0 Views

บทที่ 505 สภาพอัปยศอดสู

 

บึงเมฆาพิษที่อยู่ตอนใต้ของเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง

บึงเมฆาพิษเป็นสถานที่ที่มีเมฆหลากสีปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี ภายในบึง มีสัตว์อสูรและแมลงที่มีพิษอยู่นับไม่ถ้วนปรากฏอยู่ทั่วทุกหนแห่ง  ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดา แม้ว่าจะเป็นนักรบที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำ หากเข้ามายังที่แห่งนี้ ก็เป็นเรื่องยากมากที่พวกเขาจะรอด

จุดกลางของบึงเมฆาพิษมีสิ่งก่อสร้างและพืชพรรณมากมายอยู่ พวกมังทั้งหมดล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่มีพิษแปลกประหลาด พวกมันอันตรายเป็นอย่างมาก ควันพิษส่วนใหญ่มักจะลอยออกมาจากพืชเหล่านี้ และ มีหนอนยักษ์มากมายอยู่ใกล้สมุนไพรพิษเหล่านี้เพื่อใช้ควันพิษฝึกบ่มเพาะ

บึงเมฆาพิษนั้นเป็นฐานที่ตั้งของตระกูลหนิงจากอารามสวรรค์

 บรรพบุรุษของตระกูลหยิ่งเป็นสาวกของนิกายห้าพิษ ซึ่งเขาได้เรียนรู้ฝึกฝนวิชาเกี่ยวกับพิษมากมาย ต่อมาพวกเขาก็เข้าร่วมกับอารามสวรรค์และฝึกฝนวิชาลับของอารามควบคู่ไปกับวิชาพิษ สมาชิดของตระกูลหนิงแค่ละคน ไม่เพียงแต่มีระดับการบ่มเพาะและวิชาที่ลึกซึ้ง พวกเขายังรู้วิธีการทำให้แมลงพิษเชื่อฟังอีกด้วย

นักรบจากตะกูลหนิงที่แข็งแกร่งทุกคนต่างก็เชี่ยวชาญด้านการใช้ยาที่อันตราย พวกเขาเป็นมิตรกับเหล่าสัตว์อสูรและแมลงที่มีพิษ  พวกเขาบางคนสามารถใช้กลิ่นไอพิษทะลวงขั้น ด้วยการหลอมรวมไอพิษให้กลายเป็นพลังปราณลึกลับ ซึ่งช่วยให้พวกเขากลายเป็นนักรบที่ใช้พิษ

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ตระกูลหนิงเป็นหนึ่งในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดของอารามสวรรค์ เพราะพวกเขาใข้วิชาเกี่ยวกับพิษในระหว่างการต่อสู้ มันเป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างมาก ถ้าศัตรูของพวกเขาเผยช่องว่างแม้เพียงนิดเดียว  พิษที่อันตรายเหล่านี้ก็จะเข้าไปในร่างกายของพวกเขาทันที ในไม่ช้า พวกเขาก็จะสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาไป ซึ่งทำให้คนจากตระกูลหนิงสามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

ที่ตระกูลหนิงแข็งแกร่งก็เพราะวิชาส่วนมากของพวกเขานั้นเป็นพิษ

ไอพิษสีเขียวหนาแน่นปกคลุมไปทั่วบึงเมฆาพิษ มันคดเคี้ยวอยู่เหนือฐานตระกูลหนิ่งโดยไม่กระจายออกไป . กลิ่นอายที่ทำให้จิตใจของผู้คนกลายเป็นมึนงงปกคลุมอยู่ทั่วพื้นที่ของตระกูลหนิง’ นักรบที่บุกรุกเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้จะต้องก้าวเดินอย่างระมังด้วยความกลัว  บางทีพวกเขาอาจถูกฆ่าตายเพราะยาพิษก่อนที่พวกเขาจะถึงพื้นที่ของตระกูลหนิงเสียอีก

แม้ว่าฮันซุย และเหลิงต้านชิงจะมีระดับการบ่มเพาะที่ระดับพระเจ้า พวกนางก็ไม่กล้าประมาทสถานที่แห่งนี้ พวกนางต้องปล่อยอากาศเย็นหนาวเย็นเป็นชั้นน้ำแข็งบางๆปกคลุมร่างกายของพวกนางเพื่อป้องกันไม่ให้พิษ เข้าสู่ร่างกายของพวกนางผ่านช่องว่างบนร่างกายเช่น ดวงตา หู และ จมูก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮันซุยและเหลิงต้านชิงมาเยือนสถานที่นี้ เมื่อพวกนางมาถึง นักรบตระกูลหนิงที่มีสีหน้าเศร้าหมองก็ทักทายพวกนาง และพาพวกนางไปยังพ้ืนที่เปิดโล่งปราศจากอากาศที่เป็นพิษ

” ผู้อาวุโสฮันและผู้อาวุโสเหลิงได้มาเยี่ยมชมสถานที่เรียบง่ายของพวกเรา มันช่างเป็นเกียรติแก่เรานัก . . . ฮ่า ฮ่า . . . ” หนิงลู่ฮานยิ้ม ส่งสัญญาณให้คนรับใช้นำชามาเสริฟ” คงมีเรื่องสำคัญใช่หรือไม่ ? ท่านถึงกับต้องการมาหาเราที่นี่เพื่อหารือ  ? ข้าได้ส่งคนไปให้พวกท่านเจ็ดคน  แต่ไม่มีผู้ใดกลับมา อย่าบอกนะว่าพวกเขาตายด้วยน้ำของปิงชิงถงไปแล้ว “

หนิงลู่ฮานนักอยู่ในนภาแรกระดับพระเจ้า เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการของตระกูลหนิง พี่น้องร่วมสายเลือดของเขาพี่หนิงตู้ฉวนเป็นหัวหน้าตระกูลหยิง เขามีระดับการบ่มเพาะนภาที่สามระดับพระเจ้า  เขาอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบในสถานที่ลับของบึงเมฆาพิษ และฝึกบ่มเพาะด้วยพิษอยู่ตลอดทั้งปี มีข่าวลือว่า ผู้นำตระกูลหนิงกำลังฝึกวิชาพิษเจ็ดสีอยู่ 

แม้ว่าหนิงตู้ฉวนจะเป็นเสาหลักของตระกูล เขาไม่ค่อยยื่นมือมายุ่งเกี่ยวกับตระ ถ้าไม่ใช่เรื่องสําคัญ สมาชิกในตระกูลจะไม่ไปรบกวนเขา

” ชายหนุ่มที่มีเปลวเหมันเยือกแข็งได้มายังเมือจักพรรดิน้ำแข็งของเรา” ฮันซุยยิ้มและพูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ” เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งสำคัญต่อพวกเราที่ฝึกบ่มเพาะธาตุน้ำแข็งเช่นไร เรามาที่นี่เพื่อขอใช้พลังของตระกูลหนิงแย่งชิงเปลวเหมันเยือกแข็งมาจากชายหนุ่มคนนั้น”

” เปลวเหมันเยือกแข็ง !

หนิงลู่ฮานดวงตาก็ส่องประกาย   เขาตะโกนด้วยใบหน้าที่จริงจัง ” เขามีอะไรงั้นรึ ? ที่ทำให้พวกท่านทั้งสองไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะพวกเขาได้ ” ?

เขาก็รู้ว่าฮันซุยและเหลิงต้านชิงนั้นเป็นคนที่ละโมบโลภมาก และมีความคิดที่หุ่นหัน . ถ้าพวกนางรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีเปลวเหมันเยือกแข็ง ,มีหรือที่พวกนางจะคุมตัวเองได้

 

“ถูกต้องแล้ว เราจะไม่ปิดบังอะไร เด็กนั่นมีระดับการบ่มเพาะเพียงนภาที่สองระดับนภา แต่เขาไม่ได้มีเพียงเปลวเหมันเยือกแข็งเท่านั้น เขายังมีเปลวไฟนภาที่เป็นธาตุไฟร้อนอีกดวงหนึ่ง เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่… ” ฮันซุย ฝืนยิ้ม และส่ายหน้า ” เปลวเหมันเยือกแข็งนั้นมีคุณสมบัติเป็นธาตุเย็น และเปลวไฟอีกดวงนั้นมีคุณสมบัติเป็นธาตุไฟร้อน แต่พวกมันทั้งสองกลับอยู่ในร่างของเด็กคนเช่นเดียวกัน ข้าคิดว่าเขาน่าจะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลัง บางทีเขาอาจจะเป็นลูกศิษย์ของสัปประหลาดที่หลบซ่อนอยู่ เราจึงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม “

หนิงลู่ฮาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินหญิงสาวพูด

ในดินแดนกว้างใหญ่ของสัปประหลาดเหล่านั้น ยอดฝีมือของที่นั่นมักจะไม่ปรากฏตัวออกมา แต่ทุกคนก็รู้ถึงอำนาจของพวกเขาเป็นอย่างมาก พลังของพวกเขาสามารถสั่นสะเทือนท้องฟ้าและพื้นดินได้ ผู้สืบทอดที่แท้จริงของพวกเขา แต่ละคนจะมีตราประทับในวิญญาณของพวกเขา เมื่อพวกเขามายังพื้นที่ของคนทั่วไป แลัพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือประสบภัยอะไรก็ตาม สัปประหลาดที่อยู่เบื้องหลังก็จะปรากฏตัวในไม่ช้า

ถ้าพวกเขายุ่งกับสัปประหลาดเก่าแก่เหล่านั้น ไม่เพียง แต่เมืองจักพรรดิน้ำแข็งจะไม่ปลอดภัย , แต่ตระกูลหนิงเองก็ไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุขได้

” ถ้าเขาเป็นศิษย์ของหนึ่งในสัปประหลาดเหล่านี้ เรื่องนี้ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ ” หนิงลู่ฮานครุ่นคิด ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมของเขา เขาคิดอย่างหนักสักพักก็พูดขึ้น ” ท่านคิดจะทำอะไรรึ ?

” ข้าได้ยินว่าตระกูลหนิงมีคนที่เข้าใจเกี่ยวกับคราประทับที่ฝั่งอยู่ในวิญญานอย่างลึกซึ้งอยู่  เด็กนั่นต้องมีตราประทับฝังอยู่ในวิญญานแน่ ถ้าเราสามารถขอให้เขาช่วยได้ เมื่อเรากำจัดเด็กนั่น , เราก็จะสามารถทำลายตราประทับของอาจารย์เด็กคนนั้น ข้าคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป “

เหลิงต้านชิงสวมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม มือหยกของนางหยิบแก้วสุราและขนมปังปิ้งและพูดกับหนิงลู่ฮาน ” เราต้องการเพียงเปลวเหมันเยือกแข็งเท่านั้น เราไม่ได้อยากได้สิ่งอื่นจากเจ้าเด็กนนั่น ตอนนี้ เรารู้แค่ว่าเขามีเปลวไฟนภาอีกดวงเท่านั้น เราไม่แน่ใจว่าเขาอย่างอื่นอีกหรือไม่ แต่ข้าคิดว่า เขาจะต้องมีสมบัติมากกว่านี้แน่นอน ” .

หนิงลู่ฮาน พบว่าเขาถูกย้ายในการติดต่ออื่น ๆ แต่เขาไม่ได้ตกลงกับนางทันที มุ่ย ในความคิดของเขา และฮันซุยเหลิงต้านชิงไม่ได้แทรกแซงในความคิดของเขาเหมือนกัน แค่ได้มองเขาด้วยความหวังในสายตาของพวกเขาในขณะที่รอการตัดสินใจของเขา

สิ่งที่พวกเขาจะพูด พวกเขาได้ทำ สถานการณ์ที่ชัดเจนในตอนนี้ หากพวกเขาต้องการที่จะดำเนินการ มันก็เสี่ยง แม้ว่าสิ่งที่มองเป็นบวก หนิงลู่ฮานก็ไม่ได้โง่ เขามันชัดเจนเป็นส่วนที่เขาควรเล่น

