0 Views

GMC ตอนที่ 114 จูบกันเถอะ

 

 

“พรึบบ!”

ราวกับว่าทมันกำลังตอบสนองต่อคำพูดของซูเวิ้นดาวตกได้ดิ่งลงมา แล้วจุดที่มันกำลังตกลงคือ ทะเลทรายตรงหน้าซูฮ่าว

“ตูม”

อุกกาบาตที่สวยงามดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมันกำลังตกถึงพื้น มันก็กลายเป็นก้อนอุกกาบาตขนาดใหญ่ อุกกาบาตสีแดงที่ถูกเผาไหม้ได้แบ่งชั้นบรรยากาศออกเป็นชิ้น ๆ

อุกกาบาตกำลังลงมาแล้ว

พายุทรายขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงเกิดขึ้นเมื่ออุกกาบาตได้กระทบถึงพื้นแล้วมันเกิดการระเบิดไปทั่วบริเวณขนาดใหญ่ ซูเวิ้นได้เปลี่ยนโหมดเป็นมุมมองการสังเกต

จุดศูนย์กลางที่อุกกาบาตตกลงมันเป็นทะเลของเปลวไฟขนาดใหญ่  มอนเตอร์ที่อยู่ก่อนหน้านี้ได้หายตัวไปเหลือเพียงแค่ทะเลเพลิง มอนเตอร์อีกนับไม่ถ้วนที่อยู่นอกรัศมีของอุกกาบาตได้เริ่มหลบหนีแล้วไปอย่างรวดเร็ว  แต่น่าเสียดานนี่เป็นเพียวอุกกาบาตก้อนแรกเท่านั้น “ซูม!”

“ตูม”

อุกกาบาตตกลงมาอย่างต่อเนื่องทีละลูกๆ  พวกมันได้กวาดล้างมอนเตอร์ทั้งทะเลทรายไปจนหมด

ซูฮ่าวรู้สึกว่าพื้นดินสั่นสะเทือน แมลงทะเลทรายยาวประมาณ 100 เมตร โผล่ออกจากพื้นทรายและร้องคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัว แต่มันก็ตายทันทีเมื่อโดนอุกกาบาต  เหตุการณ์ภัยพิบัติในระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้แน่ๆละ  ราวกับว่าทั้งโลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัว แต่ละจุดที่อุกกาบาตได้หล่นลงมันสามารถเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ทะเลทรายกลับมาเงียบสงบ

เมื่อมองไปที่ทะเลทรายอีกครั้ง ซูฮ่าวไม่สามารถระบุสิ่งมีชีวิตใดๆได้เลย มอนเตอร์ทั้งหมดตกตายอย่างน่าอนาถ ทะเลทรายที่กว้างใหญ่ได้กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่หลายแห่ง

วูป

ซูเวิ้นเปลี่ยนกลับไปเป็นโหมดจำลองสภาพแวดล้อม เพื่อให้ทั้งสองคนได้ดื่มด่ำในฉากปัจจุบัน

ลมทะเลร้อนพัดผ่านมาทางพวกเขา เท้าของซูฮ่าวจมลงไปในทรายเหมือนจมน้ำตาย เขายังคงตกใจ ตรงหน้าที่เป็นทะเลทรายที่กว่าใหญ่เขาพบร่างๆหนึ่ง แม้ว่ามันจะเล็กมาก แต่ฉากนี้ได้ถูกฝังลงในจิตใจของเขา

การกระทำนี้กลับกลายเป็นฝีมือมนุษย์

ลงอคิดดูว่าเอสเปอร์คนนี้ต้องทรงพลังมากแค่ไหน ถึงสามารถสร้างภัยพิบัติที่น่าตกตะลึงนี้ได้ นี้มันเกินกว่าขอบเขตการจินตนาการของเขาไปไกลมาก เอสเปอร์มันหมายถึงอะไรกันแน่ แล้วมนุษย์สามารถทรงพลังได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรอ

ซูฮ่าวการจินตนาการของเขาไป ก่อนที่มันจะออกทะเลไปไกลกว่านี้

วูป

ซูเวิ้นสะบัดมือของเธอเบาๆ สภาพแวดล้อมรอบข้างหายไปและพวกเขาก็กลับไปที่ห้องฝึกซ้อมเช่นเดิม

ซูเวิ้นยิ้มกว้างๆ และถามอีกครั้ง “ตอนนี้นายยังแน่ใจในเส้นทางของนายอยู่ไหมคุณยังแน่ใจหรือ?”

“…” ซูฮ่าวเงียบ

การเผชิญหน้ากับการโจมตีดังกล่าว ไม่ว่าอาวุธหรือสมรรถภาพทางกายที่มีจะทรงพลังแค่ไหน มันก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆ และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่น่าสังเวช  เฉพาะกับสิ่งที่คล้ายกับระเบิดนิวเคลียร์ด้วยความสมรรถภาพทางกายและทักษะคุณจะสามารถเผชิญหน้าด้วยได้…

ซูเวิ้นปล่อยรอยยิ้ม อันเป็นการแสดงถึงชัยชนะ “นี่คือเหตุผลที่ฉันเน้นย้ำว่าคุณได้เดินทางไปตามเส้นทางที่ไม่ถูกต้อง แม้มันไม่มีปัญหาอะไรกับการฝึกสมรรถภาพทางกายและทักษะการต่อสู้ของนาย แต่ลึกลงไปในหัวใจของนาย นายควรรู้ว่า นี่คือยุคของความสามารถต้นกำเนิด”

“นี่ไม่ใช่ ยุคบุ่นโบราณหรือยุคศิลปะการต่อสู้ แต่เป็นยุคแห่งความสามารถต้นกำเนิด”

“ไม่ว่าคุณจะมีสมรรถภาพทางกายหรือทักษะการต่อสู้อะไรก็ตาม ถึงคุณจะเน้นทางกายภาพ แต่คุณต้องจำไว้ว่า ‘อย่าละเลยความสามารถต้นกำเนิดของคุณ’ หลังจากเพิ่มสมรรถภาพทางกายและทักษะการต่อสู้ของคุณให้มากที่สุดแล้ว คุณควรจะเริ่มเดินทางไปในเส้นทางแห่งความสามารถต้นกำเนิดมีเพียงทางนี้เท่านั้น ที่จะยกระดับพลังความแข็งแกร่งได้ “

ทุกคนกล่าวของซูเวิ้นนั้นเรียบง่าย แต่ทุกคำก็แฝงไปด้วยแรงผลักดัน

ยุคแแห่งความสามารถต้นกำเนิด

ตวามสามารถต้นการเกิด

ทุกคำ ทุกประโยค พร้อมกับฉากเสมือนที่เขาเพิ่งได้เห็นมันถูกตราตรึงลงลึกเข้าไปในหัวใจของซูฮ่าว เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้งอกเงยขึ้นภายในใจของเขาแล้ว

ซูฮ่าวถาม “ความสามารถในเกรด E ยังสามารถยกเกรดขึ้นได้ไหม ความสามารถเกรด E มีเส้นทางที่จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ไหม”

“ถ้านายไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้” ซูเวิ้นคัดผมไปไว้ข้างหลังหูของเธอว่า “ในอดีตซุนเหยาฮุ่ยได้ยกระดับความสามารถในการวิเคราะห์สารของเขาจนกลายเป็นเกรด B โดยทางสมาคมเภสัชกรรม งั้นทำไมนายถึงจะทำอย่างนั้นไม่ได้”

“นายรู้รึเปล่า ในทางทฤษฎี ทุกคนมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ความสามารถของนายคือการวิเคราะห์แบบจำลอง มันเป็นประโยชน์สำหรับการสร้างอาคารเท่านั้นงั้นหรอ? บางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่คุณคิดหรือเพราะทางสมาคมความสามารถต้นกำเนิดได้จัดตั้งไว้ แต่..นายเคยพยายามที่จะใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่แล้วหรือยังล่ะ”

คำถามเหล่านี้ เป็นการเบิกทางให้ซูฮ่าว

 การวิเคราะห์แบบจำลองทำได้เพียงสร้างโมเดลสิ่งก่อสร้าง?

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นั้นแน่

ซูฮ่าว ได้ผ่านต่อสู้มานับไม่ถ้วน เขามีประสบการณ์มากมายในการพิสูจน์ความสามารถของเขา เขาสามารถสร้างแบบจำลองตัวอักษร สร้างการ์ดทักษะ การสร้างแบบจำลองภูมิประเทศ และความสามารถอื่นๆอีกมาก การวิเคราะห์แบบจำลองของเขามีคุณลักษณะหลากหลายจริงๆงั้นเหรอ

ความสำเร็จในปัจจุบันของเขาไม่ได้มาจากความสามารถการวิเคราะห์แบบจำลองทีกลายพันธุ์งั้นหรอ….

ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะปิดซ่อนอันใดอีก

เวลาผ่า่นไปนักต่อๆ แต่ดูเหมือนซูฮ่าวเขาจมอยู่ในโลกแห่งความคิด

แม้ว่าการวิเคราะห์แบบจำลองได้ช่วยเขามาตลอดเวลา แต่เขาก็ยังคิดว่ามันเป็นพรสวรรค์ระดับ E ที่ตกต่ำ เขาคิดว่า ตราบใดที่สมรรถภาพทางกายของเขาสูงและมีทักษะการต่อสู้ที่น่าเกรงขาม เขาก็สามารถมีความสามารถที่ทรงพลังได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมซูเวิ้นถึงได้เตือนเขาอย่างต่อเนื่องว่าเขากำลังเดินในเส้นทางที่ไม่ถูกต้อง

นี่คือยุคแห่งความสามารถต้นกำเนิด

ความสามารถต้นกำเนิดมีนับไม่ถ้วนในโลก ซูฮ่าวที่สามารถเข้าร่วมชั้นเรียนการคัดเลือกอัจฉริยะได้และแข่งขันกับนักเรียนที่มีพรสวรรค์คนอื่นๆได้ นี่ก็ไม่เป็นเพราะความสามารถต้นกำเนิดเกรด E ของเขางั้นหรอ

นั่นคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเขา

ดวงตาของซูฮ่าวประกายขึ้น เมื่อเขาคิดถึงเส้นทางที่แน่วแน่ของเขา

เขาสับสนเสมอเกี่ยวกับอนาคตของเขา แต่ตอนนี้หนามที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาก็หลุดออกแล้ว ด้วยความตื่นเต้น ไม่ว่าการวิเคราะห์แบบที่กลายพันธุ์นี้มีความทรงพลังหรือไม่เพียงใด เขาไม่สนใจแต่เขารู้ว่าตราบเท่าที่เขายังคงพัฒนา ความสามารถต้นกำเนิดของจะเติบโตไปพร้อมกับเขา

เขาลังเลก่อนหน้านี้ ว่าเขาจะเดินไปในเส้นทางสมรรถภาพทางกายหรือทักษะการต่อสู้อย่างไรดี ทั้งสองเส้นทางนี้มันเกือบจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว สำหรับความสามารถต้นกำเนิด  เขาไม่เคยแม้แต่จะนึกถึงมัน แต่ตอนนี้ซูเวิ้นได้เบิกเส้นทางใหม่ให้เขา นั้นก็คือความสามารถต้นกำเนิด

การยกระดับความสามารถต้นกำเนิดของเขา

การค้นพบศักยภาพของพลังของเขา

และกลายเป็นเอสเปอร์ที่แข็งแกร่ง

แสงเป็นประกายภายในดวงตาของซูฮ่าว เขากำหมัดแน่นและมั่นใจในทางเดินที่เขากำหนดใหม่นี้

 “ขอบคุณครับ ครูซู”

“นาย ฟื้นตัวเร็วดีนิ”

ซูเวิ้นยยิ้มเล็กน้อย “ในฐานะครู ฉันจะไม่ยอมให้นักเรียนคนใดเดินไปในเส้นทางที่ผิด นอกจากนี้นายยังเป็นคนของเยวี่ยแล้วด้วย “

ซูฮ่าวยิ้มด้วยความเขินอาย

“ว้าย~~~  ท่าอาย คาวาอิมากก~~~  มาๆให้พี่สาวคนนี้จูบหน่อย “

“….”

ซูฮ่าวกลัวมากจนเขาต้องก้าวถอยหลัง  แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าซูเวิ้นไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้เขาเลย ใบหน้าของเขาดูแย่มาก เขามองเห็นรอยยิ้มที่จางๆบนใบหน้าของเธอ

เชี่ย

เขาถูกปั่นหัวอีกครั้ง

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเองน่า”

ซูเวิ้นตบมือที่ขาวนวลของเธอ “ปัญหาของนายได้รับการแก้ไขแล้ว ต่อไปนายจะเรียนรู้ทักษะการปรับปรุงต้นกำเนิดหรือทักษะการควบคุมต้นกำเนิด ทักษะการปรับปรุงต้นกำเนิดมันช่วยในการฟื้นฟูพลังงานมันไม่ใช่ทางเลือกที่แย่แต่ก็ไใ่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไร”

“เอ่อ …” ซูฮ่าวเกาหัว “ฉันอยากจะเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ทางทหารเป็นอันดับแรก”

“…”

“นายยังจะมุ่งไปยังทักษะการต่อสู้อีก” ซูเวิ้นรู้สึกหดหู่ เธอใช้เวลาตลอดทั้งวันให้คำปรึกษาแก่เขาแต่มันอย่างไร้ประโยชน์ ทำไมสมองของซูฮ่าวถึงยังมุ่งเน้นไปที่ทักษะการต่อสู้

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

ซูฮ่าวส่ายหัว  “ฉันเข้าใจแล้วว่าการจุดมุ่งหลักควรเป็นความสามารถต้นกำเนิดของฉัน อย่างไรก็ตามฉันเป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลายที่ยังไม่ได้เข้าวิทยาลัยและซานเซียงยังคงจุดมุ่งหมายหลักของฉัน”

“อืม!”

ซูเวิ้นพยักหน้า  “นั่นคือเหตุผลที่นายควรจะส่งเสริมความสามารถต้นกำเนิดก่อน การปรับปรุงความสามารถต้นกำเนิดไม่ได้เร็วกว่าทักษะการต่อสู้และสมรรถภาพทางกายหรอกหรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนายที่เกือยจะมาถึงทางตั้นแล้ว”

“เอ่อ …” ซูฮ่าวเกาหัวอีกครั้ง “ฉันเชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้ได้เร็วกว่าความสามารถต้นกำเนิด”

“หรือว่าเป็น ทักษะการต่อสู้ทางทหารที่อยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย  รอแปป “

ซูเวิ้นคิดอะไรบางอย่าง เธอเลือกข้อมูลของซูฮ่าวและดูบันทึกผลการเรียนรู้ของเขา หลังจากที่อ่านทุกอย่าง อย่างรวดเร็วเธอก็ตกใจ

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย  มีกลุ่มลับ