0 Views

บทที่ 506 ชักชวนหมาป่าเข้าบ้าน

 

ชายชรานั่งอยู่บนคางคกที่ราวกับภูเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยตุ่ม มีพิษลอยออกมาของพวกเขา ซึ่งดูน่าขนะแขยงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครที่เห็นต่างก็อยากอยู่ห่าง 

เป็นฮันซุย ที่ได้บอกว่า นางเห็นด้วยกับเงื่อนไขของเขา แต่นางเกือบจะเป็นลมเมื่อเห็นตัวชายชราประหลาดคนนี้ นางต้องการโยงนความคิดที่จะนอนกับชายชราคนนี้ออกไปแม้จะเป็นเพียงคืนเดียวก็ตาม นางอยากจะฆ่าตัวตายเป็นอย่างมาก

ข้าไปสร้างเวรกรรมอะไรไว้กัน ? ต่อให้ข้านอนกับหมูก็ยังดีกว่านอนกับไอ่แก่นี่ . . . . . . .

ฮันซุย  ลำไส้ของนางกำลังบิดด้วยความเสียใจ นางคบฟันแน่นและลุกจากที่นั่งของนาง ” ช่างเถอะ ข้าไม่ตกลงเงือนไขนี้ พวกเราขอตัว “

” เจ้าพูดแล้ว เจ้าต้ จะกลับคำพูดงั้นรึ   ? ” ชายชราสูดลมหายใจเข้า ใบหน้าที่ดุร้ายของเขาดุร้ายมากขึ้น ” เจ้าคงเห็นข้าน่าเกลียดสินะ ฮ่าๆ ต่อให้เจ้าไม่ตกลง เจ้าก็ต้องทำ ถึงแม้เจ้าจะไม่ชอบก็ตาม อย่าได้คิดว่าจะออกไปจากบึงเมฆาพิษไปได้  ข้าหละเกลียดผู้หญิงที่ตัดสินหนังสือจากปกอย่างเดียวเช่นเจ้าที่สุด ! “

ฮันซุยและเหลิงต้านชิงก็ซีดลง

” แม้ว่าผู้อาวุโสจะรูปลักษณ์ไม่ค่อยดี แต่เขาก็เป็นบุรุษที่ดี อาวุโสฮัน ท่านยอมรับเสียเถอะ เปลวเหมันเยือกแข็งนั้นจำเป็นต่อท่านจริงๆไม่ใช่หรือ ? เช่นนั้นก็ตอบตกตลงผู้อาวุโสเสีย หนิงลั่วฮานพูดแนะนำ

ถ้านางตัดสินใจที่จะอยู่กับเด็กคนนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือน นางก็คงไม่ต้องมาเจอสิ่งที่น่าขยักแขยง เช่นชายชราคนนี้  ถึงแม้ว่า . . . . .

ฮันซุยก็นึกถึง ฉื่อหยาน หากเปรียบเทียบระหว่างพวกเขาสองคน นางคงเลือกชายหนุ่มที่สง่างามและหล่อเหลาเช่นเขา อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุกคามของตาแก่นั่น นางคงไม่มีทางเลือกอื่น

ด้วยเขาที่เป็นนักรบนภาที่สามระดับพระเจ้าและ บึงเมฆาพิษที่มีพิษหนาแน่น ถ้านางคิดจะขัดขืน นางก็ไม่สามารถหนีรอดอยู่ดี

จาก ทัศนคติของหนิงลู่ฮาน สตรีทั้งสองรู้ว่าเขาเข้าข้างชายชราคนนี้ เรื่องนี่ทำให้ฮันซุยก็เป็นอย่างมาก แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้

” พี่สอง . . . “

เหลิงต้านชิงมองด้วยใบหน้ากังวล นางกระพริบตลอดเวลาที่นางขณะที่นางกำลังส่งสัญญาณ ให้พี่สาวของนางไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม

” ข้า . . . ” ฮันซุยก็รู้สึกขมขื่น นางตัดสินใจจะไม่มาที่นี่อีกเป็นอันขาด  หลังจากคุยธุระครั้งนี้เสร็จ นางจะไม่มีวันมาที่ตระกูลหนิงอีกแน่นอน

นางต้องยอมรับมัน หนิงลูฮัน นั่นย่อมรู้ถึงลักษณะนิสัยของชายชราคนนี้ดี และเขาก็ตั้งใจที่จะทำร้ายนางด้วยการตอบสนองความต้องการของชายชราคนนี้เพื่ประจบสอพลอและทำให้ชาบชราคนนี้ชื่นชมเขา

” คิดให้ดีๆ ถ้าเจ้าไม่ทำตาม บึงเมฆาพิษจะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า” ยู่หลี่หมิงพูด ด้วยน้ำเสียงเศร้า ” . ต่อให้ข้าฆ่าพวกเจ้าทั้งสอง ร่างกายของเจ้าก็ยังคงเปล่งปลั่ง แม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเหมือนตอนยังมีชีวิต แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีของเล่น ” .

หลังจากชายชราแปลกประหลาดพูดออกมา   ฮันซุยและเหลิงต้านชิงร่างบอบบางก็สั่นสะท้าน

ชายชราช่างน่ารังเกียจนัก เหตุใดถึงได้น่าชั่วร้ายเช่นนี้ !

นางคิดว่าร่างกายของพวกนางคงไม่มีทางหนีความอัปยศครั้งนี้ได้แม้ต้องตาย  ฮันซุยเหลิงและต้านชิงก็อยากจะร้องไห้ นี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเดินเข้าไปในถ้ำของหมาป่า ‘ .

” อาวุโสฉัน อาวุโสเหลิง พวกท่านไม่ต้องคิดมาก จริงๆแล้ว ผู้อาวุโสยู่หลี่หมิง นั้นเป็นคนง่ายๆ   ตราบใดที่คุณทำให้เขาพอใจ ตำแหน่งหัวหน้าเมือจักพรรดิน้ำแข็งก็จะเป็นของท่าน ด้วยอาวุโสยู่ เมืองจักพรรดิของท่านก็จะมั่นคงและยิ่งใหญ่ พวกท่านคิดดีๆ . “

หนิงลั่วฮานพยายามพูดแนะนำพวกนาง

เขาและยูหลี่หมิงนั้นชั่วร้ายและน่าหวาดกลัว พวกเขาพูดบังคับและล่อลวงทำลายทางจิตใจของหญิงสาวทั้งสอง . เพื่อที่จะให้พวกนางทำตามที่พวกเขาขอ นี่เป็นสิ่งที่ ชั่วร้ายเป็นอย่าง

” พี่สาว . . . . . ” เหลิงต้านชิงมองนางอย่างน่าเวทนา

ฮันซุย สีหน้าก็ไร้ซึ่งเลือดฝาดกลายเป็นซีดราวกับกระดาษ นางขบฟันแน่น ร่างกายที่อ่อนนุ่มสั่นสะท้าน ความเศร้าโศกสิ้นหวังและความไม่พอใจปรากฏอยู่เต็มดวงตาของนาง

ครึ่งนาทีต่อมา ฮันซุยก็พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ “ได้ ข้าตกลงทำตามพวกเจ้า !

“เยี่ม ฮ่า ฮ่า ! ” ยู่หลี่หมิงก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เหี่ยวเฉา ” ไป ข้าจะไปยังเมืองจักพรรดิน้ำแข็งกับพวกเจ้า  เรื่องเด็กนนั่นข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือสักนิด โอ้ ใช่ ข้าได้ยินว่า ปิงชิงถงและซวงยู่ซูนั้นงดงามเป็นอย่างมาก  ยังไงก็ตาม หากข้าช่วยพวกเจ้ายึดครองตำแหน่งเจ้าเมืองได้ ข้าจะขอโสเภณีน้อยทั้งสองนี้ด้วยเช่นกัน  ฮ่าๆ ข้านั่นอดกลั้นมานาน ในที่สุดข้าก็มีโอกาสได้ปลดปล่อยเสียที “

ฮันซุย และเหลิงต้านชิงหัวใจก็จมลึกราวกับดิ่งลงจากหน้าผา

เป็นการชักชวนหมาป่าเข้าบ้านที่แท้จริง !

 

หญิงสาวทั้งสองรู้สึกเสียใจไปถึงขั้วกระดูกของตน พวกนางนั้นอยากจะร้องไห้ แต่พวกนางไม่สามารถทำได้ พวกนางต้องการยืมพลังจากตระกูลหนิงเพื่อแย่งชิงเปลวเหมันเยือกแข็งและตำแหน่งเจ้าเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าพวกนางจะต้องมีส่วนร่วมกับสิ่งน่ารังเกลียดที่เจ้าสัปประหลาดนี่จะทำ เมื่อคิดเกี่ยวกับอนาคตของพวกนาง พวกนางทั้งสองนั้นอยากจะฆ่าตัวตายไปเสีย

” ข้าต้องทำให้มันชัดเจนว่านี่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลหนิง ” หนิงลั่วฮานสีหน้าจริงจัง เขาพูดกับ  กับฮันซุย และยู่หลี่หมิง ” มันเป็นเรื่องของพวกท่าน ตระกูงหนิงของเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  ถ้าพวกท่านไม่สามารถเก็บกวาดได้และสัปประหลาดแก่ที่หลบซ่อนอยู่ออกมาตามล่าพวกท่าน พวกท่านจะต้องไม่ลากเราไปเกี่ยวด้วย  ”

หนิง ลูฮานนั้นอปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมทั้งหมด

แต่เขาเชื่อว่ายูหลี่หมิงสามารถจัดการทุกอย่างได้อ  แต่เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตระกูลหนิง  เขาจึงได้อธิบายไว้ก่อน เพื่อให้พวกเขาพวกเขาถูกรังควายโดยสัปประหลาดเหล่านั้นและทำให้ตระกูลหนิงได้รับความเดือดร้อน ,  หนิงลู่ฮานจึงพูดเช่นนี้  

” สบายใจได้ ฮ่าฮ่า . . . . . . . ข้ากล้าที่จะยอมรับหน้าที่นี้แล้ว ข้าย่อมมีแผนอยู่” ยู่หลี่หมิง สแยะยิ้ม  จ้องมองไปที่ฮันซุย และเหลิงต้านชิง ” ไปกันเถอะ “

 ฮันซุยขนบนผิวหนังของนางก็ลุกตั้ง แต่นางก็ยังยืนกราน พยักหน้าเล็กน้อย

เหลิงต้านชิงคอยเตือนตัวเองว่านางต้องอดทน และไม่ควรบุ่มบาม . นางหยิบหินเสียงขึ้นมา และฉกฉวยโอกาสที่ ยู่หลี่หมิง ยังคงหัวเราะอย่างพอใจ ส่งจิตสำนึกวิญญานของนางเข้าไป 

. . . . . . . ที่เมือง จักพรรดิน้ำแข็ง. . . . . . .

ปิงชิงถงและซวงยู่ซูกำลังคุยกันเบาๆ จู่ๆ คิ้วดำที่งดงามของนางก็ขมวด . นางเอาหินเสียงออกจากแขนนาง แล้วพูดด้วยความตกใจ ” มันแปลกนักที่น้องสาม ส่งข้อความมาหาข้า ปีนั้น ท่านแม่ของเราเราได้มอบหินเสียงให้เราคนละก้อน แต่นางก็ไม่เคยส่งข้อความใดมาเลย แต่ตอนนี้กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น”

” น้องสาม เก่งด้านการคำนวณ  ข้าเดาว่านางคงมีปัญหา มิฉะนั้น , ด้วยลักษณะที่นางไม่เคยปฏิบัติดีๆกับพวกเรา นางคงไม่ส่งมา ” ซวงยู่ซูเยาะเย้ย

ปิงชิงถง พยักหน้า นางรู้ว่าน้องสาวของนางพูดถูก อย่างไรก็ตาม นางยังคว้าหิ เสียง และส่งสัมผัสเข้าไป หลังจากนั้น ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

” พี่สาว เกิดอะไรขึ้นรึ ? ” ซวงยู่ซูตะโกน

” มันเป็นจิตสำรึกววิญญาณพี่สามของเจ้า นางบอกว่า เราควรจะออกไปให้ไกลจากเมืองจักพรรดิน้ำแข็งโดยเร็วที่สุด แล้วนางก็บอกให้เราฐานสมาคมใหญ่ บอกว่าเมืองจักพรรดิน้ำแข็งกำลังอยู่ในอันตราย ” ปิงชิงถง ก็ลุกขึ้น ใบหน้าของนางจริงจัง ” . นางยังบอกว่าจะเป็นการดีอย่างมาก หากเราสองคนพาบุตรสาวและคนในเมืองจักพรรดิน้ำแข็งทั้งหมดหนีไป อย่าได้ให้ใครอยู่ในเมืองเด็ดขาด “

” อ๊ะ ! “

ใบหน้าที่สวยงามของซวงยู่ซูก็สับสน นางนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

” นางสาบานในนามของแม่บุญธรรมเรา คำพูดของนั้นเป็นเรื่องจริง และข้าคิดว่าเราควรจะเชื่อนาง ” ปิงชิงถงสีหน้าก็มืดมน ” แม้ว่านางจะเข้ากับเราได้ไม่ดีนัก แต่นางก็จะไม่เอ่ยนามของท่านแม่บุญธรรมเล่นๆแน่ ข้าคิดว่าพวกนางกำลังเผชิญกับอะไรบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจินตนาการของเรา”

” แล้วเราจะทำยังไงดี ? “

” ผมจะส่งข้อความไปยังสมาคมใหญ่ ! แต่มันอยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก เราไม่สามารถรอความช่วยเหลือของพวกเขาได้ . ” ปิงชิงถงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ” เจ้าไปตามบุตรสาวของพวกเรากลับมา บอกพวกนางว่า เราต้องออกจากเมืองจักพรรดิน้ำแข็งทันที โอ้ ใช่ เจ้าควรไปหาเด็กคนนั้นด้วย บอกให้เขาออกจากเมืองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มีเขาเป็นเป้าหมาย”

” ข้าทราบแล้ว ! “

. . . . . . .

หนึ่งชั่วโมงต่อมา รางบางพร้อมกับเส้นแสงสีขาวก็พุ่งมาและหยุดอยู่ตรงหน้าโรงเตี้ยมที่ฉื่อหยานอยู่ 

ฉื่อหยาน รู้ถึงเหตุการณ์ได้ทันที เขาขมวดคิ้ว แล้วเปิดหน้าต่าง เอียงหัวมองหญิงสาวงดงามผู้เย็นชา นางยืนอยู่ตรงนั้น ” สาวน้อยทั้งสองได้มาเตือนให้เขาระวังแล้ว ท่านเองมาเตือนซ้ำหรืออย่างไร ? “

” ไม่ใช่ ” ซวงยู่ซูตอบว่าเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางกลายเป็นลำแสงที่หนาวเย็นพุ่งผ่านเข้ามาในห้องเขาผ่านหน้าต่าง 

หลังจากที่นางมาถึง นางก็เห็นปาฉือตั้งและปาเฉย นางก็แปลกใจ . ” สหายของเจ้ารึ?

” ใช่ ” .

” เจ้าควรไปจากเมืองจักพรรดิน้ำแข็งทันที . . . . . . . ไกลที่สุดที่เจ้าจะทำได้ ออกจากประตูเมืองด้านทิศเหนือ ” ซวงยู่ซูพูดห้วนๆ ” นักรบที่แข็งแกร่งกำลังมายังเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง เขามาหาเจ้า ถ้าเขามา และเจ้ายังไม่จากไป เจ้าจะต้องตายแน่นอน “

” นักรบที่แข็งแกร่ง ?” ฉื่อหยาน สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เขายิ้ม แต่มันดูไม่เหมือนยิ้ม “เขาแข็งแกร่งเพียงใดรึ? “

 

” นภาที่สามระดับพระเจ้า ! “ซวงยู่ซูก็สูดลมหายใจเข้า” เจ้าควรจะระมัดระวังให้ดี เพราะการทีเขาตัดสินใจลงมือ นั่นก็หมายความว่า เขามีแผนที่สมบูรณ์แบบในการจัดการกับเจ้า ถ้าตราประวิญญานที่อยู่ในร่างของเจ้าไร้ผล เจ้าก็ไม่อาจรอดจากเขาได้ การที่เขากล้าลงมือเช่นนี้ เขาควรมีความมั่นใจว่าสามารถทำลายตราประทับวิญญานของเจ้าได้ ” .

” . . . . . . . นักรบนภาที่สามระดับพระเจ้างั้นรึ ? . . . เขาแข็งแกร่งจริงๆด้วน ” ฉื่อหยานพยักหน้า สีหน้ายิ้มแย้มตามปกติ ” ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปเถอะ ข้าจะคิดอะไรอีกสักเล็กน้อยจากนั้นข้าก็จะออกจากเมือง”

” ไม่ เจ้าต้องไปเดี๋ยวนี้ พี่สาวของข้ากำลังรอเจ้าอยู่ที่ประตูทิศเหนือของเมือง ตามข้ามาเดี๋ยวนี้ !” ซวงยู่ซู หลี่ตาลงนางโมโห นางไม่พอใจกับมารยาทของฉื่อหยาน สิ่งที่นางพูดนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก แต่เขากลับทำตัวเฉื่อยชา . ความเร็วของฝ่ายตรงข้ามนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก ถ้าเขามาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว พวกนางก็จะตกอยู่ในอันตายด้วย

” อะไร ? ” ฉื่อหยาน ก็ตกใจ ” พวกเจ้าเองก็จะไปด้วยรึ ? “

ซวงยู่ซู สีหน้ามืดมน นางกัดฟันอีก ” อีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเกินไป เจ้าเป็นเป้าหมายของเขาก็จริง แต่เขาก็มีเจตนาร้ายต่อเราด้วย สมาคมใหญ่ยังไม่สามารถมาช่วยเราได้ทันที เราต้องออกจากเมืองเพื่อหลบเลี่ยงหายนะเสียก่อน อย่าพูดเรื่องไร้สาระ ไปเดี๋ยวนี้ ! “

เห็นเสียงจริงจัง และความร้อนรนของนาง ฉื่อหยานรู้สึกตลกอยู่ข้างใน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาได้คำนวณหลายสิ่งไว้แล้ว เขาไม่ได้คิดหนักอะไร เขารำพึงแล้วมุ่งหน้าไปยังปาฉือตั้งและปาเฟย ” พวกเจ้าอยู่ที่นี่ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าจะมาหาพวกเจ้า “

” ตกลง”

ปาฉือตั้งและ ปาเฟยก็ตอบเขา

หลังจากพูดคุยของพวกเขาเสร็จ พวกเขาได้รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าราชันย์อมตะ พระเจ้าราชันย์กำลัง แลพระเจ้าราชันย์อัศนี   ฉื่อหยานนั่นไม่ใช่เพียงคนที่มีทำธุรกิจร่วมกันกับพวกเขา แต่เขาคือสหาย

” เอาหละ ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่เป็นไรหลอก ” ฉื่อหยานยิ้มและกล่าวอย่างใจเย็น ” ข้าจะกลับมาในไม่ช้า  ข้าติดสินใจแล้ว ข้าจะช่วยพวกเจ้าเอง “

” อย่ามัวอืดอาดอีกต่อไป ! “

” เอาล่ะ เอาล่ะ ทำไมเจ้าช่างน่ารำคาญนัก มีอะไรกังวลหนักหนากัน !” ฉื่อหยานจ้องมองนาง แล้วก็ออกไปด้วยกัน บินไปด้วยความเร็วสูงสุดมุ่งไปยังประตูเมืองทางทิศเหนือ

_______________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1424 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <