0 Views

[TL. สกุลเงินที่ใช้ในเรื่องนี้น่าจะเป็น ผลึกแกนพลังปราณ  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็แปลเป็นผลึกพลังปราณ หรือไม่ก็ผลึกธรรมชาติ  ตั้งแต่ตอนนี้จะเปลี่ยนไปใช้ ผลึกแกนพลังปราณ เนื่องจากที่แปลมาตลอดผู้แปลอิ้งแปลไม่เหมือนกันสักคน ตอนนี้คนแปลอิ้งแปลเป็น essence Qi crystals. ก่อนหน้านี้ Natural crystals และก็ Qi crystals..]

 

บทที่ 498 เมืองจักรรดิน้ำแข็ง

 

แน่นอน ฉื่อหยานรู้ว่า ปิงเซียงและ ปิงเว่ยบินอยู่ข้างหลังเขา แต่เขาก็ไม่สนใจ เพราะเขาขี้เกียจดูแล

เขากำลังบินอยู่เหนือช่วงยาวภูเขาหิมะในดินแดนเย็นยะเยือกด้วยความเร็วปานกลาง 3 วันต่อมา เขาก็ห่างออกมาจากเหล่าเทือกเขาหิมะที่ อยู่เบื้องหลัง และเมืองจักพรรดิน้ำแข็งที่งดงามก็ปรากฏอยู่ข้างหน้าเขา

เมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำแข็ง ราวกับเป็นงานแกะสลักด้วยขวานยของพระเจ้า   มันดูงดงามสง่าผ่าเผย . ภายใต้แสงแดด เมืองทั้งเมืองเป็นประกายพราวด้วยแสงที่หนาวเย็นราสกับความฝัน เมืองที่เหมือนดั่งผลึกนี้เต็มไปด้วยผู้คน

เมืองจักรพรรดิน้ำแข็ง หนึ่งในเจ็ดเมืองของสมาคมนักรบ

เมื่อเขาได้เข้ามาใกล้กับเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง เขาก็พบว่าจำนวนของนักรบที่เดินอยู่รอบๆมีเพิ่มมากขึ้น มีนักรบระดับรู้แจ้งและระดับนภามากมายเดินอยู่ด้านนอกของเมือง พวกเขาขี่อยู่บนหลังสัตว์อสูรเหมันต์หรือลอยอยู่ด้วยอุปปกรณ์ที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็ง ซึ่งมีผลึกพลังปราณลึกลับ หรือผลึกอสูรเป็นแกนพลังงาน

ฉื่อหยานเปิดจิตสำนึกวิญญาณของเขา ความส่งสัมพัสออกไปเมื่อเขาอยู่ข้างนอกเมือง เขาพบพลังปราณที่เย็นยะเยือกภายในกำแพงเมือง มันรวมกันเป็นโล่ที่หนาวเย็นซึ่งทำให้พลังปราณเหมันต์ที่หนาวเย็นรวมอยู่ในเมืองไม่กระจัดกระจายไปไหน

เมืองใหญ่ นี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงปิดกั้นอากาศที่หนาวเย็น  ทำให้อุณหภูมิภายในเมืองไม่สูงไปกว่าภูเขาหิมะ .

นักรบ ผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนวิชาธาตุน้ำแข็ง จะพบว่ามันค่อนข้างอึดอัดเมืองพวกเขาได้เข้าไปยังเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง พวกเขาไม่สามารถปรับตัวไกับสภาพอากาศได้ดีนัก

นักรบยอดฝีมือที่ฝึกฝนวิชาธาตุไฟพวกเขาจะอึดอัดเป็นอย่างมาก หากอยู่ในเมืองจักพรรดิน้ำแข็งเป็นเวห้องาน ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาไม่อาจก้าวหน้าได้และไม่สามารถทะลวงระดับขั้นให้สูงขึ้นไปได้

เมื่อสองสาวเห็นเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง พวกนางก็ถอนหายใจโล่งอกออกมา , คลายเส้นประสาทตึที่งเครียดของพวกนางลง

พวกนางมองหน้ากันแล้วเร่งความเร็วมากขึ้น

ในไม่ช้า พวกนางก็มาถึงฉื่อหยาน ปิงเซียงขมวดคิ้วขณะมองเขา “เรากำลังจะเข้าไปในเมือง ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ เรา จะเป็นเจ้าภาพ  และพาเจ้าไปชมสถานที่น่าสนใจในเมือง เจ้าคิดว่าไง ?

” ไม่ต้อง ข้าเพียงแค่จะข้ามผ่านเมืองนี้เท่านั้น ไม่คิดจะอยู่นาน ” ฉื่อหยานปฏิเสธข้อเสนอของนางด้วยใบหน้าว่างเปล่า เขาพยักหน้าให้นางแล้วเร่งไปที่เมือง

” เขาไม่รู้จักถนอมน้ำใจกันบ้างเลย ” ปิงเว่ย กระแอมออกมา ลอยอย่างรวดเร็วที่หลังของพี่สาวนางในขณะที่พูดด้วยความโกรธ ” ท่านอย่าได้พูดกับคนแปลกหน้านี้อีกเลย คน ๆ นี้ไม่ได้มีไหวพริบ เขาไม่เห็นแก่หน้าเราสักนิด  ข้าคิดว่าตัวประหลาดอย่างเขาคงจะไม่สามารถอาศัยอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเราได้อย่างสงบสุขแน่ ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งก็ตาม ”

” ชายคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา ” ปิงเซียงก็หน้าขรึม ขณะที่ประกายแสงส่องจากดวงตาของนาง ” . ถ้าเขามาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุดจริง เราไม่ควรดูถูกเขา เวลาที่หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬได้เปิดนั้นผ่านไปหนึ่งปีแล้ว  เจ้ารู้มั้ยหลังจากที่เลยช่วงเวห้องั้นมา สถานที่นั้นจะกลายเป็นอันตรายมากกว่าเดิมห้าเท่า นับประสาอะไรกับความจริงที่ว่าเขาเป็นเพียงนักรบระดับนภา แม้แต่นักรบระดับพระเจ้าการจะออกมาจากที่แห่งนั้นยังไม่ง่าย ถ้าเขาไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬก็คงทำมิได้ นอกจากนี้ เขายังมีตัวไหมทองคำจากตระกูลหนิงอีก ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงได้ยินว่าหนิงเซอและกลุ่มของเขาไม่สามารถออกมาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬได้แม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งก็ตาม และตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกลับมีตัวไหมทองคำอยู่ในครอบครอง ข้าคิดว่าเจ้าเองก็น่าจะรู้นะว่าข้าหมายถึงอะไร” .

ได้ยินพี่สาวพูด ปิงเว่ยก็แปลกใจเล็กน้อย ” แต่ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นไม่นับว่าสูง เขาทำเช่นไรถึงได้ข้ามหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬมาได้และยังได้ตัวไหมทองคำของตระกูลหนิงอีก ? ”

” ข้าว่าผู้ชายคนนี้ลึกลับนัก ” ปิงเซียงขมวดคิ้ว และสูดลมหายใจเข้า ” เจ้าคิดว่าการที่ข้าเชิญเขามา เพราะ ชื่นชมที่เขาช่วยชีวิตเรางั้นรึ เปล่าเลย ข้าแค่อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับชายคนนี้มากขึ้นเท่านั้น ”

” อ๊ะ ” ปิงเว่ยก็ตกใจเล็กน้อย ” แย่นักที่เขาไม่สนเราแม้แต่นิด ข้าว่าแผนของท่านคงจะพลาดเสียแล้ว”

” เห้อ ลืมเขาไปเสีย เราต้องเข้าเมืองก่อน แล้วบอกท่านแม่บุญธรรมกับสิ่งเราเจอ”

หลังจากนั้น , ปิงเซียง ปิงเว่ย สองพี่น้องก็เข้าไปในเมือง ยามที่ประตูทักทายพวกนางด้วยใบหน้าที่เคารพ

โดยจ่ายผลึกพลังปราณขนาดกลาง ฉื่อหยานก็เข้ามาในเมือง เขาสังเกตโครงสร้างที่ทำจากน้ำแข็งตลอดทาง นึกว่าเขากำลังหลงทางอยู่ในราชอาณาจักรคริสตัลที่เหมือนฝัน เขาชื่นชอบฉากที่สวยงามของที่นี่นัก

ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้ารีบอากาศเย็นสดชื่นเข้าไป เดินเล่นบนถนน ตาของเขาเป็นประกายขณะที่เขากำลังเฝ้าดูสถานการณ์ในเมืองจัพรรดิน้ำแข็ง

 

มีนักรบมากมายในเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง และส่วนใหญ่การบ่มเพาะของพวกเขาก็เป็นธาตุน้ำแข็ง เขาสัมพัสได้ จากกลิ่นอายที่ออกมาจากร่างของพวกเขา

นักรบในเมืองนี้ต่างก็มีระดับการบ่มเพาะที่แตกต่างกันออกไป ระดับหายนะ ระดับปฐพี ระดับรู้แจ้ง และ ระดับนภา พวกเขากระจายอยู่ทุกที่   บางครั้ง ฉื่อหยาน ก็สัมพัสได้ถึงบางสิ่งที่เย็นยะเยือกจากมุมหนึ่งของเมือง กลิ่าอยายนี้ รู้สึกเหมือนกับว่ามันหล่อหลอมเข้ากับเมือง

พวกเขาสมควรเป็นนักรบระดับพระเจ้า นักรบในอาณาจักรนี้จะกลมกลืนกับธรรมชาติ กลิ่นอายของพวกเขาจะเป็นเหมือนกับธรรมชาติรอบๆ พวกเขาสามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้าและผืนดินได้ ในระดับนี้พวกเขาเก่งกาจในเรืองการใข้พลังจากธรรมชาติ ในห้วงจิตสำนึกของพวกเขา พวกเขาสามารถควบคุมทุกอย่างที่อยู่รอบๆตัวได้ราวกับพวกเขามีสายดาเฉกเช่นพระเจ้า

ในเมืองจักรพรรดิน้ำแข็ง มีร้านค้าขายของสำหรับนักรบมากมาย รวมถึงทรัพยากรบ่มเพาะ หยกแก่นแท้พลังปราณ สมุนไพรวิญญาณหรือผลไม้ โลหะที่แข็งหลากหลายชนิด และเม็ดยาที่ช่วยดูดซับกลิ่นอายธรรมชาติที่หนาวเย็น

นอกจากนี้ ร้านต่างๆใน เมืองจักรพรรดิน้ำแข็งแล้ว ยังมีห้องฝึกฝนแปลกๆมากมาย บางแห่งมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าปกติ ในขณะที่อีกที่แห่งหนึ่งเป็นห้องที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำแข็งหนา หรือห้องที่ร้อนระอุ และผนังก็ถูกตบแต่งไปด้วยตำราวิชาต่อสู้

สนามฝึกเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของนักรบที่ฝึกบ่มเพาะธาตุน้ำแข็ง ห้องที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำแข็งนั้นสามารถรักษาอุณหภูมิให้ต่ำไว้สำหรับนักรบที่ฝึกบ่มเพาะธาตุน้ำแข็ง พวกเขาจะเลือกสถานที่ที่เหมาะสม และฝึกฝนพลังความเย็นของพวกเขา ด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้พลังปราณน้ำแข็งของพวกเขาบริสุทธิ์และช่วยสนับสนุนพวกเขาเป็นอย่างมาก

ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ บางแห่งมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าสิบเท่า ในขณะที่อีกห้องมีถึง 20 เท่า หรือแม้แต่ระดับที่มากกว่า 100 เท่าก็มี เมื่อนักรบที่ฝึกบ่มเพาะได้เข้าไปฝึกฝนในห้องเหล่านี้ ภายใต้แรงโน้มถ่วงมหาศาล ร่างกายของพวกเขาก็จะแข็งแกร่งและถูกยกระดับ ยิ่งพวกเขาทนต่อความลำบากและแรงกดดันได้มากเท่าใด พวกเขาก็จะได้ผลประโยชน์เป็นอย่างมาก

จำนานห้องฝึกนั้นมีมากกว่าร้านค้าเสียอีก แน่นอนว่า ถ้าพวกเขาต้องการที่จะใช้ห้องเหล่านั้นเพื่อฝึกฝน พวกเขาต้องจ่ายเงินด้วยผลึกแกนพลังปราณ

หลังจากเดินไปรอบๆเมือง เขาก็พบมีผลึกน้ำแข็งตั้งอยู่หน้าประตูใหญ่ ในด้านหน้าของประตูหลัก นี่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองจักรพรรดิ์น้ำแข็ง สัญลักษณ์นี้แสดงให้เห็นว่าห้องฝึกฝนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นของเมืองจักพรรดิน้ำแข็งและเป็นสมบัติส่วนหนึ่งของเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง

เมื่อฉื่อหยานอยู่ในดินแดนเมฆาสงบและทะเลไม่มีสิ้นสุด ทั้งสองแห่งต่างก็ไม่ได้ขากสถานที่ค้าขายสำหรับนักแต่ แต่มันก็ยากมากที่จะเห็นเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่เหมือนกับเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง และที่แห่งนี้ยังมีห้องฝึกสำหรับนักรบอีกด้วย หลังจากการชมไปรอบเมือง ฉื่อหยานก็รู้สึกค่อนข้างแปลกใจ

แล้วฉื่อหยานก็เดินมาถึงสถานที่ที่มีสัญลักษณ์เช่นเดียวกัน นี่คือสมบัติของเมือง มันเป็นห้องฝึกฝนแรงโน้มถ่วง . จ้อมองที่แห่งนี้ด้วยดวงตาที่แหลใคม จู่ๆ เขาก็อยากจะเข้าไปทดสอบห้องฝึกฝนแรงโน้มถ่วง

ตั้งแต่จิตวิญญานกายาแข็งของได้กลายพันธ์น้ำหนักร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ค่อยให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของจิตวิญญานกายาแข็งเท่าใดนัก เขาไม่ได้ฝึกฝนมันเลย ในความคิดของเขา จิตวิญญานต่อสู้นี้ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว และมันก็อาจจะยากที่จะมีการพัฒนาได้อีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขารู้ว่าห้องฝึกเหล่านี้มีแรงโน้มถ่วงนับสิบ หรือ ร้อยเท่า   เขาก็มีความคิดบางอย่าง

บางที , ด้วยแรงโน้มถ่วงเหล่านี้อาจจะช่วยทดสอบสถานการณ์ที่แปลกประหลาดในร่างกายของเขาได้

” เจ้าเป็นนักรบจากที่อื่นรึ ? เจ้าดูแปลกประหลาดนัก ต้องการจะฝึกฝนในห้องแรงโน้มใช่หรือไม่ ? “เมื่อเขาผ่านประตู เขาก็เห็นชายผิวหนาคล้ำที่สูงประมาณสองเมตรยืนอยู่ ผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าห้องแรงโน้มถ่วง 30 เท่า คนแปลกหน้ายิ้มให้เขาและถามอย่างเป็นกันเอง .

ผู้ชายคนนี้มีความแข็งแกร่งในระดับรู้จแจ้ง . เขาดูหยาบกระด้าง กับใบขวานเงินคู่นั้นที่มีขนาดใหญ่สามเมตรบนหลังของเขา อย่างไรก็ตาม คนๆนี้ก็มีทัศนคติที่ปกติ

ยืนอยู่ข้างๆเขาคือนักรบหญิงอายุ 30 กว่าๆ นางเองก็อยู่ในระดับรู่แจ้ง . ผิวของนางขาว และสวมเกราะหนังสีเงิน ผู้หญิงคนนี้สูงประมาณ1.8เมต ใบหน้านางไม่น่ารักเท่าใดนัก แต่รูปร่างของนางช่างงดงามไร้ซึ่งไขมันที่หน้าท้อง ขาของนางเรียวยาว นี่ช่างเป็นร่างที่เร่าร้อนเป็นอย่างมาก

ดูเหมือนว่าสองคนนี้มากระตุ้นการฝึกบ่มเพาะของพวกเขา กลิ่นอายที่ออกมาจากพวกเขาเห็นได้ชัดว่าพวกมันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา กระหายเลือดและการต่อสู้

“ใช่ ข้าเพิ่งมาถึงเมืองจักพรรดิน้ำแข็ง และข้าก็ต้องการที่จะฝึกฝนในห้องแรงโน้มถ่วงเล็กน้อย ” ฉื่อหยานพยักหน้าให้พวกเขาสองคน ท่าทางของเขาไม่เย็นชา เขาแสดงออกอย่างเป็นกันเอง

ห้องแรงโน้มถ่วงเหล่านี้แบ่งออกเป็นสิบห้องขนาดใหญ่  แต่ละห้องมีขนาดกว้างหนึ่งพันตารางเมตร จากซ้ายไปขวา มีสัญลักษ์รูป ภูเขาหนึ่งถึงสิบถูกสลักอยู่บนประตูตามลำดับ

ห้องแรงโน้มถ่วงซ้ายสุดมีเพียงรูปสลักภูเขาเล็กๆเท่านั้น   นี้ย่อมสื่อว่า เมื่อนักรบก้าวเข้ามาที่นี่ มันจะได้รับแรงกดดันเหมือนภูเขาลูกเล็กๆกดทับอยู่บนหลังของพวกมัน พวกมันจะต้องอดทนต่อแรงโน้มถ่วงสิบเท่า

ประตูด้านขวามี 10 ภูเขาเล็ก ๆ สลักอยู่ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะประสบกับแรงกดดันเท่ากับภูเขาสิบลูกกดทับอยู่บนไหล่ของพวกเขา นักรบที่มีระดับการบ่มเพาะต้ำแทบจะไม่สามารถหายใจได้ในห้องนี้ มันรุนแรงกระทั่งสามารถบดกระดูกของพวกเขาได้

มีนักรบเมืองจักพรรดิน้ำแข็งเฝ้าทางเข้าของแต่ละห้องอยู่เพื่อเก็บผลึกแกนพลังปราณและจำแนกนักรบ ‘

ตัวอย่างเช่น พวกเขาไม่อนุญาตให้นักรบในที่มีระดับกายนะเข้าไปในห้องที่มีแรงโน้มถ่วงหนักถึงเจ็ดสิบแปดสิบเท่าได้ ถ้าคนๆนั้นไม่ได้ผลึกแก่พวกเขามากพอ พวกเขาก็จะไล่นักรบเหล่านั้นออกมา

มากที่สุด นักรบระดับกายนะสามารถทนแรงโน้มถ่วงได้มากเพียง 60เท่า เท่านั้น นี้คือขีดจำกัดของพวกเขา ถ้าพวกเขาพยายามเข้าไปในห้องที่มีแรงโน้มถ่วง 70 เท่า เพียงเวลาสั้นๆ ชีวิตของพวกเขาก็จกตะอยู่ในอันตราย และเป็นนักรบของเมืองจักพรรดิน้ำแข็งที่จะพิจารณาระดับการบ่มเพาะของพวกเขา นี่เป็นกฏระเบียบในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนี้

________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1416 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <