0 Views

บทที่ 502 แสดงความปรารถนาดี

 

ตามสามัญสำนึก เปลวไฟนภาแต่ละดวงจะยอมรับเจ้านายไม่ซ้ำกัน  มันยากที่นักรบจะสามารถครอบครองเปลวไฟนภาสองดวงที่แตกต่างกันได้

นักรบที่หลอมรวมกับเปลวไฟนภานั้นจะมีขีดจำกัดในร่างกาย และวิญญาน เมื่อเขาได้หลอมรวมกับเปลวไฟนภาพลังของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เขาจะได้รับเจ้าลักษณะพิเศษของเปลวไฟนั้นๆนั่นจึงเป็นเรื่องยากที่จะหลอมรวมกับเปลวไฟนภาอีกดวงได้

เปลวเหมันเยือกแข็งเป็นเปลวไฟธาตุน้ำแข็ง , เปลวไฟของมันสามารถแช่แข็งทุกสรรพสิ่งได้ ในขณะที่แกนเพลิงเป็นเปลวไฟธาตุไฟ เปลวไฟของมันแผดเผาทุกสิ่ง พวกมันล้วนแต่มีธาตุที่ต่างขั้วกัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่รวมพวกมันเข้าด้วยกัน , โดยทั่วไปพวกมันจะหักล้างกันเอง .

นั่นคือเหตุผลที่ทั้งสี่คนถึงกับตกตะลึง เมื่อรู้ว่าฉื่อหยานมีแกนเพลิงอยู่ในร่างด้วย

คนที่สามารถครอบครองเปลวไฟนภาทั้งสองดวงที่มีธาตุตรงข้ามกันไว้ในร่างได้ เขาสมควรเป็นอัจฉริยะที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน มิฉะนั้น คงไม่มีทางเป็นไปได้

แกนเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้น ปิงชิงถงและฮันซุย พวกนางก็กลายเป็นเงียบและถูกดดันอย่างสมบูรณ์

ในตอนนี้ , ปิงชิงถง ฮันซุย เหลิงต้านชิง  และ ซวงยู่ซูก็ไม่กล้าดูถูก ฉื่อหยาน อีกต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะมีระดับการบ่มเพาะที่ระดับนภาก็ตาม

เปลวไฟนภานั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่โง่เขลา . ในบางแง่มุม พวกมันฉลาดกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ

ถ้าฉื่อหยาน ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เหตุใดเปลวไฟนภาทั้งสองที่มีธาตุตรงกันข้ามกันถึงเลือกคนๆเดียวกัน ? แน่นอน พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างแกนเพลิง เปลวเหมันเยือกแข็ง และ ฉื่อหยาน

เมื่อได้เปลวไฟนภาทั้งสองมา ฉื่อหยานไม่ได้พยายามที่จะยึดครองพวกเขา ในทางตรงกันข้าม เขากลับสานความสัมพันธ์กับพวกมัน ใช้มิตรภาพที่ดีของเขาและเลือกที่จะไม่ออกคำสั่งหรือควบคุม เขาไม่เคยคิดว่าพวกมันนั้นคือทาสและบีบบังคับให้พวกมันใช้พลังออกมา  และยังช่วยให้พวกมันก้าวหน้ากว่าเดิม

นั่นคือเหตุผลที่เปลวเหมันเยือกแข็ง และแกนเพลิงไม่ทอดทิ้งพวกเขา แม้พวกมันจะมีโอกาสก็ตาม พวกมันเลือกที่จะอยู่กับเค้า เผชิญหน้าเหตุการณ์ต่างๆและการเติบโตไปพร้อมกับเขา นี่คือสิ่งที่พวกมันยอมรับอยู่ลึกๆ

ทันทีที่แกนเพลิงปรากฏ มันได้สร้างก้อนเปลวไฟนับร้อยแผดเผาอากาศหนาวเย็นที่อยู่ในอากาศจนเกิดเป็นควันในห้องแรงโน้มถ่วง x20 กลายเป็นร้อนระอุขึ้นทันที

เปลวเหมันเยือกแข็งไม่ได้แสดงอำนาจของมัน แต่ยังคงลอยอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน ราวกับว่ากำลังรออะไรบางสิ่ง 

” เจ้า ! “

ฮันซุยเมื่อสูดลมหายใจเข้าและสัมพัสได้ถึงอากาศที่ร้อนระอุ ใบหน้าก็กลายเป็นแปลกใจและไม่พอใจ . มือของนางถูกประกบเข้าด้วยกันและควบแน่นอากาศหนาวเย็นและล่าถอยไป 

เหลิงต้านชิงเองก็ถอยไปอย่างต่อเนื่อง รักษาระยะห่างให้ปลอดภัยจาก ฉื่อหยาน ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม นางขบฟันแน่นและรู้สึกเสียใจอยู่ภายใน

นางไม่น่หุนหันพลันแล่นเลน !

เหลิงต้านชิงเองก็หงุดหงิด มองไปที่ชิงปิงถงอย่างเย็นช  ตอนนี้นางรู้แล้วว่าไหวพริบและประสบการณ์ของพี่สาวนางนั้นเป็นของจริง ที่นางไม่ลงมือ มันไม่ใช่เพราะนางขี้ขลาด  นางเพียงแค่รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติในสถานการณ์เช่นนี้

 เหลิงต้านชิงเหงื่อเย็นก็ไหลออกมา ขณะที่นางกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่  เด็กคนนี้ไม่เกรงกลัวนักรบระดับพระเจ้าสี่คน  ถึงแม้เขาจะมีระดับต่ำกว่าพวกนางเป็นอย่างมาก นั่นไม่ใช่เพราะเค้าสมองทึบไร้ซึ่งสติปัญญา แต่ที่เขาทำ เพราะเขามั่นใจ .

มันไม่ดีหากจะแสดงความกลัวออกมาต่อหน้าฝูงชนที่มามุง

ความคิดในหัวของนางอย่างริบหรี่ลงอย่างรวดเร็ว เหลิงต้วนชิงทันทีก็วางแผนตอบโต้ นางพยายามที่จะฝืนยิ้มและหัวเราะอย่างไม่เต็มใจ ” อ่า ข้าแค่อยากจะดูว่าเจ้านั้นมีสิ่งใดพิเศษบ้าง แต่เจ้ากลับมีมันจริงๆ  ฮ่าๆ ไม่ผิดไปตามที่ข้าคาดไว้ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายอดเยี่ยมเพียงใด “

เหลิงต้านชิงหยุดไปสักพักแล้วนางก็พูดพร้อมกับหัวเราะ ” ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ เจ้าจะมาที่วังของของข้าได้หรือไม่ ? เราสมควรคุยกันเล็กน้อย เรื่องเล็กน้อยก่อนหน้านี้ขอให้ลืมทันไปได้หรือไม่ ?  หลังจากนี้ข้าจะลินสุราให้เจ้าสามแก้วเพื่อเป็นการขอโทษ เป็นอย่างไร ?

ฮันซุยก็ยิ้ม ” พี่น้องของข้าทั้งสามล้วนสนใจเจ้า หนุ่มน้อย เจ้ามาจากไหนรึ ? ? ใครเป็นอาจารย์ของเจ้ากัน ? เจ้าช่วยบอกเราได้หรือไม่ ? เราจะได้จัดการต้อนรับพวกเจ้าอย่างดี “

หลังจากที่พวกนางรู้ถึงความไม่ธรรมดาของ ฉื่อหยาน  ฮันซุยและเหลิงต้านชิงก็รู้แล้วว่าไม่อาจใช้กำลังบังคับฉื่อหยานได้ พวกนางก็เริ่มที่จะสุภาพและปฏิบัติต่อเขาอย่างดี

ปิงชิงถงและซวงยู่ซู ดวงตาที่งดงามของพวกนางก็ส่องประกายระยิบระยับ ขณะที่มองไปยังเขา เห็นได้ชัดว่า พวกนางเองก็สนใจเช่นกัน

ชายหนุ่มที่อยู่ระดับนภาคนนี้ไม่เพียงแต่มีเปลวเหมันเยือกแข็งเท่านั้น เขายังมีแกนเพลิงอัก มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะบอกว่าเขาไม่ได้มีกองกำลังที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลัง

 

แม้ว่าเจ็ดกลุ่มโบราณในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีกองกำลังอื่นๆอีกมากมายที่นับได้ว่าเป็นสัปประหลาดไม่แพ้กัน ส่วนมากคนเหล่านี้จะฝึกบ่มเพาะอยู่ในสถานที่ลึกลับหรือดินแดนแปลกประหลาด มีบางทีที่พวกเขาจะไม่ปรากฏตัวเป็นเวลาร้อยปี นักรบเหล่านี้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นกองกำลังแข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ถ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น สัปประหลาดเหล่านี้มักจะไม่ปรากฏตัวออกมา นักรบธรรมดาทั่วไปไม่อาจรู้เรื่องเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของพวกเขาได้และพวกเขาก็มักจะคิดว่าเจ็ดกลุ่มโบราณนั้นเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ปิงชิงถงคือผู้ปกครองเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง และมิใช่คนโง่ . แน่นอน นางต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับสัปประหลาดที่แข็งแกร่งเหล่านี้ดี  นางยังรู้อีกว่าคนเหล่านี้มีนิสัยที่แปลกประหลาดและพวกเขามักจะแก้แค้นให้กับสหายของคนที่ตกตาย ถ้าพวกนางประมาทและยั่วยุทายาทของสัปประหลาดเหล่านี้ พวกนางจะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานไม่มีสิ้นสุด

สามสิบปีที่แล้ว เป็นอาวุโสของนิกายสมบัติศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขาได้เห็นชายหนุ่มถือสมบัติล้ำค่าปรากฏตัวในงานโชวน์สมบัติของนิกายสมบัติศักดิ์สิทธิ์  หลังจากเสร็จสิ้นงาน เขาก็ได้ตามชายหนุ่มไปอย่างระมัดระวัง และฆ่าชายหนุ่มคนนั้นโดบที่ไม่มีใครเห็ และเอาสมบัติล้ำค่าของชายคนนั้นมา

ครึ่งเดือนต่อมา นักรบที่แข็งแกร่งชื่อฉีเทียนผู้เป็นชายชราและมีระดับการบ่มเพาะที่ ได้ไปยังนิกายสมบัติศักดิ์สิทธิ์ เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสคนนั้นของนิกายสมบัติศักดิ์สิทธิ์ เขาได้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมโจมตีไปที่วิญญานของผู้อาวุโสคนนั้น ทรมานวิญญานของเขาและทำลายวิญญานของผู้อาวุโสคนนั้น ผู้อาวุโสคนนั้นที่อยู่ในนภาที่สองระดับพระเจ้า เมื่อถูกทรมานเป็นเวลาสามวันสามคืนในที่สุดเขาก็ตกตาย

เมื่อประมุขของนิกายสมบัติได้รู้ความจริง เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้ ทำได้เพียงเงียบไว้

แม้ว่าฉีเทียนชายชราและประมุขของนิกายสมบัติศักดิ์สิทธิ์จะมีระดับการบ่มเพาะในนภาที่สองระดับพระเจ้าแท้จริงเหมือนกัน แต่ชายชราคนอีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถบรรลุขั้นไหม่แล้ว   เขาจึงไม่มั่นใจว่าจะชนะชายชราคนนั้นได้ ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือยืนมองคนของตนถูกฆ่าอย่างน่าหวาดกลัว

ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์  ฉีเตียนชายชราคนนั้นไม่ได้มาจากกองกำลังใดเลย นักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เปิดเผยตัวตนนั้นมีอยู่ไม่ใช่น้อย นักรบที่แข็งแกร่งมากมายที่มีข่าวลือว่าตายไปแล้วก็ปรากฏตัวขึ้นในช่วงสองร้อยปี ตอนนั้น ผู้คนก็ได้รับรู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ !

ตัวตนที่แปลกประหลาดเหล่านี้ล้วนแต่มีระดับการบ่มเพาะที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน พวกเขามักจะแยกตัวไปยังที่อื่น และถ่ายทอดวิชาของคนให้กับเหล่าผู้สืบทอดอย่างำม่โจ่งแจ้ง ถ้าใครไม่ได้ตรวจสอบของคนเหล่านี้ให้ดี และลงมือจัดการกับพวกเขาเพื่อสนองความโลภของคน สิ่งที่คนๆนั้นจะเผชิญคือความทุกข์ทรมาน .

ในตอนนี้นี้ , ปิงชิงถง ฮันซุย เหลิงต้านชิง  และ ซวงยู่ซู ก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะคิดว่าฉื่อหยาน เป็นทายาทของนักรบที่แข็งแกร่งผู้หลบซ่อนอยู่

พวกนางทั้งสี่มองไปที่ฉื่อหยานด้วยความกลัว ราวกับว่าเห็นปีศาจตัวเท่าภูเขาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขา

ฉื่อหยานโพล่งหัวเราะออกมา ส่ายหน้า และพูดเบาๆว่า “ข้าไม่มีอาจารญ์ ข้าเพิ่งมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นาน ข้าไม่คุ้นเคยอะไรกับที่แห่งนี้นัก”

เด็กคนนี้ปกปิดได้เก่งนัก.

ปิงชิงถงและคนอื่นก็หันหน้ามองกัน พวกนางก็มั่นใจมากขึ้นเรื่องที่ว่า ฉื่อหยานต้องมีพื้นเพที่ไม่ธรรมดา พวกนางจึงระมัดระวังมากขึ้น ละทิ้งความคิดที่จะแย่งเปลวเหมันเยือกแข็งมาจากเขา

บางคนจากดินแดนลึกลับเมื่อเดินทางมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์มักจะซ่อนเอกลักษณ์ของตนไว้ ถ้าพวกนางสามารถสร้างมิตรภาพที่ดีกับคนเช่นนี้ได้ บางทีพวกนางอาจจะสามารถสร้างมิตรกับกองกำลังของเขาได้ นี้จะนำประโยชน์ที่คาดไม่ถึงมาให้พวกนางและทำให้พวกนางกลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

” ข้านั้นไม่ได้ต้องการเปลวเหมันเยือกแข็ง ” ปิงชิงถง ครุ่นคิดสักพัก ก่อนที่จะพูดอีกครั้ง ” การฝึกบ่มเพาะของข้านั้นต้องใช้สภาพแวดล้อมที่ดี ถ้าเจ้าเห็นด้วยที่จะช่วยข้า ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างดี ข้าเพียงขอยืมเปลวเหมันเยือกแข็งของเจ้าสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำแข็งของสภาพแวดล้อมที่เย็นยะเยือก เจ้าคิดอย่างไร ?

” ข้าเองก็ต้องการเช่นนั้น . “

ฮันซุย ตะลึง จากนั้นนางก็พูด ” ฉันเองก็ตอบแทนเจ้าได้เช่นกัน ” ดวงตาของนางสดใสในขณะที่ร่างละเอียดอ่อนของนางเอนไปทางเขา กลิ่นหอมของนางโชยเข้าเต็มรูจมูกของเขาแม้ เมื่นางเข้ามาใกล้เขา ” น้องชาย มากับข้าที่ตำหนักเถอะ ข้ามีสุราที่ดีที่สุดและหญิงสาวที่งดงามที่สุด ถ้าเจ้ามา ข้ามั่นใจเลยว่าเจ้าจะไม่ผิดหวัง”

 

เหลิงต้านชิงก็ยิ้ม เดินไปเช่นเดียวกับฮันซุย  คนหนึ่งด้านขวา คนหนึ่งด้านซ้ายประกบฉื่อหยาน พวกนางยืนอยู่ข้างๆเขาด้วยความคาดหวังที่อยู่ในสายตาของพวกนาง

ปิงชิงถง และฮันซุยอยู่ในนภาที่สองระดับพระเจ้า เคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกที่พวกนางฝึกบ่มเพาะอยู่นั้นตกอยู่ในสภาวะคอขวด . ถ้าพวกนางสามารถใช้เปลวเหมันเยือกแข็งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การฝึกบ่มเพาะได้ พวกนางก็อาจจะสามารถบรรลุเข้าสู่ขั้นต่อไป

แม้ว่าดินแดนเย็นยะเยือกและสภาพแวดล้อมจะทำให้หนาวไปถึงขั่วกระดูก มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะฝึกเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยก ถ้าสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่ในจุดสูงสุดได้ พวกนางอาจจะสามารถเข้าใจเกี่ยวกับน้ำแข็งและพลังของเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกได้มากยิ่งขึ้น

ในตำนาน เมื่อนักรบได้ฝึกบ่มเพาะเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยก นางสามารถแช่แข็งสิ่งที่อยู่รอบตัวและเปลี่ยนให้เป็นศูนย์องศาอย่างสมบูรณ์หรือแม้กระทั่งสามารถหยุดเวลาได้

นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นศูนย์ยากาศ ด้วยการแช่แข็งอากาศทุกอนู ซึ่งนี่จะส่งผลต่อนักรบที่เข้ามาใกล้เป็นอย่างมาก

อาจารย์ของพวกนางนั้นไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกไปถึงระดับนั้นได้ อย่างไรก็ตาม นางได้ทิ้งแนวทางที่ถูกต้อง ในการฝึกฝนเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกให้อยู่ในจุดสูงสุดและสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นศูนย์ยากาศได้ พวกนางนั้นจะต้องเจ้าใจคุณสมบัติและแก่นแท้เจตจำนงของมันอย่างลึกซึ้ง หากพวกนางไม่สามารถทำความเข้าใจได้ การฝึกฝนเคล็ดวิชาน้ำแข็งหยกให้บรรลุถึงขั้นนั้นก็เป็นเพียงความฝันของพวกนาง พวกนางจะไม่สามารถบรรลุเจ้าถึงจุดนนั้นได้

ตามตำนาน เปลวเหมันเยือกแข็ง ,เป็นหนึ่งในเปลวไฟนภาที่หาได้ยาก ด้วยความแปลกประหลาดของมัน มันสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิศูนย์องศาสัมบูรณ์ได้ . ดังนั้นมันจึงไม่ยากที่จะอธิบายว่าทำไมพวกนางถึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เมื่อเห็นเปลวเหมันเยือกแข็ง พวกนางจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มันมา

_______________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1417 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <