0 Views

บทที่ 497 สองพี่น้องผู้กลมเกลียว

 

ปัง ปัง !

สองนักรบของตระกูลหนิงก็ใช้พลังทั้งหมดอของตัวเอง พวกมันใช้วิชาลับที่เต็มไปด้วยแก่นแท้เจตจำนงของแมงป่องออกไปที่ฉื่อหยาน 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการโจมตีสุดกำลังนี้จะรุนแรง แต่เมื่อมันประทะเข้ากับฉื่อหยาน มันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ร่างของเขายังคงมั่นคงดั่งภูเขาสูงทำให้คนที่โจมตีมารู้สึกสิ้นหวังและกลายเป็นหวาดกลัว 

ฉื่อหยานเมื่อฆ่าไปแล้วหนึ่งคน เขาก็ยืนนิ่ง ไม่เร่งรีบที่จะลงมือโจมตีต่อ และนักรบทั้งสองระเบิดการโจมตีมาที่เขา

ฉื่อหยานต้องการทดสอบขีด จำกัด ของจิตวิญญานกายาแข็งที่กลายพันธ์แล้วจองเขาและดูว่าเขาสามารถรับการโจมตีได้ถึงระดับใด เมื่อพลังของทั้งสองโจมตีมา พลังแปลกประหลาดในกล้ามเนื้อของเขาก็กระตุ้นขึ้น  และได้สลายพลังจากนักรบทั้งสองที่โจมตีเข้ามา

สองนักรบทั้งหมดต่างก็อยู่ในนภาที่สองระดับนภา อย่างไรก็ตาม แม้เมื่อพวกเขาจะได้ใช้พลังทั้งหมดของตน แล้ว พวกเขาก็ไม่แม้แต่จะสามารถสร้างลอยขีดข่วนให้กับฉื่อหยานได้เลย

ดูเหมือนว่านักรบในระดับเดียวกันจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เพียงใช้พลังจากร่างกาของเขาก็เพียงพอที่จะจัดการกับการโจมตีเต็มแรงของพวกเขาได้แล้ว

หลังจากผ่านไป 5 วินาที ฉื่อหยานก็ถูกโจมตีตีอย่างน้อยเจ็ดครั้ง แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง

” บัดซบ ! “

สองนักรบร้องออกมา ใบหน้าของพวกเขาโกรธเป็นอย่างมาก แต่หัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้าน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักรบนภาที่สองระดับนภา ฉื่อหยานก็ยังคงยืนนิ่งและปล่อยให้พวกเขาระเบิดการโจมตีมาที่เขาเท่าที่พวกเขาต้องการ โดยไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว นี้ทำให้ทั้งสองหวาดกลัวและความกังวลของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกสามนักรบที่มีนักรบระดับสูงกว่า พวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่กับสองพี่น้อง  หลังจากที่เห็นเหตุการณ์นี้ ทุกคนก็มองฉื่อหยาน พร้อมกับใบหน้าของพวกเขาที่ระมัดระวังและกลัวอยู่ข้างในไม่ต่างกับจ้องมองสัปประหลาด . . .

” ไร้สาระ “

สั่นศีรษะ ฉื่อหยานก็พูดออกมา

ผนึกแห่งความตายก็ปรากฏ

เจ็ดผนึกแห่งความตายก็ปรากฏขึ้น แก่นแท้เจตจำนงแห่งความตายก็ไหลทะลักออกมาจากมัน ในพนิบตา มันก็ส่งผลต่อจิตใจและวิญญาณของนักรบทั้งสอง ทำให้พวกเขาสั่นสะท้าน ไม่สามารถใช้พลังของพวกตนได้

เขาเป็นเหมือนดาบคมที่สามารถแทงทะลุได้ทุกสิ่ง พุ่งไปยังนักรบทั้งสองอย่างรุนแรง หลังจากเขาใช้ผนึกแห่งความตาย เขาก็สามารถชกชิงชีวิตได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่เขาทำนั้นเหนือว่าธรรมชาตินัก

เมื่อร่างกายของพวกเขากลายเป็นอ่อนแอ , พวกเขาจะต้องตกตายอย่างแน่นอน ไม่ต่างไปจากที่คิด หลังจากผนึกแห่งความตายถูกปล่อยออกไป แก่นแท้เจตจำนงก็ส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเขาถูกโจมตีอย่างรุนแรงเช่นการโจมตีของฉื่อหยาน พวกเขาก็ไม่อาจทานทนได้

แกร๊ก แกร๊ก !

กระดูกของพวกเขาแตกและอวัยวะภายในถูกทุบเป็นชิ้นๆ

สองเส้นใยสีทองส่องประกายบินออกมาจากร่างกายของพวกเขา ตัวไหมทองคำก็ดูดเส้นไหมเหล่านั้นเข้ามา

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว มองหน้าคนที่สั่นระฆัง ตะโกนออกมาราวกับสายฟ้าฟาดกลบคลื่นเสียงระฆังทั้งหมด

ตัวไหมทองคำก็ลงมือ

มันกลายเป็นก้อนแสงสีทองพุ่งตรงไปยังหน้าอกของชายคนนั้น เส้นไหมสีทองก็พุ่งออกมาสิบเส้นเหมือนหนวด

เส้นไหมสีทองก็เฉือนร่างกายของเขา และเขาก็ตกตายทันที . 

อีกสามนักรบของตระกูลหนิงที่กำลังสู้กับ ปิงเว่ย และปิงเซียงอยู๋ก็ เห็นฉากที่น่าตกใจนี้ ทันทีพวกเขาก็ร้องออกมาและหนีไปเพื่อเอาชีวิตรอด

ตัวไหมทองคำกลายเป็นลำแสงสีทองไล่ตามพวกเขาไป ด้วยประกายสีทองอ่อนไล่ตามพวกเขาอยู่สามนักรบจากอารามสวรรค์ก็ไม่อาจหนีรอดจากความตายได้ เส้นไหมสีท้องผ่าพวกเขาออกเป็นชิ้นๆและ ตัวไหมทองคำก็ดูดกลืนเส้นไหมสีทองทั้งหมดที่ออกมาจากร่างพวกเขา

พลังปราณลึกลับจากนักรบระดับนภาทั้งเจ็ดก็ลอยเข้ามายังจุดชีพจรของฉื่อหยานอย่างเงียบๆ 

การต่อก็สู้สิ้นสุดลง

ก้อนเนื้อกระจายไปทั่ว

สองพี่น้องก็มองหน้ากันจากนั้น . พวกนางก็มองไปยังพื้นที่เต็มไปด้วยเลือด ด้วยกลิ่นเลือดที่โชยไปทั่ว ใบหน้าของพวกเนางก็กลายเป็นรังเกียจ , พยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะเหยียบเลือดบนพื้นขณะโบกมือให้ฉื่อหยานจากไกลๆ

หลังจากตัวไหมทองคำดูดกลืนเส้นไหมสีทองของมันมาจนหมด มันก็สงบและกลับไปยังแหวนสายโลหิต กัดกินวิญญานนักรบจากอารามสวรรค์ทั้งหมดเพื่อชำระล้างเส้นไหมทองคำ

ฉื่อหยานยืนเงียบๆ และสัมพัสในร่างกาย . เขาพบว่า พลังปราณลึกลับที่ เขาเอามาจากเจ็ดนักรบก็ถูกกลั่นโดยจิตวิญญานลึกลับ และ พลังงานเชิงลบก็ถูกกระตุ้น มันทำให้เขาต้องอดทนอยู่ข้างใน เพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่ง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเพราะอะไร จิตวิญญานต่อสู้ของเขาเหมือนจะมีระดับสูงขึ้น มันสามารถเก็บพลังปราณได้มากมายยิ่งขึ้น 

 

เมื่อรู้สึกว่า พวกมันไม่เป็นปัญหาแล้ว เขาก็ยิ้มแล้วเดินไปที่สองสาวพี่น้องและพูดอย่างเย็นชา ” จะให้ข้าเรียกพวกเจ้าว่าเช่นไร ? “

” ปิงเซียง “

” ปิงเว่ย “

” ยินดีที่ได้รู้จัก ” ฉื่อหยานยิ้ม ” ทำไมพวกเขาถึงได้ไล่ตามพวกเข้ากัน ? “

สองสาวเอาแต่เงียบและไม่ตอบเขา

ฉื่อหยานพยักหน้าราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง” เช่นนั้น แล้วเจอกัน ”   เขากำลังจะออกไป

” เดี๋ยวก่อน ” ปิงเซียงก็พูดขึ้น 

” มีอะไรรึ ” ฉื่อหยานขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยใบหน้าที่เย็นชาของเขา” เจ้าและข้านั้นไม่ใช่คนรู้จักกัน ที่ข้าโจมตีพวกอารามสวรรค์นั้นไม่ใช่เป็นเพราะพวกเจ้า พวกเจ้าไม่ต้องขอบคุณหลอก ในเมืองเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเช่นนั้นก็ไม่มีเรื่องต้องคุย  ดังนั้น เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้ารึ ?” เขาไม่ได้ต้องการที่จะเป็นฮีโร่ช่วยสาวงาม ที่เขาฆ่าคนจากตระกูลหนิงเป็นเพราะตัวไหมทองคำต้องการเส้นไหมทองคำที่เป็นส่วนหนึ่งของมันคืนเพื่อฟื้นฟูพลังของมัน

เขาไม่คิดว่าสองสาวจะรู้สึกเป็นบุญเจ้าต่อเขา สำหรับเขานี่เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

” ไม่ว่าเจ้าจะทำโดยเจตนา หรือไม่ แต่เจ้าก็ได้ช่วยเราไว้ ” ปิงเซียงดวงตาสดใสขณะที่นางมองเขา ” เจ้าจะผ่านเมืองจักพรรดิน้ำแข็งใช่หรือไม่ ? ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ เราสามารถนำทางให้เจ้าได้ และเจ้าก็จะได้รับการปฏิบัตอย่างดีในเมือง เจ้าจะไปกับพวกเราหรือไม่ ?

” ไม่ต้อง ” ส่ายหน้า  ฉื่อหยานสวมใส่ใบหน้าเฉยเมย ” ข้าจะข้ามเมืองจักพรรดิน้ำแข็งไปเอง ข้าไม่ได้อยู่ที่นั่นนาน ข้าไม่อยากรบกวนพวกเจ้า “

” เจ้า ทำไมถึงได้ใจดำนัก ? พราสาวของข้าไม่เคยเชิญใครมาก่อน เจ้ากลับไม่ไว้หน้านางเลยสักนิด ” ปิงเว่ยตะโกนราวกับว่านางต้องทวงความยุติธรรมให้พี่สาวของนาง ” . ถึงแม้ว่าเจ้าจะช่วยเราไว้ เจ้าจะรู้สึกภูมิใจและหยิ่งเช่นไร เราก็เป็นหนี้เจ้า ดังนั้นพวกเราจะต้องตอบแทนเจ้า ถ้าเจ้าเข้าไปในเมืองเราก็สามารถตอบแทนได้ “

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ ” ข้าหนะรึ ภูมิใจและหยิ่ง ? “

” ใช่ เจ้านั่นแหละ . . . “

” ฮ่าๆ… เจ้าจะพูดอะไรก็พูดเถอะ. ” ฉื่อหยานหัวเราะลั่น ไม่อยากจะพูดกับสองสาวไปมากกว่านี้ เขาหันหลังกลับและเดินจากไป

ในขณะนี้ , เซี่ยซินหยาน นั้นยังอยู่ในดินแดนพิสุทธิ์ เขาไม่ได้รู้ว่าพวกมันจะเอาวิญญานของนางไปเมื่อไหร่ ด้วยภัยคุกคามเช่นนี้ ฉื่อหยาน ไม่ต้องการเสียเวลาของเขาในการเดินทาง เขาต้องการจะไปยังนิกายประกายแสงเทพและใช้พลังของพวกเขาเพื่อเจรจากับ ดินแดนพิสุทธิ์ ด้วยความต้องการที่จะพาเซี่ยซินหยานกลับมาให้เร็วที่สุด 

” เดี๋ยวก่อน ” ปิงเซียง ผู้เป็นพี่สาวก็พูดหยุดเข้าอีกครั้ง

ฉื่อหยานสวมใบหน้าที่ร้อนรน ” มีอะไรอีกรึ ? “

” เรากำลังมีปัญหา เราไม่มั่นใจว่าขณะที่เราเดินทางกลับจะปลอดภัย แต่เราจะไม่เป็นหากเราไปถึงเมืองจักพรรดิน้ำแข็งได้ เจ้าช่วยไปกับเราได้หรือไม่ ? ตอนนี้หนะ ” ปิงเซียงสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมาใบหน้าที่เย็นชาของนางไม่เคยเปลี่ยนไป ราวกับว่านางไม่เคยขอร้องใคร ดังนั้นคำพูดเหล่านี้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับนางที่จะพูดออกมา

” พี่สาว !”ปิงเว่ยตะคอกว่า ” ไม่ต้องขอร้องเขา พวกมันทั้งเจ็ดตายหมดแล้ว เราน่าจะปลอดภัย “

ปิงเซียงส่ายหน้า ” มันไม่ง่ายอย่างนั้น ตระกูลหนิงนั้นมีหูและตาเต็มไปหมด พวกมันสมควรมีนักรบมากกว่าเจ็ดคนใกล้เมืองจักพรรดิน้ำแข็ง ตราบใดที่เราไม่ได้อยู่ในเมือง เราก็ยังไม่ปลอดภัย “

” เจ้ากำลังขอร้องข้างั้นรึ ? ” ฉื่อหยานยิ้ม

” ใช่ ก็ตามที่เจ้าคิด ” ปิงเซียงขบฟันของนาง ใบหน้าของนาง มิดมน ราวกับนางต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เก็บมันไว้ข้างใน ความหนาวเย็นและความภาคภูมิใจในใบหน้าของนางก็จางหายไป

” แล้วที่นั่นมีอะไรให้ข้าบ้าง ? “

” เจ้า . . . เจ้าต้องการอะไร ?” ปิงเซียงเปิดเผยใบหน้ากังวลของนาง ” . ข้าสามารถให้หญ้าหัวใจเหมันต์แก่เจ้าได้ ถ้าเจ้าพาเราเช้าเมือง ข้าจะให้หญ้าหัวใจเหมันต์เจ้าห้าสน เจ้าคิดว่าไง ?

” ข้าไม่สนใจ ” ฉื่อหยานส่ายหัวขะมนักเขม้น  . เพราะว่าเขาไม่ได้ฝึกบ่มเพาะพลังเป็นธาตุน้ำแข็งเช่นนั้นหญ้านี่ย่อมไม่มีประโยชน์ต่อเขา

” แล้วเจ้าต้องการอะไร ? ” ปิงเซียงหลี่ตาลง . แม้ว่าหน้าของนางจะไม่ได้เปลี่ยน แต่เสียงของนางกลับไม่สงบ

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว แล้วลูบคางของเขาตวัดสายตาของเขาผ่านสองสาว อยู่ๆเขาก็หัวเราะออกมาแล้ว

” ช่างเถอะ ช่างมันเถอะ ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว ” ปิงเซียงสีหน้ามืดมน น้ำเสียงของนางเย็นชาและจริงจัง

” เจ้าคนชั่ว !”ปิงเว่ย สาปแช่งภายใต้ลมหายใจของนาง นางม้วนตาของนางขณะที่สวมสีหน้ากังวล พลังความเย็นในร่างกายของนางก็โคจรอย่างเงียบๆพร้อมที่จะโจมตี

” เจ้ามีผลึกเยือกแข็งหรือไม่ ? “

เป็นหญิงสาว เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ใบหน้าที่สวยงามของพวกนางก็เปลี่ยนไป ร่างของพวกนางสั่นสะท้าน ตอนนี้พวกนางจ้องมองเขาเกรี้ยวกราด .

” ถ้าเจ้าต้องการสิ่งที่มีค่า เจ้าก็ต้องใช้สิ่งที่มีค่าแลกเปลี่ยน เจ้าไม่รู้งั้นรึ ?” ปิงเว่ย พูดอย่างเกลียดชัง ” เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลึกเยือกแข็งสำหรับพวกเราแล้วมันมีความหมายเช่นใด ? ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าขอผนึกเยือกแข็ง แน่นอนเรานั้นไม่มีมัน แต่ถ้าหากเรามีถึงแม้จะต้องตาย เราก็ไม่มีทางให้เจ้า “

 

“ผลึกเยือกแข็งน มีค่ายิ่งกว่าชีวิตของเจ้างั้นรึ ?” ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

” ไร้สาระ ! ” ปิงเว่ยก็พูด ” . ผลึกเยือกแข็งนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดสำหรับผู้ฝึกวิชาธาตุน้ำแข็ง แม้แต่ชีวิตของเราก็ไม่อาจเทียบได้กับผลึกเยือกแข็งหนึ่งหยด เจ้าไม่รู้อะไรแต่กลับกล้าขอมัน ข้าคิดว่าจริงๆแล้วเจ้าควรกลับไปยังทะเลไม่มีสิ้นสุดเสีย”

ปิงเซียงก็จ้องมองเขาราวกับนางกำลังจ้องมองดูตัวประหลาด นางคิดว่าคำขอของเขานั้นไร้สาระเป็นอย่างมาก

” ไม่เป็นไร ” สั่นศีรษะ ฉื่อหยานก็จากไปดั่งสายลมที่พัดผ่าน

” เขาไม่อยากไปกับเรา ก็ไม่เป็นไร เราสามารถตามเขาไปได้ แม้ว่าพลังของเขาจะน่าอัศจรรย์ แต่ความเร็วของเขาไม่มากนัก เขาไม่มีทางทิ้งเราห่างแน่นอน ” ปิงเว่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นางไม่รอคำตอบของพี่สาวนาง บินอยู่ข้างหลัง ฉื่อหยานราวกับเป็นจิ้งจอกหิมะ

 ปิงเซียงเองก็ยังตะลึง เมื่อน้องสาวนางห่างออกไปได้หนึ่งกิโล ปิงเซียงที่ไม่มีทางเลือกก็ตามนางไป และคิดว่า วิธีการนี้ก็ไม่แย่นัก 

นางเห็นว่า แม้ว่าฉื่อหยานจะดูเย็นชา แต่เขาก็ไม่ได้เลวร้าย . ระดับการบ่มเพาะของเขาไม่สูงนัก แต่ความแข็งแรงทางกายภาพของเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ร่างกายเนื้อของเขาดูหนักราวกับก้อนเหล็ก ด้วยตัวประหลาดเช่นเขา บวกกับพวกนาง  แม้ว่าพวกนางจะเผชิญกับการซุ่มโจมตี บางทีพวกนางก็สามารถยืมพลังของเขาหนีไปได้

ปิงเซียงคิดและเห็นด้วยกับการกระทำของนาง ถึงแม้ว่าการกระทำของน้องสาวนางจะแลดูหน้าหนาไปบ้าง แต่มันก็ยังดีที่สามารถช่วยชีวิตของพวกนางไว้ได้

________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1414 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <