขาต้องการสร้างโมเดลทักษะมีโทษฐานเดียวคือความตาย ถ้าเขาพยายามใช้การวิเคราะห์แบบจำลองของเขาในที่นี่ แม่งจะเลือกแบบสุ่มๆแต่คนที่อ่อนแอที่สุดก็สามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย

ซูฮ่าวได้ทิ้งความคิดนี้แล้วมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้า เมื่อเขามาถึงก็ต้องหยุดลง

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย  มีกลุ่มลับ