0 Views

GMC ตอนที่ 11 ขีดจำกัด

ตั้งแต่เริ่มคุ้นเคยกับทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับเริ่มต้นซูฮ่าวก็เริ่มฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง

ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือขณะอยู่ที่บ้าน จะเห็นได้ว่าซูฮ่าวฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่ง ด้วยการฝึกอย่างหนักเป็นเวลาสามวันเขาสามารถจำทุกสิ่งทุกอย่างได้

เนื่องจากสภาพทางการเงินของครอบครัวเขาไม่ดีนัก ดังนั้นการฝึกฝนและเรียนด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นเมื่อเขาได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างแล้วเขาจะทำให้แน่ใจได้ว่าเขาไม่เพียงแต่มีความเข้าใจพื้นฐานในเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้แน่ใจว่ารียนรู้ได้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าทักษะที่เขาเรียนรู้จะไม่สูญเปล่า

เมื่อคิดถึงน้องสาวของตัวเอง ซึ่งความสามารถมากกว่า 8 จุด แต่กลับมีการ์ดทักษะเพียง 4 ใบเท่านั้นเรื่องนี้ทำให้ซูฮ่าวรู้สึกเศร้าใจมาก  เพียงแค่รอให้เขาไปถึงในจุดที่สูงกว่า มั่นใจได้ว่าน้องสาวของเขาจะไม่คิดมากในเรื่องค่าใช้จ่ายและจะไม่ทำให้ครอบครัวลำบากอีกต่อไป

เพียง แต่การฝึกซ้อมอย่างขยันขันแข็งเท่านั้นเขาจึงจะเพิ่มความแข็งแกร่งและหาเงินได้

แล้วเขาก็จะลงทะเบียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด!

ซูฮ่าวไม่เคยคิดว่าทั้งสองเรื่องขัดแย้งกัน ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เขาต้องการที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน!

ในที่สุดเขาก็ได้ฝึกฝนอย่างเต็มที่กับทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ เย็นวันนั้นซูฮ่าวกลับบ้านและมองไปที่ความสามารถของเขา ในช่วงเวลาสั้น ๆ ของครึ่งเดือนความคืบหน้าของเขาอาจกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

รากฐานทางทฤษฎี 180 คะแนน สำหรับตอนนี้ก็ยังคงเท่าเดิม

วิธีการต่อสู้ 150 คะแนน รวมจากคะแนนทักษะการต่อสู้พื้นฐาน  100 คะแนน และเทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับเริ่มต้น  50 คะแนน

ระดับความสามารถ 200 คะแนน 100 คะแนนสำหรับความสามารถของเขาและอีก 100 จากการบ่มเพาะระดับเริ่มต้นปลูก

สมรรถภาพทางกาย 150 คะแนน!

ความสามารถของเขาได้มาถึงในที่สุด 6.8 จุด (180+200+150+150)

เมื่อเทียบจากเดิม 3.8 จุด ของเขา เขาได้เพิ่มขึ้นกว่า 3  จุด!

ซูฮ่าว จำได้ว่าสมรรถภาพทางกายของเขามีเพียง 120 คะแนนเท่านั้น จากทักษะการต่อสู้พื้นฐานระดับสูงและผลข้างเคียงจากยาฟื้ฟูที่รุนแรงนั้น ในที่สุดเพิ่มสมรรถภาพทางกายของเขาด้วยคะแนน 30 คะแนนเต็มรูปแบบ

“ในระดับนี้อีก 20 วันซึ่งเป็นเวลาที่มีการสอบเกิดขึ้นควรมีสถานที่ว่างให้สำหรับฉัน”

หลังจากซูฮ่าวสงบลงจากความตื่นเต้นของเขาเขานอนลงบนเตียงและนอนหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อซูฮาวตื่นขึ้นเขารู้สึกเจ็บปวดทั่วร่างกาย

“เกิดอะไรขึ้น?”

ซูฮ่าวตกใจเมื่อตรวจสอบสภาพร่างกายของเขา  ร่างกายของเขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว

เขาไม่สามารถแม้แต่จะงอนิ้วมือได้ เขาก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ทำอะไรไม่ได้

“ฉันพักผ่อนไม่พองั้นหรอ” ซูฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่อยากที่จะนอนเขาจึงลุกขึ้นและเดินไปสูดอากาศที่สวนดอกไม้ตอนเช้าตรู่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์

ซูฮ่าวเคยมาที่นี้ตามปกติของเขา ล้อมรอบด้วยพุ่มของหญ้าอ่อนพร้อมกับทะเลสาบใส แน่นอน

ทัศนียภาพที่ดีจะทำให้มีความสุขและปลอดโป่ง

อย่างไรก็ตาม ซูฮ่าว รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆไปในใจ เมื่อเขาตระหนักว่ามีบางอย่างหายไป เฉิน เยวี่ย ไม่ได้มาที่นี่

ฉันไม่ได้เห็นเธอมาหลายวัน ฉันสงสัยจริงๆว่าเะอไปไหน

ซูฮ่าว ส่ายหน้าเบาๆ พยายามที่จะลบความคิดที่เสียสมาธิเหล่านี้ จากนั้นเขาก็เดินไปที่ตำแหน่งที่ด้านหน้าของต้นไม้ก่อนที่จะปล่อยชกที่มัน

“ย้า!”

“ซูด”

ซูฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างกับกำปั้นขวาของเขา เมื่อเขามองไปที่มือของเขาเห็นคราบเลือด

เขาไม่มีพลังกำลังเลย!

เพื่อทนต่อความเจ็บปวดที่เขารู้สึก ซูฮ่าว จึงตัดสินใจนั่งที่ที่นั่งเงียบใกล้ ๆ ต้นไม้ ปัจจุบันเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกสูญเสียพลังไป “เกิดอะไรขึ้น จริงรึป่าวที่ฉันเหนื่อยเกินไป? ”

ซูฮ่าว หายสับสน

ในเวลาเพียงครึ่งเดือนเขาสามารถเพิ่มความสามารถได้ถึง 3 จุด สำหรับคนอื่นการทำเช่นนั้นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี บางคนถึงกับต้องใช้เวลาสองถึงสามปีในการเพิ่มถึงระดับนี้ นอกจากนี้อาจจะเกี่ยวเนื่องจากการที่เขาขาดความรู้ในวิธีการฝึกที่เหมาะสมซึ่งเป็นเหตุให้ตอนนี้เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสภาวะปัจจุบันของร่างกายของเขา

“บางทีฉันรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริงๆ”

ซูฮ่าว ไม่ยอมแพ้ “ให้ฉันนอนพักสักพัก บางทีหลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาฉันก็จะสามารถฟื้นตัวได้ ”

ซูฮ่าว นอนลงบนม้านั่งและค่อยๆตกลงไปในโลกแห่งความฝัน

ในที่เขาหลับเขายังคงสติไว้ส่วนหนึ่ง

เมื่อได้ยินเสียง เฉิน เยวี่ย ที่หวานใสซึ่งทำให้รอยยิ้มขมขึ้นบนใบหน้าของเขา “นี่เป็นเรื่องแปลก มากๆ แม้ฉันหลับฝัน ฉันก็ได้ยินเสียงเธอได้ นี่ฉันตกหลุมรักเธอจริงๆหรือ? ”

เมื่อเสร็จประโยคเสียง เฉิน เยวี่ย หายไปทันทีตามด้วยอาการปวดใบหูของ ซูฮ่าว ทำให้เขาตื่นขึ้นด้วยอาการตกใจ

เมื่อเปิดตาของเขา  ซูฮ่าวเห็นเด็กสาวคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดสีขาวกับแก้มเรียบเนียนของเธอพร้อมการความเนียนอายนิดๆบนใบหน้าของเธอ ซูฮเยวี่ย ที่ดึงหูของเขา การกระทำของเธอจริงๆดึงเขาขึ้นมาจากม้านั่ง “ซูฮ่าว  ตอนนี้นายพูดเรื่องไร้สาระอะไร ”

ซูฮ่าวหัวเราะอย่างขมขื่น ตั้งแต่ตอนนี้เขาอ่อนแรงเป็นอย่างมาก

เมื่อดึงหู ซูฮ่าว  เฉิน เยวี่ย โกรธเขาอย่างรุนแรงและพูดด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไร “นายตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายนึกถึงเรื่องนี้ พี่ชายที่ไร้ประโยชน์ของฉันได้พูดอะไรกับนายบ้าง ”

ซูฮ่าวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆร่างกายของเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงอีกครั้ง ด้วยความฉับพลันทำให้เขาหน้ามืดไปและล้มตัวลงไปยัง เฉิน เยวี่ย ช้าๆ

“อิย้า!”

“ตุบ!”

เฉิน เยวี่ย ถูกทับล้มลงกับพื้นฉับพลันของร่างของ ซูฮ่าว ร่างกายที่หนักของเขาอยู่ตรงส่วนบนของร่างกายของตัวเอง สิ่งที่ทำให้ เฉิน เยวี่ย รู้สึกอาย หัวของซูฮ่าวกำลังอยู่ระหว่างยอดเขาทั้งคู่ของเธอ

จากการเป็นเพื่อนกันเพียงสองปีความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มบานปลายขึ้น เธอรู้สึกท้อแท้กับความคืบหน้า เธอไม่คิดเละว่าหลังจากที่เธอเพิ่งจะออกไปข้างนอกกลับได้ยินว่าซูฮ่าว สารภาพความรู้สึกของเขาและตอนนี้เธอถูกกดโดยเขา

“ซูฮ่าว,เจ้าโง่ซูฮ่าว! ลุกขึ้น “ความอายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เฉิน เยวี่ย ไม่อาจสงบใจได้ “เรายังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าคุณชอบฉันจริงๆฉันจะพิจารณาแล้วกัน ”

ไม่มีคำตอบใด ๆจากซูฮ่าว  ดูเหมือนเขาจะชอบกลิ่นหอมของร่างกายจากเธอ

“ซูฮ่าว, นายกำลังทำอะไร ถ้านายยังไม่ลุกขึ้นฉันจะโกรธนายจริงๆแล้วนะ! “แม้ว่าใบหน้าของ เยวี่ย จะเต็มไปด้วยความแดงกร้าน แต่สายตาของเธอก็เรื่องเปลี่ยนไป กำปั้นขวาที่กำแน่น  ในขณะที่กำปั้นของเธออาจพุ่งได้ตลอดเวลา

ด้วยความสามารถของเธอที่ 9 จุด เธอสามารถยกร่างของซูฮ่าวโดยที่เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

สังเกตเห็นว่าซูฮาวยังไม่ตอบสนองเฉิน เยวี่ย ขมวดคิ้ว เธอค่อยๆผลักดันร่างกายของซูฮ่าวออกไปและรู้สึกตกใจที่เห็นร่างทั้งตัวของเขาถูกผลักออกไปเช่นเดียวกับสิ่งของ

เฉิน เยวี่ย มองไปที่ซูฮ่าวและสังเกตเห็นว่าเขาสลบไป

“เกิดอะไรขึ้น”

เฉิน เยวี่ย  ตกใจ เมื่อมองไปที่หน้าซีดเผือกของซูฮ่าวแล้วเธอก็แตะใบหน้าของเขาด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอ ช่วงเวลาที่ผิวของพวกเขาสัมผัสกันเธอรู้สึกหนาวเย็น

หลังจากย้ายซูฮ่าวกลับไปที่ม้านั่งเพื่อให้เขานอนลง เฉินเยวี่ย ได้ตรวจสอบสภาพและชีพจรของเขา

สักสัก จากนั้นเธอก็เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของเขา การแสดงออกทางสีหน้าที่ซับซ้อน เธอกล่าวว่า “นี่เป็นผลข้างเคียงของการฝึกที่เกินขีดกำจัดของตัวเอง … ..ซูฮ่าว นายนี่จริงๆเลย”

เธอตระหนักว่าตอนนี้เธอเข้าใจผิดไปแล้ว และเธอก็รู้สึกประทับใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขา เธอส่ายหัวและนำยาออกมาจากกระเป๋า หลังจากเปิดขวดเธอเริ่มให้ยาแก่ซูฮาว

นั่งอยู่บนม้านั่งเฉิน เยวี่ย ยกศีรษะของซูฮ่าวและวางไว้บนตักของเธอและนวดศีรษะ

จุดนี้ทำให้ทั้งสองคนได้เข้าใกล้กันมากขึ้น ฉากนี้เป็นสิ่งสวยงามจริงๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ซูฮ่าว ก็ตื่นขึ้นมาจากอาการง่วง เขารู้สึกว่ามีมือนุ่มๆมาสัมผัส เมื่อเขาลืมตาขึ้นมันกลายเป็นเฉิน เยวี่ย ที่ค่อย ๆ นวดศีรษะของเขา

เขานอนอยู่บนตักของ เฉินเยวี่ย งั้นหรอ

ซูฮ่าวตกใจและอยากจะลุกขึ้น อย่างไรก็ตามเขาก็หยุดทันทีโดยเสียงเบาๆมาจากเฉิน เยวี่ย “อย่าขยับ!”

ซูฮ่าว หยุดการเคลื่อนไหวในทันที

“การที่นายฝึกจนเกินกว่าที่ร่างกายของนายรับไหวและการใช้พลังที่มากจนเกินไปทำให้ร่างของนายล้า นอนรอให้ยาส่งผลอย่างเต็มที่แล้วถึงลุกได้ “เฉิน เยวี่ย พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลของเธอ

ซูฮ่าวเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากหัวของเขาเองซึ่งยังมีอาการปวดร่างกายของเขาเองก็รู้สึกปวดเมื่อย  จู่ๆมีความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขา นี่ต้องเป็นผลจากยาที่ เฉิน เยวี่ยว่าแน่

“ขอบคุณเธอมาก ๆ ” สุฮะกล่าวอย่างมีน้ำใจ

“ไม่จำเป็น” เฉิน เยวี่ย ส่ายหัว “นายเพิ่มจะเริ่มสามารถฝึกได้เมื่อเร็วๆนี้เอง 2-3วันที่ฉันไม่เห็นนายไม่คิดเลยว่านายจะหักโหมตัวเองมากขนาดนี้น แม้ว่านายจะต้องการปรับปรุงความสามารถ นายไม่จำเป็นต้องหักโหมร่างกานตัวเอามากจนเกินไป ”

ซูฮ่าว เงียบไปสักพักก่อนตอบว่า “การสอบเหลือเวลาอยู่เพียงแค่ 20 วันเท่านั้น”

เฮินเวยี่ยชะงักไปสักพัก “นายต้องการที่จะเข้าสู่ชั้นเรียนอัจฉริยะ”

“ใช่” ซูฮาวพยักหน้าก่อนกล่าวต่อว่า “การเข้าห้องนั้นทำให้ฉันมีหวังในการเข้าเรียนที่ ซานเซียง”

เฉิน เยวี่ย พยักหน้า เธอไม่ได้หัวเราะกับความฝันที่สูงส่งของซูฮ่าว เธอช่วยเขาลุกขึ้นและทำเป็นว่าการกระทำในปัจจุบันของเธอเป็นเรื่องปกติ “นายสามารถฝึกได้ แต่ต้องเป็นวิธีที่ถูกต้อง วิธีการปัจจุบันของนายไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด มันมีการใช้พลังงานมากเกินไป เมื่อถึงเวลาที่มีการสอบร่างกายของนายหมดพลังไปแล้ว ”

ซูฮ่าว ยืนขึ้นพลังของเขาได้รับการฟื้นฟูจนเต็มในที่สุดและมันยังแข็งแกร่งกว่าก่อน!

“ดูเหมือนว่าฉันเป็นหนี้เธออีกครั้งแล้ว”

ซูฮ่าว เริ่มขยับร่างของเขา อย่างไรก็ตามเขายังรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้างใบหู เขารู้สึกแปลก ๆ และถามว่า “แปลกทำไมหูของฉันรู้สึกเจ็บอยู่นิดหน่อย มันยังไม่ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์งั้นหรอ ”

การแสดงออกที่นิ่งๆของเฉิน เยวี่ย หายไปทันทีและแทนที่ด้วยความโกรธ เธอกล่าวว่า “นายต้องการที่จะคบกับฉัน นายสามารถทำได้ตอนนี้ ”

“นายแน่ใจ!”

ซูฮ่าว พยักหน้า

“ยืนนิ่งๆอย่าขยับ” เฉิน เยวี่ย กล่าวในขณะที่ยิ้มไปด้วย จากนั้นเธอก็พุ่งเข้าไปด้วยแล้วยกเขาขึ้นอย่างกระทันหัน

ตุบ

ร่างซูฮาวถูกโยนลงบนพื้นโดยเฉิน เยวี่ย เขาถูกโยนลงอย่างไร้ความปราณี ดินได้ฟุ้งกระจายไปเต็มบริเวณ

“สมน้ำหน้าใครบอกให้นายเอาเปรียบฉัน”

หลังจากเช็คมือแล้วเธอก็รีบจากไปอย่างเร่งรีบ

เห็นได้ชัดว่าเธอคิดว่าเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุจากคำพูดของซูฮ่าวในที่หลับ อย่างไรก็ตามเธอไม่ทราบว่าที่ซูฮ่าว พูดออกไปนั้นเขาคิดจริงๆ

จากการที่นอนอยู่กับพื้นซูฮ่าวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีคราม ก่อนรอยยิ้มที่สามารถเห็นได้จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของ “เฉิน เยวี่ย ผมชอบคุณมากๆเลยละ”

ติดตามผลงานผมได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย 

 

ช่วงนี้ยุ่งๆมาก