ภายใต้ฮั่นซุย และเหลิงต้านชิงใส่ใจหน้าตา หนิงลู่ฮานกำลังลังเล

ในขณะที่ระยะยาวหลังจากที่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เป็นของของเราหนิงและตระกูล เขาต้องการฝึกเทคนิคที่เป็นพิษ ซึ่งเป็นเหตุให้เขามากลิ่นไอเมฆชุ่ม . เราปฏิบัติกับเขาในฐานะแขกพิเศษ . เราไม่สามารถบังคับเขาได้ ในธุรกิจนี้ เราก็จะสนับสนุนพวกนาง ถ้าเขาไม่ต้องการให้มือไม่กล้าที่จะบังคับ .

” เราใส่ใจคุณมาก ” ฮันซุยกล่าวด้วยความอ่อนโยน ใบหน้าของนาง

” ข้าจะไปคุยกับเขาเองนี่

หนิงลู่ฮานลุกขึ้นยืน ” เชิญท่านพักผ่อนและเพลิดเพลินกับชาไปก่อน เดี๋ยวข้ากลับมา “

 ะฮันซุยและเหลิงต้านชิงก็พยักหน้า

. . . . . . .

ในขณะที่รออยู่สักพักเป็นเวลานาน . . . . . . .

ตอนนี้ ฮันซุยและเหลิงต้านชิงก็เริ่มร้อนรุ่ม เมื่อเห็นหนิงลู่ฮานกลับมาคนเดียว สีหน้าของเขาซับซ้อนในขณะที่เขาคิ้วร่องของเขาขมวดแน่น และเขาก็ยกชาขึ้นมาจิบ ดูเหมือนเขากำลังคิดคำที่จะพูดออกมา

” เป็นไงบ้าง ? ” เหลิงต้านชิงพิงร่างกายอ่อนช้อยไปข้างหน้า แสดงให้เห็นว่านางกำลังรีบ

” เขาบอกว่ามีความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงนัก ถ้าเด็กนั่นเป็นลูกศิษย์ของสัปประหลาดเก่าแก่เหล่านั้นและเขาต้องการเอาตราประทับในวิญญาณเด็กคนนั้นออก ราคาที่เขาต้องจ่าย นับว่าไม่น้อยเลยที่เดียว ” หนิงลู่ฮานดื่มชาของเขา สีหน้าของเขาแปลกเล็กน้อย” อย่างไรก็ตาม เขายังบอกอีกว่า ถ้าพวกท่านแสดงความปรารถนาดี เขาก็สามารถรับความเสี่ยงครั้งนี้ได้”

” เขาต้องการสิ่งใดรึ ?ฮันซุยและเหลิงต้านชิงพูด

ดวงตาของหนิงลู่ฮานมองไปทั่วร่างของหญิงสาวผู้งดงามทั้งสอง ในขณะที่ส่องประกายระยิบระยับ ไม่กี่นาทีต่อมา , เขาก็กล่าวว่า , ” เพียงพวกท่านใครสักคน ถ้าพวกท่านต้องการช่วยเหลือ พวกท่านจะต้องมอบร่างกายให้เขา นั่นเขาจึงจะเสี่ยง นอกจากนี้ นอกจากเปลวเหมันเยือกแข็ง แล้วสมบัติทั้งหมดจะต้องเป็นของเขา”

ฮันซุยและเหลิงต้านชิงสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและดุร้าย พวกนางสูดลมหายใจเข้าในเวลาเดียวกัน

” ข้ารู้ว่าพวกท่านฝึกเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยก หากต้องการจะเข้าใจเกี่ยวกับมันพวกท่านจะต้องคงความบริสุทธิ์ไว้ เมื่อท่านได้สูญเสียความบริสุทธิ์การฝึกบ่มเพาะของพวกท่านก็จะลำบาก ด้วยความเสี่ยงที่สูงเป็นอย่างมากและความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องร้ายขึ้น พวกท่านจึงยังคงรักษาพรหมจรรย์ไว้  แม้ว่าพวกท่านจะดูซุกซน แต่พวกท่านจะต้องยังคงบริสุทธิ์แน่นอน “

 

หนิงลู่ฮาน รู้ว่าหญิงสาวทั้งสองจะต้องโกรธอย่างแน่นอน เขาจึงพยายามพูดดีๆ ” ข้ารู้ว่ามันยากสำหรับพวกท่าน ข้าได้พูดกับเขาแล้ส แต่เขาก็บอกว่ามันไม่สมเหตุสมผล เมื่อเขาพูดออกมาแล้ว เขาไม่ยอมเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกท่านได้รับเปลวเหมันเยือกแข็งที่มีคุณสมบัติธาตุน้ำแข็งที่แข็งแกร่ง   แม้ต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ของท่าน มันไม่ก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับท่านที่จะฝึกบ่มเพาะเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกให้ถึงจุดสูงสุดได้ ท่านควรคิดในแง่ดีเข้าไว้”

ฮันซุยและเหลิงต้านชิงใบหน้าก็กลายเป็นเย็นชาและแข็งตรึง พวกนางขบฟันแน่นในขณะที่คิดถึงผลได้และผลเสีย 

 หนิงลู่ฮานก็กำลังใคร่ครวญอยู่ แต่ดวงตาของเขามองผ่านไปทั่วร่างอ่อนช้อยของพวกหญิงสาวทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขากลับนิ่ง และไม่ได้พูดอะไรสักคำ

เขารู้ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งนั้นสำคัญกับพวกนางเป็นอย่างมาก ถ้าพวกนางได้เปลวเหมันเยือกแข็ง เส้นทางในการฝึกบ่มเพาะของพวกนางก็จะสว่างสดใส ภายในสิบปี พวกนางจะสามารถบรรลุระดับขั้นต่อไปได้ และใช้เวลาห้าสิบปีพวกนางก็จะสามารถเข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริงได้ มันไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป เขารู้ว่ามันคงยากสำหรับหญิงสาวทั้งสองที่จะตัดใจจากเปลวเหมันเยือกแข็ง

 หลังจากผ่านมาเป็นเวลานาน ฮันซุยก็สูดหายใจเข้าลึกๆ หน้าอกที่ขาวอวบของนางก็กระเด้ง . ดวงตาคู่สวยของนางมองหนิงลู่ฮาน นางพยายามกดอารมณ์ความเหยียดหยามที่อยู่ในใจและ นางก็ถามอย่างเย็นชา ” เขาแน่ใจรึว่าสามารถทำได้แน่นอน 100 เปอเซนต์ ? ถ้าเขาสัญญาว่าจะไม่มีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และเขาจะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง ข้าสามารถตอบสนองเขาได้สักคืนหนึ่ง “

” ฮ่าๆ ข้านั้นอยู่ในนภาที่สามระดับพระเจ้า ถ้าข้าเสียงและยอมให้วิญญานของข้าบาดเจ็บ ถึงแม้จะเป็นตราประทับของนักรบระดับพระเจ้าแท้จริง  ข้ามั่นใจว่าทำได้แน่นอน “

เสียงที่แหบแห้งก็ดังออกมาจากข้างนอก พวกเขาก็เห็นชายแก่ขี่คางคกยักษ์น่าเกลียด ค่อยๆปรากฏขึ้นจากบึง ห่างจากพวกเขา

แม้แต่ช้างก็มีขนาดเล็กกว่าคางคกที่เขาขี่อยู่ คางคกยักษ์นั้นมีลวดลายเป็นเส้นสายสีเงินแปดเส้นอยู่บนหลังของมัน  ในขณะที่ร่างกายทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยฟองสีเทา ฟองอากาศเหล่านั้นลอยออกมาจากรูเล็กๆบนตัว ซึ่งคล้ายกับการคลายพิษของปลาหมึก ซึ่งมันดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

  1. _______________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1423 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <